เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 28 อัมดับหนึ่งแห่งเมืองรากนาคา ( 1 ) ( rewrite )

    “เริ่มประลองได้!!” เมื่อโฆษกประกาศ เสียงผู้ชมกว่าสองแสนคนก็ร้องลั่นออกมา
    เจ้าสำนักภพจันทรา ได้แต่นั่งเงียบเฝ้ามองเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมกับชำเลืองมองไปทางที่ ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ภายในใจของชายแก่ได้แต่ภาวนา มิให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นในสนามประลองแห่งนี้
    ตัวชายชรามิได้เกรงกลัวต่อฮั่วเสี่ยวอวิ๋น เพียงแต่มันมิอยากให้เรื่องบานปลาย จนทำให้ ฮั่วซิง (ราชครู) ต้องรับรู้เรื่องภายในเมืองนี้ มิเช่นนั้นสำนักของมันอาจจะต้องเดือดร้อนโดยเฉพาะซีว่าง
    เมื่อสัญญาณเริ่มขึ้น ซีว่างหยิบตัดดาราออกมาในทันใด พร้อมกลับพุ่งเข้าหาฮั่วฉินอย่างว่องไว ง้างกระบี่ฟาดลงไปเต็มแรง ปะทะเข้ากับดาบของฮั่วฉินทำให้เสียงและคลื่นพลังแผ่ออกมาเป็นวงกว้าง
    มันทั้งสองยันดาบและกระบี่ของตนอยู่สักพัก ก่อนที่ฮั่วฉินจะกล่าวต่อซีว่าง
    “เจ้ามีฝีมือกว่าที่ข้าคิดนัก..ถึงกับทำให้ข้าต้องหยิบอาวุธของข้าออกมาได้ , แต่เจ้าก็ทำได้เพียงเท่านั้น”
    ฮั่วฉินปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากดาบ เรียกพลังไฟไปที่ฝ่ามือของตนเองก่อนจะปล่อยพลังใส่ไปที่ท้องของซีว่าง
    ซีว่างรู้ทันจึงหมุนตัวเล็กน้อยใช่ศอกของมันฟันไปที่ หลังศีรษะของฮั่วฉิน จนฮั่วฉินถลาไปเล็กน้อย ก่อนที่ซีว่างจะรีบใช้ปลายเท้า ดีดส่งให้ตนเองง้างกระบี่ ฟันใส่ฮั่วฉินอีกครา
    ฮั่วฉินเมื่อตั้งหลักได้ ก็รีบหันไปก็เห็นซีว่างกระโดดเข้ามาพร้อมกับง้างกระบี่จะฟันตัวมัน มันได้แต่แสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะควงดาบในมือเป็นวงกลม พร้อมกับมีโล่ไฟปรากฏออกมา
    กระบี่ของซีว่างฟันใส่โล่ไฟเต็ม ๆ ความร้อนของโล่ไฟนั้นทำให้ซีว่างต้องรีบถอยออกมา แล้วใช้ลมปราณดับไฟที่ติดตัวมันมาในทันใด
    ก่อนที่มันจะพุ่งไปอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมโยนกระบี่ออกไป “แรมที่ 4 ทลายจันทรา!!”
    ซีว่างใช้ความเร็วที่ได้เปรียบของมันพุ่งไป พุ่งมาโจมตีใส่ฮั่วฉินทุกทิศทาง
    แต่ฮั่วฉินมิใช่ คนก่อน ๆ ที่มันสามารถใช้ท่านี้ไล่ต้อนให้จนมุมได้ ฮั่วฉินหน่วงพลังของมันไว้ ก่อนที่จะกระทืบเท้าลงบนพื้นเวที เหวี่ยงดาบเป็นวงกลม “ธุลีเพลิง”
    ก่อนที่จะมีเพลิงสีแดงส้ม ถูกปล่อยออกเหมือนม่านหมอกรอบตัวมัน เมื่อซีว่างสัมผัสโดนหมอกเพลิงก็แสบร้อนไปทั้งตัว ทำได้แต่ถอยออกห่างจากมันไปตั้งหลัก ก่อนจะหน่วงพลังไว้ที่มือของตนเอง “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา” หลังจากปล่อยคลื่นพลังซีว่างก็โดดตามคลื่นพลังไป
