ลอว์เรนซ์ไม่เงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษปาปิรัส บางทีมันอาจจะมีเงื่อนงำบางประการบ่งชี้ให้เห็นว่าแต่เดิมสุสานโอ่อ่าที่ใช้เก็บพระศพของพระนางคลีโอพัตราอยู่ที่ไหน
“นี่ฉันต้องพูดกับแกอีกสักกี่ครั้งกี่หนนะว่าฉันจะไม่เซ็นเอกสารอะไรทั้งนั้น ออกไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้ว” ลอว์เรนซ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้แสดงความยินดียินร้าย
“อาครับ ตอนนี้ท่านเอิร์ลกําลังรอฟังคําตอบเื่แต่งงานระหว่างจูลี่กับอเล็กซ์อยู่นะครับ ผมไม่คิดว่าเขาจะทนรอฟังคําตอบจากอาโดยไม่มีจุดหมายได้นานนักหรอกและทั้งหมดนี่เป็แค่ใบหุ้นไม่กี่ใบ”
ท่านเอิร์ล...จูลี่กับอเล็กซ์...
“นี่มันอะไรกัน ทําไมแกจะต้องมารบกวนฉันตอนนี้ด้วย?”
“อาครับ โลกไม่ได้หยุดหมุนเพียงเพราะการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของอาหรอกนะ” เฮนรี่โต้ตอบด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว “เราต้องจัดการเกี่ยวกับเื่หุ้นให้เรียบร้อย”
“ไม่จําเป็” ลอว์เรนซ์วางปากกาในมือลง สายตาที่มองหน้าหลานชายยามนี้เปี่ยมด้วยความชิงชังรังเกียจอย่างเปิดเผย “สําหรับเื่การแต่งงานจะต้องรอได้ไม่ว่านานแค่ไหนหรือไม่ก็ให้จูลี่ตัดสินด้วยตัวเอง กลับไปบอกเอิร์ลรูทเธอร์ฝอร์ดตามนี้ด้วยและอย่าลืมบอกพ่อของแกด้วยว่าฉันจะไม่มีวันเซ็นเอกสารใบหุ้นอีกแล้ว เสร็จเื่แล้วออกไปจากที่นี้เสียที่”
แต่เฮนรี่ก็ยังไม่ยอมแพ้ แววในดวงตากร้าวกระด้างขณะเขม้นมองหน้าของอีกฝ่าย
“นี่อาคงไม่รู้หรอกนะว่า...”
“ต้องให้ฉันบอกแกด้วยใช่ไหมล่ะว่าฉันรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับตัวแก” ลอว์เรนซ์พูดห้วนๆ “ฉันรู้ว่าแกเอาเงินไปล้างผลาญในบ่อนการพนันเป็จํานวนมากมายมหาศาลและพ่อแกต้องตามใช้หนี้ตลอดเวลา อีกอย่าง จูลี่จะเอาบรรดาศักดิ์ของเอิร์ลแห่งรูทเธอร์ฝอร์ดมาทําอะไร? ฉันรู้ความจริงยิ่งกว่านั้นว่าการที่อเล็กซ์้าแต่งงานกับจูลี่เป็เพราะเขาหวังทรัพย์สมบัติของตระกูลสแตรทฝอร์ด คนอย่างอเล็กซ์มีแต่ตัวกับบรรดาศักดิ์นั่นเท่านั้นแหละ มันยากจนเหมือนขอทานเช่นเดียวกับเอลเลียตพ่อของมันนั่นแหละ ที่ฉันพูดมาทั้งหมดนี้เป็ความจริงทั้งนั้น”
“แต่อาครับ ด้วยบรรดาศักดิ์นั่นอเล็กซ์แต่งงานกับผู้หญิงรวยในลอนดอนคนไหนก็ได้นะครับ”
“อ้าว แล้วทําไมไม่ไปแต่งเสียล่ะ?”
“ผมทราบนะครับอาว่าถ้าอาเอ่ยปากเพียงคําเดียวจูลี่จะต้องตัดสินใจได้...”
