34 | อีเมลล์ปริศนา
หลังเลิกเรียนในค่ำวันหนึ่ง นักเรียนกลับบ้านหมดแล้ว เหลือแค่พวกโคชออกกำลังกายในห้องฟิตเนสซึ่งบัดนี้กลายเป็นของยูโดซันโดยสมบูรณ์ จากที่พยายามติดต่อซื้อขายกันมา พอเจ้าของฟิตเนสเดิมรู้ข่าวผลงานอันยอดเยี่ยมในงานสยามยูโดคัพ การเจรจาก็ง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ตอนมาบอกข่าวทุกคนนั้น ชัชแสนย์เน้นย้ำว่าการประเมินสุดยอดสถาบันยูโดประจำปีนี้เขาตั้งเป้าพายูโดซันติดหนึ่งในห้าให้ได้ ดังนั้นจึงต้องพัฒนาทุกด้าน ทั้งนักกีฬา ผลงาน สถานที่เรียน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในฟิตเนสมีห้องเก็บของเล็ก ๆ ชายหนุ่มว่าจะทำเป็นห้องครัว ทำเคาน์เตอร์ ซิงก์ล้างจาน และย้ายตู้เย็นกับตู้เสบียงเข้าไปตั้งในนั้นให้เป็นที่เป็นทาง
‘ดีจังเลย ทุกวันนี้ฉันล้างแก้วในห้องน้ำก็รู้สึกแปลก ๆ ยังไงชอบกล’ เพลงพนัสกระซิบบอกทอรุ้งซึ่งยืนฟังอยู่ข้างกัน ส่วนเพื่อนสาวเหล่มองมาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
‘แหม พอมีแกเข้ามาเป็นแม่ครัว เขาก็เนรมิตครัวให้แกเชียวนะ’
‘จะบ้าเหรอ เกี่ยวกันซะที่ไหนเล่า’
ทอรุ้งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จมานั่งเล่นโทรศัพท์บนโซฟา ส่วนชัชแสนย์ซึ่งวันนี้ไม่มีสอนนั่งทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ยาว เป็นภาพค่อนข้างคุ้นตา เพลงพนัสซึ่งกำลังเติมกรวยกระดาษข้างตู้น้ำดื่มรู้สึกดีที่วันนี้ชายหนุ่มเอาแต่ยุ่งกับงานในโน้ตบุ๊กตั้งแต่เย็นจนค่ำ เพราะจะได้เป็นเป้านิ่งให้เธอแอบมองบ้าง มากกว่าเป็นฝ่ายจับตามองเธอจนหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนทุกวัน
ทันใดนั้น ปลาคาร์พซึ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกับกระโปรงสั้นจู๋ก็เดินนวยนาดเข้ามาหาชัชแสนย์ ทำเสียงออดอ้อนชวนเขาลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน้าตาเฉย
ทอรุ้งซึ่งอยู่ตรงโซฟาจ้องเขม็ง ท่าทางพร้อมลุยเต็มที่ เพลงพนัสใจคอไม่ค่อยดีแต่ยังทำได้แค่สังเกตการณ์ ปรากฏว่าชัชแสนย์พับจอโน้ตบุ๊กแล้วลุกออกไปตามคำชวน ปลาคาร์พเดินเกาะแขนชายหนุ่มกะหนุงกะหนิงออกจากยิมไป ตอนเดินผ่านโซฟาก็ยังไม่วายหันมาเบะปากหน้าตายใส่ทอรุ้งซึ่งจ้องตามทุกอิริยาบถอย่างเข่นเขี้ยว
“หน็อย นังปลาคาร์พ วอนเจ้ซะแล้ว” ทอรุ้งหักนิ้วมือดังกร๊อบ แต่ก็เปลี่ยนมาทำหน้าเฉยอย่างรวดเร็ว “แต่ก็ช่างเหอะ ครั้งนี้ต้องขอบใจมันถึงจะถูก”
“เอ๋ ทำไมล่ะ”
เพื่อนสาวไม่ตอบ แต่พอคล้อยหลังสองหนุ่มสาวนั่นซึ่งเพิ่งลงลิฟต์ไป ทอรุ้งก็ลุกพรวด คว้ามือเพลงพนัสวิ่งไปยังเคาน์เตอร์ยาวทันที
“ไปเร็วแก!”