    คลื่นพลังนี้แฝงด้วยธาตุน้ำพุ่งเข้าหาม่านหมองไฟ ทำให้ม่านหมอกนั้นหายไป เปิดทางให้ซีว่างเป็นแนวยาว ก่อนที่ซีว่างพุ่งตัวเข้าหาฮั่วฉิน ที่ตอนนี้ไม่มีม่านหมอกไฟคอยปกป้องมัน “แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น” ฟันใส่ฮั่วฉินเต็ม ๆ
    ฮั่วฉินเห็นช่องว่างในการโจมตีก่อนที่จะหลบออกทางขวาเล็กน้อย พอดีกับที่กระบี่ของซีว่างฟาดลงมา ก่อนที่จะใช้ช่องว่างนั้นให้เป็นประโยชน์ โดยการเตะอัดเข้าเต็มท้องของซีว่าง จนซีว่างพุ่งไปทางขอบเวที
    เหล่าผู้ชมที่เห็นพากันร้องกรี๊ดออกมา กลัวว่าการต่อสู้ที่ดุเดือดแบบนี้จะจบลงอย่างง่ายดายเพียงเท่านี้
    ซีว่างใช้ขาของตนเองต้านลงไปที่พื้น ก่อนที่จะมาหยุดพอดีขอบเวทีมันรีบถีบตัวเล็กน้อย หลบออกมาจากขอบเวที เป็นการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดโดยไม่คาดคิด
    ฮั่วฉินมันไม่รอให้ซีว่างได้ตั้งหลัก มันรีบพุ่งออกไปง้างดาบธาตุไฟของมัน ฟันไปที่คอของซีว่าง
    ไอเพลิงที่ขึ้นอยู่รอบดาบค่อย ๆ เข้าหาซีว่างอย่างช้า ๆ แต่ซีว่างสามารถใช้กระบี่ของมันงัดไปที่ดาบของฮั่วฉินทัน ทำให้เกิดช่องว่างเช่นเดียวกับตอนที่มันโดน
    ซีว่างไม่รอช้า ใช้หมัดที่ห่อหุ้มปราณธาตุดินอัดไปเต็มท้องของฮั่วฉิน จนฮั่วฉินนั้นตัวงอเป็นกุ้ง ก่อนจะจระเข้ฟาดหาง เตะไปที่หน้าของมันจน มันหมุนควงปลิวไป
    “เจ้าเด็กนี้ไม่ธรรมดา..สามารถตั้งรับพร้อมกับสวนกลับได้อย่างว่องไว , เป็นอัจฉริยะโดยแท้” เจ้าเมืองกู้ว่านกล่าวออกมา เป็นการชื่นชมต่อซีว่าง “แต่มันคงมิรู้ตัวสิ่งที่มันกำลังจะโดนเล่นงาน”
    “ตู้ม!!” จู่ ๆ เพลิงก็ระเบิดออกมาจากขาของซีว่าง เพลิงร้อนแรงกำลังเผาไหม้ซีว่างอยู่ ณ ตอนนี้
    จังหวะที่ซีว่างเตะฮั่วฉินนั้น มันก็ได้ใช้มือของมันแตะไปที่ขาของซีว่าง “อุบายสีชาด!!”
    “อ้าาาาา” ซีว่างร้องออกมาเล็กน้อย จากบาดแผลที่โดนฮั่วฉินใช้อุบายโจมตีมัน แผลมิได้ร้ายแรงนัก แต่ก็พอจะทำให้ซีว่างเคลื่อนที่ช้าลงเล็กน้อย
    ซีว่างมองไปที่ฮั่วฉินที่กำลังลุกขึ้นมา
    “ถือว่าเจ้าฉลาดนักที่ใช้กลอุบายเช่นนี้ได้ , แต่แผลเท่านี้..ยังมิทำให้ข้าคอขาด..ตามเจ้าลั่นวาจาไว้” ก่อนที่ซีว่างจะวาดมือปราดเป็นวงกว้าง “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา”
    คลื่นพลังที่แฝงด้วยพลังธาตุน้ำและดินพุ่งไปหาตัวฮั่วฉินอย่างว่องไว เพื่อมิให้มันได้สามารถตั้งหลักหลังจากลุกขึ้นมาได้
    “เพลิงผลาญฟ้า!!” เพลิงรูปมังกรถูกปล่อยออกมาจากดาบของฮั่วฉิน มันพุ่งเข้าหาคลื่นพลังของซีว่าง ก่อนที่ฮั่วฉินจะรีบถอยออกจากตรงนั้น
    ก่อนจะปะทะกันเหมือนคลื่นพลังเพลิงนั้นมีชีวิต มันหลบคลื่นพลังของซีว่าง ก่อนที่มังกรสีแดงตัวใหญ่จะพุ่งเข้าหาซีว่างพร้อมกับพลังทำลายมหาศาล
