จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 191 ไป่ฉีย้ายบ้าน Re

            เมื่อใบหน้าของไป่ฉีปรากฎต่อหน้าของทุกคน  เสียงทุกคนเงียบกริบ  จนกระทั่งมีคนทำของหลุดมือตกลงพื้นจนเกิดเสียง  ทุกคนถึงได้สติขึ้นพร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ


            “กรี๊ด  ไป่ฉี ๆ จริง ๆ ด้วย” ทีมงานหญิงร่างอ้วนคนหนึ่งกรี๊ดขึ้นมา  ก่อนทรุดตัวลงเพราะเป็นลม


            “เฮ้ย ๆ ใจเย็น  เป็นลมไปแล้ว  แอ่ก” ทีมงานชายที่เห็นทีมงานหญิงเป็นลม  เขารีบเข้าไปรับตัวเธอไว้  ก่อนจะโดนน้ำหนักตัวที่มากทับจนหายใจไม่ออก  เดือดร้อนทีมงานชายคนอื่นต้องช่วยกันยกตัวทีมงานหญิงร่างอ้วนขึ้นจากทีมงานชายผู้เคราะห์ร้าย


            เสี่ยวหลิงกับเป่าเปาตอนนี้ยืนนิ่งตาเหม่อลอยราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง  สิ่งที่เธอคิดคือ  ไอดอลที่เป็นเจ้าของผลงานนิยายที่พวกเธอชื่นชอบมาอยู่กับเธอ 1 อาทิตย์  แถมยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนิยายด้วย  พอคิดถึงตรงนี้ทั้ง 2 ก็ไม่สามารถปิดกั้นความเขินอายของพวกเธอเอาไว้ได้  เพราะพวกเธอเผลอทำอะไรเปิ่น ๆ ไปเยอะทีเดียว


            “รายการลงทุนมาก  ปลอมซะเป็นคนละคนแบบนี้ใครจะไปจำได้เนี่ย” เสี่ยวหลิงกล่าว


            “ใช่ ๆ เดี๋ยวต้องขอลายเซ็น เป็นการไถ่โทษที่ต้มพวกเราซะเปื่อยเลย” เป่าเปากล่าว


            “เป่าเปา  ฉันจะทำไงดี  ฉันทำเรื่องเลวร้ายไปตั้งแต่วันแรกที่เขามาทำงานเลยเลย  ถึงตอนหลังจะเป็นเพื่อนกันแล้ว  แต่ก็น่าอายจริง ๆ ที่ตอนนั้นฉันมองคนจากภายนอก” เสี่ยวหลิงกล่าว


            “ฉันก็พอ ๆ กันแหละ  แต่คิดในแง่ดีสิ  เราได้เป็นเพื่อนกับไป่ฉีเชียวน้า  ตอนให้เขาเซ็นหนังสือให้เขียนว่า แด่เพื่อนใหม่ที่ได้ทำงานร่วมกัน 1 อาทิตย์  ดีไหม” เป่าเปากล่าว


            “เยี่ยมเลย  เอาตามนี้ ๆ” เสี่ยวหลิงโยนความกังวลออกไปทันที กล่าวเห็นด้วยกับเป่าเปา


            ด้านหลินซื่อเสียงถึงกับพูดอะไรไม่ออก  เขานึกถึงคำพูดที่เขาบอกว่าจะตอบแทนจางเหลาหู่  คิดถึงตรงนี้ก็อดอับอายไม่ได้


            'ใครจะช่วยใครกันแน่  ฉันสิที่หลังจากนี้ต้องให้เขาช่วย  คนที่ได้ขึ้นไปเดินแบบในงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ระดับโลกอย่างปิงหู่ระดับไหน  ตัวฉันระดับไหน  อับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีแล้ว' หลินซื่อเสียงคิด


