ตอนที่ 3: สัญญาแรกพบ
สถาปัตยกรรมภายในตึกสำนักงานใหญ่ S-Group ตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหราด้วยเพดานที่สูงตระการตากรุกระจกเงาใส เสาหินอ่อนสีขาวนวลและสลักลวดลายเมฆาสีทองทอประกายระยิบระยับ ทันทีที่ฉันเดินก้าวเท้าเข้ามายังส่วนต้อนรับระดับ VVIP พนักงานต้อนรับ บอดี้การ์ด และเลขาฯ ส่วนบริหารต่างพากันละสายตาจากงานของตนและหันมาจ้องมองความงดงามเย้ายวนของฉันอย่างสะกดสายตา
กลิ่นอายฟีโรโมนวานิลลาผสมอบเชยป่าระดับ S (Pure / Dominant Omega) ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของฉันตามอุณหภูมิผิวที่อุ่นซ่านขึ้นยามก้าวเดิน ลอยอบอวลบางเบาในอากาศ เกิดเป็คลื่นความหอมหวานเย้ายวนดุจขนมอบชั้นดีที่ล่อลวงสะกดให้พนักงานและผู้บริหารอัลฟ่ารอบตัวในชั้นต้อนรับถึงกับนิ่งงันและสูดหายใจลึก ตัวสั่นเทาด้วยสัญชาตญาณความเคลิบเคลิ้มลุ่มหลงอย่างห้ามไม่ได้
"คุณพระช่วย... โอเมก้าคนนั้นงดงามและตัวหอมสะกดอารมณ์มากจริง ๆ ดูการก้าวเดินและสายตานั่นสิ..." เสียงกระซิบกระซาบดังแ่เบาไล่หลังตามทางเดินยามที่ฉันเดินผ่านไป
ทันทีที่ฉันก้าวเดินผ่านประตูทางเข้าชั้นผู้บริหารระดับสูง กลิ่นอายฟีโรโมนของผู้นำสูงสุดของตึกแห่งนี้ก็ลอยปะทะเข้ากับประสาทััรับกลิ่นของฉันทันที
มันคือกลิ่นป่าไม้สนหลังฝนตกที่สดชื่นเย็นะเื ผสมผสานกับกลิ่นเหล้ารัมเข้มข้น (Pine wood & Dark rum) ที่แสนเ็า ดิบเถื่อน และทรงอำนาจสะกดใจ กลิ่นอายฟีโรโมนอัลฟ่าระดับ S-Class (Dominant Alpha) ของเดเมียน อัครเดชโภคิน ลอยอบอวลจาง ๆ อยู่ในชั้นผู้บริหารเพื่อแสดงอาณาเขต
ความเข้มข้นของกลิ่นนั้นเข้าสะกดรั้งประสาทส่วนลึกของฉันทันที ต่อมฟีโรโมนหลังคอระหงสั่นสะท้านวูบวาบอย่างรุนแรงด้วยแรงดึงดูดทางเคมีของเพศสภาพระดับสูงสุด (S-Class ปะทะ S-Class) ร่างกายของฉันร้อนวาบขึ้นมาในช่องท้องน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ฉันสะดุดลมหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าฉันสูดหายใจลึก ยึดแผ่นหลังตรง รักษาความทระนงและมั่นใจในเสน่ห์ของตนไว้โดยไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเป็อันขาด
"แหม... ปล่อยรังสีฟีโรโมนกดหัวคนอื่นได้ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ ท่านประธานเดเมียน" ฉันกระซิบแ่เบากับตัวเอง แววตาคมปลาบฉ่ำปรือฉายประกายท้าทาย
[เตือนภัยครับโฮสต์! กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่า S-Class ของเดเมียนมีความเข้ากันได้ทางชีวภาพกับโฮสต์สูงถึง 98% เลยนะครับ! ต่อมฟีโรโมนหลังคอของโฮสต์กำลังตอบสนองและส่งกลิ่นหวานวานิลลาเข้มข้นขึ้นโดยอัตโนมัติแล้วครับ!] ระบบ 009 ส่งเสียงเตือนภัยกริ่งดังในโสตประสาท
'ช่างมันเถอะ... กลิ่นหวานนี่แหละที่จะเป็ตัวล่อเสือร้ายให้ออกมาติดกับ' ฉันตอบระบบในใจอย่างมีแผนการ
---
