มีนาคม ค.ศ.1933
ข่าวทุจริตของรัฐบาลเริ่มกระจายไปทั่วโลกต่างชาติพากันประณามและคว่ำบาตร งดการติดต่อซื้อขายกับSouvanna ( โซวันน่า )
พันเอกสดมภ์ได้เลื่อนขั้นเป็พลเอก
เกิดความแตกแยกในบรรดานายทหารด้วยกันเองและระหว่างทหารกับโปลิศ เพราะพระยากำแหงกอบโกยงบประมาณไว้เฉพาะตนและพรรคพวก
จนพระยากำแหงต้องลดความกดดันด้วยการประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอนุญาตให้มีการตั้งพรรคการเมืองได้ ซึ่งเขาเองก็ตั้งพรรคเสรีพัฒนาส่งคนลงสมัครผู้แทนแข่งด้วยเช่นกัน โดยกำหนดการเลือกตั้งในอีก 1เดือนข้างหน้า
สำนักข่าวเกาหัว
แม้ไมตรีจะรู้แล้วว่าไมล่า คือโสมสุดาแต่ก็ยังรักเธออยู่ ยังคงติดตามสานสัมพันธ์อยู่ไม่ห่าง
แต่ขณะเดียวกันก็มี พ.ต.ต.แผ้ว ศรียารมย์ นายโปลิศระดับสารวัตร มาติดพันโสมสุดาเช่นกันเคยสวนทางกับไมตรีที่จะมารับเธอไปทานข้าวอยู่บ่อย ๆ เช่นเดียวกับวันนี้
ไมตรีมาขอพบโสมสุดาแต่เพื่อน ๆ บอกว่าเธอออกไปข้างนอก
“ ไปทำข่าวหรือครับ” ไมตรีถาม
“ อ๋อออกไปกับสารวัตรแผ้วน่ะค่ะ ” เพื่อนนักข่าวบอก
“ ครับขอบคุณครับ ” ไมตรีกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าเศร้า ๆ
ไมตรีขับรถไปพลางก็นึกถึงวันชื่นคืนสุขระหว่างเขาและเธอโสมสุดา
ณภัตตาคารก๊กเทียนเหลา
“ คุณดาสั่งอาหารตามใจชอบเลยนะครับแต่เตี้ยมของเขาก็อร่อยนะ ฮะเก๋าของเค้าแป้งบางเหนียวนุ่มสอดไส้กุ้งหวานกรอบส่วนตัวผมชอบทานไหมฝัน และเป็ดย่างหนังกรอบ น้อง ๆ เอาขาเป็ดยัดไส้กุ้งด้วยนะครับ ” สารวัตรแผ้ว เอาอกเอาใจโสมสุดาด้วยการพามารับประทานอาหารกลางวันที่เหลาชื่อดังที่สุดของเมืองหลวง
ในอีกมุมหนึ่งของร้านไมตรีก็พาหญิงสาวหน้าตาสะอาดหมดจดเข้ามานั่งลง แล้วสั่งอาหารกับบริกร
“ พี่ไม่ได้ทานข้าวกับบุหงามานานแล้วนะคิดถึงวันเก่า ๆ สมัยที่เรายังวิ่งเล่นกันอยู่ในโรงเรียน น่าขบขันดีเนอะ ” ไมตรีกล่าวกับคู่ที่มาด้วย
“ ใช่จ้ะพี่ยังแอบปีนรั้วออกไปซื้อฝรั่งดองเจ๊กรถเข็นมาให้บุหงากินเลยโดนครูตีหน้าเสาธงด้วย เข็ดหรือเปล่าล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า ”บุหงากล่าวถึงอดีตด้วยความขบขัน
ทั้งสองรับประทานกันไปยังไม่ทันอิ่มสารวัตรแผ้วกับโสมสุดาก็เดินมาใกล้โต๊ะของไมตรี
“ อ้าวคุณไมตรีก็มาด้วยหรือครับ ไม่เคยรู้ว่ามีคนรักงามปานนี้”สารวัตรแผ้วแซวไมตรีอย่างคนคุ้นเคย
“ อ๋อ นี่น้องบุหงาเป็น้องสาวของพลเอกสดมภ์ เราเหมือนพี่น้องกันมาแต่เด็กน่ะครับเคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน ” ไมตรีตอบขณะที่บุหงามองหน้าไมตรีแล้วออกแววซึม ๆ
