“นายน้อยครับยังไง่นี้นายน้อยต้องหยุดการฝึกฝนลงก่อนนะครับ”
“ทำไมล่ะ การฝึกฝนกำลังเป็ไปได้ด้วยดีแท้ๆ”
“ก็นายน้อยเล่นใช้พลังปราณกับผลปราณไปในการฝึกฝนอย่างเดียวเลยนิครับ จนผมแทบไม่ได้ตุนพลังปราณของนายน้อยไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเลย…เราคงให้เกิดเหตุการณ์แบบในวันนี้ไม่ได้แล้วนะครับนายน้อย ปกติคนทั่วไปไม่มีทางวิ่งหนีลิงลมวิเศษได้ทันหรอกนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะต้องใช้เวลาพักในการเก็บสะสมพลังปราณของนายน้อยให้ผมก่อน”
“ก็นายให้ฉันไปสู้กับตัวอันตรายอย่างนั้นเองนี่นา ถ้าสู้ระดับต้นปราณด้วยกันที่ปลอดภัยกว่า อีกทั้งยังทำให้ฉันฝึกฝนต่อไปได้ด้วย”
“ไม่!”
ไม่ว่าเ้าจะพยายามยกเหตุผลร้อยแปดให้การฝึกฝนดำเนินต่อไปยังไงก็แล้วแต่ แต่ผู้ช่วยฝึกฝนของเขาก็ยังคงยืนกรานคำเดิม ที่จะให้พักการฝึกลง จนเ้าที่พลังปราณยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำได้เพียงแค่นั่งกอดเข่าของตัวเองด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยออกมา และมองไปที่ผู้ช่วยฝึกฝนของเขา
“ไม่ได้จริงๆ ครับนายน้อย ถ้าการฝึกฝนพลังมันปราณมันเป็ไปได้ง่ายขนาดนั้น ป่านนี้ใครๆ เขาก็มีระดับพลังปราณขั้นสูงกันหมดแล้วสิครับ
ถ้าไม่ได้ตกตายไปก่อนระหว่างฝึกฝน หรือมีพ่อแม่ร่ำรวยขนาดที่วันๆ ไม่ต้องทำอะไรและมุ่งจะฝึกฝนอย่างเดียวเหมือนพวกตระกูลใหญ่ๆ อายุอย่างนายน้อยขึ้นไประดับพลังปราณขั้นนักรบได้ก็ไม่ใช่เื่แปลกหรอกครับ
แต่นี่นายน้อยถูกผมพามาแบบไม่มีอะไรติดตัวเลย แถมยังใช้เศษเงินที่เพื่อนของนายน้อยโยนมาให้ ประทังชีวิตในป่ามาได้ถึงขนาดนี้พวกเราก็เก่งมากแล้วนะครับ วันๆต้องกินแต่ซุปผัก แถมยังแยกอาหารที่กินได้หรือกินไม่ได้ในป่าไม่เป็อีก
ผมไม่ได้ห่วงความสบายของตัวเองนะครับ ที่ผมแนะนำเพราะไม่อยากให้นายน้อยลำบาก ยังไงเราก็ต้องออกไปหาเงินซื้อสมาร์ทโฟนก่อนด้วย”
“สมาร์ทโฟน?”
