Chapter
01
บนถนนเปลี่ยวร้างผู้คน บรรยากาศยามเย็นชวนเหงาว้าเหว่ ‘มอร์แกน’ เดินเหม่อลอยไร้เรี่ยวแรง มองดวงอาทิตย์สีแสดกลมโตแสบสายตาเคลื่อนหายลับขอบเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะและป่าสน แสงสะท้อนตามแนวเขาเคลือบหิมะเบาบางด้วยสีส้มอมชมพูตัดกับฟ้าคราม
‘สวยจนรู้สึกอยากจะตายไปพร้อมกับความงดงามนี้ขึ้นมาทันที’ เธอคิดพลางแกว่งซองสีน้ำตาลจ่าหน้าจากมหาลัยในมือไปมาก่อนตัดสินใจเปิดดูเอกสาร ข้างในมีใบวุฒิการศึกษาซึ่งประดับคำว่า ‘เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง’ อันน่าภาคภูมิใจไว้
มอร์แกนนึกว่าตัวเองจะดีใจมากกว่านี้เมื่อได้เห็นมัน แต่เปล่าเลย...
หรือเธอควรโทรไปบอกใครให้มายินดีกับความสำเร็จนี้ และคนที่เธอนึกถึงคนแรกดันเป็คนที่เธอโทรหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ขณะที่มอร์แกนกำลังเดินเอื่อยเปื่อยไปบนถนนเส้นเดิมจนกระทั่งถึงสวนสาธารณะของเมือง ลัดเลาะเข้าไปในเขตป่าสนซึ่งเชื่อมกัน มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ตกำลังสั่นเรียก ทันทีที่เธอหยิบมันขึ้นมาดูปรากฏข้อความบนหน้าจอ จากเพื่อนสนิทที่มหาลัย
(แก… บริษัทที่ฉันไปสัมภาษณ์เขาติดต่อมาแล้วนะ ต้นเดือนหน้าฉันมีงานทำแล้ว)
ข้อความตื่นเต้นของแพรทำให้มอร์แกนตื่นเต้นไปกับเธอด้วย แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้นความรู้สึกที่ถูกทิ้งห่างได้เข้ามาแทรกในใจ
(ไหนแกว่าจะตามมาเที่ยวอะแลสกากับฉันไงล่ะ)
(บอกตอนไหน... ว่าแต่แกเถอะจะอยู่อีกนานมั้ย)
(งานรับปริญญาก็ไม่มา กลับไทยตอนไหน)
(ไม่รู้สิ ที่นี่อากาศหนาวดี)
(ยังไม่พร้อมไปเจอแดดนรกที่ไทย)
จะเรียกว่าหนีมาอยู่ต่างประเทศก็ไม่เกินจริงนัก มอร์แกนบินมาอเมริกาด้วยเงินเก็บอันน้อยนิดจากมรดกของพ่อที่ทิ้งไว้ให้เธอ ตั้งใจจะหนีความวุ่นวายและหาที่พักใจพัง ๆ โชคดีของเธอได้มาเจอโฮสต์ที่เมืองเล็กแห่งหนึ่งในอะแลสกาให้ที่พักและงานกับเธอ เธอจึงไม่คิดจะกลับไทยเร็ว ๆ นี้
มอร์แกนหยุดอยู่บนสะพานรางรถไฟ เป็รางเดินเก่าที่ไม่มีรถไฟวิ่งผ่านแล้ว เธอยืนคิดเรื่อยเปื่อยขณะมองวิวเบื้องหน้า
‘ยังอยากมีชีวิตอยู่… ไปเพื่ออะไรกันนะ’
เธอตั้งคำถามกับตัวเอง พลางขึ้นไปนั่งบนขอบสะพานเหล็ก ไม่ได้นึกกลัวว่าจะตกลงไปไหม ถึงจะน่าหวาดเสียวแต่เป็หวาดเสียวที่ดี นั่นเพราะ ‘เธอไม่ได้อยากตายจริง ๆ’ มอร์แกนมองเกียรตินิยมในมืออีกครั้ง ทั้งที่เคยตั้งเป้าไว้ แต่พอทำสำเร็จมันก็แค่นั้น
‘ว่างเปล่าดี’
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะสายตาทอดมองไปเห็นใครบางคนอยู่ริมแม่น้ำอีกฝั่ง ซึ่งดูไม่ค่อยจะปลอดภัยนัก เนื่องจากบริเวณนั้นอาจจะมีน้ำแข็งเกาะ เธอเพ่งสายตามองอีกฝ่ายเดินโซเซ ก่อนจะล้มคว่ำบนพื้นหิมะซึ่งมีอยู่เป็หย่อม ๆ หญิงสาวผมยาวแดงฉานโดดเด่น
มอร์แกนแทบคุมสติไม่อยู่ด้วยความใ จึงรีบเอี่ยวตัวกลับ กะจะลงจากราวสะพาน แต่ด้วยความรีบ จังหวะนั้นเท้าที่ใช้เหยียบราวเหล็กเกิดลื่น ทำให้เธอเสียการทรงตัวหงายหลังสู่ความว่างเปล่า
‘จะตายแบบนี้เหรอเนี่ย!’
