เมื่อเฟยหลงและเพื่อนๆ เดินทางมาได้เพียงครึ่งทาง ลูกน้องของต้าหยุนเซียวพลันเข้ามาขวางทางพวกเขาเอาไว้
“พวกเ้าเป็ใคร้าอะไรถึงได้มาขวางทางพวกข้า”จ้าวเฟยเอ่ยขึ้นมา
“พวกเข้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าทำอะไรเอาไว้พวกเ้า ทำให้ลูกพี่ของเราไม่พอใจเป็อย่างมาก พวกเ้ารู้ไหมว่าลูกพี่ของเราไม่ชอบขี้หน้าพวกเ้า”
“ไม่ชอบพวกเราแล้วทำไมพวกเ้าทำตัวแบบนี้ไม่กลัวจะเสียชื่อเสียงของสถาบันฟ้าครามอย่างนั้นหรือ?”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า กลัวเสียชื่อเสียงอย่างนั้นหรือ น่าหัวเราะพวกเ้ามีสิทธิ์อะไรมาอ้างชื่อเสียงของสถาบัน” ต้าหยุนเซียวเดินมาพร้อมกับลูกน้องอีกห้าคน
“อย่างพวกเ้านี่นะจะมาอ้างชื่อเสียงของสถาบันพวกเ้าเคยสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันเช่นนั้นหรือ?”
“ถึงพวกเราจะไม่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันแต่พวกเราก็ไม่เคยทำให้สถาบันเสียชื่อเสียง”
“เอาละเลิกพูดมาได้แล้วพวกเ้าทำให้ข้าต้องเสียเวลา พวกเ้าส่งเบี้ยเลี้ยงทั้งหมดของพวกเ้ามาให้พวกข้าเสียแล้วพวกข้าจะปล่อยพวกเ้าไปโดยไม่ทำร้ายพวกเ้าแม้แต่น้อย”
“นี่พวกเ้ากล้าที่จะทำเช่นนี้กับศิษย์ร่วมสถาบันเดียวกันเช่นนั้นหรือน่าละอายยิ่งนัก”
“นี่เ้ากล้าว่าข้าเช่นนั้นหรือเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร ข้าต้าหยุนเซียวศิษย์สายในลำดับที่สิบของทำเนียบสถาบันฟ้าครามเชียวนะเ้ารู้จักหรือไม่”
“ไม่พวกเราไม่รู้จักเ้า และไม่อยากจะรู้จักคนที่มีนิสัยเช่นเ้า” หยวนฉู่กล่าว
“พวกเ้ากล้าวด่าว่าข้าเช่นนั้นหรือพวกเ้านี่ไม่เจ็บตัวคงไม่สำนึก”
ต้าหยุนเซียวและพวกทั้งหมดแปดคนล้อมรอบเฟยหลงและเพื่อนๆ ของเขาเอาไว้พร้อมกันนั้นพวกเขาทั้งแปดคนเริ่มร่ายเวทในทันทีแต่ทันทีที่พวกเขาทั้งแปดคนเริ่มร่ายเวทมนตร์
“พวกเ้ามาหาเื่พวกเราเองนะอย่าโทษพวกข้าเลย จะโทษก็โทษที่พวกเ้าโง่เขลาเอง”
เฟยหลงและพวกทั้งหมดพุ่งทะยานไปหาพวกเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระแทกหมัดเข้าใส่
ลูกน้องของต้าหยุนเซียวสี่คน โดยที่ทั้งสี่คนไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย
ลูกน้องทั้งสี่ของต้าหยุนเซียวพลันตัวงอเป็กุ้งล้มลงต่อหน้าของเฟยหลงและเพื่อนๆ ของเขา อีกสี่คนเริ่มร่ายเวทใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว ต้าหยุนเซียวพลันยิ้มขึ้นมาเพียงแต่ว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเกิดขึ้นก่อนที่พวกเขาจะร่ายเวทมนตร์เสร็จ
ลูกน้องของต้าหยุนเซียวสองคนถูกเวทย์ดินของจ้าวเฟยและเวทน้ำของหวนอู่จู่โจมอย่างรวดเร็วส่วนทางด้านหูจิ่นถูกเวทลมของหยวนฉู่ทำร้ายจนสลบไปในทันที ส่วนทางด้านต้าหยุนเซียวถูกเวทสายฟ้าของเฟยหลงโจมตีอย่างรุนแรงจนพวกเขาไม่สามารถตอบโต้อะไรได้แม้แต่น้อย
เฟยหลงและเพื่อนๆที่ถูกฝึกฝนโดยเหล่าผู้าุโทั้งหลายทุกคนต่างแทบไม่จำเป็ต้องร่ายเวทแบบออกเสียงเช่นเดียวกับคนอื่นพวกเขาถูกฝึกฝนอย่างหนักแม้แต่การร่ายเวทมนตร์พวกเขาต้องร่ายเวทในใจให้เร็วที่สุดซึ่งเป็เื่ที่ยากเป็อย่างมากสำหรับคนอื่น ๆแต่สำหรับพวกเขาทั้งสี่ที่ถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักทุกวันพวกเขาแทบจะไม่จำเป็ต้องร่ายเวทมนตร์ด้วยซ้ำก็สามารถเรียกใช้งานพลังเวทได้
เฟยหลงและเพื่อนๆ ทั้งสามของเขามุ่งหน้าไปในเมืองโดยไม่สนใจต้าหยุนเซียวและพวกที่นอนสลบอยู่ แม้แต่น้อยพวกเขาต่างพูดคุยหัวเราะสนุกสนานไปตลอดทางจนกระทั่งพวกเขาเดินทางไปถึงหน้าประตูเมือง
เฟยหลงและเพื่อนๆ ยื่นตราประจำตัวของเขาให้ทหารที่อยู่หน้าเมืองตรวจสอบพวกเขาจึงสามารถเข้าเมืองได้อย่างง่ายดายเพราะเป็ศิษย์ของสถาบันฟ้าครามพวกเขาจึงไม่ต้องถูกตรวจสอบอะไรมากมาย
“เฟยหลงพวกเราจะไปที่ไหนกันก่อนดี?”
