ลิขิตฟ้าให้มารัก

    34. ท้อง

    34.....

     

            นัฏนรี ดีใจที่ทราบว่าสิปปกรรับยายกันยามาศกลับมาที่บ้านสวนแล้ว เธอรบเร้าให้สิปปกรมารับที่บ้านเพื่อไปหาคุณยายแต่ สิปปกร ก็บอกว่ายายของเขาไม่ค่อยสบายต้องพักผ่อนเขาจะขอเดินทางมาหานัฏนรีที่บ้าน แม้นัฏนรีจะรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้พบกับยายกันยามาศ  แต่ก็รู้สึกดีที่

    สิปปกรจะมาอยู่เป็นเพื่อน

            ทว่า..เมื่อมาถึงบ้านของนัฏนรีแล้ว สิ่งแรกที่สิปปกรสนใจก็คือตัวของเจ้าดุ๊กดิ๊กเขาเข้าไปอุ้มไปลูบคลำที่ท้องของมันอย่างสังเกต

                   “ปอนด์ว่าท้องมันใหญ่ขึ้นนะ”

                   สิปปกรบอกกับนัฏนรี

                   “ก็มันอ้วนขึ้นน่ะสิ..กินก็จุ๊จุอาหารอื่นก็ไม่ยอมกิน ชอบกินแต่พิซซ่าอย่างเดียวตล๊กตลก”

                    นัฏนรีเล่าให้ฟัง เธอมองเจ้าดุ๊กดิ๊กด้วยความเอ็นดู

                   “แต่ปอนด์ว่าที่มันอ้วนคงจะเพราะเหตุอื่นมากกว่า”

                    สิปปกรนึกไปถึงคำพูดของยายกันยามาศทันที

                   “อะไรเหรอ”

                   “มันอาจจะท้องก็ได้”

                   “ท้อง!. ท้องตอนไหนล่ะ”

                   “ปอนด์ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

            “ปอนด์ต้องรู้สิเพราะเจ้าดุ๊กดิ๊กอยู่ที่บ้านสวนของคุณยายตลอด ถ้ามันท้องจริงก็ต้องเป็นสุนัขตัวใดตัวหนึ่งที่บ้านคุณยายน่ะแหละผู้ต้องสงสัยก็มีทั้งเจ้าโต้ง เต้ง ต่วย ตูน” 

            นัฏนรีนับนิ้วมือไปด้วย

            “ดรีมจ๋า..เต้ง ต่วย ตูนเป็นหมาตัวเมียจ๊ะ..ส่วนเจ้าโต้งตอนที่เก็บมาเลี้ยงมันถูกจับตอนทำหมันเรียบร้อยแล้ว”

            “งั้นตัวไหนล่ะที่ทำดุ๊กดิ๊กท้อง..หรือว่าดุ๊กดิ๊กจะออกจากบ้านไปเจอตัวผู้ที่อื่น”

            นัฏนรีเดาต่อไป

            “อย่าเพิ่งคาดเดาดีกว่าจ๊ะดรีม..ทางที่ดีปอนด์ว่าพาเจ้าดุ๊กดิ๊กไปหาหมอดีกว่าจะได้เอ๊กเรย์ดูว่ามันท้องจริงหรือเปล่า”

            “ดรีมว่าน่าจะจริงนะมันอ้วนผิดปกติกินจุอีกต่างหากแล้วยังเบื่ออาหารอื่น กินแต่พิซซ่า ยังกะคนท้องเขาเป็นกัน”

            “ไม่เคยได้ยินแฮะว่าหมาแพ้ท้องเหมือนคน..”

            เขาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ

            “ดรีมว่าเจ้าดุ๊กดิ๊กอาจจะพิเศษกว่าสุนัขตัวอื่นก็ได้นะเพราะสิ่งที่มันชอบกินเหมือนกับที่..เอ้อ..ชวินชอบ”

            คำพูดของนัฏนรีทำให้สิปปกรนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เขาก็รู้อยู่เหมือนกันว่าช่วงที่ชวินมีชีวิตอยู่อาหารที่โปรดปรานของชวินก็คือพิซซ่าโดยเฉพาะหน้าทะเลจะชอบเป็นพิเศษ แล้วนัฏนรีก็บอกว่าเจ้าดุ๊กดิ๊กก็ชอบพิซซ่าหน้าทะเลเช่นกันหากเป็นเช่นนั้นก็เข้ากันได้กับคำทำนายของยายกันยามาศที่บอกว่าชวินอยู่ในท้องของเจ้าดุ๊กดิ๊ก..ตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องทำคือนำเจ้าดุ๊กดิ๊กไปตรวจให้แน่ใจเสียก่อนว่าท้องจริงหรือไม่

            “ปอนด์...หรือว่า..วินจะมาเกิดเป็น...”

