แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!
เสียงระฆังทองเหลืองโบราณบนยอดเขาหลักของสำนักเมฆาครามแผดเสียงก้องกังวานเก้าครั้งติดต่อกัน เสียงกังวานนั้นทรงพลังจนทำให้น้ำในลำธารทุกสายบนเทือกเขาม้วนตัวเป็ระลอกคลื่น ม่านหมอกที่เคยปกคลุมหนาทึบพลันแตกกระจายหายไปในเสี้ยวอึดใจ
นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด... สัญญาณแห่งการล่มสลายของสำนัก!
ศิษย์สายในนับหมื่นชีวิตและผู้าุโทุกหอต่างพากันหน้าถอดสี ทะยานร่างออกจากถ้ำกักตนมุ่งตรงไปยังลานประลองกลาง ทว่าเมื่อพวกเขารุดมาถึง ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำเอาทุกคนแทบจะสิ้นสติ
ผู้าุโใหญ่จงเทียน ยอดฝีมือระดับตัด์ผู้เกรียงไกร บัดนี้จมอยู่ใต้กองมูลดิน สภาพร่างกายซีกขวาแหลกละเอียดกลายเป็ผงคลี ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ข้างกันนั้นมีเด็กชายวัยเจ็ดขวบกำลังนั่งยงโย่ยงหยก ใช้ไม้ฟืนเขี่ยถ่านใต้เตาดินเผาอย่างเอาเป็เอาตาย
"พี่ใหญ่... ไฟอ่อนไปแล้ว ปลาเค็มตากแห้งของแม่ใหญ่เริ่มเย็นชืดหมดแล้ว" เสี่ยวิบ่นพึมพำ พลางเป่าลมออกจากปากจนแก้มป่อง ลมปากที่แฝงปราณบริสุทธิ์ทำให้เปลวไฟสีครามลุกพรึบขึ้นมาทันที
"เ้าก็เพลา ๆ เื่กินลงบ้าง" เสี่ยวหัวเอ่ยเสียงเรียบ นางยืนกอดอกพิงเสาศิลาที่แตกร้าว แววตานิ่งสงบดุจผิวน้ำในสระโบราณ กระบี่ไม้ในฝักไม้ไผ่ยังคงวางพาดอยู่ข้างกายอย่างสง่างาม
ในเวลาเดียวกัน ณ ร้านข้าวต้มตรอกคอกไก่ เมืองหลวง
ความวุ่นวายของโลกภายนอกไม่อาจย่างกรายเข้ามาในห้องครัวเล็ก ๆ หลังร้านได้ ควันไฟลอยเอื่อยโชยกลิ่นหอมของข้าวกล้องต้มเดือดพล่าน หยุนฟานยืนอยู่หน้าเตาใหญ่ มือหนากำลังประคองถ้วยกระเบื้องดินเผาที่บรรจุพริกไทยป่าบดละเอียด ท่วงท่าของเขามั่นคง แฝงความระมัดระวังอันเป็นิสัย
ฟึ่บ...
ผ้ากันเปื้อนผืนเก่าที่ผูกอยู่ข้างเอวของเขาพลันถูกมือเรียวบางคู่หนึ่งเอื้อมมากระชับปมให้แน่นขึ้น "หลิ่วหรู่เยี่ยน" ภรรยาแรกก้าวเข้ามาหยุดอยู่เื้ัของสวามี นางไม่ได้เอ่ยคำใด ทว่าแผ่นอกนุ่มนิ่มของนางขยับเข้ามาชิดติดกับแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างเป็ธรรมชาติ
หยุนฟานเอี้ยวหน้ากลับมาเล็กน้อย สายตาสีน้ำหมึกของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้งของนาง ไร้ซึ่งคำพูดหวานซึ้งพร่ำเพรื่อ ทว่ากระแสความห่วงใยแล่นผ่านสายตาจนอากาศรอบด้านอบอุ่นขึ้น ชายหนุ่มละมือจากถ้วยเครื่องเทศ พลิกกายกลับมาเผชิญหน้านาง
เขาตักข้าวต้มอุ่น ๆ ในหม้อขึ้นมาเล็กน้อย เป่าเบา ๆ สองสามครั้งจนคลายความร้อน แล้วยื่นช้อนไม้ไปที่ริมฝีปากของนาง หลิ่วหรู่เยี่ยนยิ้มบาง แววตาสว่างไสว นางอ้าปากรับข้าวต้มรสเลิศเข้าปากช้า ๆ ััอุ่นลึกไปถึงในใจ
"ท่านพี่... รสชาตินี้อ่อนเค็มไปนิดนะ" นางกระซิบน้ำเสียงนุ่มนวล พลางยื่นมือไปเช็ดคราบเขม่าควันไฟที่เปื้อนอยู่บนปลายคางของสามีอย่างแ่เบา
"อืม... เพราะข้าแบ่งเกลือทะเลปราณเก้าส่วนใส่ในห่อปลาเค็มให้เ้าพวกตัวแสบไปหมดแล้ว" หยุนฟานตอบ แววตาแฝงความอ่อนโยนลึกล้ำยามคิดถึงบุตรทั้งสอง
หลิ่วหรู่เยี่ยนไม่ได้ตอบเป็คำพูด นางเพียงขยับซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา สองมือโอบกอดเอวหนาไว้แน่น ััแห่งความใส่ใจในเื่เล็กน้อยเช่นนี้คือสายใยที่มั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า
ตัดกลับมา ณ ลานประลองกลาง สำนักเมฆาคราม
อากาศบนลานหินพลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามปักลายเมฆาทะยานลงมาจากท้องฟ้าดุจเทพเซียนจุติ ชายผู้นี้คือ "กู่มู่ไป๋" เ้าสำนักเมฆาคราม ยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเซียนอันเป็ตำนาน
ใบหน้าของเขางดงามทว่าแฝงความเหี้ยมเกรียม แววตาส่องประกายกดดันจนศิษย์นับพันต้องก้มกราบลงกับพื้น "เกิดเื่อันใดขึ้น! เหตุใดผู้าุโใหญ่ถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้!"