“ คุณสองคนก็ดูเหมาะสมกันดีนี่นะยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ดิฉันโสมสุดาค่ะ ไปเถอะค่ะ สารวัตร ขอตัวก่อนนะคะ ” โสมสุดากล่าวทักทายแล้วดึงแขนสารวัตรแผ้วออกไปส่วนไมตรีรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า ทั้งเจ็บทั้งอายที่สาวซึ่งตัวเองรักไปควงอยู่กับชายอื่น
หมายเหตุ
“ แต่เตี้ยม” คืออาหารว่างของจีน บางแห่งเรียกติ่มซำ แต่คนกวางตุ้งเรียกหยำฉ่า ส่วนมากจะเป็อาหารประเภทนึ่ง เช่นขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋าและมีของทอดบ้างเช่น เผือกทอด กุ้งชุบแป้งทอด
“ ไหมฝัน” คือเส้นหมี่ราดหน้าแบบกวางตุ้ง
เย็นวันนั้น
โสมสุดาได้รับจดหมายแจ้งข่าวว่าอากงอาม่า เสียชีวิตแล้ว ให้กลับไปร่วมงานศพที่กันตังเพราะจะมีการเปิดพินัยกรรมต่อหน้าทายาททุกคน
คฤหาสน์ตระกูลเติ้งเมืองกันตัง ประเทศสยาม
“ ข้าพเ้าเติ้งเซ่งชวนขอรับรองว่าได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ต่อหน้าพยานดังที่ลงนามในเอกสารนี้
สำหรับนางสาวโสมสุดา ศรีตรังให้ได้รับกรรมสิทธิ์ในคฤหาสน์ตระกูลเติ้ง และกิจการกงสีที่สะพานปลา โรงอบยางพารา
ส่วนกิจการรังนกให้เป็กรรมสิทธิ์ของนายเติ้งบุ๋นหัว
กิจการเหมืองดีบุกให้เป็ของนายเติ้งเกาเป๋ง
....”ทนายความประจำตระกูลอ่านพินัยกรรมต่อหน้าทายาทของเ้าสัวเติ้ง ไม่มีผู้ใดคัดค้านแล้วก็แยกย้ายกันไป
“ หนูฝากอาเจ๊กดูแลกิจการของหนูและบ้านหลังนี้ด้วยนะคะวันข้างหน้าคงจะมีโอกาสได้กลับมาอยู่ที่นี่อย่างถาวร ”โสมสุดาฝากฝังให้ญาติช่วยดูแล
กรุงเจมทาวน์ประเทศSouvanna( โซวันน่า )
เช้าวันนี้จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติ ซึ่งสมาชิกสภามาจากการแต่งตั้งโดยพระยากำแหงทั้งหมดและวาระที่จะอภิปรายในวันนี้เป็เื่งบประมาณรายจ่ายประจำปี
พระยากำแหงกับไมตรีและเลขานุการนั่งมาในรถเก๋งBSASaloon สีดำ รถแล่นมาถึงโค้งถนนก่อนถึงรัฐสภาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
“ ปัง ! ” เสียงปืนดังขึ้น พร้อมกระจกรถแตก
ไมตรีได้สติฉุดตัวผู้เป็พ่อให้ก้มลงแล้วพบว่าตนเองก็ถูกยิงเข้าที่ไหล่ขวาพระยากำแหงจึงสั่งคนขับรถรีบนำไมตรีส่งโรงพยาบาลในทันที
ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลกลาง
“ คนเจ็บปลอดภัยแล้วนะครับหมอผ่าหัวะุออกแล้ว แต่ต้องให้พักรักษาตัวไปก่อนสักสองสัปดาห์ เพื่อรอดูอาการถ้าแผลไม่อักเสบแล้วก็จะกลับบ้านได้ ”
“ ขอบพระคุณคุณหมอมากนะครับ ”พระยากำแหงมาเฝ้าดูอาการลูกชาย
“ เดี๋ยวผมจะให้น้องสาวซึ่งเป็พยาบาลมาเฝ้าไข้คุณไมตรีนะครับ ” พลเอกสดมภ์เสนอ
“ ดีสิ ให้มาได้เลย ฝากดูแลลูกผมด้วยนะ ”
