“โอ..เกิดอะไรขึ้นกันเล่านี่ พวกเ้าได้ปลามาเยอะหรือไรถึงพากันออกมาข้างนอกกันหลายคนเช่นนี้” ฉีฟ่งคนเดิมส่งเสียงร้องทักเมื่อเห็นกลุ่มเด็กชายเดินแถวหิ้วตะกร้าออกมาหน้าประตูแต่เช้าตรู่
“ท่านลุง วันนี้พวกเราไม่มีปลามาขาย แต่เราขายซาลาเปาขอรับ” เว่ยหลงเคยพบกับนายทหารกลุ่มนี้เมื่อครั้งที่ติดตามเจียวจ้านออกมาขายปลา เขาจึงวิ่งเข้าไปหากลุ่มลูกค้าเก่าที่ช่วยอุดหนุนซื้อปลาไปทุกครั้งที่พวกตนเอาออกมาขาย
“หน้าตาดีนี่ สีก็แปลกตาด้วย ดูท่าจะใช้ได้นะ” นายทหารพากันล้อมวงมาดูซาลาเปาในตะกร้าของเว่ยหลงกับตงหยางที่จับคู่กันออกมาขาย
“ข้าจะซื้อชิมดูก่อนแล้วกัน เ้าขายลูกละเท่าไรเล่า”
“นี่เป็ไส้ถั่วเขียวขอรับ ลูกละสี่อีแปะ พวกเรามีไส้ถั่วเขียวอย่างเดียวเลย อีกไม่นานถึงจะทำไส้อื่นออกมาขายเพิ่มขอรับ” ตงหยางเป็ฝ่ายตอบบ้าง
นายทหารห้าคนควักเงินคนละสี่อีแปะออกมาซื้อคนละหนึ่งลูกโดยไม่ลังเล ใช่ว่าพวกตนไม่เคยโยนข้าวสารเข้าไปในกำแพงหอหงไถเสียเมื่อใด คราวนี้เด็กๆ เริ่มหัดค้าขายกันเอง สมควรแล้วที่จะส่งเสริม
เห็นน้องเล็กสุดในกลุ่มขายซาลาเปาได้แล้ว กลุ่มเด็กชายที่เหลือก็ตื่นเต้นกันใหญ่ พวกเขารีบเดินออกห่างจากเว่ยหลง เพื่อไปหาทำเลดีๆ ของพวกตนบ้าง
“นั่นท่านอาหวัง เขากำลังจะพาคนเข้าเมือง เราไปขายให้พวกเขาได้” เจียวจ้านเห็นหวังหยวนกำลังช่วยส่งสตรีหลายคนขึ้นนั่งบนเกวียน หากคนที่กำลังจะเข้าเมืองยังไม่ได้กินอาหารเช้าก่อนออกจากบ้าน ซาลาเปาก็พอจะเป็อาหารว่างรองท้องระหว่างเดินทางได้ดีทีเดียว
“หลินอี อี้เฉิน เ้าไปกับข้า” น้องชายสองคนยังไม่รู้จักหวังหยวน เจียวจ้านที่ตามออกมาสังเกตการณ์จึงต้องเป็ฝ่ายนำทางเด็กชายทั้งสองไปแทน
“ท่านน้า ท่านป้า ท่านยายทั้งหลาย เรามีซาลาเปาร้อนๆ เพิ่งออกจากเตามาขายขอรับ พวกท่านลองดูก่อน” อี้เฉินเปิดผ้าคลุมตะกร้าออกให้บรรดาสตรีที่นั่งอยู่บนเกวียนได้เห็น
“พวกเ้าเป็เด็กในหอหงไถมิใช่หรือ เหตุใดจึงทำซาลาเปากันเป็เล่า? สะอาดหรือไม่ก็ไม่รู้” สตรีวัยกลางคนร่างท้วมเบะปากทำท่าขยะแขยงออกมาอย่างชัดเจน
“ท่านยายเฉินที่อยู่ด้านหลังช่วยเหลือพวกเขาอยู่ คงเป็นางต่างหากที่ทำให้เด็กๆ เอาออกมาขาย เ้าไม่ซื้อก็อย่าพล่ามไปเลยนางจวง” หวังหยวนทำหน้าบึ้งตึงตำหนิสตรีปากเสียทันควัน
“พวกเ้ารู้จักทำมาหากินก็ดีแล้ว ข้ากับหลานสาวยังไม่ได้กินอะไรมาพอดี มาข้าช่วยอุดหนุน” สตรีอีกคนท่าทางเป็มิตรยิ่งกว่ากระทุ้งข้อศอกไปที่สตรีข้างๆ ชี้ชวนให้ช่วยกันซื้อ
“พี่สาวคิดจะซื้อของจากเด็กพวกนี้หรือไร พวกเขาเป็บุตรของคณิกาในหอนางโลมทั้งสิ้นท่านก็รู้ พวกนางเคยดูดเงินจากสามีพวกเราไม่น้อย คราวนี้ยังจะต้องมาเสียเงินให้พวกเขาอีกหรือ” สตรีร่างเล็กกว่าแม้จะพูดจาไม่น่าฟังเท่าคนแรก แต่ก็ยังป้องปากสนทนาเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงพวกนาง
“อุดหนุนพวกเขาเรายังได้กิน อีกหน่อยพวกเขาหาเงินกันเองได้ บุรุษในเรือนเราก็ไม่ต้องขโมยข้าวสารแอบโยนพวกเขาแล้ว หรือบ้านเ้าข้าวสารไม่เคยหาย”
พอพูดถึงข้าวสารหาย สตรีหลายคนที่นั่งอยู่ก็หูผึ่ง แต่หากยอมรับว่าบ้านตนข้าวสารหายก็เท่ากับเป็การยอมรับว่าสามีนางเคยไปเที่ยวหอนางโลม พวกนางยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!