            นัฏนรีมีสีหน้าไม่สบายใจ

            “อย่าคาดเดาเลยจ๊ะดรีมมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ ของแบบนี้พิสูจน์กันไม่ได้หรอก”

            เขาปลอบใจทั้งที่ในใจรู้สึกหดหู่

            “แต่บอกตามตรงนะ ตอนนี้ดรีมไม่ค่อยสบายใจเลยปอนด์จำได้ไหมที่ดรีมเคยเล่าให้ฟังว่า ฝันเห็นวินกับพ่อของเขาบอกว่าจะมาเกิด  แต่พอดรีมถามวิน  วินก็หายไปกลายเป็นเจ้าดุ๊กดิ๊กวิ่งเข้ามาหามันหมายความว่าไง ดรีมอยากจะไปถามคุณยายกันยา”

            นัฏนรีมีสีหน้าวิตกกังวลเมื่อพูดเรื่องนี้

            “ดรีมอย่าคิดมากเลยนะ..มันก็แค่ฝันน่ะไม่ได้มีความหมายอะไร”

            “แต่...”

            “เชื่อปอนด์นะ..ตอนนี้ดรีมอย่าไปนึกในสิ่งที่มันทำให้ไม่สบายใจดีกว่าถ้าวินเขารู้ว่าดรีมทุกข์ใจ วินก็คงไม่มีความสุขหรอก ทางที่ดีเราช่วยกันทำบุญให้วินเยอะ ๆ ดีกว่าเราก็จะได้สบายใจด้วยไง พอพาเจ้าดุ๊กดิ๊กหาหมอเสร็จ  เราก็แวะไปทำสังฆทานที่วัดต่อ ปล่อยนกปล่อยปลาด้วยดีไหม”

            นัฏนรีพยักหน้าช้า ๆ มีสีหน้าที่คลายวิตกสิปปกรจึงรู้สึกสบายใจขึ้น

                  

            “คุณต้องรับผิดชอบนะ คุณพีเจ”

            ลิลลี่ร้องบอกปัญจพลทางมือถือเมื่อเขาเป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปถามไถ่อาการของเธอ

            “ผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว บริษัทผมไม่ใจร้ายใจดำกับลูกจ้างหรอกครับแล้วผมก็อนุญาตให้คุณพักได้จนกว่าจะเดินได้คล่อง ๆ”

            ปัญจพลรีบบอกให้ลูกจ้างสาวสบายใจวันนี้เขาแวะไปดูหน้าคนชอบเถียงที่บริษัทรถเช่า แต่ทราบว่าเจ้าหล่อนลาป่วยเขารู้ว่าลิลลี่คงจะปวดข้อเท้าเดินไม่ถนัดจากที่หกล้มขาแพลงเมื่อวานนั่นเอง

            “ฉันไม่ได้หมายถึงรับผิดชอบเรื่องข้อเท้าแพลงของฉันหรอกนะ”

            “อ้าว..งั้นเรื่องอะไร”

            “เรื่องท้อง!”

            “หา!..นี่คุณท้องหรือ..กับใครอย่ามาโมเมว่าผมเป็นพ่อเด็กในท้องเด็ดขาดผมไม่ยอมหรอกนะ แค่ผมอุ้มคุณขึ้นรถไปหาหมอ แล้วทำให้คุณท้องได้ล่ะก็  ผมจะขอประท้วงวงการแพทย์ทั่วโลกเลย”  เขาโวยวายเสียงดัง

            “บ้า!..ฉันไม่ได้ท้อง แต่เป็นเจ้าดุ๊กดิ๊ก  หมาของเพื่อนฉันที่ไปเอามาจากบ้านคุณต่างหาก”

            “หา!..หมาท้องแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมครับ ผมไม่ใช่คนวิปลิศจิตวิปลาสปล้ำหมาหรอกนะ”

            “แล้วใครบอกว่าคุณทำหมาท้องล่ะ ร้อนตัวไปได้”

            “นี่คุณ..ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยผมเสียหายนะพูดได้ไงว่าผมร้อนตัว”