    ซีว่างรีบเอาเกราะดินขึ้นมากำบังตนเองไว้ แต่ก็มิอาจต้านได้ทั้งหมด เกราะดินของชายหนุ่มแตกลงอย่างง่ายดาย แรงปะทะของไฟ และดินทำให้ซีว่างต้องพุ่งตัวหลบวิถีระเบิด จากการปะทะของสองพลัง
    ทางที่ซีว่างพุ่งหลบไปนั้น ก็โดนฮั่วฉินอ่านออกแต่แรก มันจึงพุ่งมาจังหวะเดียวกับซีว่างออกมา รีบใช่กระบี่ฟันไปที่คอของซีว่าง
    ซีว่างถึงจะตกใจ แต่ก็มิได้ลนลาน มันรีบใช้กระบี่ต้านการโจมตีของฮั่วฉิน ตอนนี้มันสองคนออกดาบฟันกันไปมา ต่างคนต่างฟันและต้าน รับและรุกกันอย่างมิมีผู้ใดยอมกัน
    เยว่ชิงที่นั่งมองอยู่ สายตาเป็นประกาย กับสิ่งที่มันเฝ้ามองอยู่ ซีว่างนั้นแข็งแกร่งกว่าที่มันคาดหวังไว้มากมายนัก
    “เป็นอย่างที่มันกล่าวไว้ , ถึงแม้มันอาจจะชนะมิได้..แต่ก็ไม่อาจตายได้เช่นกัน ,ชนะ..หวงหลงของข้าชนะแน่” มันกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมจ้องมองไปที่สนามประลองอย่างคาดหวัง
    “เจ้าอย่าด่วนสรุปไปเยว่ชิง , ศิษย์เจ้าริอาจชนะบุตรข้า..เจ้าคงฝันไปกระมัง” เยว่เสี่ยวอวิ๋นกล่าวออกมาแบบไม่สบอารมณ์เล็กน้อย กับวาจายกยอศิษย์ของตัวเองจนเกินงามที่เยว่ชิงกล่าวออกมา
    “เฮ๊อะ !! , เจ้าคงหวังว่าบุตรสุนัขของเจ้า..จะสังหารศิษย์ข้าได้ ? , ข้าคิดว่าคนที่ควรตื่นน่าจะเป็นเจ้า” เยว่ชิงกล่าวออกไปเป็นการยั่วยุฝ่ายตรงข้าม
    “เอาเถอะ..เจ้าหรือข้าใครเป็นคนที่ฝันไป , อีกประเดี๋ยวบุตรข้าจะทำให้เจ้า..ตื่นมาพบกับความเป็นจริงในมิช้า” ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นกล่าวออกมาพร้อมเชิดหน้าขึ้น จ้องมองไปที่เยว่ชิงด้วยสายตารังเกียจ
    เยว่ชิงแค่ทำเสียงรำคาญออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับไปสนใจกับการต่อสู้เบื้องหน้าต่อ
    ทั้งซีว่างและฮั่วฉินออกอาวุธกันไปมา ไม่มีใครยอมใคร เพียงแต่ออกดาบและกระบี่ฟันกันไปฟันกันมาอย่างไม่ถอถอย จ้วง , ฟาด , ฟัน , จิ้ม , แทง กันเสียงสนั่น..ลั้นสนาม
    ฮั่วฉินนั้น..เมื่อสบโอกาส มันจึงเตะเข้าที่ขาขวาของซีว่าง ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนหน้านั้น เข้าอย่างเต็มแรง
    ซีว่างเมื่อโดนเตะถึงจะเจ็บเพียงใด ก็ได้แต่กัดฟันไว้ มิแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาให้ฮั่วฉินเห็น ก่อนจะใช้จังหวะที่ฮั่วฉินเสียไปเล็กน้อย ฟันดาบเข้าที่หัวไหล่ขวาของมัน
    เลือดพุ่งออกมา แผลที่โดนนั้นไม่ลึกเท่าใด แต่เลือดก็ได้กระเซ็น เต็มพื้นสนามประลองและตามเสื้อผ้าหน้าตาของมัน
    ฮั่วฉินรีบถอยออกมา ใช้นิ้วแตะไปที่แผลของมัน ก่อนจะทำเสียง “หึ” ออกมา ก่อนจะใช้ลิ้นเลียนิ้วที่เลอะเลือดของมัน
    “ถือว่าเจ้าฝีมือมิเบาจริง ๆ , แต่แผลแค่นี้อย่าคิดว่าเจ้าสามารถ..ทำให้ข้าเกรงกลัวต่อเจ้าได้” ก่อนที่มันจะเร่งลมปราณในร่างของมัน “อัคคีสยบสวรรค์!!”
    ตอนนี้รอบกายของฮั่วฉินนั้น มีเปลวเพลิงลุกไหม้รอบตัวของมัน ก่อนที่จะโดนบีบอัดไปอยู่บนฝ่ามือของมัน จนเล็กเท่าฝาหอย ก่อนที่มันจะปาลูกกลม ๆ นั้น..มาที่ซีว่าง