“และเอลเลียตก็จะแสดงความขอบใจแกที่จัดการให้เื่ต่างๆ ที่เขาหวังเสร็จเรียบร้อยลงได้อย่างนั้นใช่ไหม? ยิ่งเขาได้เห็นเงินของลูกสาวฉันเขาก็จะยิ่งมีน้ำใจกับแกมากขึ้น”
ใบหน้าของเฮนรี่ซีดเผือดด้วยความขุ่นเคือง
“ฉันขอถามแกหน่อยเถอะว่าทําไมแกถึงต้องวุ่นวายกับการแต่งงานครั้งนี้นักหนา?” หางเสียงของเขาบอกความเจ็บใจไม่น้อยเลย “การที่แกยอมดูถูกตัวเองก็เพราะเงิน...”
เขาคิดว่าเขาเห็นริมฝีปากของเฮนรี่ขยับราวกับจะพ่นคําผรุสวาทออกมา
ลอว์เรนซ์หันกลับไปทางมัมมี่อีก เขาพยายามตั้งสมาธิให้แน่วแน่ ไม่น่าเชื่อว่าในเวลาสําคัญแบบนี้เื่ราวความยุ่งยากทั้งหลายของชีวิตผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเขาในลอนดอนจะติดตามมาถึงที่นี่
แต่...ทําไม...มันถึงดูคล้ายกับว่ามัมมี่ที่อยู่เบื้องหน้าเขาจึงดูมีชีวิตจิตใจขึ้นมาได้ เนื้อหนังดูเต่งตึงขึ้น เขาเห็นแหวนที่สวมอยู่รัดรึงเนื้อหนังใต้ข้อนิ้วจนแทบปริ และที่สําคัญกว่านั้นคือลอว์เรนซ์ออกจะแน่ใจว่าเขาเห็นความมีเืมีเนื้อปรากฏขึ้นด้วย
“สายตากําลังหลอกฉันอยู่นะนี่” เขาพึมพํากับตัวเอง และเสียงนั่น...เสียงแ่เบาดังขึ้นอีกแล้ว เขาพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจแต่ยิ่งตั้งสมาธิมั่นเพียงไรเสียงจากภายนอกก็ยิ่งดังเข้ามากระทบหูมากขึ้นเพียงนั้น เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่ยืนอยู่ในโลงศพ พระเ้า...เป็ไปได้หรือที่เขาเห็นเส้นผมปรากฏอยู่บนศีรษะที่มีผ้าพันห่อหุ้มไว้
“ฉันรู้สึกเสียใจแทนแกจริงๆ เฮนรี่” เขากล่าวออกมาอย่างไม่รู้ตัว “ที่คนอย่างแกไม่อาจััความรู้สึกตื่นเต้นของการค้นพบอันยิ่งใหญ่อย่างนี้ได้ แกไม่สามารถัักับกษัตริย์สมัยโบราณพระองค์นี้ ไม่สามารถล่วงรู้ถึงความลึกลับที่ถูกซ่อนเร้นปิดบังมาเป็เวลานานนับพันปีอย่างฉัน” ก็ใครกันล่ะที่บอกว่าเขาไม่แตะต้องร่างของมัมมี่นี้ได้...ถ้าเขาเพียงแค่ตัดผ้าที่ห่อหุ้มไว้ออกอีกสักนิดจะเป็ไรไป?
ลอว์เรนซ์หยิบมีดขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างไม่แน่ใจ เมื่อยี่สิบปีก่อนเขาอาจจะใช้ใบมีดคมกริบเลือนลงไปในทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลย แต่ตอนนี้...? อํานาจที่กระตุ้นอยู่ในใจทําให้เขาอยากเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าสีเหลืองตรงหน้าเหลือเกิน
“ถ้าผมเป็อาผมจะไม่ทําอย่างนั้น” เสียงเฮนรี่ปราม “ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นเ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ในลอนดอนคงไม่ชอบใจแน่”
“ฉันบอกให้แกออกไป!”