            เฉินเป่าหลิงหน้าชา  เพราะก่อนหน้านี้เธอแผลงฤทธิ์ใส่ไป่ฉีไปซะเยอะ  นี่ยังโชคดีที่เธอไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขานะ  ไม่อย่างนั้นเธออาจหมดอนาคตเหมือนนางแบบกับนายแบบที่ก่อเรื่องในงานแฟชั่นโชว์แบรนด์ปิงหู่ก็ได้  แล้วภาพที่เธอซ้อมคิวบู๊และได้ใกล้ชิดกับจางเหลาหู่ในหลายวันมานี้ก็ผุดขึ้น  ทำให้เธอเอามือปิดหน้าด้วยความเขินอาย


            'นี่ฉันทำเรื่องน่าอายไปหลายเรื่องต่อหน้าคนดังระดับนี้เลยเหรอ  จากนี้จะเข้าหน้ากันติดไหมเนี่ย' เฉินเป่าหลิงคิด


            ส่วนเซี่ยเป่าเจินหน้าซีดเผือด  เพราะเธอดันไปล่วงเกินไป่ฉีเข้า  อนาคตเธอคงจบแน่  ฉับพลันเธอก็นึกถึงเรื่องฟ้องร้องที่ผู้จัดการเคยบอกเอาไว้ได้  เธอก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว (ไป่ฉีคลายอักขระลมปราณให้เรียบร้อยแล้ว)


            ไป่ฉีที่สังเกตเห็นก็ยกยิ้มขึ้น  ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ข้างหน้าเซี่ยเป่าเจิน  ทำให้เซี่ยเป่าเจินที่เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ก็ทรุดลงกับพื้น  แขนขาของเธอไร้เรี่ยวแรงทันทีด้วยความกลัว


            “สำหรับเรื่องการฟ้องร้อง.....” ไป่ฉีตีหน้าจริงจังจ้องไปที่เซี่ยเป่าเจิน  ขณะเดียวกันทีมงานทุกคนต่างลุ้นระทึกจนแทบจะหยุดหายใจ


            “จะไปมีได้ยังไงกันล่ะ  ที่ทำก็เพื่อให้คุณได้คิดทบทวนสิ่งที่ทำไปต่างหาก  คุณควรใช้เหตุผลให้มากกว่านี้  คนเรามองที่ภายนอกไม่ได้  ดูอย่างจางเหลาหู่สิ  ออกจะธรรมดาไม่มีคนสนใจใช่ไหม” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  ด้วยคำพูดของเขาทำให้เซี่ยเป่าเจินเหมือนยกภูเขาออกจากอกแล้วร้องไห้โฮออกมา


            “เอ่อ” จางหมิงเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้นเสียงก็ขาดหายไป


            “พี่หมิงมีอะไรเหรอครับ” ไป่ฉีหันมาหาหัวหน้างานตอนที่เขาปลอมตัว


            “เรื่องที่.......” จางหมิงอยากพูดไปตรง ๆ แต่ติดที่ ๆ นี่คนเยอะเกินไป


            “เรื่องที่พวกพี่ให้ผมซักถุงเท้าเป็นการรับน้องน่ะเหรอครับ  เรื่องนั้นผมไม่เก็บมาเป็นอารมณ์หรอกน่า  สบายใจได้  มันก็เป็นการทำให้งานปลอมตัวครั้งนี้ไม่น่าเบื่อล่ะนะ” ไป่ฉียังคงรอยยิ้มไว้


            'นายสนุก  แต่ไม่คิดว่าพวกแฟนคลับนายจะไม่ด่าฉันงั้นเหรอ' จางหมิงคิด


            ขณะที่คนทั้งหมดหันมาหาพวกจางหมิง  จางต๋า และจางหยวน  สายตาเชือดเฉือน  ตำหนิ  พวกเขาราวกับพวกเขาไปทำความผิดร้ายแรงเข้า