            “ก็คุณอยากจะพูดมากทำไมล่ะฉันยังไม่ทันพูดให้จบเลยก็โวยวายใหญ่โตไปได้”

            “งั้นก็พูดมาให้จบสิครับคุณลูกจ้างปากเก่ง”

            “ไม่ต้องมาประชดจะฟังหรือไม่ฟัง”

            “แหม..คุณนี่เป็นลูกจ้างชั้นดีจริงๆ พูดจาข่มขู่นายจ้างแบบนี้มันน่าไล่ออกนัก”

            “เผอิญฉันไม่กลัว อยากจะให้ไล่อยู่พอดีไม่อยากไปทำงานให้กับเจ้านายปากร้ายนักหรอกจะบอกให้”

            “เพราะคุณเป็นเพื่อนกับคุณไปรยาหรอกนะผมถึงให้อภัย..”

            “ยังไม่เลิกหวังที่จะเอาชนะใจเพื่อนฉันอีกหรือจะบอกให้นะว่าตอนนี้ยัยยากำลังสวีทหวานกับแฟนมากคุณอย่าทำตัวเป็นมือที่สามดีกว่า”

            “ตราบใดที่คุณไปรยายังไม่แต่งงานเป็นเรื่องเป็นราว ผมก็ถือว่าผมมีสิทธิ์..แล้วผมก็สืบรู้มาว่าผู้ชายที่มาติดพันคุณไปรยาน่ะก็แค่พนักงานออฟฟิศธรรมดานี่เอง หน้าตาก็งั้น ๆ เทียบผมไม่ได้ แล้วอย่างนี้คุณว่าผมพอจะมีสิทธิ์ไหมล่ะ”

            “อื้ย..หลงตัวเอง ไม่แมนเลย..เอาความเหนือกว่าทางกายภาพไปล่อหลอกเพื่อนฉันเหรอแต่ถึงยังไงฉันมั่นใจว่าเพื่อนของฉันจะมองผู้ชายที่หัวใจไม่ใช่สิ่งภายนอก”

            “หัวใจผมก็เป็นสีชมพูพร้อมมอบให้กับคุณไปรยา..”

            เขาทำเสียงขบขัน แต่ลิลลี่ทนฟังไม่ค่อยได้

            “ฉันไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระของคุณแล้วมาพูดเรื่องเจ้าดุ๊กดี๊กท้องจะดีกว่า”

            “ก็ว่ามาสิครับ”

            “เราสงสัยว่าหมาของคุณตัวใดตัวหนึ่งจะปลุกปล้ำขืนใจเจ้าดุ๊กดิ๊กจนมันท้อง”

            “บ้าน่าคุณ...มากล่าวหาหมาบ้านผมว่าไปปลุกปล้ำขืนใจหมาเพื่อนคุณได้ไงผมว่าเจ้าดุ๊กดิ๊กน่าจะอ่อยให้ท่าหมาผมมากกว่า พอท้องแล้วก็มาหาว่าหมาผมใช้กำลังขืนใจ..ตอนที่มันทำอะไรกันมันน่าจะมีความสุขด้วยกันมากกว่าเอ..แต่คิดอีกที...ผมว่าหมาเพื่อนคุณอาจจะไปท้องกับหมาที่อื่นรึเปล่าแล้วมาโยนความผิดให้หมาบ้านผม”

            “ไม่ต้องมาพูดลามกเลย เราไม่ได้คิดที่จะปรักปรำหมาคุณสักหน่อยก็แค่เราสงสัยเท่านั้นเอง”

            “เราสงสัยงั้นหรือ..แสดงว่าคงไม่ใช่คุณคนเดียว”

            “ปอนด์ก็สงสัยเหมือนกัน”

            “อ๋อ..นายปอนด์ที่คุณโมเมว่าเป็นแฟนน่ะเหรอ”

            “อีตาบ้า..ไม่ต้องเฉออกนอกเรื่องได้ไหมฉันกำลังพูดเรื่องเจ้าดุ๊กดิ๊กท้องกับหมาของคุณอยู่”

            “ถ้าผมปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นล่ะ”

             “มันก็เรื่องของคุณ แต่ฉันอยากจะบอกให้คุณรับรู้เอาไว้เท่านั้นเองถ้าคุณอยากรับผิดชอบก็ช่วยส่งพิซซ่าหน้าทะเลไปให้เจ้าดุ๊กดิ๊กมันกินด้วยเพราะตอนนี้มันกินจุมาก แล้วก็กินเฉพาะพิซซ่าอย่างเดียวอาหารอื่นไม่แตะต้องเลย”

            “อย่าพูดให้ผมขำแต่หัววันเลยคุณ หมาที่ไหนอาการยังกะคนแพ้ท้อง”

            “ก็หมาเพื่อนฉันนี่ไงล่ะ..”

