“เริ่มประลองได้!!” เมื่อโฆษกประกาศ เสียงผู้ชมกว่าสองแสนคนก็ร้องลั่นออกมา
เจ้าสำนักภพจันทรา ได้แต่นั่งเงียบเฝ้ามองเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมกับชำเลืองมองไปทางที่ ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ภายในใจของชายแก่ได้แต่ภาวนา มิให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นในสนามประลองแห่งนี้
ตัวชายชรามิได้เกรงกลัวต่อฮั่วเสี่ยวอวิ๋น เพียงแต่มันมิอยากให้เรื่องบานปลาย จนทำให้ ฮั่วซิง (ราชครู) ต้องรับรู้เรื่องภายในเมืองนี้ มิเช่นนั้นสำนักของมันอาจจะต้องเดือดร้อนโดยเฉพาะซีว่าง
เมื่อสัญญาณเริ่มขึ้น ซีว่างหยิบตัดดาราออกมาในทันใด พร้อมกลับพุ่งเข้าหาฮั่วฉินอย่างว่องไว ง้างกระบี่ฟาดลงไปเต็มแรง ปะทะเข้ากับดาบของฮั่วฉินทำให้เสียงและคลื่นพลังแผ่ออกมาเป็นวงกว้าง
มันทั้งสองยันดาบและกระบี่ของตนอยู่สักพัก ก่อนที่ฮั่วฉินจะกล่าวต่อซีว่าง
“เจ้ามีฝีมือกว่าที่ข้าคิดนัก..ถึงกับทำให้ข้าต้องหยิบอาวุธของข้าออกมาได้ , แต่เจ้าก็ทำได้เพียงเท่านั้น”
ฮั่วฉินปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากดาบ เรียกพลังไฟไปที่ฝ่ามือของตนเองก่อนจะปล่อยพลังใส่ไปที่ท้องของซีว่าง
ซีว่างรู้ทันจึงหมุนตัวเล็กน้อยใช่ศอกของมันฟันไปที่ หลังศีรษะของฮั่วฉิน จนฮั่วฉินถลาไปเล็กน้อย ก่อนที่ซีว่างจะรีบใช้ปลายเท้า ดีดส่งให้ตนเองง้างกระบี่ ฟันใส่ฮั่วฉินอีกครา
ฮั่วฉินเมื่อตั้งหลักได้ ก็รีบหันไปก็เห็นซีว่างกระโดดเข้ามาพร้อมกับง้างกระบี่จะฟันตัวมัน มันได้แต่แสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะควงดาบในมือเป็นวงกลม พร้อมกับมีโล่ไฟปรากฏออกมา
กระบี่ของซีว่างฟันใส่โล่ไฟเต็ม ๆ ความร้อนของโล่ไฟนั้นทำให้ซีว่างต้องรีบถอยออกมา แล้วใช้ลมปราณดับไฟที่ติดตัวมันมาในทันใด
ก่อนที่มันจะพุ่งไปอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมโยนกระบี่ออกไป “แรมที่ 4 ทลายจันทรา!!”