            'อื้อหือ  ทำไมพวกที่ดูถูกจางเหลาหู่  ตอนนี้มามองแรงใส่พวกตูฟะ' จางต๋าคิด


            'ซวยแล้ว  หวังว่าเราจะมีชีวิตรอดคืนนี้ไปนะ' จางหยวนคิด


            “ก็แค่รับน้องน่ะครับ  ผมทำแค่ 2 วันเอง  อีกอย่างธรรมเนียมแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน  เมื่อเราเข้าไปอยู่กับคนที่ไหน  ก็ต้องเคารพในธรรมเนียมของคนที่นั่น  หากมันไม่ผิดต่อศีลธรรม  จริงไหมครับ” ไป่ฉีช่วยพูดให้ทุกคนเข้าใจการปรับตัว


            “อ๊า  อยากได้พนักงานใหม่ดี ๆ แบบจางเหลาหู่จัง  ไป่ฉี  คุณมาทำงานอยู่กับพวกเราจนซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทำเสร็จได้ไหม” ทีมงานหญิงคนหนึ่งถาม


            “คงไม่ได้หรอกครับ  พอดีหลังจากนี้ผมไม่มีงานก็จริง  แต่ต้องย้ายบ้านน่ะ  คงไม่สะดวก” ไป่ฉีกล่าว


            “เสียดายมาก  ฉันยังคุยกับนายไม่หายอยากเลย” จางเป่ากล่าว  หลายวันมานี้เขาถูกชะตาจางเหลาหู่มาก  หากไป่ฉีปลอมตัวนานกว่านี้  เกรงว่าเขาคงให้จางเหลาหู่มาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเขาไปแล้ว


            “หากมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก  ถึงตอนนั้นจะเป็นเพื่อนคุยให้หายอยากนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า สัญญาแล้วนะ” จางเป่ากล่าว


            “เอ่อ ว่าแต่รายการจะออกอากาศเมื่อไหร่เหรอ” จางต๋าถาม  อย่างน้อยถ้าเขารู้วัน  เขาจะได้ขอเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ ที่บ้านสักพัก


            “อ๋อ  ไม่นานหรอกครับ  น่าจะกลางเดือนหน้า” ไป่ฉีกล่าว


            “มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยนะ” เสียงคน ๆ หนึ่งดังขึ้น  เมื่อทุกคนหันไปก็จำได้ทันที  ผู้กำกับรายการซุปตาร์จำแลงนั่นเอง


            “เอ่อ  เปลี่ยนที่ว่านี่คือเลื่อนไปก่อนจนกว่าการถ่ายทำซีรีส์เสร็จใช่ไหมครับ” จางหยวนถาม


            “เปล่า  ออกอากาศวันพรุ่งนี้” เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่ผู้กำกับรายการซุปตาร์จำแลงกล่าว  ความเงียบก็เกิดขึ้นแบบฉันพลัน


            “ตายแน่  ฉันตายแน่  ไป่ฉี  แฟนคลับคุณคงไม่ฆ่าฉันใช่ไหม” เซี่ยเป่าเจินเริ่มร้องไห้อีกครั้ง


            “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า  เป่าเจิน  วันสุดท้ายเธอทำตัวดีนี่  ผู้ชมต้องให้อภัยเธอแน่” เฉินเป่าหลิงปลอบใจเพื่อนของเธอ


            “เดี๋ยวผมช่วยพูดให้ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “ไป่ฉี  ขอบใจมากที่ไม่ถือสาฉัน” เซี่ยเป่าเจินกล่าว


            วันนี้ PD ของซีรีส์ได้พาทุกคนไปกินเลี้ยงนอกสถานที่กัน  บรรยากาศสนุกสนาน  ด้านผู้กำกับรายการซุปตาร์จำแลงที่มองบรรยากาศผ่านกล้องกระดุมของไป่ฉี  เขายกยิ้มขึ้น  เพราะคิดว่าหากตอนนี้ออกอากาศออกไปเรตติงต้องมากสุดตั้งแต่รายการเริ่มออกอากาศมาแน่ ๆ