            “โม้รึเปล่าเนี่ยคุณ..แล้วรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ามันท้อง”

            “วันนี้แหละ..ปอนด์เพิ่งพามันไปหาหมอแล้วก็โทรมาบอกฉันแล้วยัยดรีมเพื่อนของฉันก็อยากจะรู้ว่ามันท้องได้ยังไง”

            “เพื่อนคุณคงไม่ไร้เดียงสาขนาดไม่รู้ว่าหมาท้องได้ยังไงหรอกก็เหมือนคน ถ้าไม่ผสมพันธุ์กันจะท้องได้ไง”

            “ว้าย..คนบ้า..หยาบคาย ทุเรศ”

            ลิลลี่หน้าแดงด้วยความอายดีนะที่ไม่ได้เห็นหน้ากัน

            “ทุเรศตรงไหนผมพูดความจริง”

            “เมื่อกี้คุณบอกว่า..ผสม..พันธุ์ คำนั้นมันใช้กับคนที่ไหนล่ะ”

            “จะใช้กับใครมันก็ความหมายเดียวกันน่ะแหละยกตัวอย่างเช่น ถ้า ผมผสมพันธุ์ เอ๊ย.!.มีอะไรกับคุณ คุณก็ย่อมมีโอกาสท้องจริงไหม”

            “นี่ยกตัวอย่างให้มันห่าง ๆตัวฉันหน่อยได้ไหม..ฉันไม่เสียสติถึงกับยอมหลับหูหลับตามีอะไรกับคนทุเรศ ๆอย่างคุณหรอกนะ แต่ความจริงไม่ต้องยกตัวอย่างก็ได้เพราะฉันไม่ได้ซื่อบื้อขนาดไม่รู้ว่าทำอย่างไรจึงท้องได้”

            “ขนาดคนแบบคุณยังเข้าใจ ผมว่าเพื่อนคุณคงจะเข้าใจอยู่แล้วล่ะ”

            “ฉันอยากจะชกปากคุณจริง ๆ เลยทำไมชอบแขวะฉันอยู่เรื่อย ฉันขอสรุปเรื่องราวเลยแล้วกัน พ่อของลูกในท้องดุกดิ๊กน่าจะเป็นหมาบ้านคุณมีความเป็นไปได้มากที่สุด”

            “แล้วคุณก็เลยจะให้ผมรับผิดชอบหมาเพื่อนคุณ”

            “ใช่..”

            “บ้าหรือเปล่าคุณ จะให้ผมจัดงานแต่งงานให้เหรอถ้ายังงั้นก็ต้องเอาหมาตัวผู้ทั้งฝูงเข้าพิธีกับเจ้าดุ๊กดิ๊กน่ะสิ”  เขาพูดกลั้วเสียงหัวเราะ

             “ตลกละ!. แค่คุณรับผิดชอบด้วยการสั่งพิซซ่าหน้าทะเลให้เจ้าดุ๊กดิ๊กกินวันละสามถาดใหญ่จนกว่ามันจะคลอดเท่านั้นเองคุณทำได้หรือเปล่าล่ะ”

            “โอ้โห..สวาปามขนาดนั้นเลยรึคุณผมเคยเห็นแต่ตัวการ์ตูนการ์ฟิลด์นะนั่น..เอาเป็นว่าผมตกลงก็แล้วกันถึงมันจะท้องกับใครก็ช่างเถอะเพราะผมอยากจะได้ลูกหมาน่ารัก ๆ มาไว้เลี้ยงอยู่พอดีเลย ขอบคุณนะที่บอกเรื่องนี้”

            “ฉันไม่ได้บอกเพื่อให้คุณไปเอาลูกหมาของเพื่อนฉันนะแค่เล่าให้ฟังแล้วก็ให้ช่วยค่าอาหารเท่านั้นเอง”

            “ไม่รู้ล่ะ..ผมถือว่าบอกเพื่อให้ผมเอาลูกหมาไปเลี้ยงก็แล้วกัน”

            เขาสรุปอย่างไม่สนใจคำคัดค้านของเธอ

                                                               

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    นิยายแนะนำ

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405