“พวกเ้าอยากไปที่ไหนก่อนหละ”
“ข้าอยากไปเลือกซื้อของเอาไว้ให้น้องๆ ของข้า”หยวนฉู่เอ่ยขึ้นมา
“เช่นนั้นพวกเราก็ไปเลือกซื้อของให้น้องของหยวนฉู่ก่อนแล้วค่อยไปที่อื่นต่อ”
พวกเขาทั้งสี่คนเดินตรงยังร้านค้าที่มีของใช้ทั่วไปสำหรับเด็กๆ เมื่อพวกเขาซื้อของให้น้อง ๆของหยวนฉู่เสร็จ จึงพากันเดินเที่ยวเล่นตามร้านค้าแผงลอยซึ่งพวกเขาไม่เคยที่จะมาเดินเลือกซื้อของตามใจตนเองแบบนี้มาก่อนทำให้พวกเขาแต่ละคนหยิบจับและซื้อของใช้ทั่วไปไว้ไปฝากคนทางบ้านเสียเป็ส่วนใหญ่
เฟยหลงและเพื่อนๆ เดินมาเรื่อย ๆจนกระทั่งมาถึงร้านค้าร้านหนึ่ง ซึ่งมันตั้งอยู่ใจกลางเมืองและมีผู้คนเดินเข้าออกตลอดเวลาพวกเขาไม่รอช้ารีบเข้าไปภายในร้านค้านั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาเข้าไปด้านในพบว่าสินค้าที่วางขายอยู่ด้านในมีจำนวนมากมายและยังมีราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไปอีกด้วย
“พวกเ้าดูนั่น นั่นมันอุปกรณ์เวทชุดใหม่ที่นักเวทชั้นสูงเขาใช้กันข้าเคยเห็นอาจารย์ข้าชี้ให้ดูหลายครั้งแล้ว”
“โน่น ๆ ตรงนั้นก็มี”
ทั้งสี่คนเดินดูสินค้ามากมายที่อยู่ในตู้โชว์
“พวกท่านมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่พวกท่าน้าสินค้าประเภทไหน บอกข้าได้ ข้ายินดีนำพวกท่านทั้งสี่ไปชมสินค้าภายในร้าน”พนักงานต้อนรับคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“พวกเรายังไม่รู้จะซื้ออะไรท่านช่วยแนะนำพวกเราหน่อยจะได้ไหม?”
“ดูจากชุดที่ท่านแต่ท่านน่าจะเป็ศิษย์ของสถาบันฟ้าครามเช่นนั้นเชิญท่านทางด้านนี้ข้าขอแนะนำให้ท่านเลือกซื้อโอสถเพื่อเพิ่มพลังเวทของพวกท่าน”
“โอสถเช่นนั้นหรืองั้นก็ดี ท่านพาพวกเราไปดูหน่อยข้าสนใจเื่โอสถอยู่พอดี”เฟยหลงเอ่ย
“พวกท่านเชิญทางนี้”
เฟยหลงและเพื่อนๆ เดินตามพนักงานต้อนรับคนนั้นไปเมื่อไปถึงยังแผนกโอสถพวกเขาทั้งสี่ต้องตะลึกกับสินค้าที่พบเห็นเพราะมันมีอยู่เป็จำนวนมากมาย
“พวกท่านคงเป็ศิษย์ใหม่ของสถาบันดูจากอายุของพวกท่านโอสถเสริมเวทระดับหนึ่ง มีความบริสุทธิ์ระดับเจ็ดและโอสถฟื้นฟูระดับหนึ่งความบริสุทธิ์ระดับแปด พวกท่านสนใจบ้างหรือไม่ราคาของโอสถระดับหนึ่งนี้ไม่แพงมากนัก เพียงแค่เม็ดละสิบเหรียญทองเท่านั้น”
“อะไรนะโอสถความบริสุทธิ์ระดับเจ็ดและระดับแปดพวกท่านขายในราคาสิบเหรียญทองเชียวหรือ?”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมา
“ท่านลูกค้าโอสถพวกนี้ถือว่าราคาถูกมาแล้วหากความบริสุทธิ์ยิ่งมากเท่าไหร่ โอสถเม็ดนั้นก็ยิ่งมีราคาสูงมากขึ้นเท่านั้น”
“น่าสนใจไม่น้อยหากพวกเราได้โอสถพวกนี้มาพวกเราคงสามารถทะลวงผ่านระดับต่อไปได้อย่างไม่ยากเย็น”หยวนฉู่เอ่ยขึ้นมา
“พวกเ้าอยากได้โอสถพวกนี้หรือข้ามีเป็กระบุง แถมความบริสุทธิ์ยังมากกว่านี้อีก”
“ท่านลูกค้าโปรดให้เกียรติทางร้านของเราด้วย ทางร้านของเราขายของที่มีคุณภาพสูงเป็หลักที่ท่านพูดมาถือว่าเป็การิ่ร้านค้าของเราเป็อย่างมาก”เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นมาด้านหลังของเฟยหลง