            คืนนั้นไป่ฉีขอตัวกลับเลย  จางหมิงเสนอว่าจะไปส่ง  แต่ไป่ฉีปฏิเสธ  เพราะพรุ่งนี้จางหมิงมีงานตั้งแต่เช้า  ไป่ฉีไม่ลืมเซ็นหนังสือให้กับทีมงานที่ติดหนังสือนิยายเขามาอ่านด้วย  เขาเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋า  กล้องกระดุมก็คืนทีมงานรายการไปหมดแล้ว  รวมถึงไมค์ไร้สายด้วย  ตอนเลิกกอง  ผู้กำกับรายการซุปตาร์จำแลงได้นำสมาร์ทโฟนของเขามาคืน และเขาก็นำสมาร์ทโฟนของทางรายการคืนไปด้วยเช่นกัน


            ไป่ฉีเดินไปที่ลับตาคน  ก่อนจะเปิดประตูมิติไปโผล่ที่หน้าห้องเช่าของตัวเองทันที  เขาเห็นว่าไฟปิดสนิทอยู่จึงค่อย ๆ ไขกุญแจเข้าไป  เมื่อเปิดประตูเข้าไป  เขาก็ยกยิ้มขึ้น  เมื่อเห็นเมิ่งชิงชิงนอนอยู่  ถ้าแค่นอนเฉย ๆ เขาคงไม่ยิ้มจนแก้มแทบปริแบบนี้  เพราะเมิ่งชิงชิงที่นอนอยู่ใส่เสื้อยืดของเขา  รวมถึงมีเสื้อตัวอื่น ๆ อีก 2-3 ตัวปูไว้ที่หมอน  เขาจำได้ว่าเสื้อพวกนั้นเขายังไม่ได้ซัก  แต่เมิ่งชิงชิงบอกว่าจะเอาไปซักให้  ที่แท้เธอกะเอามาใช้แบบนี้เองเหรอ  แฟนของเขาช่างน่ารักน่ากอดจริง ๆ


            ไป่ฉีไม่รอช้ารีบถอดเสื้อเหลือเพียงแค่กางเกงชั้นในตัวเดียวเข้าไปแทรกตัวในผ้าห่มพร้อมกับดึงตัวเมิ่งชิงชิงเข้ามากอดและรับไออุ่นจากกายของเขา  เขาคิดถึงเธอมากจริง ๆ ไม่ใช่แค่เธอขาดเขาไม่ได้  ตัวเขาตอนนี้ก็ขาดเธอไม่ได้เหมือนกัน  เขาแทบจะทนรอวันที่เขาจะได้ครอบครองร่างเล็กในอ้อมกอดไม่ไหวแล้ว


            เช้าวันรุ่งขึ้น

            เมิ่งชิงชิงที่กำลังหลับสนิทก็รู้สึกตัวขึ้นเมื่อซอกคอของเธอเหมือนถูกบางอย่างลากผ่าน  พร้อมกับเสียงสูดลมหายใจ  ทำให้เธอลืมตาขึ้น


            “ตื่นแล้วเหรอครับ” ไป่ฉียกยิ้ม


            “นะ...นายกลับมาเมื่อไหร่” เมิ่งชิงชิงถาม


            “กลับมาเมื่อคืน  ทันได้เห็นพี่เอาเสื้อที่ผมใส่แล้วมาใส่  แถมยังเอามาปูบนหมอนอีก  คิดถึงผมขนาดนั้นเลยหรอ” ไป่ฉีถาม


            “อืม” เมิ่งชิงชิงตอบสั้น ๆ  ก่อนที่ไป่ฉีจะกระชับอ้อมกอดจนหน้าของเธอจมลงไปในอกแกร่งของเขา


            ไป่ฉีได้ยินเสียงสูดลมหายใจเบา ๆ ของเมิ่งชิงชิง  มันรู้สึกจั๊กจี้นิดหน่อย และรู้สึกคันหัวใจยุบยิบ


            “ผมเองก็นอนไม่ค่อยหลับเหมือนกัน  ถ้าไม่มีพี่นอนอยู่ใกล้ ๆ” ไป่ฉีพูดเบา ๆ  ทำให้เมิ่งชิงชิงรู้สึกอุ่นวาบในใจ