เลขานุการส่วนตัวของเดเมียนนำพาฉันเข้ามายังห้องครัวทดลองระดับ VVIP ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ปรุงอาหารและเตาอบที่ทันสมัยครบครัน ผนังห้องด้านหนึ่งเป็กระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวตึกระฟ้าของเมืองหลวงได้อย่างงดงาม ฉันจัดแจงเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ในการทดสอบชิมอาหารด้วยตนเองอย่างคล่องแคล่วและมีระดับ
เมนูโภชนาการบำบัดสุขภาพที่ฉันจะปรุงโชว์ในวันนี้คือ 'ซูเฟล่สมุนไพรอบเชยวานิลลาและซุปสมุนไพรไข่มุกป่า' สูตรบำบัดฟื้นฟูกำลังวังชาและความอยากอาหารของคุณปู่วรรณลพ
ฉันนำโสมเกาหลีอายุสิบปี รังนกนางแอ่นป่าเนื้อดี และเครื่องยาจีนบำบัดสุขภาพมาแช่น้ำร้อนเพื่อเตรียมเคี่ยว ฉันใช้ความรู้และวิทยาศาสตร์โภชนาการจากโลกเก่าในการคำนวณการใช้ไฟเคี่ยวน้ำซุปให้คงคุณค่าสมุนไพรและย่อยง่ายที่สุดสำหรับผู้ป่วยเบื่ออาหารเรื้อรัง
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบทักษะการปรุงอาหารระดับอาจารย์เชฟ! ระบบ 009 ช่วยประมวลผลคำนวณค่าพลังโภชนาการฟื้นฟูสุขภาพ: ปริมาณซุปสมุนไพรไข่มุกป่าจานนี้จะให้ค่าฟื้นฟูพลังชีวิตและกระตุ้นการรับรสของคุณปู่วรรณลพได้สูงถึง 85% ในคำแรกเลยครับโฮสต์!] หน้าต่างระบบกะพริบคำนวณกราฟขึ้นมาเป็ตัวเลขสีฟ้าคราม
"ยอดเยี่ยม... ร่างกายของคุณปู่เบื่ออาหารเพราะเส้นประสาทรับรสเสื่อมสภาพ ซุปนี้จะช่วยเปิดประสาทนั้น และซูเฟล่อบเชยวานิลลาอุ่น ๆ จะช่วยเติมเต็มความอบอุ่นในทางเดินอาหาร" ฉันเอ่ยวิเคราะห์ในใจ
กระบวนการปรุงอาหารเริ่มต้นขึ้นหน้าเตาอบที่ร้อนระอุ ฉันขยับเรือนร่างเพรียวระหงปรุงส่วนผสมอย่างเชี่ยวชาญ ปลายนิ้วเรียวตอกไข่ คัดแยกครีมสดแท้ และหยอดผงอบเชยป่าในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อความสมดุล ร่างกายที่ร้อนขึ้นจากความร้อนของเตาอบทำให้ต่อมฟีโรโมนหลังคอระหงร้อนวาบแผ่กลิ่นกายหวานวานิลลาปนอบเชยป่าระดับ S (Pure / Dominant Omega) ลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วห้องครัว ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและขนมอบที่กำลังฟูขึ้นในเตาอบ กลิ่นหอมชวนเคลิบเคลิ้มลุ่มหลงนั้นโชยอบอวลจนเหล่าพนักงานและคนรับใช้ต่างพากันแอบสูดหายใจลึก หลงลืมความเหน็ดเหนื่อยเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกลิ่นอายอุ่นละมุนของโอเมก้าคนงาม
บานประตูห้องครัวทดลองถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้าและมั่นคง
ร่างสูงตระหง่านก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าทรงอำนาจและสง่างามดุจราชสีห์ เดเมียน อัครเดชโภคิน ปรากฏตัวในชุดสูทสีกรมท่าเนี๊ยบกริบ รูปร่างที่สูงใหญ่ ไหล่กว้าง และแผ่นอกหนาภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวไหมซาตินขับเน้นความเป็อัลฟ่าระดับผู้ทรงอำนาจสูงสุด ดวงตาคู่คมดุจพญาเหยี่ยวสีดำสนิทปัดมองมาที่ตัวฉัน แววตานั้นสงบนิ่ง ทรงพลัง แต่ก็แฝงไว้ด้วยประกายลึกล้ำที่ชวนให้รู้สึกสั่นสะท้านยามสบสายตา