นางจวงที่เบะปากเหยียดหยามเด็กๆ อยู่เมื่อครู่นั้นร้อนตัวยิ่งกว่าผู้ใด พอข้าวสารในเรือนหายไปบ่อยๆ นางก็เอาถังข้าวสารไปซ่อนให้มีเพียงตนที่รู้ที่ แต่ภายหลังนางยังถูกเถ้าแก่ร้านข้าวมาทวงเงินว่าสามีมาขอซื้อไปแต่ยังไม่จ่ายเงินอีก
ข้าวสารที่หายไปนั้นย่อมถูกโยนข้ามกำแพงไปเป็อาหารของเด็กที่บุรุษทั้งอำเภอซิ่งอันต่างคิดว่าเป็บุตรของตนอย่างแน่นอน
สตรีผู้นั้นก็กล่าวได้ถูกต้อง นางจะเลือกเปิดโอกาสให้เด็กๆ รู้จักทำมาหากินกันเอง หรือจะปล่อยให้สามีขโมยข้าวส่งให้พวกเขาไปเปล่าๆ!
“ข้าเห็นแก่ท่านยายเฉินที่ออกหน้าช่วยพวกเ้าทำซาลาเปาหรอกนะข้าถึงช่วยซื้อ เ้าขายลูกละเท่าใดเล่า เอามาให้ข้าสองลูก" นางจวงตัดสินใจหนักแน่นทั้งยังควักเงินออกมาจ่ายโดยไม่ต่อรองสักคำเมื่ออี้เฉินแจ้งราคา
สตรีบนเกวียนมีทั้งหมด 6 คน พวกนางต่างก็สั่งซื้อกันคนละสองลูก รวมกับหวังหยวนที่จะซื้ออีกหนึ่งลูก ทำให้เจียวจ้านต้องกวักมือเรียกอี้ฝานกับอี้เทียนให้เอาซาลาเปาในมือพวกเขามาเพิ่ม
พอเห็นกลุ่มสตรียินยอมซื้อซาลาเปา เหล่าพ่อบ้านใจกล้าที่กำลังจะเดินทางไปทำงานในเมืองสือเจียในตอนเช้าก็รีบเข้ามาช่วยอุดหนุนกันยกใหญ่ ครู่เดียวซาลาเปา 28 ลูกทั้งสามตะกร้าก็หมดไปอย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่เด็กๆ ยังเดินห่างจากประตูหอหงไถไม่พอ 20 ก้าวเลยด้วยซ้ำ
……….