            “ปล่อยฉันได้แล้ว  ฉันหายใจไม่ออก” เมิ่งชิงชิงพยายามดันไป่ฉีออกและเปลี่ยนเรื่องคุยทันที


            “พี่อยากได้กลิ่นผมไม่ใช่เหรอ  สูดให้เต็มที่เลยครับ  จะได้มีแรงย้ายบ้านวันนี้” ไป่ฉีแหย่เมิ่งชิงชิงเล่น


            “ได้พอแล้ว  ไว้หมดแรงเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ไป่ฉีหัวเราะดีใจที่เห็นว่าเธอเริ่มกล้าพูดตอบโต้เขาแบบนี้ได้แล้ว


            ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงลุกขึ้นไปอาบน้ำด้วยกัน  จากนั้นเมิ่งชิงชิงเริ่มนำของมาจัดแยกประเภทเอาไว้  ส่วนไป่ฉีตอนนี้กำลังทำอาหารเช้า


            หลังมื้ออาหาร  กริ่งหน้าห้องของไป่ฉีก็ดังขึ้น  ไป่ฉีเดินไปเปิดประตูให้  ซึ่งคนที่กดกริ่งหน้าห้องของเขาก็คือพนักงานจากบริษัทรับจ้างขนย้ายนั่นเอง  เมื่อพนักงานเข้ามา  เมิ่งชิงชิงจึงได้นั่งพักและคอยสั่งงานอย่างเดียว


            ของส่วนใหญ่จะเป็นของพ่อกับแม่ไป่ฉีมากกว่า  มีหลายชิ้นที่พวกท่านทิ้งไม่ลง  การจัดของเก็บใส่ลังกระดาษของทีมขนย้ายทำได้รวดเร็ว  เพียงแค่ครึ่งวันก็เสร็จเรียบร้อย  ของที่ไม่ใช้แล้ว  แต่ยังใช้ได้อยู่พ่อกับแม่ของไป่ฉีก็นำไปแจกจ่ายให้คนในห้องเช่าที่รู้จักกัน


            ก่อนไป่ฉีขึ้นรถ  มีคนที่ตลาดกับย่านการค้ามาขอถ่ายรูปกับเขาเป็นที่ระลึกอยู่นานทีเดียว  พอเขาขึ้นมาบนรถบนรถที่มีพ่อกับแม่ของเขานั่งด้านหลัง  ส่วนเมิ่งชิงชิงเป็นคนขับ และไป่ฉีนั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ


            “ตื่นเต้นจังเลยนะคะที่รัก” ไป่เหลียนฮวาตื่นเต้นที่จะได้เห็นบ้านหลังใหม่


            “ใช่  แต่ขึ้นบ้านใหม่ทั้งที  แม่จะไม่มีน้องให้ไป่ฉีมันจริง ๆ เหรอ” ไป่ชิงหยุนมองด้วยสายตาซุกซน


            “คุณนี่ล่ะก็  ชอบทำตัวอย่างไม่ดีให้ลูกเห็น  เดี๋ยวลูกก็จำไปใช้กับหนูชิงชิงหรอก” ไป่เหลียนฮวาตีแขนสามีเบา ๆ


            'ท่านอวี้กง  มีคนสะกดรอยตามท่าน  คาดว่าจะเป็นคนที่คุณแม่ของฮูหยินท่านจ้างมา  จะให้ทำยังไงดีครับ' คนที่ได้รับการคืนชีพด้วยเพลิงอมตะของไป่ฉีใช้ปราณสื่อสารบอกเขา


            'จับพวกมันแล้วให้หน่วยข่าวกรองรีดข้อมูลซะ  จากนั้นส่งรายงานผ่านปราณมาให้ฉันด้วย  หากมีหลักฐานที่สามารถเล่นงานแม่ยายฉันได้  ให้ไปตามหาและเก็บรวบรวมมาทั้งหมด' ไป่ฉีสั่งงานทันที