ซีว่างใช้ความเร็วที่ได้เปรียบของมันพุ่งไป พุ่งมาโจมตีใส่ฮั่วฉินทุกทิศทาง
แต่ฮั่วฉินมิใช่ คนก่อน ๆ ที่มันสามารถใช้ท่านี้ไล่ต้อนให้จนมุมได้ ฮั่วฉินหน่วงพลังของมันไว้ ก่อนที่จะกระทืบเท้าลงบนพื้นเวที เหวี่ยงดาบเป็นวงกลม “ธุลีเพลิง”
ก่อนที่จะมีเพลิงสีแดงส้ม ถูกปล่อยออกเหมือนม่านหมอกรอบตัวมัน เมื่อซีว่างสัมผัสโดนหมอกเพลิงก็แสบร้อนไปทั้งตัว ทำได้แต่ถอยออกห่างจากมันไปตั้งหลัก ก่อนจะหน่วงพลังไว้ที่มือของตนเอง “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา” หลังจากปล่อยคลื่นพลังซีว่างก็โดดตามคลื่นพลังไป
คลื่นพลังนี้แฝงด้วยธาตุน้ำพุ่งเข้าหาม่านหมองไฟ ทำให้ม่านหมอกนั้นหายไป เปิดทางให้ซีว่างเป็นแนวยาว ก่อนที่ซีว่างพุ่งตัวเข้าหาฮั่วฉิน ที่ตอนนี้ไม่มีม่านหมอกไฟคอยปกป้องมัน “แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น” ฟันใส่ฮั่วฉินเต็ม ๆ
ฮั่วฉินเห็นช่องว่างในการโจมตีก่อนที่จะหลบออกทางขวาเล็กน้อย พอดีกับที่กระบี่ของซีว่างฟาดลงมา ก่อนที่จะใช้ช่องว่างนั้นให้เป็นประโยชน์ โดยการเตะอัดเข้าเต็มท้องของซีว่าง จนซีว่างพุ่งไปทางขอบเวที
เหล่าผู้ชมที่เห็นพากันร้องกรี๊ดออกมา กลัวว่าการต่อสู้ที่ดุเดือดแบบนี้จะจบลงอย่างง่ายดายเพียงเท่านี้
ซีว่างใช้ขาของตนเองต้านลงไปที่พื้น ก่อนที่จะมาหยุดพอดีขอบเวทีมันรีบถีบตัวเล็กน้อย หลบออกมาจากขอบเวที เป็นการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดโดยไม่คาดคิด
ฮั่วฉินมันไม่รอให้ซีว่างได้ตั้งหลัก มันรีบพุ่งออกไปง้างดาบธาตุไฟของมัน ฟันไปที่คอของซีว่าง
ไอเพลิงที่ขึ้นอยู่รอบดาบค่อย ๆ เข้าหาซีว่างอย่างช้า ๆ แต่ซีว่างสามารถใช้กระบี่ของมันงัดไปที่ดาบของฮั่วฉินทัน ทำให้เกิดช่องว่างเช่นเดียวกับตอนที่มันโดน
ซีว่างไม่รอช้า ใช้หมัดที่ห่อหุ้มปราณธาตุดินอัดไปเต็มท้องของฮั่วฉิน จนฮั่วฉินนั้นตัวงอเป็นกุ้ง ก่อนจะจระเข้ฟาดหาง เตะไปที่หน้าของมันจน มันหมุนควงปลิวไป
“เจ้าเด็กนี้ไม่ธรรมดา..สามารถตั้งรับพร้อมกับสวนกลับได้อย่างว่องไว , เป็นอัจฉริยะโดยแท้” เจ้าเมืองกู้ว่านกล่าวออกมา เป็นการชื่นชมต่อซีว่าง “แต่มันคงมิรู้ตัวสิ่งที่มันกำลังจะโดนเล่นงาน”
“ตู้ม!!” จู่ ๆ เพลิงก็ระเบิดออกมาจากขาของซีว่าง เพลิงร้อนแรงกำลังเผาไหม้ซีว่างอยู่ ณ ตอนนี้
จังหวะที่ซีว่างเตะฮั่วฉินนั้น มันก็ได้ใช้มือของมันแตะไปที่ขาของซีว่าง “อุบายสีชาด!!”