“ก็ใช่น่ะสิครับนายน้อย ถ้าไม่มีมันเราจะหาความรู้ที่ไหน ในการดำรงชีวิตอยู่ในป่าให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดล่ะครับ
อีกอย่างนะครับนายน้อย นอกจากสัตว์วิเศษที่เจอผ่านๆ มาที่มีข้อมูลของพวกมันติดอยู่บนป้ายหน้าทางเข้าป่าหมื่นปราณ เราก็ไม่มีข้อมูลของสัตว์วิเศษตัวอื่นๆ ที่จะช่วยให้นายน้อยได้ฝึกฝนในภายภาคหน้าเลยนะครับ …. เพราะฉะนั้นโลกอินเทอร์เน็ตมันสำคัญจริงๆ และเราต้องมีสมาร์ทโฟนเพื่อเข้าถึงมัน”
“ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะเชื่อนายก็ได้ ฉันมีทางเลือกที่ไหนล่ะ แค่ตอนแรกฉันเห็นนายชอบทำตัวเหมือนเบื่อๆที่ต้องอยู่ในป่านี้ ก็เลยคิดว่านายจะหลอกฉันเพื่อหาเื่ออกไปเที่ยวข้างนอกและทิ้งการฝึกฝนของฉันซะอีก”
ถึงแม้ว่าเ้าจะยอมเชื่อและทำตามคำแนะนำของฮ่าฮ่าแล้ว แต่ความคิดที่เขามีก่อนหน้านี้มันช่างสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับฮ่าฮ่าเหลือเกิน จนเขามองไปที่นายน้อยของตัวเองด้วยความใในความคิดของเด็กหนุ่ม ก่อนที่จะโวยวายออกมา
“บ้าไปแล้วววว...นายน้อยเอาความคิดในแง่ลบอย่างนั้นมาได้ยังไงครับ นี่น่ะมันอยู่ในแผนของผมอยู่แล้วนะ เมื่อเราออกไปข้างนอกเราก็จะไปที่งานประลองประจำปีระดับประเทศที่ใหญ่ที่สุดของประเทศดีอาดูเอลเราที่กำลังจะจัดขึ้น และหาเงินจากการพนันประลองวิเศษถูกกฎหมายในงานนั้นต่างหากละครับ นายน้อยคิดมาได้ยังไงกันว่าผมเบื่อที่ได้อยู่ฝึกให้กับนายน้อยในป่านี้”
“นายไม่เห็นต้องโมโหขนาดนั้นเลยนี่น่า แต่ฉันก็ผิดเองที่มองนายในแง่ร้ายขอโทษด้วยนะฮ่าฮ่า”
เมื่อเ้าเห็นท่าทีไม่พอใจของฮ่าฮ่าที่เขาแสดงออก มันก็สร้างความรู้สึกผิดให้กับเขาจนต้องขอโทษออกไป และเริ่มพูดคุยกันต่อเพื่อรอให้พลังปราณของเขาฟื้นคืนมา
“ว่าแต่นายจะไปเล่นพนันอย่างงั้นหรอ”
“พนันถูกกฎหมาย”
“ รู้แล้วน่าว่าพนันถูกกฎหมาย แต่ว่านายจะเอาเงินที่ไหนไปเล่นละ เราใช้เงินทอนที่เหลือจากฟางเซียนซื้ออาหารแห้งไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับนายน้อย ลิงลมวิเศษนะมันเป็พวกที่ชอบขโมยของ ผมน่ะเห็นมันมีแหวนทองเล็กๆ ติดอยู่ที่พุงของมันที่มันน่าจะขโมยมาจากลูกเศรษฐีตระกูลไหนสักตระกูลที่เข้ามาฝึกฝนที่ป่านี้
ในขณะที่ผมเห็นมันนั่นเอง ผมก็ได้เล็งมันไว้มานานแล้ว และเผอิญแผนการฝึกฝนของนายน้อยที่ผมวางไว้ต้องต่อสู้กับมันพอดี ผมก็เลยอาศัยจังหวะที่นายน้อยกำลังสู้กับมันอยู่ ใช้พลังปราณในตอนสุดท้ายใส่มันและเกี่ยวแหวนนั้นไว้”
ฮ่าฮ่าที่เล่าผลงานของตัวเองเพื่ออวดนายน้อยของเขาก็ได้หยิบแหวนทองวงเล็กออกมาโชว์ พร้อมกับแววตาเปล่งประกายของเด็กหนุ่มเ้าที่มองมาที่มัน ก่อนที่เขาจะนึกสงสัยอะไรออกมา