“พี่สาว! ทุกคน! พวกเราขายซาลาเปาหมดแล้วขอรับ” เว่ยหลงวิ่งเข้ามาในหอหงไถก่อนใครเพื่อน
“หมดแล้วหรือเว่ยหลง ข้ายังต้มข้าวไม่ทันสุกเลยด้วยซ้ำ เ้าหลอกพวกเราหรือไม่” ตงเหม่ยะโลงจากเก้าอี้เตี้ยที่ใช้ต่อขาให้สูงขึ้นยามที่นางต้องอยู่หน้าเตา พอเห็นกลุ่มเด็กชายที่วิ่งตามเว่ยหลงกลับมาพร้อมกับตะกร้าเปล่า นางก็ถึงกับต้องปิดปากเอาไว้แน่นไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
“ขายหมดแล้วจริงๆ ขอรับ ท่านยายพี่หลิงหลิง ไม่ได้มีแต่ทหารที่ช่วยซื้อของเรานะขอรับ กลุ่มสตรีและชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็มาซื้อซาลาเปาจากพวกเราด้วย”
เื่นี้เจียวจ้านต้องเล่า! เพราะก่อนหน้านี้ที่พวกเอาปลาไปขายหน้าหอหงไถ คนที่ช่วยซื้อปลาไปก็มักจะเป็ทหารที่เดินลาดตระเวนอยู่แถวนั้น ส่วนชาวบ้านทำเพียงแค่มองดูแต่ไม่เคยมีใครยอมซื้อปลาจากพวกเขาเลยสักตัว
“เป็เพราะท่านยายเฉินมาช่วยพวกเราทำ ท่านป้าท่านน้าเ่าั้จึงยอมซื้อ พวกเขาคิดว่าเราทำสกปรก” อี้เฉินสารภาพความจริงออกมา พลางชำเลืองไปที่ฉู่หลิงด้วยความเกรงใจ
“ข้าไม่ได้ว่าพี่สาวหลิงหลิงนะขอรับ เป็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าท่านอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาเลยคิดเช่นนั้น” เด็กชายพยายามอธิบายต่อ
“ข้าไม่สนใจหรอกน่าอี้เฉินว่าใครจะรู้จักข้าหรือไม่ เอาเป็ว่าพวกเราขายซาลาเปาได้เงิน แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ สิ่งที่พวกเ้าต้องทำก็คือไปขอบคุณท่านยายเฉินเสีย หากไม่มีนางลำพังข้าก็ทำไม่สำเร็จหรอกนะ”
“ขอบคุณท่านยายเฉินเ้าค่ะ/ขอรับ”
“ข้ายังทำซาลาเปาไส้ผัก ไส้เนื้อ ไส้ถั่วแดงได้อีกหลายไส้เลยทีเดียว ต่อไปจะสอนพวกเ้าให้ทำเป็ให้หมดทุกคนดีหรือไม่” ถูกเด็กๆ รุมล้อมหน้าล้อมหลังเข้าจริงๆ ยายเฉินเองก็รักษาอาการสงบนิ่งเอาไว้ไม่อยู่เช่นกัน
“ดีขอรับ/เ้าค่ะ”
“หลิงหลิง หรือจะทำเพิ่มอีกสักหน่อย เ้ายังมีวัตถุดิบเหลืออยู่หรือไม่ นี่ยังเช้าอยู่หากแช่ถั่วทำอีกสักรอบก็น่าจะขายรอบเย็นได้อีกครั้งนะ” ยายเฉินชักจะสนุกมือ
ฉู่หลิงคิดคำนวณในใจ ครั้งก่อนนางใช้เงินไปเกือบ 1 ตำลึง แต่นั่นไม่ใช่ต้นทุนของซาลาเปาทั้งหมด นางซื้อข้าวสาร เนื้อหมูมาเก็บไว้กินเอง ส่วนพวกแป้ง ถั่ว เครื่องปรุงก็ยังมีเหลืออยู่่ ขายซาลาเปาได้ 28 ลูกได้เงินกลับมา เพียงร้อยกว่าอีแปะ ยังห่างไกลกับการเรียกทุนคืนอยู่ไกลโข แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย
“ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอกเ้าค่ะ เจียวจ้านนัดกับคนขับเกวียนว่าอีกสองวันจึงจะเข้าเมือง ของที่เหลืออย่างมากเราก็น่าจะมีพอทำออกมาวันละ 40 ลูกได้อีกสองวันเท่านั้น ขายทุกวันในตอนเช้าเป็ประจำไปก่อนดีกว่าเ้าค่ะ”
“พี่หลิงหลิง พวกเราเตรียมไปจับปลามาขายเพิ่มด้วยจะดีกว่าขอรับ แต่ก่อนไม่มีชาวบ้านมาซื้อปลาจากพวกเรา ข้าว่าพรุ่งนี้น่าจะมีคนกล้ามาซื้อแล้วล่ะ” ตงหยางออกความเห็น
“ก็ได้นะแต่ข้าก็ยังยืนยันคำเดิม ห้ามจับปลามามากเกินไปปล่อยพวกมันไว้แพร่พันธุ์บ้าง” หญิงสาวยังคงยึดติดกับความคิดเดิมของตนอย่างเหนียวแน่น
เช้าวันต่อมา
นางเฉินเตรียมต้นมันเทศและเดินมาที่หอหงไถั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างตามเดิม คราวนี้นอกจากหลิ่วจี ไป๋ซุนและเจินถงแล้วก็ยังมีเฉาหวาและเสี่ยวผิงตื่นขึ้นมาช่วยนวดแป้งทำไส้ซาลาเปาพร้อมกับฉู่หลิงและท่านยายด้วยอีกสองคน ส่วนตงเหม่ยกับเจียวจู พวกนางถูกน้องสาวทั้งห้าห้ามไม่ให้ลุกขึ้นมาช่วย และมอบหน้าที่ทำอาหารเช้าให้กับนางสองคนแทน