    ลูกบอลสีแดงที่ถูกเขวี้ยงมานั้น ถ้ามองผ่าน ๆ อาจจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่หากสังเกตดี ๆ ลูกบอลสีแดงนั้น เหมือนมีบางอย่างถูกขังไว้ข้างใน พร้อมที่จะปลดปล่อยภัยอันตรายทุกเมื่อ
    ซีว่างเห็นดังนั้น รีบใช้ความเร็วของมันวิ่งออกจากตรงนี้ให้ไกล แต่ด้วยขาที่บาดเจ็บ จึงมิอาจขยับได้ดังใจนัก
    แล้วจู่ ๆ ลูกบอลกลมสีแดงก็ระเบิดออก เป็นเปลวเพลิงที่น่าสะพรึงออกมา ซีว่างไม่สามารถหลบได้ทัน ได้แต่เพียงสร้างเกราะดินขึ้นมา แล้วหุ้มด้วยปราณธาตุน้ำอีกชั้นหนึ่ง
    แรงระเบิดทำให้ข่ายพลังที่ป้องกันคนดูสั่นไหวเล็กน้อย ผู้ชมต่างไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านใน
    เมื่อเห็นดังนั้น จิ้นเฟิงรีบร้องเรียกพี่มันอย่างเร็วไว
    “ท่านพี่!! ท่านพี่!!” มันรีบลุกออกจากที่นั่งของมัน เตรียมตัวที่จะเข้าไปภายในสนามประลอง
    “เจ้าอยากให้มันถูกปรับแพ้หรือ?” เฟิงอวิ๋นรีบคว้าไหล่มันไว้ แล้วผลักมันกลับไปนั่งที่
    “หากเจ้าเป็นห่วงมันจริง ๆ , อย่าทำเช่นนี้อีก!!” เฟิงอวิ๋นที่มิค่อยจะแสดงอารมณ์ด้านนี้ออกมา พอมันเกิดมีโทสะขึ้นมา จิ้นเฟิงก็นิ่งเงียบ มิกล้ากล่าววาจาอันใด
    “เชื่อใจพี่ชายเจ้าเถิด , มันไม่เป็นอันใดหรอก , ตอนนี้มันถือได้ว่า..เป็นหนึ่งในสองของผู้เยาว์แห่งเมืองรากนาคา , เจ้าอย่าลืมเรื่องนี้เด็ดขาด” เยว่เทียนกล่าวปลอบใจเด็กน้องผู้ตื่นตระหนก พยายามกล่าวออกมาให้มันใจเย็นลง
    จิ้นเฟิงได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปมองที่สนาม รอให้เปลวเพลิงนั้นมอดลง
    ถึงจะบอกกับจิ้นเฟิงเช่นนั้น แต่แววตาของเยว่เทียนก็มิได้คิดเช่นนั้น มันเพียงอยากให้จิ้นเฟิง มีความหวังเช่นเดียวกับตัวมัน
    เปลวเพลิงนั้นเมื่อผ่านไปหลายอึดใจ มันก็ค่อย ๆ มอดดับลง สิ่งแรกที่เห็นคือฮั่วฉินที่ยืน แสยะยิ้มมองไปที่กองดินกองหนึ่ง
    ตอนนี้เกราะดินที่ซีว่างสร้างขึ้นมา ดำไหม้เป็นตอตะโกไม่มีการเคลื่อนไหวจากภายใน
    เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในสนามต่างคิดว่า ซีว่างถูกเผาไหม้ไปในเปลวเพลิงเมื่อครู่
    โฆษกเมื่อเห็นดังนั้น จึงรีบประกาศ
    “ผู้ที่เป็นที่หนึ่งแห่ง .....”
    แต่จู่ ๆ ก็มีการเคลื่อนไหวจากกองหินกองนั้น
    “อ้าว อ้าว , ข้ายังมิได้แพ้..เหตุใดจึงจะรีบประกาศชัยชนะให้มัน , หรือท่านเล่นพนันข้างมันไว้หรอกหรือ?” เสียงดังมาจากกองหินที่ปริแตกออกมา ก็เห็นร่างของชายหนุ่มโผ่ออกมา ท่าทางของมันยังดูสบายดีทุกประการ ยกเว้นที่ขาขวามันเพียงอย่างเดียว
    เหล่าผู้ชมในสนามพร้อมทั้งสหายของมัน ต่างร้องออกมาด้วยความดีใจตื่นเต้น
    พวกมันไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะสามารถรอดจากเปลวเพลิงที่ทำให้ ข่ายพลังสั่นไหวได้