ที่แท้ท้อรุ้งหมายถึงขอบใจที่ปลาคาร์พช่วยพาคุณแสนย์ออกไปจากที่นี่นั่นเอง จะได้เริ่มปฏิบัติการล้วงลับโจรกรรมอีเมลปริศนาเสียที แต่พอเปิดโน้ตบุ๊กของชายหนุ่มขึ้นมาก็พบหน้าจอพื้นสีเข้ม มีช่องแถบขาวเล็ก ๆ ไว้กรอกพาสเวิร์ด ชัชแสนย์ตั้งล็อกคอมพิวเตอร์ไว้
“พาสเวิร์ดอะไรดีน้า วันเกิด วันก่อตั้งโรงเรียน หรืออะไรดี” ทอรุ้งพึมพำคิดหนัก เท้าแขนสองข้างคร่อมจอ
“รุ้ง ฉันว่าเราค่อยขอคุณแสนย์ดูดี ๆ ดีไหม ทำแบบนี้เหมือนไปยุ่งกับของส่วนตัวเขานะ”
“แค่นี้พี่แสนย์ก็ระแวงแกจะแย่อยู่แล้ว ถ้าแกขอดูคอมพ์เขา เขาจะให้แกดูง่าย ๆ เหรอ ฉันว่าตอนนี้มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าพาสเวิร์ดน่าจะเป็นอะไร เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าสองคนนั้นไปกินข้าวกันถึงไหน อาจจะแค่ลงไปซื้อมากินข้างบนก็ได้”
“แต่ว่า ถ้าคุณแสนย์จับได้ขึ้นมา...”
“ปัดโธ่ แกจะมาปอดแหกอะไรเอาตอนนี้ เรามีแค่โอกาสนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะเว้ย”
แล้วทั้งสองก็ช่วยกันระดมความคิด ลองใส่รหัสกันหลายครั้งแต่ยังไม่สำเร็จ คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าชายหนุ่มเจ้าของเครื่องตั้งรหัสอะไร เวลาล่วงเลยไปจนเริ่มร้อนใจกลัวสองคนนั้นจะกลับมา จึงตกลงกันว่าทอรุ้งจะลงไปดูลาดเลาที่หน้าลิฟต์ชั้นล่าง ส่วนเพลงพนัสพยายามใส่รหัสไป ระหว่างนี้ก็ต่อสายคุยความคืบหน้ากัน
ใจจริงปลาคาร์พอยากชวนโคชหนุ่มไปร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ แต่เขาบอกว่ายังเคลียร์งานไม่เสร็จ ขอซื้อของกินง่าย ๆ ในตลาดนัดขึ้นไปกินข้างบนดีกว่า เธอจึงว่าตามนั้น ไม่ขัดข้อง รู้ดีว่านอกจากงานวิศวกรแล้ว เขายังมีเรื่องของยูโดซันต้องคิดต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องน่าปวดหัวที่ทำให้เขาเงียบขรึมลง...บุคคลลึกลับที่คอยจ้องกลั่นแกล้งพวกเขา ซึ่งเรียกว่าสปาย
แต่พอเดินหิ้วบะหมี่คนละกล่องกับน้ำหวานคนละแก้วกลับมาถึงตึก หญิงสาวก็สังเกตเห็นเงาใครยืนคุยโทรศัพท์ลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่หน้าลิฟต์
นังรุ้ง...