ณ วิหารเทพมณเฑียรวัดฮินดูกลางเมืองเจมทาวน์
เวลาค่ำ
ประชาชนชาวเจมทาวน์เชื้อสายอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดู ต่างมารอเฝ้าชมพระบารมีของเ้าค้ำฟ้าองค์มกุฎราชกุมารแห่งSouvanna( โซวันน่า ) พระชันษาเพียง 20ที่เสด็จนิวัติพระนคร หลังสำเร็จการศึกษาทางการปกครองจากประเทศอังกฤษ
องค์รัชทายาททรงเสด็จมาสักการะมหาเทพทั้งสามคือ พระศิวะ พระนารายณ์ พระพรหม และมหาศักติทั้งสาม คือพระแม่อุมาเทวีพระแม่สรัสวตี พระแม่ลักษมี พร้อมทั้ง พระพิฆเณศวร พระขันธุมาร และทวยเทพอื่น ๆเพื่อขอพรให้พระเ้าหมื่นฟ้าปาดี เพราะได้ข่าวว่าพระบิดาทรงประชวร
เมื่อถวายถาดเครื่องบูชาให้พราหมณ์ประกอบพิธีแล้วก็ทรงประทับนั่งฟังเพลงอารตี บูชาพระแม่ลักษมีซึ่งขับขานโดยสาวน้อยหน้าตาน่ารักนางหนึ่ง หล่อนผู้นั้นคือ กาวิต้า ปรีวัลเพื่อนสนิทของโสมสุดานั่นเอง
โอมชยะศรี ลักษมีมาตา
อันตัวข้า นั้นขอ ประณตน้อม
ข้าปราศทุกข์ระทม สิ้นตรมตรอม
ด้วยพระแม่ ถนอม กล่อมชีวี
อีกทั้งพระอุมา นารายณ์ และพรหมัน
พระสุริยัน จันทรา และนารัทฤาษี
แม่ทุรคา พาให้สุข สวัสดี
ปวงข้านี้ จึงจัดถวาย ไฟอารตี
ราชกุมารได้สดับสำเนียงเสียงร้องอันไพเราะของกาวิต้าก็มีอาการดั่งต้องมนต์ของนางอัปสร์ ให้นึกรักนางเหมือนดั่งพระกฤษณะรักนางราธาเหมือนพระรามรักนางสีดาทรงถอดพระธำมรงค์ประทานให้กาวิต้าเป็รางวัลแห่งการขับขานในครั้งนี้ครั้นทรงซักถามถึงตำแหน่งแห่งที่ของนิวาสสถานอันสาวเ้าพำนักแล้วก็ทรงเสด็จกลับ
กาวิต้าเองก็ปลื้มปิติมากกลับถึงบ้านก็ไม่กินข้าวกินปลา ได้แต่นั่งชมแหวนวงงามที่เ้าชายแห่งนครเจมทาวน์ทรงประทานแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว ด้วยเธอก็ต้องใจในองค์รัชทายาทเช่นกันพ่อแม่เห็นลูกสาวอาการไม่ดี ก็ได้แต่เตือนว่า
“ อย่าใฝ่สูงเกินศักดิ์เลยลูก พวกเราเป็แค่พ่อค้าชาวตลาดท่านจะมายกย่องเชิดชูเราเหมือนลูกเ้าลูกนายได้อย่างไร ระวังจะน้ำตาเช็ดหัวเข่านะ ”
“ แหม หนูก็แค่ภูมิใจในรางวัลเท่านั้นละค่ะ พ่อ แม่ ”กาวิต้าพยายามกลบเกลื่อนความในใจ
“ งั้นก็มากินข้าวกันเถอะ วันนี้มีไก่แทนดอรี โชเล่บาตูรา และก็กะบับที่ลูกชอบด้วยนะ เดี๋ยวมันจะเย็นแล้วไม่อร่อย” แม่ของกาวิต้าต้องล่อหลอกด้วยของโปรด
หมายเหตุ
การทำอารตี
คือการจุดตะเกียงบูชาเทพหลังจากประกอบพิธีถวายของบูชาและสวดมนต์แล้วคล้ายพิธีสมโภชเทียนของไทย
ไก่แทนดอรี(Chicken Tandoori) เป็อาหารประเภทเนื้อไก่ที่คนอินเดียนิยมทานมากมีสีแดงจากเครื่องเทศ เผ็ดร้อน แต่อร่อย
โชเล่บะตูรา (Chole Batura) อาหารที่นิยมของทางเหนือทำจากถั่ว เป็ชนิดหนึ่งของนาน ( Naan คล้าย ๆ โรตี )