    ที่มันรอดมาได้ มันใช้กลอุบายเล็กน้อย คือขุดหลุมลงไปใต้พื้นสนาม ภายในเกราะดินของมัน แล้วรีบขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงโฆษกประกาศ จะว่ามันโกงก็มิได้ เพราะมันถือว่ายังอยู่ภายในพื้นที่ของสนาม
    “เพลิงไฟเจ้านี้ช่างร้อนแรงเสียจริง , แต่เสียดายที่ไม่อาจทำอันใดต่อข้าได้ , เจ้ามีดีแค่นี้?” ซีว่างกล่าวพร้อมกับมองไปที่ฮั่วฉิน ที่ตอนนี้สีหน้ามันดูมิได้ กับการปรากฏตัวของซีว่าง
    “หึ..แค่สามารถป้องกันการโจมตีข้าได้..ก็ทำปากเก่ง , หากเจ้าภูมิใจเพียงเท่านั้น..ก็แล้วแต่เจ้า” ก่อนที่ฮั่วฉินจะชี้ดาบไปที่หน้าของซีว่าง
    “เจ้ามันก็แค่จอมอวดที่ทำการแสดงห่วย ๆ เท่านั้น , จากนี้ไป..ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าเจ้ามันก็แค่เศษขยะที่พร้อมจะโดนเผาก็เท่านั้น” ก่อนที่มันจะรีบพุ่งเข้าหาซีว่างพร้อมกับวาดดาบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟ ไปที่แขนขวาของซีว่าง
    “เจ้าก็ได้แสดงพลังของเจ้าไปแล้ว , ถึงทีของข้าบ้าง.... แรมที่ 6 ลวงจันทร์หลอกตะวัน” ก่อนที่ซีว่างจะทิ้งกระบี่ลงที่พื้น
    กระบี่ค่อย ๆ ตกลงพื้นก่อนที่กระบี่จะหายไปพร้อมกับซีว่าง ก่อนที่จะโผ่อีกทีตรงด้านหลังของฮั่วฉิน
    หลังจากนั้นฮั่วฉินก็หยุดชะงัก พร้อมกับเลือดที่กระเซ็นเต็มพื้นสนาม “อ้าาาาาาาา”
    เกิดแผลใหญ่ที่ท้องของฮั่วฉิน แผลนี้ลึกนัก ฮั่วฉินรีบใช้เพลิงไฟของมัน เผาแผลนี้ให้เลือดหยุดไหล แล้วรีบใช่ดาบของตนเองดันพื้นให้ตนเองลุกขึ้นมา ตอนนี้มันหายใจหอบเป็นอย่างมาก
    เมื่อเห็นบุตรของตนโดนทำร้ายแผลฉกรรจ์ ฮั่วเสี่ยวอวิ๋น รีบลุกจากที่นั่ง
    “เจ้าลูกบัดซบ!! , เจ้ามีพลังสูงกว่ามัน..เหตุใดเจ้ายังทำเป็นเล่น , รีบ ๆ ปิดฉากการต่อสู้เดี๋ยวนี้” เสียงมันดังก้องไปทั่วทั้งสนาม ผู้คนกว่า 2 แสนคนได้ยินกันทั่ว
    “เจ้าคงตื่นจากฝันแล้วใช่หรือไม่? , เจ้าคงจะพบกับความเป็นจริงเสียที..ฮั่วเสี่ยวอวิ๋น” เยว่ชิงได้ทีรีบขี่แพะไล่ พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน
    “บุตรสุนัขเจ้า..ตอนนี้คงหลั่งน้ำตาจากความเจ็บปวดเป็นแน่ , หากเจ้าไม่รีบให้มันยอมแพ้ , เกิดร่ำร้องเสียงดังขึ้นมา..จะทำให้เสื่อมเสียไปถึงตระกูลเจ้า..จะหาว่าข้าไม่เตือน” ยิ่งพูดยิ่งมันปากและสาแก่ใจ เยว่ชิงจึงกล่าวเหน็บแนมอย่างสบายอารมณ์
    “หุบปากหมา ๆ ของเจ้าเดี๋ยวนี้ , ก่อนจะหาว่าข้าไม่ไว้หน้าเจ้า!!” ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นตอนนี้อารมณ์มันมีโทสะมากมายนัก
    “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เกิดเสียงหัวเราะมาจากด้านหลัง
    “คงจะเสียหน้ามิใช่น้อย , ที่บุตรชายสุดที่รักของเจ้า..กับโดนรุ่นเยาว์ที่พลังด้อยกว่าหนึ่งช่วงชั้น ทำร้ายได้ขนาดนี้” คนที่กล่าวออกมาคือ เจ้าสำนักวายุคำราม