            'ทราบแล้วครับ' คนรายงานรับคำสั่งแล้วตัดการติดต่อไป


            พวกคนที่ไป่ฉีคืนชีพมานั้น  ไป่ฉีให้พวกเขาอาศัยอยู่ในเขตแดนเดียวกับหมาป่าหิมะ  เพื่อฝึกวิชา  ทุกคนได้รับการฝึกจากคัมภีร์ที่ไป่ฉีมอบให้  โดยแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยหลายหน่วย


            หน่วยสอดแนม ใช้สอดส่องความปลอดภัยให้กับครอบครัวของเขากับเมิ่งชิงชิง  รวมถึงเมิ่งตง  เมิ่งเจี่ย และซีหลัวด้วย  หน่วยนี้เน้นไปที่วิชาลอบสังหารหรือลักพาตัว และวิชาตรวจจับวงกว้างระยะไกล  มีความเร็วและความคล่องตัวสูง  ประสาทสัมผัสเฉียบคมมาก


            อีกหน่วยคือหน่วยคุ้มกัน  หน่วยนี้มีหน้าที่ในการคุ้มครองบุคคลตามคำสั่งของไป่ฉี  มีวิชาสร้างม่านพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง  ความคล่องตัวสูง  แต่น้อยกว่าหน่วยสอดแนม และมีวิชาแพทย์ลมปราณติดตัว  กรณีที่เป้าหมายที่คุ้มครองได้รับบาดเจ็บ หรือถูกพิษ


            ต่อไปคือหน่วยข่าวกรอง  คล้ายหน่วยสอดแนม  แต่จะมีวิชาสำหรับรีดข้อมูลจากสมองอีกฝ่ายโดยตรง  ตอนนี้ไป่ฉีให้หน่วยนี้ออกหาที่ตั้งของพรรคตะวันดับสาขาต่าง ๆ จากนั้นส่งข้อมูลให้พวกตำหนักเทพไปเก็บกวาดกันเอาเอง


            และหน่วยสุดท้ายคือหน่วยเบญจธาตุ  เป็นหน่วยที่ไป่ฉีคัดผู้มีพรสวรรค์สูงมาทำการฝึก  หน่วยนี้เขากะจะให้เป็นกำลังหลักของอวี้กงในโลกยุทธภพ  มีหน้าที่เป็นตัวแทนดำเนินงานต่าง ๆ ภายใต้ชื่อของเทพกระบี่  ความสามารถขั้นต่ำคือการเปลี่ยนกายเนื้อให้เป็นธาตุที่พวกเขาชำนาญได้  วิชานี้ไป่ฉีเป็นคนคิดค้นขึ้นสมัยอยู่ต้าเซียน  เรียกว่าเคล็ดกายเบญจธาตุ  แบ่งเป็น 5 หน่วยย่อย  คือหน่วยเตโชธาตุ  วาโยธาตุ  อาโปธาตุ  ปฐวีธาตุ  วิญญาณธาตุ


            ถามว่าเขากลัวคนพวกนี้ทรยศรึเปล่า  คำตอบคือไม่  เพราะทุกคนจะได้รับการลงอักขระลมปราณเอาไว้กับวิญญาณของพวกเขา  หากพวกเขาหักหลังหรือผิดกฎที่ไป่ฉีวางไว้  ร่างพวกเขาจะถูกเผาด้วยเพลิงสีขาวจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าในพริบตา


            ช่วงบ่ายครอบครัวของไป่ฉีก็เดินทางมาถึงบ้านใหม่เรียบร้อย  เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไป  พวกเขาเห็นคน 3 คนคุกเข่ารออยู่แล้ว (ใครจำคู่หูชิ เชอะกับโม่ลี่ได้บ้าง)


            “ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่ครับ/ค่ะ  คุณไป่ฉี” ไป่ชิ  ไป่เชอะ และไป่โม่ลี่กล่าวพร้อมกัน

    ________________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498