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา กลิ่นฟีโรโมนป่าสนเหล้ารัมระดับ S-Class ของเดเมียนก็ทวีความเข้มข้นขึ้นโดยสัญชาตญาณ กลิ่นอายดิบเถื่อนและร้อนแรงของเขาลอยเข้าปะทะและห้อมล้อมกลิ่นหวานวานิลลาอบเชยของฉันเอาไว้ ก่อเกิดเป็พายุเคมีฟีโรโมนที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างบ้าคลั่งจนบรรยากาศในห้องครัวร้อนระอุขึ้นมาทันที
เดเมียนขมวดคิ้วแน่น แววตาสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อรู้สึกได้ถึงปฏิกิริยาของสัญชาตญาณอัลฟ่าในกายที่กำลังกู่ร้องคำรนตื่นตัวเพราะกลิ่นหวานเย้ายวนของโอเมก้า S-Class ตรงหน้า กลิ่นวานิลลาปนอบเชยนี้ช่างก่อกวนระเบียบสัญชาตญาณอันแข็งแกร่งของเขาอย่างรุนแรงเป็พิเศษแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน แม้แต่เกลลิกาที่เป็คู่หมั้นเขาก็ไม่เคยทำให้อารมณ์เขาสั่นคลอนได้ขนาดนี้
"คุณคือรินภัทร จิรธนากุล?" เดเมียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่แฝงความเ็าและเฉียบขาด
ฉันหันมาสบตาคมกริบนั้นตรง ๆ ดวงตากลมหงส์ฉ่ำปรือแฝงประกายทระนงและรอยยิ้มเย้ายวนมีระดับ "ใช่ครับ ท่านประธานเดเมียน... และนี่คือซูเฟล่สมุนไพรอบเชยวานิลลาบำบัดสุขภาพ เมนูที่จะทำให้คุณปู่วรรณลพกลับมามีความอยากอาหารอีกครั้งครับ เชิญชิมได้เลยครับ"
ฉันส่งช้อนเงินและยกจานขนมหวานสีทองวางลงบนโต๊ะอาหารยาวอย่างสุภาพและนิ่มนวล ท่วงท่าการขยับข้อมือและเรือนร่างของฉันช่างดูเป็ธรรมชาติและเซ็กซี่เย้ายวนสะกดสายตาเดเมียนจนชายหนุ่มเผลอเลื่อนสายตามองเอวคอดบอบบางและสะโพกกลมกลึงผึ่งผายของฉันอย่างไม่ตั้งใจ
เดเมียนระงับสติอารมณ์ดึงสายตากลับ ตักขนมซูเฟล่เข้าชิมคำแรกอย่างเชื่องช้า
รสชาติความหวานกลมกล่อม ความบางเบาของซูเฟล่ที่ละลายในปากปนความอุ่นซ่านของสมุนไพรอบเชยที่ซึมซาบเข้าสู่ลำคอช่างกลมกล่อมและนุ่มนวลอย่างที่สุด มันไม่มีความฝาดเฝื่อนของสมุนไพรบำบัดเลยแม้แต่น้อย รสััที่บางเบาชวนให้รู้สึกสดชื่นและกระตุ้นน้ำย่อยได้อย่างยอดเยี่ยม ความลึกซึ้งของโภชนาการนี้ทำลายสถิติอาหารจืดชืดที่เชฟคนอื่นเคยทำมาจนหมดสิ้น
เดเมียนวางช้อนลง สายตาสีดำลึกล้ำจ้องมองฉันอย่างกักขังและระแวดระวัง "รสชาติยอดเยี่ยมมาก... และเทคนิคการเลือกใช้สมุนไพรของเธอก็ประณีตอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นเชฟคนไหนทำได้มาก่อน เธอคำนวณการใช้สมุนไพรเหล่านี้อย่างไร?"
"ผมใช้การศึกษาเคมีในอาหารครับท่านประธาน" ฉันยิ้มพราย ขยับนิ้วเรียวบางเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มสลวยที่ปรกข้างแก้มออก เผยให้เห็นลำคอขาวระหงที่ส่งกลิ่นฟีโรโมนหอมหวานแตะจมูกเดเมียนชัดเจน "คุณปู่เบื่ออาหารเพราะสภาวะตึงเครียดของระบบประสาท การใช้อบเชยป่าในปริมาณที่เล็กน้อยจะช่วยฟื้นฟูประสาทััรับรสโดยไม่ทำลายรสชาติของครีมวานิลลาครับ ในเมื่ออาหารของผมผ่านการทดสอบชิมแล้ว... เรามาพูดถึงเื่สัญญากันดีไหมครับ?"
เดเมียนขยับก้าวเข้าใกล้โต๊ะอาหารมากขึ้น ปล่อยฟีโรโมนป่าสนเหล้ารัมกดดันบางเบาเพื่อประเมินท่าที "เธอเสนอเงื่อนไขอะไรมาล่ะ?"