คุยโทรศัพท์? ทำไมต้องคุยข้างล่าง ไม่คุยข้างบน ไม่ได้สะพายกระเป๋าลงมาแสดงว่ายังไม่กลับ แล้วลงมาทำไม หรือถ้ามารอใครก็น่าจะออกมารอหน้าตึก ไม่ใช่ซุ่มเฝ้าลิฟต์อย่างนี้ ทำยังกับว่ามาแอบสืบแอบส่อง แล้วโทร. รายงานสถานการณ์ให้ใครรู้อย่างนั้นแหละ
ปลาคาร์พเอะใจท่าทางหลุกหลิกนั้น ควงแขนชายหนุ่มขวับ
“พี่แสนย์คะ ปลาว่าเราอ้อมไปเข้าข้างหลัง ขึ้นทางบันไดกันเถอะค่ะ”
“เป็นไงบ้างลูกไม้ ได้หรือยัง” เสียงร้อนรนของทอรุ้งดังมาตามสายโทรศัพท์
เพลงพนัสไม่กล้าตอบว่าตั้งแต่ทอรุ้งลงไปเธอยังไม่ได้กรอกอะไรเลย กลัวว่าใส่ผิดหลาย ๆ ครั้งเกิดคอมพ์ล็อกถาวรจะเป็นเรื่องใหญ่ จึงพยายามไตร่ตรองให้มากที่สุดก่อน
“รุ้ง แกเคยเห็นคุณแสนย์ใส่พาสเวิร์ดไหม เขาใส่ยาวหรือเปล่า กดตัวอักษรหรือตัวเลข กดปุ่มชิฟต์ด้วยไหม”
ทั้งที่พยายามสะกดกลั้นความระทึกร้อนใจแล้ว แต่ปากยังพูดเร็วจนลิ้นรัว
“เฮ้ย จะว่าไปฉันเคยเห็นครั้งหนึ่ง เดี๋ยวนะแก ขอฟื้นความจำแป๊บหนึ่ง” ปลายสายเงียบเสียจนเพลงพนัสได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น กว่าจะตอบมา “ก็ยาวอยู่นะ แล้วก็กดปุ่มชิฟต์ด้วย ใช่แล้ว...เขากดชิฟต์ซ้ายแล้วก็กดตัวอักษรอื่น ๆ สามสี่ตัวใกล้ ๆ ปุ่มชิฟต์นั่นแหละ จากนั้นก็กดตัวเลขยาวเหยียดเลย”
“ตัวเลขยาวเหยียดเลยเหรอ”
“ใช่ แต่ไม่ได้กดเรียงกันนะ กดสลับไปสลับมา”
เพลงพนัสขบริมฝีปาก แล้วลงมือกรอกรหัสจากเบาะแสเท่าที่มี ครั้นกดปุ่ม Enter ก็ปรากฏว่า...หน้าจอโน้ตบุ๊กดับวูบ ก่อนจะกลับมาแสดงผลอีกครั้งด้วยไฟล์งานต่าง ๆ เต็มจอ
“เฮ้ย! ได้แล้ว!”
“สุดยอด!” ฝ่ายรอลุ้นก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน “แกใส่อะไรลงไปน่ะ”
“จริง ๆ ไม่ยากเลยแก ถ้าบอกว่าเป็นตัวอักษรสามสี่ตัวทางซ้าย ก็น่าจะเป็น SAEN ชื่อเล่นของเขานั่นแหละ ส่วนตัวเลขยาว ๆ นั่น ถ้าไม่ใช่เลขเรียงที่ตั้งขึ้นมาให้จำง่าย ก็คงเป็นเบอร์โทรศัพท์สิบหลัก แต่มันค่อนข้างเสี่ยงที่จะเอามาตั้งเป็นพาสเวิร์ดเพราะเป็นสิ่งที่คนรู้กันทั่วไป ใครมีเบอร์เขาก็ต้องรู้ จริงไหม”
“แล้วสรุปว่ามันคืออะไรล่ะ”
“ตัวเลขยาวเหยียดที่คนส่วนใหญ่มักจำได้ขึ้นใจ ถ้าไม่ใช่เบอร์โทร. ก็เหลืออยู่แค่สองอย่างเท่านั้นคือเลขประจำตัวนักศึกษา หรือไม่ก็เลขบัตรประชาชน”
“หา! นี่อย่าบอกนะว่าแกจำเลขบัตรประชาชนพี่แสนย์ได้”
เพลงพนัสหัวเราะ “จำได้ แต่ที่ใส่ไปเมื่อกี้เป็นเลขนักศึกษานะ”
เพื่อนสาวร้องโอ้โฮยาวถึงหน้าปากซอย “แกนี่มันโคนันชัด ๆ”
“ไม่หรอก ทุกอย่างที่รู้ก็มาจากแกทั้งนั้นแหละ นักสืบไซเบอร์อย่างแกน่ากลัวกว่าฉันเยอะ ว่าแต่คุณแสนย์กับปลาคาร์พยังไม่มาใช่ไหม”
“ยังไม่เห็นนะ ทางสะดวกโลด ลงมือเลย”
หญิงสาวไม่รีรออีกต่อไป รีบเปิดอีเมลเจ้าปัญหาโดยเร็ว กดฟอร์เวิร์ดส่งต่อเข้าอีเมลของตัวเอง จัดการลบประวัติการส่งครั้งนี้จาก sent box กดล็อกหน้าจอโน้ตบุ๊กตามเดิมแล้วจึงพับฝาลง เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ
ทว่าในตอนที่พับฝาลงนั้นเอง เสียงแหลมของใครบางคนก็ผ่าขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“ทำอะไรน่ะ!”
