"ชิงหลง ลูกจะเข้าเมืองหมอกนภาอย่างนั้นรึ?"
"ใช่แล้ว ขอรับ"
"ลูกไปคนเดียวมันอันตราย ให้ท่านพ่อของเจ้าไปด้วยก็แล้วกัน"
"ไม่เป็นไร ขอรับ ลูกดูแลตนเองได้ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง"
"แต่ว่าลูกไม่มีวิชาไว้ป้องกันตัวเลย ถ้าถูกสัตว์อสูรโจมตีระหว่างเดินทางลูกอาจจะตายได้เลยนะ ให้พ่อของลูกไปด้วยดีกว่า"
"ท่านแม่รู้ได้ยังไงว่าลูกไม่มีวิชาป้องกันตัว?"
"หืม..หมายความว่ายังไง? ก็ลูกไร้พลังปราณตั้งแต่กำเนิดแถมไม่ได้ฝึกวิชาเลยแล้วลูกจะ...."
พรึบ! ฟู่ๆ! ฟู่ๆ! ลูกไฟสีครามปรากฎขึ้นที่ฝ่ามือของ ชิงหลง เพียงแค่จ้องมองก็ทำให้ร่างกายสั่นสะท้านเหมือนโดนไฟนรกโลกันต์แผดเผาจนไม่สามารถหยุดสั่นได้เพราะความกลัว ชิงฮุยหลงขมวดคิ้วแน่น เหงื่อเย็นเยียบไหลเต็มแผ่นหลัง ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก
"ลูก..ลูกทำได้ยังไงน่ะ พ่อกับแม่ไม่เคยเห็นเจ้าฝึกวิชาเลยซักครั้ง เจ้าทำได้ยังไง"
"พรจากสวรรค์น่ะ ขอรับ"
ชิงหลงหยิบเอาพรจากสวรรค์มาใช้เพราะไม่อยากจะตอบอะไรไปมากกว่านี้
"เอ๊ะ..ไม่ใช่ว่าเจ้าได้มาแค่พรแห่งการเยียวยาหรอกรึ" ชิงหยูเยว่กล่าวถามออกไป
"เอ่อ..จะว่ายังไงดีล่ะ ลูกก็อยากบอกท่านพ่อท่านแม่ แต่มันเป็นความลับจากสวรรค์ ลูกเลยพูดไม่ได้ ขอให้ท่านพ่อท่านแม่เข้าใจลูกด้วย"
ชิงหลงสลายลูกไฟสีครามทันทีหลังจากที่พูดจบ ทำให้ทั้ง 2 เข้าใจในสิ่งที่ลูกชายตนกล่าวทันที แล้วชิงฮุยหลงก็กล่าวว่า"ไม่เป็นไร พ่อกับแม่ เข้าใจในสิ่งที่ลูกพูด ส่วนเรื่องที่ลูกขอเข้าเมืองพ่อให้เจ้าไปได้ แต่ก็ระวังตัวให้มากก็แล้วกัน"
"ลูกสัญญา ขอรับว่าจะดูแลตัวเองดีๆ"
"ยังไงลูกก็ต้องออกไปหาประสบการณ์จากโลกภายนอกอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยก็แล้วกัน พ่อกับแม่จะคอยช่วยเหลือลูกเอง"
"ถ้าอย่างนั้นลูกขอไปเตรียมตัวก่อน พรุ่งนี้จะออกเดินทางไปยังเมืองหมอกนภาตั้งแต่เช้า"
"อืม..ไปเถอะ ถ้ามีอะไรก็บอกพ่อกับแม่ได้นะ ลูก"ชิงหลงเดินกลับเข้าไปในกระท่อมก่อนจะนั่งทำสมาธิ เพื่อดูดซับพลังจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มพลังเวทย์ก่อนจะออกเดินทาง
ตระกูลจ้าว ตลอดระยะเวลา 3 เดือน มานี้ได้ส่งคนออกมาสืบข่าวอยู่ไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่พบข่าวคราวของชิงหลงเลย รู้เพียงแค่ว่า ก่อนออกจากเมืองหมอกนภาไป ได้แวะไปกินอาหารที่โรงเตี้ยมใบหลิว หลังจากนั้นก็ไม่รู้อะไรอีกเลย
"หืม..พวกเจ้าว่าอะไรนะ ไม่พบร่องลอยเลยอย่างนั้นรึ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน" จ้าวหลินเหลียนไม่อยากจะเชื่อว่าทั้ง3จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย จึงได้สั่งให้ออกสืบหาข่าวต่อไป
จวญเจ้าเมืองหมอกนภา"ดูเหมือนว่าจะเคยเกิดเรื่องขึ้นในตระกูลจ้าว เกี่ยวกับเด็กไร้พลังปราณในตระกูลถูกทุบตีจากเด็กรุ่นเดียวกันจนบาดเจ็บแล้วก็ล่มป่วยหนัก จนบิดามารดา ของเด็กทนไม่ไหว ได้ตัดขาดจากตระกูลจ้าว แล้วย้ายออกไป ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน"
"ท่านแน่ใจนะท่านผู้อาวุโสเฉิน"
"ข้าได้ให้คนไปสืบมาแล้ว จริงแท้แน่นอน"
"งั้นเด็กนั่นก็..."