กะบับ (Kebab) เป็อาหารประเภทเนื้อสัตว์ย่างอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็เนื้อไก่ เนื้อวัวเนื้อแกะ เนื้อหมู หรือแม้แต่ปลา มักออกรสเผ็ดร้อน เป็ที่นิยมของทางเหนือ
ทั้งสามอย่างข้างต้นเป็ส่วนหนึ่งในอาหาร 20อย่างที่คนอินเดียทั่วไปนิยมรับประทาน
ห้องพักผู้ป่วยพิเศษโรงพยาบาลกลาง
ไมตรีนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงคนไข้โดยมีบุหงา พยาบาลสาวคอยดูแลอยู่ตลอด
เมื่อตื่นขึ้นมาบุหงาจึงพาเขาไปเดินเล่นในสวนของโรงพยาบาล
“ พี่ไมตรีจำได้มั๊ยตอนที่พี่ไปแอบชอบคนชื่ออัญชนา ที่เรียนอยู่ป.4/1 น่ะ แล้วโดนครูจับได้ว่าเขียนจดหมายรักฝากเพื่อนในห้องส่งต่อพี่ยังโดนตีหน้าชั้นเลย ” บุหงาขุดเื่สมัยเรียนประถมมาย้อนให้ไมตรีเขินเล่น
“ หนอยนังเด็กทะลึ่ง มานี่ มาให้จั๊กกะจี๋ซะดี ๆ ”ไมตรีก็ไขว่คว้าตัวบุหงามาจี้เอว บุหงาก็บิดตัวไปมาด้วยความจั๊กกะเดียม “ โอ๊ยพี่พอแล้ว ๆ หนูเดียม ”
ขณะนั้นโสมสุดากับกาวิต้าถือกระเช้าของขวัญมาเห็นไมตรีกับบุหงากำลังหยอกกันเช่นนั้นก็เดาว่าสองคนนี้คงสนิทสนมกันลึกซึ้งไม่น้อย
ไมตรีเห็นแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมก็หยุดเล่นหันมาพูดกับโสมสุดาว่า
“ อ้าว คุณมาทำอะไรที่นี่หรอ ” น้ำเสียงนาวีหนุ่มเ็ากับคนที่เคยรัก
“ ดิฉันได้ข่าวว่าคุณถูกยิงก็เลยตั้งใจมาเยี่ยม ไม่ทราบว่าจะมาขัดจังหวะของคุณสองคน ต้องขอโทษด้วยนะคะนี่คะกระเช้า ” ว่าแล้วโสมสุดาก็รับกระเช้าจากมือกาวิต้าส่งต่อให้บุหงา แต่ไมตรีกล่าวขัดขึ้นว่า
“ ไม่ต้องไปรับ บุหงาคืนเค้าไป นี่คงจะมาดูว่าผมตายหรือยังละสิ หมายใจจะให้พ่อผมตายแต่ผมดันมารับเคราะห์แทน คงผิดหวังละสิ ” ไมตรีค่อนขอด
“ พูดอะไรกันคะฉันไม่เข้าใจ มาแดกดันฉันด้วยเื่อะไร ”โสมสุดางุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนที่เคยมาบอกรัก
“ ั้แ่เหตุลอบยิงพ่อผมที่สนามไฮปาร์คคราวที่แล้วและเหตุก่อการจราจลวุ่นวายทั่วบ้านทั่วเมือง ถ้าไม่ใช่ฝีมือของพวกคุณแล้วจะเป็ใครไอ้พวกขี้ข้าสหรัฐ ถ้าฆ่าพ่อผมได้ พวกคุณคงเสวยสุขไปตลอดชาติละสิ ” ไมตรีพูดด้วยอคติต่อไป
“ ไม่ใช่นะคะพวกฉันไม่ได้ทำ สำนักข่าวของฉันก็ได้แต่สืบข่าวเื่การทุจริตของรัฐบาลไม่เคยสร้างสถานการณ์วุ่นวายใด ๆ โปรดเข้าใจเสียใหม่ด้วยค่ะ ”
“ ก็เพราะพ่อผมจึงเป็เหตุให้พ่อคุณติดคุก คุณก็เลยหาเื่แก้แค้นพ่อของผมให้ได้ ทำไมผมจะไม่รู้เป็ไง แทงใจดำละสิ ” ไมตรียังไม่หยุด
“ เอ๊ะในเมื่อคุยกันไม่รู้เื่ ฉันก็ขอลาละคะ ไปกันเถอะ กาวิต้า กลับ ” โสมสุดาคว้าแขนกาวิต้าที่ยังยืนงง เดินจากไปด้วยความขุ่นเคืองทิ้งกระเช้าของขวัญให้กองอยู่กับพื้นเบื้องหน้าไมตรีและบุหงา