    “หรือเจ้าอยากจะมีเรื่องกับข้า..ไท่ ฮ่าน!!” มันรีบหันไปมองด้วยสายตาที่แดงก่ำไปด้วยความโกรธ
    “ใครจะไปกล้ามีเรื่องกับเจ้า..บุตรชายของฮั่วซิง , ไม่สิ..บุตรชายคนโปรดแห่งราชครู” คราวนี้ ผู้ที่พูดเป็นสตรี เจ้าสำนักระบำบุปผา เหมย อี้
    “ที่นี่คงเป็นที่รวมตัวของผู้ที่ศิษย์ของตน..พ่ายแพ้ให้กับบุตรชายของข้า , ที่รวมตัวพวกขี้แพ้!!” ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นกล่าวออกมาด้วยความสะใจ
    “จริงอยู่ที่ศิษย์ข้าแพ้ให้แก่บุตรชายของเจ้า , แต่ตอนนี้บุตรชายของเจ้า..กำลังจะโดนผู้เยาว์ที่มีพลังเพียงจิตโลกาขั้นที่ 4 เหยียบให้จมดิน , ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไท่ฮานกล่าวออกมาด้วยอารมณ์ที่เป็นสุขอย่างมาก เหมือนความแค้นที่ฮั่วฉินได้ตัดแขนของศิษย์มัน ได้ถูกระบายออกมากึ่งหนึ่ง
    “เจ้า..”
    “ตูม!!” จู่ ๆ เสียงระเบิดในสนามก็หยุดการประชันฝีปากของ 4 เจ้าสำนักลง ให้ทำกลับมาจดจ่อกับการประลองอีกครั้งหนึ่ง
    ครานี้เป็นทีของ เยว่ชิงที่นั่งไม่ติดพื้น สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือ เปลวเพลิงที่อัดแน่นกำลังปล่อยออกมาอัดใส่ ซีว่าง
    เหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
    ฮั่วฉินหลังจากลุกขึ้นมาก็ได้ ระเบิดพลังปราณ “เพลิงฟ้าดับวิญญาณ” เกิดเปลวไฟขึ้นที่ มือทั้งสองข้างของฮั่วฉิน มันนำมือทั้งสองข้างประกบกัน ก่อนที่เพลิงที่ลุกโชติช่วง จะระเบิดออก “ตูม!!”
    สิ่งที่ยิงออกมาจากมือของฮั่วฉินนั้น เป็นแสงไฟเส้นบาง ๆ เท่าเส้นผม แต่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากที่ไกล ๆ
    ลำแสงนั้นพุ่งหาซีว่างทันที ทำให้ซีว่างต้องรีบใช้กระบี่ของมันรับพลังที่พุ่งเข้าหาตนเอง เมื่อลำแสงนั้นโดนกระบี่ซีว่าง ด้วยความแรงและพลังมหาศาลทำให้ซีว่างมิอาจทานไหว กระเด็นออกนอกเวทีไปชนกับข่ายพลัง ก่อนจะร่วงลงมา
    “แย่แล้ว..มันกำลังจะตกพื้นสนาม” เฟิงอวิ๋นกล่าวออกมาอย่างตกใจ
    ถ้าตกถึงพื้นสนาม จะถือว่าซีว่างในแพ้ทันที
    แต่ผู้ที่โล่งใจก็คือเยว่ชิง ที่หวังให้ซีว่างไม่เสียชีวิตหรือพิการ เพราะจะทำให้ในอนาคตมันคือผู้กอบกู้สำนักภพจันทรา
    แต่ก็ต้องทำให้มันผิดหวัง เพราะภาพตรงหน้ามันแตกต่างกับที่ตนเองคิดไปไกลนัก สิ่งที่เกิดขึ้นมิเพียงทำให้ชายชราตื่นตรึง แม้แต่เจ้าเมืองกู้ว่าน ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตนทันที จ้องมองไปที่ซีว่างอย่างตกใจในสิ่งที่ไม่คาดคิด
    “ท่าร่ายเคลื่อนดาราเหยียบจันทราขั้น 3!!” เยว่ชิงกล่าวออกมาด้วยความตกใจ
    ตอนนี้ชายหนุ่มลอยลุกขึ้นและ ลอยเหนือพื้นด้านนอกเวทีประลองเล็กน้อย “เท้าข้ายังไม่แตะพื้น แปลว่าข้ายังไม่แพ้ใช่หรือไม่?”