"อย่างที่ท่านเจ้าเมืองเข้าใจ"
"เฮ้อ..ตระกูลจ้าวทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่แล้วล่ะ ถ้าเด็กนั่นเป็นอย่างที่ท่านผู้อาวุโสบอกกับข้าเมื่อตอนนั้น" หยวนไท่จื่อครุ่นคิด
"เด็กนั่นลึกลับมาก แม้แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจความคิดของเขาเลยซักนิด เป็นเด็กที่สงบ สุขุม ลุ่มลึกจนไม่อาจหยั่งถึง ถ้าได้เจอเด็กนั้นอีกครั้ง ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน นี่มันก็ 3 เดือนแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววของเด็กนั่นเลย"
"แต่ข้ารู้สึกสังหรณ์ว่าเด็กนั้นจะต้องมาเร็วๆนี้แน่นอน" หยวนไท่จื่อยิ้มก่อนจะเดินจากไปวิ้งง!! "ตอนนี้ข้าเลื่อนระดับพลังเป็นจอมเวทย์ ขั้น5 รู้สึกว่าการเลื่อระดับมันจะช้าลงรึเปล่านะ? ช่างยุ่งยากซะจริงๆ" ชิงหลงบ่นพึมพำก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วก็หลับไป
ชิงหลิงดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว วิ่งไปบ่อน้ำหลังกระท่อม ก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกแล้วกระโดดลงไปทันที ตู้ม!! เสียงปะทะกันระหว่างชิงหลงกับน้ำดังสนั่นไปทั่วป่า เสียง ซ่าๆ ซ่าๆ ดังมาไม่ขาดสาย สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่กำลังจะมากินน้ำที่บ่อกับแตกตื่นตกใจวิ่งหนีกันไปหมด
"คงได้เวลาขึ้นจากบ่อน้ำแล้ว จะได้เดินทางไปเมืองหมอกนภาแต่เช้า" ชิงหลงสวมเสื้อผ้าก่อนจะเดินทางไปหาพ่อแม่ของเขา
"มาแล้วรึ นี่เป็นห่อข้าวเอาไว้กินระหว่างทางไปเมืองหมอกนภา และนี่ก็เป็นเงิน เก็บไว้ให้ดีล่ะ" ชิงหลงรับเอาห่อข้าวกับเงิน ที่ท่านแม่ของเขาส่งมาให้แล้วกล่าวว่า
"ข้าไปก่อนนะท่านแม่ ตอนเย็นลูกจะรีบกลับมา"
ชิงหลงโบกมือลาท่านแม่ของตนแล้ว มุ่งหน้าสู้เมืองหมอกนภาอีกครั้ง "ข้าไม่ได้เข้าเมืองมา3เดือนแล้วไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนไปแค่ไหนกันนะ เริ่มรู้สึกตื่นเต้นซะแล้วสิ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาลองใช้เวทย์สร้างวาปเกจดูดีกว่า"
วาปเกจ!! ครืนนน!! ตึง!! เสียงประตูวาปเลื่อนขึ้นมาจากพื้นขึ้นมาจากวงเวทย์ที่ร่ายลงที่พื้น กลายเป็นประตูวาปเชื่อมต่อไปยังเขตป่ารอบนอกของเมืองหมอกนภา เมื่อชิงหลงก้าวเข้าไปก็เป็นอย่างที่คิดไว้ ตามที่กำหนดไว้ที่เขตป่ารอบนอก ที่ชิงหลงเคยเดินผ่านเมื่อมายังเมืองหมอกนภาครั้งแรก
"ฮ่าๆ ฮ่าๆ ดีกว่าเดินมาเป็นไหนๆ แต่ก็ต้องระวังเอาไว้หน่อยดีกว่า ถ้าดวงซวยเกิดมีคนมาเห็นเข้าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันก็เป็นได้"
ชิงหลงเดินออกมาจากป่าจนมาพบทหารคุ้มกันที่ประตูเมือง แต่ก็ไม่ได้ถูกขัดขวางใดๆเลย เพราะเขาเป็นเด็กน้อยจึงเป็นข้อยกเว้น ชิงหลงกล่าว "ขอบคุณ" ทหารคุ้มกันที่ด้านหน้าแล้วก็เดินเข้าไปในตัวเมือง ก็ต้องตกใจ
"เพียงแค่ 3 เดือนที่ไม่ได้มามันเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนดีหว่า"ชิงหลงมองซ้ายมองขวาก่อนจะยิ้ม แล้วรีบเดินไปยังที่หมายตาเอาไว้ทันที