เขาได้ยินเสียงเฮนรี่รินกาแฟลงในถ้วยราวกับไม่รู้สึกรู้สมกับคําสั่งเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟอบอวลไปทั่วทั้งคูหา
ลอว์เรนซ์เดินกลับมานั่งในเก้าอี้อีก แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อตรงคิ้ว บอกตัวเองว่าเขาตรากตรำกับงานนี้มากว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว บางทีเขาควรพักผ่อนเสียหน่อย
“ดื่มกาแฟเสียก่อนเถอะครับอาลอว์เรนซ์” เฮนรี่บอก “ผมรินไว้ให้แล้ว” เขามองไปทางกาแฟที่เต็มอยู่ในถ้วย “คนพวกนั้นกําลังรออาอยู่ข้างนอกนะครับและท่าทางอ่อนเพลียมาก”
“แกมันไอ้หน้าโง่” ลอว์เรนซ์พูดอย่างอ่อนใจ “แกควรไปให้พ้นหน้าพ้นตาฉันได้แล้ว”
เฮนรี่วางถ้วยกาแฟลงตรงหน้าลอว์เรนซ์ติดกับสมุดบันทึก
“ระวังหน่อย เอกสารเก่าๆ หาค่าไม่ได้”
กลิ่นกาแฟในถ้วยเรียกร้องเชิญชวนให้ยกขึ้นดื่มถึงแม้เฮนรี่เป็คนรินให้ก็ตาม ลอว์เรนซ์หยิบถ้วยขึ้นมาดื่มอึกใหญ่พร้อมกับหลับตา
แต่ตอนวางถ้วยเขาเห็นว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น...มัมมี่ในโลงขยับตัวได้จริงๆ นะหรือ...?
เป็ไปไม่ได้...แต่ทันใดอาการลวกร้อนที่เกิดขึ้นในลำคอก็สกัดกั้นความรู้สึกทุกสิ่งจนหมดสิ้น คล้ายกับลําคอของเขาถูกบีบจนติดกันไปหมดไม่สามารถหายใจหรือเปล่งคําพูดใดๆ ออกมาได้...
เขาพยายามประคองตัวลุกขึ้นยืน ดวงตาถลึงมองเฮนรี่ ทันใดเขาได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยขึ้นมาจากถ้วยกาแฟที่ยังค้างอยู่ในมือสั่นเทา กลิ่นอัลมอนด์...ในกาแฟถ้วยนี้มันมียาพิษ เมื่อถ้วยตกลงกระทบพื้นในท่ามกลางสติที่รางเลือนเขาได้ยินเสียงมันแตกกระจาย
“ไอ้ชาติชั่ว...” ร่างของลอว์เรนซ์โงนเงนก่อนล้มลง มือทั้งสองกางเข้าหาร่างของหลานชายผู้ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเ็าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือราวกับอาของตนไม่ได้อยู่ในสภาพใกล้ตาย
ร่างของลอว์เรนซ์บิดเป็เกลียวบนพื้นคูหา ก่อนใบหน้าจะคว่ำลงกับพื้นเขายังมองเห็นมัมมี่ที่กระจ่างอยู่ในแสงอาทิตย์...
เฮนรี่ สแตรทฝอร์ดยืนตะลึงมองร่างของผู้เป็อาไม่อยากเชื่อสายตาตนเองว่า กําลังมองเห็นภาพนั้นอยู่จริงๆ จะต้องมีใครสักคนที่ทําสิ่งนี้...ใครสักคนใช้อํานาจลึกลับสร้างเหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้ ใครสักคนบังคับให้เขาหยิบช้อนเงินตักยาพิษในโถหินขาวใส่ลงในถ้วยกาแฟของลอว์เรนซ์แน่...!