“อ้าาาาา” ซีว่างร้องออกมาเล็กน้อย จากบาดแผลที่โดนฮั่วฉินใช้อุบายโจมตีมัน แผลมิได้ร้ายแรงนัก แต่ก็พอจะทำให้ซีว่างเคลื่อนที่ช้าลงเล็กน้อย
ซีว่างมองไปที่ฮั่วฉินที่กำลังลุกขึ้นมา
“ถือว่าเจ้าฉลาดนักที่ใช้กลอุบายเช่นนี้ได้ , แต่แผลเท่านี้..ยังมิทำให้ข้าคอขาด..ตามเจ้าลั่นวาจาไว้” ก่อนที่ซีว่างจะวาดมือปราดเป็นวงกว้าง “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา”
คลื่นพลังที่แฝงด้วยพลังธาตุน้ำและดินพุ่งไปหาตัวฮั่วฉินอย่างว่องไว เพื่อมิให้มันได้สามารถตั้งหลักหลังจากลุกขึ้นมาได้
“เพลิงผลาญฟ้า!!” เพลิงรูปมังกรถูกปล่อยออกมาจากดาบของฮั่วฉิน มันพุ่งเข้าหาคลื่นพลังของซีว่าง ก่อนที่ฮั่วฉินจะรีบถอยออกจากตรงนั้น
ก่อนจะปะทะกันเหมือนคลื่นพลังเพลิงนั้นมีชีวิต มันหลบคลื่นพลังของซีว่าง ก่อนที่มังกรสีแดงตัวใหญ่จะพุ่งเข้าหาซีว่างพร้อมกับพลังทำลายมหาศาล
ซีว่างรีบเอาเกราะดินขึ้นมากำบังตนเองไว้ แต่ก็มิอาจต้านได้ทั้งหมด เกราะดินของชายหนุ่มแตกลงอย่างง่ายดาย แรงปะทะของไฟ และดินทำให้ซีว่างต้องพุ่งตัวหลบวิถีระเบิด จากการปะทะของสองพลัง
ทางที่ซีว่างพุ่งหลบไปนั้น ก็โดนฮั่วฉินอ่านออกแต่แรก มันจึงพุ่งมาจังหวะเดียวกับซีว่างออกมา รีบใช่กระบี่ฟันไปที่คอของซีว่าง
ซีว่างถึงจะตกใจ แต่ก็มิได้ลนลาน มันรีบใช้กระบี่ต้านการโจมตีของฮั่วฉิน ตอนนี้มันสองคนออกดาบฟันกันไปมา ต่างคนต่างฟันและต้าน รับและรุกกันอย่างมิมีผู้ใดยอมกัน
เยว่ชิงที่นั่งมองอยู่ สายตาเป็นประกาย กับสิ่งที่มันเฝ้ามองอยู่ ซีว่างนั้นแข็งแกร่งกว่าที่มันคาดหวังไว้มากมายนัก
“เป็นอย่างที่มันกล่าวไว้ , ถึงแม้มันอาจจะชนะมิได้..แต่ก็ไม่อาจตายได้เช่นกัน ,ชนะ..หวงหลงของข้าชนะแน่” มันกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมจ้องมองไปที่สนามประลองอย่างคาดหวัง
“เจ้าอย่าด่วนสรุปไปเยว่ชิง , ศิษย์เจ้าริอาจชนะบุตรข้า..เจ้าคงฝันไปกระมัง” เยว่เสี่ยวอวิ๋นกล่าวออกมาแบบไม่สบอารมณ์เล็กน้อย กับวาจายกยอศิษย์ของตัวเองจนเกินงามที่เยว่ชิงกล่าวออกมา
“เฮ๊อะ !! , เจ้าคงหวังว่าบุตรสุนัขของเจ้า..จะสังหารศิษย์ข้าได้ ? , ข้าคิดว่าคนที่ควรตื่นน่าจะเป็นเจ้า” เยว่ชิงกล่าวออกไปเป็นการยั่วยุฝ่ายตรงข้าม
“เอาเถอะ..เจ้าหรือข้าใครเป็นคนที่ฝันไป , อีกประเดี๋ยวบุตรข้าจะทำให้เจ้า..ตื่นมาพบกับความเป็นจริงในมิช้า” ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นกล่าวออกมาพร้อมเชิดหน้าขึ้น จ้องมองไปที่เยว่ชิงด้วยสายตารังเกียจ
เยว่ชิงแค่ทำเสียงรำคาญออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับไปสนใจกับการต่อสู้เบื้องหน้าต่อ