"เอาตรงนี้ละกัน คนเยอะดี"
ด้านข้างของโรงเตี๊ยมใบหลิวจู่ๆก็มีเด็กน้อยนามชิงหลง มาตั้งร้าน รักษา เฉพาะกิจขึ้น โดยที่ป้ายข้างโต๊ะ นั้น มีข้อความเขียนเอาไว้ว่า
"ไม่หาย ไม่คิดเงิน"เขียนเอาไว้ ผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาต่างมองด้วยความสงสัยคิดในใจว่า "ลูกเต้าเหล่าใครมาเล่นอะไรพิเรนๆแถวนี้อีกละเนี้ย แล้วไอ้ป้ายนั่นมันอะไรกัน"
ชิงหลงนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนเก้าอี้ไม้ที่ทางโรงเตี๊ยมใบหลิวทำไว้สำหรับแขกที่มารอเวลาโต๊ะอาหารไม่ว่างได้นั่ง แต่ตอนนี้ได้ถูกเด็กน้อยยึดเอาไปแล้วขณะที่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่นั้นกลับได้ยินเสียงคนมาตะโกนเรียก"นี่เจ้าหนูใครบอกให้เจ้ามาตั้งร้านตรงนี้โดยไม่ขออนุญาตกันหะ"
ชิงหลงมองดูก็พบเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปี แต่งตัวด้วยผ้าธรรมดา ร่างกายเล็กผอม หน้าตาพอใช้ได้ กำลังยืนจ้องชิงหลงอยู่ จึงถามไปว่า
"นี่มันเรื่องอะไรกันทั้งๆที่คนอื่นเขาก็ทำ แล้วทำไมข้าจะทำไม่ได้ นี่มันถนนทางเดินและตรงที่ข้านั่งมันก็มีที่ว่างพอสำหรับร้านค้า มันไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าซะหน่อย"
"ฮ่าๆ ฮ่าๆ" "ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็รีบย้ายออกไปหรือไม่ก็จ่ายค่าคุ้มครองให้ข้า เจ้าไม่รู้รึไงว่า แถวนี้ข้าคุมอยู่ "
"ข้าไม่จ่ายข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร เจ้าอ่านที่ป้ายนี้ออกไหม เข้าใจรึเปล่าว่ามันคืออะไร"
หืม.."ไม่หาย ไม่คิดเงิน"แล้วมันทำไมล่ะ!"
"เจ้าไม่เข้าใจสินะ งั้นข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจเอง"
ชิงหลงลุกขึ้นยืนจากนั้นก็ใช้เวทย์ "ตรึงวิญญาณ" ทำให้ชายหนุ่มที่มาหาไล่เรียกเก็บค่าคุ้มครองต้องเบิกตากว้าง เมื่อร่างกายของเขาขยับไม่ได้ แม้แต่จะอ้าปากพูดก็ยังทำไม่ได้ เห็นเพียงแค่ปากของเด็กน้อยตรงหน้าเขาขยับจากนั้นร่างกายเขาก็หยุด ไม่นานก็มีสายฟ้าฟาดลงมาที่ร่างชายหนุ่มทันทีเปรี้ยงง!! คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างตกใจ ร้อง วี๊ด ว๊ายกันยกใหญ่ ก่อนจะเห็นควันลอยออกมาจากตัวชายหนุ่ม เสื้อผ้าขาดไหม้ ผมหยิกหยองหน้าดำ จากนั้นชิงหลงก็ร่ายเวทย์พื้นฟูก่อนจะนำมือไปแตะที่หน้าผากชายหนุ่มที่โดนฟ้าผ่า บาดแผลเริ่มฟื้นฟูจนหายสนิท ผู้คนที่เห็นต่างนำมือมาขยี้ตาไปมาว่าสิ่งที่เห็นมันเรื่องจริงรึเปล่า ก่อนจะได้ยินเสียงเล็กใสถามชายหนุ่มตรงหน้าว่า
"เจ้าเข้าใจป้ายที่ข้าเขียนรึยัง ถ้ายัง.. ข้าจะทำแบบนี้กับเจ้าอีกครั้ง"ชายหนุ่มหวาดผวาทันที เมื่อได้ยินคำว่า "ข้าจะทำแบบนี้กับเจ้าอีกครั้ง"
"ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่มารบกวนเจ้าอีก ข้าขอตัว"
ชายหนุ่มรีบเผ่นหนีทันที โดยไม่หันมามองอีกเลย ชิงหลงเดินกลับไปที่เก้าอี้ ก่อนจะกล่าวออกมาว่า
"ไม่หาย ไม่คิดเงิน"
"อ๊ะ! ข้าลืมคิดเงินจากเจ้านั่นไปเลย ไว้เจอค่อยคิดก็แล้วกัน"