“แต่ว่า นั้นมันจะบังเอิญไปหรือเปล่า”
“ไม่บังเอิญหรอกครับนายน้อย แหวนทองมีค่าขนาดนี้ ใครจะปล่อยหลุดมือไปได้ล่ะ แค่หาทางหลอกนายน้อยที่พักหลังเริ่มกระตือรือร้นอยากฝึกฝนออกมาไปสู้กับมันและอาศัยจังหวะนั้นแอบขโมยมา จะเป็เื่บังเอิญไปได้ยังไงล่ะครับ… นายน้อยรีบเก็บของเถอะครับ เราควรจะออกจากป่านี้กันก่อนมืด ผมไม่ได้มีพลังปราณของนายน้อยไว้ใช้แล้ว อยู่ที่นี่มันจะอันตรายเกินไป เร็วๆ ครับนายน้อย”
หลังจากที่ทั้งคู่นั่งพูดคุยพักผ่อนกันอยู่นาน อยู่ดีๆ ท่าทีที่เร่งรีบของฮ่าฮ่าที่แสดงออกมา มันก็ทำให้เ้ารู้สึกเร่งรีบไปด้วยจนรีบเก็บข้าวของต่างๆ ตามที่เขาบอก และลืมสนใจเื่ที่เขาใช้เ้าเป็ตัวล่อในการขโมยแหวนจากลิงลมวิเศษไปเลย จนทำให้ฮ่าฮ่านั่งจิบชาของเขาต่ออย่างสบายใจ โดยไม่มีเสียงบ่นหรือต่อว่าของนายน้อยเขาออกมา
และในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังเก็บของต่างๆ ด้วยตัวคนเดียวอยู่นั้น เขาก็ไม่ได้สังเกตถึงสายตาของฮ่าฮ่าที่มองเด็กหนุ่มด้วยความชื่นชมเลย
ฮ่าฮ่าที่คิดว่าตนเองผ่านโลกมาเยอะและเดินทางไปไหนมาไหนมามากมาย แต่เขากลับไม่เคยเจอผู้คนที่มีความสามารถในการมองคนออกได้ขนาดนี้
แค่เพียงเวลาไม่ถึงเดือนที่พวกเขาใช้ชีวิตด้วยกัน เ้ากลับเข้าใจและมองเจตนาของเขาออกอย่างแจ่มแจ้ง ที่รู้ว่าเขารู้สึกเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตในป่าและอยากออกไปพักผ่อนที่ตัวเมือง ถึงแม้ว่าสุดท้ายเขาก็จะชักจูงให้เ้าเชื่อเขาได้ก็ตาม
“บ้าน่า! แหวนทองจะราคาพันห้าได้ยังไง”
ท่ามกลางเหล่านักผจญภัยมากมายที่รวมตัวกันภายในอาคารของสมาคมเพื่อขายสิ่งของต่างที่พวกเขาหามาได้ระหว่างการผจญภัย ที่ทางสมาคมตั้งจุดรับซื้อไว้ให้ อีกทั้งด้วยความที่สินค้าที่รับซื้อต่างๆ จะมีราคาที่เฉพาะเจาะจงที่ได้ประกาศบอกไว้อยู่แล้ว ทำให้เหล่านักผจญภัยที่เอาของมาขาย ไม่เคยมีปัญหาและค้าขายกันได้ราบรื่น
ยกเว้นก็แต่ผู้ปกครองของนักผจญภัยเด็กน้อยหน้าใหม่ ที่โวยวายกับการตีราคาที่ได้รับ
“แหวนนี้ผมถือมันมาตลอดทั้งทางนะ น้ำหนักมันก็ไม่ได้เบาอะไรมันจะราคาพันห้าไปได้ยังไงกัน”
“พันห้าก็คือพันห้า ถ้าไม่เอาก็ไปขายที่อื่น แต่คิดเหรอว่าจะมีคนรับซื้อของที่ขโมยมาน่ะ”
“ขโมยบ้าอะไร! ผมไปหาเองกับมือมาจากในป่าหมื่นปราณนะเว้ย”
เมื่อลุงพนักงานแห่งสมาคมนักผจญภัย ยังเห็นชายหนุ่มตรงหน้าของเขาที่อายุน้อยกว่าเขามากโวยวายด้วยความไม่พอใจอยู่ เขาก็หันหน้าจอตรงหน้าของตนเองที่ขึ้นใบหน้าของเด็กหนุ่มเ้าไปให้กับฮ่าฮ่าดู อีกทั้งในรูปนั้นยังถูกประทับตราว่าเป็ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ที่กำลังหลบหนีอยู่ มันก็ถึงกับทำให้ฮ่าฮ่าและเ้า ที่มองหน้าจอนั้นต่างแข็งทื่อกันไปด้วยความใ