หลินเพ่ยเอ๋อร์ที่แอบอยู่หลังโขดหินรีบคลานออกมาโขกศีรษะ "เรียนท่านเ้าสำนัก! เด็กมารสองคนนั้นมันบุกรุกสำนัก ทำร้ายผู้าุโใหญ่ และยังบังอาจนำเตาย่างปลาเค็มโสโครกมาตั้งทำลายฮวงจุ้ยของลานประลองศักดิ์สิทธิ์ด้วย!"
กู่มู่ไป๋ตวัดสายตาคมกริบจับจ้องไปที่สองพี่น้อง ทว่ายามเมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นเตาดินเผาขนาดย่อม และกลิ่นอายที่ลอยออกมาจากปลาเค็มย่าง ร่างของเ้าสำนักผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับสั่นสะท้าน ั์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสูงสุด
"นี่มัน... กลิ่นอายของเกลือทะเลปราณเก้าส่วนในตำนาน! ของวิเศษที่แม้แต่เซียนโบราณยังต้องหลั่งเืแย่งชิง! เหตุใดเด็กสายนอกสองคนนี้ถึงเอามาใช้ย่างปลาเค็มกินเล่น?!" กู่มู่ไป๋แผดเสียงร้องในใจ ความโลภอันมหาศาละเิขึ้นในทรวงอกทันที
"เด็กน้อย! พวกเ้าบังอาจขโมยของวิเศษชั้นยอดของแผ่นดินมาทำเื่ไร้สาระ จงส่งหม้อเสบียงและปลาเค็มทั้งหมดมาให้สำนักริบไว้เดี๋ยวนี้! มิเช่นนั้น ข้าจะใช้ฝ่ามือสยบฟ้าบดขยี้พวกเ้าให้กลายเป็เศษธุลี!" กู่มู่ไป๋คำราม พลังปราณสีทองะเิออกรอบกายดุจคลื่นั์สึนามิ
"ไม่ให้! นี่ของท่านพ่อกับแม่ใหญ่! ใครกล้าแย่ง... ข้าจะเตะให้บินเลย!" เสี่ยวิลุกขึ้นยืนกางแขน แววตาดุดันขัดกับใบหน้ามอมแมม
จังหวะการลงมือของเ้าสำนักกู่มู่ไป๋รวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดคิด ฝ่ามือสีทองขนาดั์อัดแน่นไปด้วยพลังกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินพุ่งม้วนตัวฉับไว ดิ่งตรงลงมาจากท้องฟ้าหมายจะครอบงำร่างของสองพี่น้องและ่ชิงตะกร้าเสบียงในคราเดียว!
ระยะห่างเหลือเพียงสามคืบ แรงกดดันทำเอาลานหินรอบด้านทรุดตัวลงไปกว่าสามชุ่น เสียงอึกทึกครึกโครมบาดแก้วหูจนศิษย์รอบข้างต้องเอามืออุดหู เืไหลทะลัก
ทว่า... เสี่ยวหัวไม่อาจยอมให้ผู้ใดมาแตะต้องเสบียงที่บิดามารดาตั้งใจทำมาให้
ฟึ่บ!
ร่างเล็กของเด็กหญิงพุ่งวาบประดุจประกายไฟสลับสายฟ้า ท่วงท่าสง่างามเด็ดขาดดุจพญาหงส์เหินบิน วิชาตัวเบาขั้นสุดยอดถูกปลดปล่อยออกมาในชั่วดีดนิ้ว นางไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ทว่าใช้เพียงฝักกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาแทงสวนขึ้นไปใจกลางฝ่ามือสีทองั์นั้นตรง ๆ !