    นิยายแนะนำ

    ทะลุมิติ มาเป็นคุณหนูพรรคมาร พร้อมระบบเคล็ดวิชาต้องห้าม

    ทะลุมิติ มาเป็นคุณหนูพรรคมาร พร้อมระบบเคล็ดวิชาต้องห้าม

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    281 19
    ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงน้อยผู้อ่านใจ พร้อมกล่องยาวิเศษป่วนวังหลวง

    ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงน้อยผู้อ่านใจ พร้อมกล่องยาวิเศษป่วนวังหลวง

    นิยาย แฟนตาซี
    344 126
    มือปราบสาวทะลุมิติ(ย้อนอดีตไปเป็นพระชายา)

    มือปราบสาวทะลุมิติ(ย้อนอดีตไปเป็นพระชายา)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 6
    ยั่วรัก เมียคั่นเวลา

    ยั่วรัก เมียคั่นเวลา

    นิยาย รัก
    2K 27
    HMEW Point of Desire ระบบแต้มต่างโลกของนางตัวร้าย 18+

    HMEW Point of Desire ระบบแต้มต่างโลกของนางตัวร้าย 18+

    นิยาย อีโรติก
    5K 27
    Sleeping  Soul  (จบแล้ว)

    Sleeping Soul (จบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    2K 24
    ฮองเฮา ขย่มบัลลังก์

    ฮองเฮา ขย่มบัลลังก์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 19
    บันทึกเซียนกระบี่

    บันทึกเซียนกระบี่

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4K 5
    รวมเรื่องสั้นอีโรติก (จบตอน)

    รวมเรื่องสั้นอีโรติก (จบตอน)

    นิยาย อีโรติก
    166K 54
    เกิดมาทั้งทีทำไมต้องเป็นนางร้ายด้วยเนี่ย

    เกิดมาทั้งทีทำไมต้องเป็นนางร้ายด้วยเนี่ย

    นิยาย แฟนตาซี
    587 7