หัวใจทั้งดวงเหมือนจะร่วงลงไปรวมอยู่กับหัวแม่เท้า หญิงสาวสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองประตูทางเข้าอันเป็นต้นเสียงก็พบปลาคาร์พเคียงคู่มากับชัชแสนย์ ฝ่ายหญิงนั้นตรงรี่เข้ามาหาอย่างเอาเรื่อง
“เธอเองสินะที่เป็นสปาย เป็นคนทำลายพวกเรา”
“ไม่ใช่นะ ฉันเปล่า” เพลงพนัสถอยจนหลังชนตู้
“แก้ตัวหน้าด้าน ๆ เห็นอยู่ทนโท่ว่าแกน่ะแอบเปิดคอมพ์ของพี่แสนย์ และให้ยายรุ้งไปเฝ้าต้นทางอยู่หน้าลิฟต์ข้างล่างด้วย ที่แท้แกก็เป็นสายของเดอะไฟเตอร์กันทั้งคู่เลยสินะ” ปลาคาร์พกล่าวเยาะ ๆ เลื่อนสายตามองจากปลายเท้าขึ้นมาจ้องหน้า
“ไม่ใช่นะ รุ้งลงไป เอ่อ...ไปตลาดนัด”
“คิดว่าฉันจะโง่เชื่อเธอเหรอ” ปลาคาร์พถลึงตา “คราวที่แล้วส่งเมลไปแคนเซิลโอโนะซัง คราวนี้จะทำอะไรอีกล่ะ ประกาศปิดโรงเรียนเลยไหม หรือยังไง”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ ฉันแค่ เอ่อ...” หญิงสาวไม่ถนัดการโกหกเลย ยิ่งไม่รู้ด้วยว่าสองคนนี้เห็นเธอทำอะไรมากแค่ไหน แต่ยามจวนตัวเช่นนี้ยังไงก็ต้องลองดู “ฉันทำความสะอาดอยู่เลยย้ายคอมพ์เพื่อจะเช็ดเคาน์เตอร์ ก็แค่นั้นเอง”
ไม่น่าเชื่อว่าปลาคาร์พจะเงียบราวกับจนคำพูด อย่างนี้แสดงว่าเธอมาถูกทาง สองคนนี้อาจไม่เห็นอะไรมากเท่าที่กังวลก็ได้
เพลงพนัสกลั้นลมหายใจ ไม่กล้าหันไปมองใครอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ นักเรียนยูโดสาว แต่ยังรับรู้ได้ถึงกระแสแห่งโทสะอันแรงกล้าแผดมาถูกผิวจนขนลุกเกรียว แล้วชายหนุ่มซึ่งเงียบมาตลอดก็คว้าโน้ตบุ๊กของเขาไปเปิด เหมือนจะบอกว่าไม่ต้องเสียเวลาคาดคั้นให้มากความ แค่เปิดเช็กดูเครื่องก็รู้เองว่ามีใครพูดโกหกหรือเปล่า
เพลงพนัสกลั้นใจมองดูปลายนิ้วแข็งแรงเลื่อนไปมาบนทัชแพด กดคีย์บอร์ดสองสามครั้งด้วยอาการลุ้นจนใจสั่น เหงื่อซึมตามไรผมจนหนาวเยือกแถวต้นคอ แล้วเขาก็เลื่อนสายตาจากหน้าจอมาสบตาเธอ ดวงตาคมกล้าของเจ้าของโน้ตบุ๊กช่างร้อนแรง ตรงข้ามกับน้ำเสียงอันเย็นเยียบยามเอ่ยออกมา
“คุณเพลงครับ ขอเชิญที่ห้องเก็บอุปกรณ์”
***ลง 60% ของเรื่อง หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
โดนอีกแล้วว ห้องเย็น 5555 สู้ ๆ นะลูกไม้