ทั้งซีว่างและฮั่วฉินออกอาวุธกันไปมา ไม่มีใครยอมใคร เพียงแต่ออกดาบและกระบี่ฟันกันไปฟันกันมาอย่างไม่ถอถอย จ้วง , ฟาด , ฟัน , จิ้ม , แทง กันเสียงสนั่น..ลั้นสนาม
ฮั่วฉินนั้น..เมื่อสบโอกาส มันจึงเตะเข้าที่ขาขวาของซีว่าง ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนหน้านั้น เข้าอย่างเต็มแรง
ซีว่างเมื่อโดนเตะถึงจะเจ็บเพียงใด ก็ได้แต่กัดฟันไว้ มิแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาให้ฮั่วฉินเห็น ก่อนจะใช้จังหวะที่ฮั่วฉินเสียไปเล็กน้อย ฟันดาบเข้าที่หัวไหล่ขวาของมัน
เลือดพุ่งออกมา แผลที่โดนนั้นไม่ลึกเท่าใด แต่เลือดก็ได้กระเซ็น เต็มพื้นสนามประลองและตามเสื้อผ้าหน้าตาของมัน
ฮั่วฉินรีบถอยออกมา ใช้นิ้วแตะไปที่แผลของมัน ก่อนจะทำเสียง “หึ” ออกมา ก่อนจะใช้ลิ้นเลียนิ้วที่เลอะเลือดของมัน
“ถือว่าเจ้าฝีมือมิเบาจริง ๆ , แต่แผลแค่นี้อย่าคิดว่าเจ้าสามารถ..ทำให้ข้าเกรงกลัวต่อเจ้าได้” ก่อนที่มันจะเร่งลมปราณในร่างของมัน “อัคคีสยบสวรรค์!!”
ตอนนี้รอบกายของฮั่วฉินนั้น มีเปลวเพลิงลุกไหม้รอบตัวของมัน ก่อนที่จะโดนบีบอัดไปอยู่บนฝ่ามือของมัน จนเล็กเท่าฝาหอย ก่อนที่มันจะปาลูกกลม ๆ นั้น..มาที่ซีว่าง
ลูกบอลสีแดงที่ถูกเขวี้ยงมานั้น ถ้ามองผ่าน ๆ อาจจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่หากสังเกตดี ๆ ลูกบอลสีแดงนั้น เหมือนมีบางอย่างถูกขังไว้ข้างใน พร้อมที่จะปลดปล่อยภัยอันตรายทุกเมื่อ
ซีว่างเห็นดังนั้น รีบใช้ความเร็วของมันวิ่งออกจากตรงนี้ให้ไกล แต่ด้วยขาที่บาดเจ็บ จึงมิอาจขยับได้ดังใจนัก
แล้วจู่ ๆ ลูกบอลกลมสีแดงก็ระเบิดออก เป็นเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงออกมา ซีว่างไม่สามารถหลบได้ทัน ได้แต่เพียงสร้างเกราะดินขึ้นมา แล้วหุ้มด้วยปราณธาตุน้ำอีกชั้นหนึ่ง
แรงระเบิดทำให้ข่ายพลังที่ป้องกันคนดูสั่นไหวเล็กน้อย ผู้ชมต่างไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านใน
เมื่อเห็นดังนั้น จิ้นเฟิงรีบร้องเรียกพี่มันอย่างเร็วไว
“ท่านพี่!! ท่านพี่!!” มันรีบลุกออกจากที่นั่งของมัน เตรียมตัวที่จะเข้าไปภายในสนามประลอง
“เจ้าอยากให้มันถูกปรับแพ้หรือ?” เฟิงอวิ๋นรีบคว้าไหล่มันไว้ แล้วผลักมันกลับไปนั่งที่
“หากเจ้าเป็นห่วงมันจริง ๆ , อย่าทำเช่นนี้อีก!!” เฟิงอวิ๋นที่มิค่อยจะแสดงอารมณ์ด้านนี้ออกมา พอมันเกิดมีโทสะขึ้นมา จิ้นเฟิงก็นิ่งเงียบ มิกล้ากล่าววาจาอันใด