ฉันไม่ยอมถอยหนีหรือยอมสยบต่อฟีโรโมนกดขี่นั้น ยืดอกขยับตัวเข้าหาเดเมียนจนระยะห่างระหว่างเราสองคนเหลือเพียงไม่ถึงก้าว ลมหายใจอุ่นหวานเจือกลิ่นวานิลลาเป่ารดแผงอกกว้างของประธานหนุ่ม สายตากลมหงส์ปรือฉายประกายท้าทายปนยั่วยวนอย่างมีระดับ
"ข้อเสนอของผมง่ายมากครับ... ผม้าความปลอดภัยและเกราะกำบังในฐานะคนของตระกูลอัครเดชโภคิน และ้าสิทธิ์ในการขยายสาขาร้านอาหารใหม่ของตระกูลจิรธนากุลอย่างเป็ทางการภายใต้การสนับสนุนของ S-Group เพื่อตัดช่องทางร้านอาหารเดิมที่อดีตสามีแอบยักยอกไปครับ"
เดเมียนหรี่ตาลง มองดวงตากลมหงส์ปรือเย้ายวนและริมฝีปากอิ่มสีเชอร์รีที่อยู่ห่างไปเพียงคืบ กลิ่นหอมหวานของโอเมก้าระดับ S-Class ล้อมรอบตัวเขาไว้จนสติควบคุมเริ่มแกว่งไกว สัญชาตญาณอยากจับจองเป็เ้าของปะทุพล่านขึ้นมาอย่างหักห้ามไม่ได้
---
เดเมียนโน้มตัวลงมาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะัักัน กลิ่นป่าไม้สนปนเหล้ารัมดิบเถื่อนโหมกระหน่ำกดทับกลิ่นหวานวานิลลาของฉันอย่างจงใจ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นแตะขอบโต๊ะอาหารข้างตัวฉันเพื่อกักขังร่างกายของฉันเอาไว้ในอ้อมแขน
สายตาคมดุจเหยี่ยวของท่านประธานจับจ้องมองที่เอวคอดกิ่วสะโพกกลมกลึงบอบบางของฉันบนโต๊ะอย่างหิวกระหายชวนให้ร้อนผ่าวไปทั่วแผ่นหลังบาง ฉันรู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นและอุณหภูมิร่างกายของเดเมียนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากสัญชาตญาณอัลฟ่าที่พร้อมจะล่าเหยื่อ ความตึงเครียดทางเพศสภาพ (Sexual Tension) ทวีความเข้มข้นขึ้นในทุกอนูของลมหายใจ หัวใจของฉันเต้นระทึกแต่ฉันกลับเผลอเบียดกายเข้าชิดอกแกร่งอย่างจงใจท้าทาย
ในใจของเดเมียนกำลังเกิดพายุพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณดิบของอัลฟ่าระดับ S สั่งให้เขาก้มลงกัดสร้างพันธะกับโอเมก้าตรงหน้านี้ทันที กลิ่นวานิลลาผสมอบเชยระดับ S-Class นี้ช่างมีกลิ่นอายที่แตกต่างจากกลิ่นดอกกุหลาบขาวเคลือบน้ำผึ้งระดับ A-Class ของเกลลิกา (คู่หมั้นของเขา) อย่างสิ้นเชิง กลิ่นของเกลลิกานั้นหวานเลี่ยนและไม่มีชีวิตชีวา ทว่ากลิ่นของฉันกลับเต็มไปด้วยความเย้ายวน ปลุกเร้าอารมณ์ดิบ และดึงดูดเคมีในร่างกายของเขาให้ปะทุพล่านจนแทบจะคลั่งตายอยู่รอมร่อ
เดเมียนข่มอารมณ์พลางขยับใบหน้าเข้าใกล้ซอกหูขาวระหง สูดกลิ่นหอมวานิลลาอบเชยเข้มข้นลึกซึ้งก่อนจะกระซิบเสียงต่ำทรงอำนาจสะกดจิติญญา:
"เธอต้องเป็เชฟส่วนตัวของตระกูลอัครเดชโภคินคนเดียวเท่านั้น... และห้ามปรุงอาหารหรือทำงานให้ตระกูลอื่นอีกเด็ดขาด โดยเฉพาะไอ้ตระกูลชาญวิจิตรและอดีตสามีของเธอ... เข้าใจใช่ไหม?"
คำพูดทิ้งท้ายที่เปี่ยมด้วยความหึงหวงและหวงแหนอย่างชัดเจน พร้อมสายตาดุดันที่จับจ้องร่างกายบอบบางนี้อย่างเอาแต่ใจชวนให้หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะและร้อนผ่าวไปทั้งตัว!