ท่าเรือเมืองเจมทาวน์
“ นี่เธอจะไปจริงๆ หรือ โสมสุดา สงบจิตใจค่อย ๆ ทบทวนก่อนค่อยไปก็ได้นะคนที่เข้าใจเธอก็ยังมีอีกหลายคน มีฉัน มียายมะและเพื่อน ๆที่สำนักข่าวอีก ” กาวิต้าเตือนให้โสมสุดาตรองดูอีกครั้ง ก่อนจะเดินทางไปปีนัง
“ ฉันคิดดีแล้ว ไปสงบจิตสงบใจ หลบความวุ่นวายสักพัก ค่อยกลับมาทำงานต่อขอบใจเธอมากนะ เพื่อนรัก แล้วอย่าไปบอกใครล่ะ ว่าฉันไปปีนัง ไม่งั้นเลิกคบ ”
โสมสุดายื่นคำขาดถึงขั้นจะตัดเพื่อนกันเลยทีเดียว
ปลายเดือนมีนาคม
ปวงประชาชาวเมืองSouvanna ( โซวันน่า )ต่างโทมนัสโศกาอาดูรคร่ำครวญร่ำไห้เนื่องด้วยองค์พระเป็เ้าเหนือหัวหมื่นฟ้าปาดี ทรงเสด็จาลัยหลังจากทรงประชวรมานานนับปี
เหมือนฟ้าจะถล่มก็ไม่ปาน ทั้ง ๆเป็เวลาเที่ยงแต่ขบวนแห่พระบรมศพต้องเคลื่อนไปท่ามกลางความมืดครื้มหม่นหมองของผืนฟ้า
หลังการถวายพระเพลิงเสร็จสิ้นแล้วสองวันพิธีาาภิเศกก็ถูกจัดขึ้นในพระราชวังอกานันดอเ้าค้ำฟ้าสืบทอดราชบัลลังก์ขึ้นเป็พระเ้าค้ำฟ้ากระยาหงัน ์สมมุติเทพพระาาธิบดีแห่งSouvanna( โซวันน่า )สืบต่อไป
สำนักข่าวเกาหัว
ไมตรีหายจากการาเ็ออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ไปหาโสมสุดาที่สำนักข่าวเพื่อปรับความเข้าใจ แต่เพื่อนร่วมงานบอกว่าเธอลาพักร้อนไม่ทราบไปไหน ไมตรีสอบถามยายมะ ก็ไม่ได้ความว่าโสมสุดาไปไหน
“ ยายก็ไม่รู้หนูเขาไม่ได้สั่งความไว้ เห็นว่าลาพักร้อนไปหลายวันแล้ว ”
“ ไม่เป็ไรครับยายไว้วันหลังผมค่อยมาใหม่ ” ไมตรีครุ่นคิดว่าบางทีเธออาจจะไปเที่ยวกับสารวัตรแผ้วก็ได้
ณ เมืองจอร์จทาวน์ เกาะปีนัง ประเทศมาลายา ( มาเลเซียในปัจจุบัน )
ราวกับฝนฟ้าจะเป็ใจหลั่งรินเอาสายน้ำจากฟ้าลงมาพร่างพรมชโลมผืนดิน
“ ช่วยชะล้างเอาอดีตออกไปจากใจฉันที”
โสมสุดาคิดในขณะยืนตากน้ำฝนอยู่ริมทะเลมองไปยังฝั่งเมืองบัตเตอร์เวอร์ธที่อยู่ตรงข้ามไกลลิบ ๆเรือข้ามฟากกำลังแล่นเข้ามาใกล้ท่าเทียบเรือ
โสมสุดาไปถึงปีนังก็คิดทบทวนตัวเองในสิ่งที่ผ่านมา
เธอกำลังสับสนว่าเธอเกลียดหรือรักไมตรีกันแน่
ทำไมเมื่อเธอเห็นเขาอยู่กับบุหงาจึงรู้สึกหมั่นไส้และหวั่นไหวแบบแปลก ๆ
“ไม่น่ะ เป็ไปไม่ได้ เขาเป็ลูกของศัตรูนะ จะไปรักเขาได้อย่างไร
จะบ้าหรือเปล่าโสมสุดา ไยต้องไปหึงหวงเขาด้วย ก็เขากับบุหงาดูเหมาะสมกันดีคงจะเป็คนรักเก่าของเขา โอ๊ย ปวดหัว ไม่อยากคิดแล้ว ”
สาวหมวยั์ตาแขกวิ่งกลับเข้าไปในที่พัก
จดหมายถึงยายมะถูกเขียนขึ้นซึ่งมีแต่พระเ้าและโสมสุดาเท่านั้นที่รู้ว่าเธอเขียนว่าอะไร
จบตอนที่16 โปรดติดตามตอนที่ 17 วงเวียนกรรม