“เชื่อใจพี่ชายเจ้าเถิด , มันไม่เป็นอันใดหรอก , ตอนนี้มันถือได้ว่า..เป็นหนึ่งในสองของผู้เยาว์แห่งเมืองรากนาคา , เจ้าอย่าลืมเรื่องนี้เด็ดขาด” เยว่เทียนกล่าวปลอบใจเด็กน้องผู้ตื่นตระหนก พยายามกล่าวออกมาให้มันใจเย็นลง
จิ้นเฟิงได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปมองที่สนาม รอให้เปลวเพลิงนั้นมอดลง
ถึงจะบอกกับจิ้นเฟิงเช่นนั้น แต่แววตาของเยว่เทียนก็มิได้คิดเช่นนั้น มันเพียงอยากให้จิ้นเฟิง มีความหวังเช่นเดียวกับตัวมัน
เปลวเพลิงนั้นเมื่อผ่านไปหลายอึดใจ มันก็ค่อย ๆ มอดดับลง สิ่งแรกที่เห็นคือฮั่วฉินที่ยืน แสยะยิ้มมองไปที่กองดินกองหนึ่ง
ตอนนี้เกราะดินที่ซีว่างสร้างขึ้นมา ดำไหม้เป็นตอตะโกไม่มีการเคลื่อนไหวจากภายใน
เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในสนามต่างคิดว่า ซีว่างถูกเผาไหม้ไปในเปลวเพลิงเมื่อครู่
โฆษกเมื่อเห็นดังนั้น จึงรีบประกาศ
“ผู้ที่เป็นที่หนึ่งแห่ง .....”
แต่จู่ ๆ ก็มีการเคลื่อนไหวจากกองหินกองนั้น
“อ้าว อ้าว , ข้ายังมิได้แพ้..เหตุใดจึงจะรีบประกาศชัยชนะให้มัน , หรือท่านเล่นพนันข้างมันไว้หรอกหรือ?” เสียงดังมาจากกองหินที่ปริแตกออกมา ก็เห็นร่างของชายหนุ่มโผ่ออกมา ท่าทางของมันยังดูสบายดีทุกประการ ยกเว้นที่ขาขวามันเพียงอย่างเดียว
เหล่าผู้ชมในสนามพร้อมทั้งสหายของมัน ต่างร้องออกมาด้วยความดีใจตื่นเต้น
พวกมันไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะสามารถรอดจากเปลวเพลิงที่ทำให้ ข่ายพลังสั่นไหวได้
ที่มันรอดมาได้ มันใช้กลอุบายเล็กน้อย คือขุดหลุมลงไปใต้พื้นสนาม ภายในเกราะดินของมัน แล้วรีบขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงโฆษกประกาศ จะว่ามันโกงก็มิได้ เพราะมันถือว่ายังอยู่ภายในพื้นที่ของสนาม
“เพลิงไฟเจ้านี้ช่างร้อนแรงเสียจริง , แต่เสียดายที่ไม่อาจทำอันใดต่อข้าได้ , เจ้ามีดีแค่นี้?” ซีว่างกล่าวพร้อมกับมองไปที่ฮั่วฉิน ที่ตอนนี้สีหน้ามันดูมิได้ กับการปรากฏตัวของซีว่าง
“หึ..แค่สามารถป้องกันการโจมตีข้าได้..ก็ทำปากเก่ง , หากเจ้าภูมิใจเพียงเท่านั้น..ก็แล้วแต่เจ้า” ก่อนที่ฮั่วฉินจะชี้ดาบไปที่หน้าของซีว่าง
“เจ้ามันก็แค่จอมอวดที่ทำการแสดงห่วย ๆ เท่านั้น , จากนี้ไป..ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าเจ้ามันก็แค่เศษขยะที่พร้อมจะโดนเผาก็เท่านั้น” ก่อนที่มันจะรีบพุ่งเข้าหาซีว่างพร้อมกับวาดดาบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟ ไปที่แขนขวาของซีว่าง
“เจ้าก็ได้แสดงพลังของเจ้าไปแล้ว , ถึงทีของข้าบ้าง.... แรมที่ 6 ลวงจันทร์หลอกตะวัน” ก่อนที่ซีว่างจะทิ้งกระบี่ลงที่พื้น