ตูม!!!!!!!!!!
เสียงะเิกึกก้องกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้า คลื่นพลังทำลายล้างพุ่งกระจายออกรอบทิศทาง ฝ่ามือสีทองอันเกรียงไกรของเ้าสำนักพลันแตกสลายกลายเป็ละอองแสงระยิบระยับในเสี้ยวอึดใจ ดุจแก้วบางที่โดนค้อนทุบ
"เป็ไปไม่ได้?!" กู่มู่ไป๋หน้าถอดสี ร้องอุทานลั่น ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้า
ทว่าเสี่ยวหัวไม่หยุดเพียงเท่านี้ นางขยับก้าวเท้าหมุนกายกลางอากาศ ปลายฝักกระบี่ไม้ไผ่ตวัดฟาดเข้าที่หน้าอกของเ้าสำนักอย่างแม่นยำเด็ดขาด!
ฉึก! กร๊อบ!
เสียงกระดูกหน้าอกหักสะบั้นดังสนั่น กู่มู่ไป๋กระอักเืคำโต ร่างปลิวละลิ่วดุจว่าวสายป่านขาด พุ่งทะลูผ่านระเบียงตำหนักใหญ่จนพังทลายลงมาทับร่าง ร่วงหล่นล้มลุกคลุกคลานหมดสภาพจมกองเืในทันที
ในเวลาเดียวกัน ผู้าุโสายในอีกสี่คนเห็นท่าไม่ดี ชักกระบี่ยาวพุ่งเข้าใส่เสี่ยวิจากสี่ทิศทาง หมายจะสังหารเด็กชายเพื่อกู้หน้าสำนัก ทว่าเสี่ยวิกลับหัวเราะร่า เด็กชายใช้เท้าขวาขยับไขว้ตามท่วงท่าก้าวพระบาทท่องดารา ร่างเล็กพุ่งวาบหลบคมกระบี่ทั้งหมดได้อย่างลึกล้ำดุจปลาไหลมุดโคลน
ฟึ่บ! ปัง! ปัง!
เสี่ยวิไปปรากฏกายเื้ัของพวกมัน ฝ่ามือน้อย ๆ สองข้างอัดแน่นไปด้วยปราณบริสุทธิ์ ตบเข้าที่ก้นของผู้าุโทั้งสี่คนละหนึ่งทีเบา ๆ !
บึ้ม!!!
แรงอัดปราณมหาศาละเิออกดุจดินปืน ส่งร่างของผู้าุโทั้งสี่ปลิวหวือหัวปักลงไปในเตาย่างปลาเค็มที่ร้อนจัด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังลั่นลานประลอง ก้นของแต่ละคนไหม้เกรียมจนส่งกลิ่นควันโขมงกลายเป็ที่อนาถสายตายิ่งนัก
ฝุ่นควันและกลิ่นไหม้ค่อย ๆ คลี่คลาย บรรยากาศรอบด้านกลับคืนสู่ความเงียบสงัดดุจป่าช้า ศิษย์นับหมื่นชีวิตต่างพากันทรุดเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอันลึกล้ำ สายตาที่มองดูสองพี่น้องตระกูลหยุนบัดนี้ไม่ต่างจากการมองดูมหาเทพาโบราณจุติลงมาล้างโลก
"ฝาก... ฝากไว้ก่อนเถอะ!" หลินเพ่ยเอ๋อร์ร้องไห้โฮ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสยดสยอง นางรีบวิ่งไปลากร่างอันสะบักสะบอมของเ้าสำนักกู่มู่ไป๋หนีหายเข้าไปในส่วนลึกของสำนักทันทีด้วยความอับอายสูงสุด
เสี่ยวิหยิบปลาเค็มย่างชิ้นสุดท้ายยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างมีความสุข "ฮ้า! อร่อยเหลือเกินพี่ใหญ่ พลังปราณในกายแน่นเปรี๊ยะเลย!"
กิ๊ก ๆ ๆ!
เ้าเจ็ดส่งเสียงประท้วงที่ไม่ได้ส่วนแบ่ง มันใช้จะงอยปากจิกชายเสื้อของเด็กชายอย่างแง่งอน
ห่างออกไปบนยอดไม้สูงในเงาม่านหมอก
ผู้เฒ่าชิงหลิวที่แอบดูเหตุการณ์ั้แ่ต้นถึงกับแข้งขาอ่อนแรง ทรุดลงไปนั่งแปะอยู่บนกิ่งไม้ ใบหน้าแก่ชราซีดเผือดดุจกระดาษขาว "แม้แต่เ้าสำนักระดับครึ่งก้าวสู่เซียน... ก็ยังทานรับไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวของเด็กผู้หญิง... ตระกูลหยุน... พวกเ้าเป็ตัวตนระดับทลายดวงดาวจากแดนะใช่หรือไม่?!"