แต่แล้ว... ร่างเล็กถูกแรงกระชากจากอีกด้านเหวี่ยงกลับมาบนสะพานได้อย่างหวุดหวิด
“ได้ตัวแล้ว”
‘มิเชล’ สาวเท่ตาฟ้าพูดอย่างโล่งอก ทันทีที่คว้าตัวมอร์แกนไว้ได้อย่างปลอดภัย “เกือบไปแล้วไหมล่ะ” เพื่อนร่วมงานสาวบ่นใส่มอร์แกนที่ไม่ระมัดระวังตัว
“มิเชล ยูมาทำอะไรที่นี่” มอร์แกนยังใจเต้นรัวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ พร้อมสงสัยต่อการปรากฏตัวเพื่อนร่วมงาน...
เวลานี้มิเชลควรจะอยู่เฝ้าร้านนะ!!
“ฉันสิ ต้องถามเธอ...” เธอเสยผมสีทองซึ่งปรกหน้าขึ้นอย่างหัวเสีย โชคดีที่มิเชลผ่านมาเห็นขณะมอร์แกนเดินเข้ามาในเขตป่าตามลำพัง ด้วยความเป็ห่วงจึงตามมาดู
“เอ่อคือฉัน...” มอร์แกนไม่ทันตอบคำถามเพราะนึกถึงร่างเ้าของผมแดงนอนคว่ำอยู่ เธอรีบวิ่งไปอีกฝั่ง มิเชลไม่เข้าใจแต่ก็เร่งฝีเท้าตามเธอไปอย่างว่องไว
มอร์แกนมองพื้นที่ว่างเปล่า ไม่ปรากฏสิ่งมีชีวิตใด ๆ บริเวณนี้ เธอสับสนกับสิ่งที่เห็นก่อนหน้า เป็ไปได้ยังไง เมื่อครู่เธอยังเห็นคนผมแดงล้มลงนอนจมอยู่ตรงนี้ นี่มันบ้าไปแล้วชัด ๆ
“มีอะไรงั้นเหรอ”
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” มอร์แกนลังเลที่จะพูด และสับสนเกินกว่าจะคิดว่าเป็ความจริง เพราะมันอาจเป็เพียงภาพลวงตาของผีฤดูหนาวซึ่งเธอมโนขึ้น และมันไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นั้แ่แรก...
“งั้นกลับกันเถอะ” มิเชลเดินนำออกไปในขณะที่มอร์แกนยังไม่อาจประมวลผลอะไรต่อไปได้ เธอเดินตามมิเชลเงียบเชียบ และครุ่นคิดถึงหญิงสาวผมสีเพลิงปริศนา
Elara's Talk #เธอในป่าสน
สวัสดีก๊าาบบบ ฝากติดตามและเอ็นดูน้อนมอร์แกนเด็กใจพังผู้หนีไปเมืองหนาวให้ใจหนาวกว่าเดิมหน่อยน้าาาา
ขอบคุณจริงๆค่ะที่อ่านมาถึงตรงนี้ ฮืออออ ปลื้ม
ไปพูดคุยกันได้ที่ @Elara_1996