กระบี่ค่อย ๆ ตกลงพื้นก่อนที่กระบี่จะหายไปพร้อมกับซีว่าง ก่อนที่จะโผ่อีกทีตรงด้านหลังของฮั่วฉิน
หลังจากนั้นฮั่วฉินก็หยุดชะงัก พร้อมกับเลือดที่กระเซ็นเต็มพื้นสนาม “อ้าาาาาาาา”
เกิดแผลใหญ่ที่ท้องของฮั่วฉิน แผลนี้ลึกนัก ฮั่วฉินรีบใช้เพลิงไฟของมัน เผาแผลนี้ให้เลือดหยุดไหล แล้วรีบใช่ดาบของตนเองดันพื้นให้ตนเองลุกขึ้นมา ตอนนี้มันหายใจหอบเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นบุตรของตนโดนทำร้ายแผลฉกรรจ์ ฮั่วเสี่ยวอวิ๋น รีบลุกจากที่นั่ง
“เจ้าลูกบัดซบ!! , เจ้ามีพลังสูงกว่ามัน..เหตุใดเจ้ายังทำเป็นเล่น , รีบ ๆ ปิดฉากการต่อสู้เดี๋ยวนี้” เสียงมันดังก้องไปทั่วทั้งสนาม ผู้คนกว่า 2 แสนคนได้ยินกันทั่ว
“เจ้าคงตื่นจากฝันแล้วใช่หรือไม่? , เจ้าคงจะพบกับความเป็นจริงเสียที..ฮั่วเสี่ยวอวิ๋น” เยว่ชิงได้ทีรีบขี่แพะไล่ พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน
“บุตรสุนัขเจ้า..ตอนนี้คงหลั่งน้ำตาจากความเจ็บปวดเป็นแน่ , หากเจ้าไม่รีบให้มันยอมแพ้ , เกิดร่ำร้องเสียงดังขึ้นมา..จะทำให้เสื่อมเสียไปถึงตระกูลเจ้า..จะหาว่าข้าไม่เตือน” ยิ่งพูดยิ่งมันปากและสาแก่ใจ เยว่ชิงจึงกล่าวเหน็บแนมอย่างสบายอารมณ์
“หุบปากหมา ๆ ของเจ้าเดี๋ยวนี้ , ก่อนจะหาว่าข้าไม่ไว้หน้าเจ้า!!” ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นตอนนี้อารมณ์มันมีโทสะมากมายนัก
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เกิดเสียงหัวเราะมาจากด้านหลัง
“คงจะเสียหน้ามิใช่น้อย , ที่บุตรชายสุดที่รักของเจ้า..กับโดนรุ่นเยาว์ที่พลังด้อยกว่าหนึ่งช่วงชั้น ทำร้ายได้ขนาดนี้” คนที่กล่าวออกมาคือ เจ้าสำนักวายุคำราม
“หรือเจ้าอยากจะมีเรื่องกับข้า..ไท่ ฮ่าน!!” มันรีบหันไปมองด้วยสายตาที่แดงก่ำไปด้วยความโกรธ
“ใครจะไปกล้ามีเรื่องกับเจ้า..บุตรชายของฮั่วซิง , ไม่สิ..บุตรชายคนโปรดแห่งราชครู” คราวนี้ ผู้ที่พูดเป็นสตรี เจ้าสำนักระบำบุปผา เหมย อี้
“ที่นี่คงเป็นที่รวมตัวของผู้ที่ศิษย์ของตน..พ่ายแพ้ให้กับบุตรชายของข้า , ที่รวมตัวพวกขี้แพ้!!” ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นกล่าวออกมาด้วยความสะใจ
“จริงอยู่ที่ศิษย์ข้าแพ้ให้แก่บุตรชายของเจ้า , แต่ตอนนี้บุตรชายของเจ้า..กำลังจะโดนผู้เยาว์ที่มีพลังเพียงจิตโลกาขั้นที่ 4 เหยียบให้จมดิน , ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไท่ฮานกล่าวออกมาด้วยอารมณ์ที่เป็นสุขอย่างมาก เหมือนความแค้นที่ฮั่วฉินได้ตัดแขนของศิษย์มัน ได้ถูกระบายออกมากึ่งหนึ่ง
“เจ้า..”