ในท่ามกลางแสงแดดเต็มไปด้วยละอองฝุ่นทุกสิ่งเงียบสงบปราศจากความเคลื่อนไหว แต่มีเสียงแ่เบาดังทําลายความเงียบเป็ระยะๆ เหมือนเสียงสะท้อนของลมหายใจ
มันเป็เพียงเสียงในจินตนาการ แต่กระนั้นมันก็คล้ายกับมีอำนาจบังคับให้เฮนรี่ต้องเงี่ยหูฟัง มันบังคับให้มือของเขาหยุดสั่น บังคับไม่ให้เขาเปล่งเสียงร้องออกมาจากปากที่เผยอค้างอยู่ ลึกลงไปในใจเฮนรี่กําลังะโบอกตัวเอง
“ฉันฆ่าเขา...ฉันเป็คนวางยาพิษ...” แต่อีกใจหนึ่งกําลังบอกเขาอย่างกระหยิ่มว่า...ในที่สุดอุปสรรคอันยิ่งใหญ่-บุคคลที่ต่อต้านขัดขวางการกระทําของเขาเสียชีวิตลงพร้อมกับนําอุปสรรคนั้นไปด้วย
เฮนรี่ก้มลงแตะชีพจร...ลอว์เรนซ์ตายแล้ว...ตายสนิท
เมื่อยืดร่างขึ้นนั้นเฮนรี่พยายามต่อสู้กับความหวาดหวั่นพรั่นพรึงรุนแรงที่บังเกิดขึ้นในใจ เขารีบหยิบเอกสารออกจากกระเป๋าแล้วหยิบปากกาของอาจุ่มหมึกในขวดและเซ็นชื่อลอว์เรนซ์อย่างประณีตและรวดเร็วเหมือนที่เขาเคยทำมามากมายหลายครั้งในอดีต แม้มือยังสั่นแต่เขากลับรู้สึกดีขึ้นมาก แผนการบรรลุเป้าหมายอย่างง่ายดายเกินคาด เขาวางปากกากลับลงไว้ในที่เดิมแล้วยืนหลับตานิ่งอยู่พักใหญ่เพื่อระงับความหวาดหวั่น พยายามบอกตัวเองว่าบัดนี้เื่ราวทั้งหมดได้สำเร็จเสร็จสิ้นลงแล้ว
แต่ยังมีความแปลกใจใหญ่หลวงเกิดขึ้นอยู่ดี เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองทำสิ่งนี้ มันเกิดขึ้นรวดเร็วเหลือเกิน เพียงแค่ชั่ววูบเดียวของอารมณ์เท่านั้น ถ้าเพียงแต่เขาหยุดคิดลอว์เรนซ์คงจะยังมีชีวิตอยู่และเหตุการณ์สยองขวัญคงไม่เกิดขึ้น มันน่ากลัวเหลือเกินทั้งยาพิษ...กาแฟ...และร่างของลอว์เรนซ์ที่นอนตายอยู่ตรงหน้า
และแล้วความทรงจำถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน...วันที่จูลี่ญาติผู้น้องของเขาลืมตาขึ้นดูโลกผ่านเข้ามาในสมอง เขาจําได้ว่าวันนั้นเขากับลอว์เรนซ์นั่งอยู่ด้วยกันในห้องรับแขก...อาลอว์เรนซ์ผู้ที่เขารักยิ่งกว่าพ่อของตัวเอง
“ถึงยังไงอาก็อยากให้แกรับรู้ว่าแกยังคงเป็หลานรักของอาตลอดไปนะเฮนรี่” คําพูดประโยคนั้นดังก้องขึ้นในหู
พระเ้า...นี่เขาเสียสติไปแล้วหรือไง? เฮนรี่คิดว่ามีอยู่่หนึ่งที่เขาไม่มีความเป็ตัวของตัวเองเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกําลังอยู่ที่ไหน เขากล้าสาบานอย่างเต็มปากว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องนี้กับเขาด้วย แต่มันเป็ใคร?
สิ่งนั้นมันอยู่ในโลงใส่มัมมี่นั่นเอง...อย่า...อย่าหันไปมองมันเป็อันขาด มันนั่นแหละที่เป็พยานว่าเขากระทําการฆาตกรรมอาของตัวเองเมื่อครู่นี้ หันมาให้ความสนใจกับสิ่งที่จะต้องมำต่อไปดีกว่า
บัดนี้เอกสารได้รับการเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว หุ้นทั้งหมดที่อยู่ในมือเขาขณะนี้สามารถนําออกขายได้อย่างถูกต้องและเมื่อมาถึงเวลานี้ก็มีเหตุผลที่จูลี่จะตัดสินใจแต่งงานกับอเล็กซ์ ซาวาเรลล์ได้เสียที และยิ่งเป็เหตุผลสําคัญที่พ่อของเขาจะเข้าครองอํานาจในบริษัทเดินเรือสแตรทฝอร์ดไว้ได้อย่างเต็มที่เสียที
แต่สําหรับตอนนี้เขาจะแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นได้อย่างไร?