“ตูม!!” จู่ ๆ เสียงระเบิดในสนามก็หยุดการประชันฝีปากของ 4 เจ้าสำนักลง ให้ทำกลับมาจดจ่อกับการประลองอีกครั้งหนึ่ง
ครานี้เป็นทีของ เยว่ชิงที่นั่งไม่ติดพื้น สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือ เปลวเพลิงที่อัดแน่นกำลังปล่อยออกมาอัดใส่ ซีว่าง
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
ฮั่วฉินหลังจากลุกขึ้นมาก็ได้ ระเบิดพลังปราณ “เพลิงฟ้าดับวิญญาณ” เกิดเปลวไฟขึ้นที่ มือทั้งสองข้างของฮั่วฉิน มันนำมือทั้งสองข้างประกบกัน ก่อนที่เพลิงที่ลุกโชติช่วง จะระเบิดออก “ตูม!!”
สิ่งที่ยิงออกมาจากมือของฮั่วฉินนั้น เป็นแสงไฟเส้นบาง ๆ เท่าเส้นผม แต่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากที่ไกล ๆ
ลำแสงนั้นพุ่งหาซีว่างทันที ทำให้ซีว่างต้องรีบใช้กระบี่ของมันรับพลังที่พุ่งเข้าหาตนเอง เมื่อลำแสงนั้นโดนกระบี่ซีว่าง ด้วยความแรงและพลังมหาศาลทำให้ซีว่างมิอาจทานไหว กระเด็นออกนอกเวทีไปชนกับข่ายพลัง ก่อนจะร่วงลงมา
“แย่แล้ว..มันกำลังจะตกพื้นสนาม” เฟิงอวิ๋นกล่าวออกมาอย่างตกใจ
ถ้าตกถึงพื้นสนาม จะถือว่าซีว่างในแพ้ทันที
แต่ผู้ที่โล่งใจก็คือเยว่ชิง ที่หวังให้ซีว่างไม่เสียชีวิตหรือพิการ เพราะจะทำให้ในอนาคตมันคือผู้กอบกู้สำนักภพจันทรา
แต่ก็ต้องทำให้มันผิดหวัง เพราะภาพตรงหน้ามันแตกต่างกับที่ตนเองคิดไปไกลนัก สิ่งที่เกิดขึ้นมิเพียงทำให้ชายชราตื่นตรึง แม้แต่เจ้าเมืองกู้ว่าน ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตนทันที จ้องมองไปที่ซีว่างอย่างตกใจในสิ่งที่ไม่คาดคิด
“ท่าร่ายเคลื่อนดาราเหยียบจันทราขั้น 3!!” เยว่ชิงกล่าวออกมาด้วยความตกใจ
ตอนนี้ชายหนุ่มลอยลุกขึ้นและ ลอยเหนือพื้นด้านนอกเวทีประลองเล็กน้อย “เท้าข้ายังไม่แตะพื้น แปลว่าข้ายังไม่แพ้ใช่หรือไม่?”