ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 102 โลหิตโลกันต์

    ชายทั้งคู่ตัวสั่นพลันมีเสียงครึกโครมดังขึ้นในความคิด

    เสียงดังกล่าวแหบพร่ายิ่งนักราวกับแฝงไว้ด้วยกาลเวลาอันเนิ่นนาน เปรียบดั่งสุ่มเสียงที่ก้องจากวิญญาณ

    จิตใจชายทั้งคู่สั่นไหวไปชั่วครู่

    ความคิดฉายแววสับสนอยู่ๆ น้ำเสียงแหบพร่ากลายเป็นคลื่นเสียงกึกก้องอยู่ในห่วงความคิด ทําให้ตัวพลันหยุดชะงัก

    “ในที่สุด...เจ้า...ก็มา...กันแล้ว...”

    “ท่านปราชญ์ยู่เทียน!”  ชายทั้งคู่สีหน้าเปลี่ยน ทั้งตกใจ ทั้งดีใจดี แต่เสียงดังนี้กังวานในความคิดไม่ยอมหยุด

    ท้ายที่สุดราวสายฟ้ากึกก้องทําให้ใบหน้าเขาขาวซีดเหมือนเข้าไปอยู่ในฝันร้าย

    “ท่านบรรพบุรุษยังไม่ตายจริงๆ จะต้องเป็นเสียงเขาอย่างแน่นอน

     เกิดความสับสนจากปริศนาลับในจิตใจกลับยิ่ง

    ทําให้รู้สึกว่าตัวเขามีตัวตนอยู่จริงๆ

    อยู่ๆ ทั้งสองก็รับรู้ถึง สายตาคู่หนึ่งกําลังมองพวกเขาด้วยความเย็นชาและไร้เมตตาราวกับไม่มีความรู้สึกใดๆ

    บนโลกใบนี้แฝงอยู่ มีเพียงความเย็นชาอย่างผู้เป็นนายทุกสิ่งเท่านั้น

        “พวกเจ้า...นำของ....มาหรือไม่....”

    คนทั้งสองจิตใจสั่นสะท้านเกิดความตึงเครียดทันใดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลันได้สติกลับมาคุกเข่าลงกับพื้น หอบหายใจแรงไม่หยุด

        “พะ พวกข้า นำมาตามที่ท่านต้องการขอรับ!

     

    อิงอิงมองเห็นชายทั้งคู่ คุกเข่าอยู่สุดเส้นทางสายนี้ เกิดความประหลาดใจหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังหลับตา เปิดสัมผัสรับรู้บางอย่าง

        “เหมือนพวกมันกำลังสื่อสารกับใครบางคนแต่ข้าไม่ได้ยินเสียงจากอีกฝั่ง

        “ข้าก็เห็นพวกมันคุกเข่ารอคอยบางสิ่งจากเส้นทางสายนี้ พวกเราคงต้องขยับเข้าไปใกล้กว่านี้แล้ว

    ชายทั้งสองหยิบของบางอย่างออกมาเป็นกล่องกลไกขนาดเล็ก  “นี่เป็นของที่หน่วยวิจัยของเราสร้างขึ้นมาตามที่ท่านบรรพบุรุษสั่งการขอรับ!

    อยู่ๆมีแรงกดดันไร้สภาพแผ่ขยายตัว ออกมาคลอบคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ  คลอบรวมถึงสิ่งของที่อยู่ในมือ

    ไม่นานเสียงดังกังวานขึ้นอีกในหัวคนทั้งสองเป็นเสียงราวสายฟ้าดังสนั่น จิตใจสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ยิน

        “ลงมือได้...!

        “ระ รับทราบขอรับ”

     

    ทันทีที่ได้ยินคำพูดสุดท้ายของคนทั้งสองนาฟหันมามองหน้า หญิงสาวที่กำลังหันมาพอดี  “แย่แล้ว!  ทั้งคู่อุทานออกมาพร้อมๆ กัน

    นาฟชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน  “เหมือนพวกมันจะได้รับคำสั่งให้ลงมือทำอะไรบางอย่าง

    “ข้าเห็นกล่องกลไกที่บรรจุ ของเหลวทรงอำนาจกับ หินเท็นซี่สีม่วง ติดกับชนวนระเบิดไว้อิงอิงเร่งกล่าว

    สีหน้าทั้งคู่เปลี่ยนไปทันทีต่างคนต่างรู้ดีถึงอำนาจวัตถุที่อย่างข้างใน อยู่ๆ อิงอิงก็นึกถึงบางสิ่ง

        “ข้าพอจะเข้าใจแล้วพวกมันเข้ามาเพื่อปลดปล่อย คนๆ หนึ่ง ซึ่งหน้าจะถูกขังไว้ในที่แห่งนี้ และคนๆ นี้ต้องเป็นปราชญ์ยู่เทียนคนนั้นแน่

        “ระดับปราชญ์! อย่างนั้นรึ!

        “ใช่ พลังระดับนั้นเพียงแค่กระพริบตา พวกเราก็สูญสลายแล้ว 

    ไม่ช้าชายหนุ่มและหญิงสบสายตากัน สายตาที่มุ่งมั่น แม้ไม่ได้พูดกันแต่ก็คิดไปในสิ่งเดียวกัน

     

    ณ รอยแยกหินตามเส้นทางใจกลางหุบเขา หากมองไกลๆ จะดูเลือนรางมีหมอกโอบล้อม บดบังการมองเห็น

    หากเข้าไปใกล้จะพบว่าม่านกั้นกลางดังกล่าวมีลักษณะเหมือนสิ่งก่อสร้างปลายแหลมแทงลงสู่ผืนดินส่วนที่เผยให้เห็นสูงราวหลายร้อยเมตร

     

    ทุกส่วนเป็นสีดํา ไม่รู้ว่าม่านปราการแบบนี้สร้างขึ้นได้ยังไง จากวัตถุชนิดใดด้านบนอัดแน่นไปด้วยมวลพลังทว่ารอบตัวมีปราการลมธรรมชาติหมุนวนไปเรื่อย

    ให้ความรู้สึกผ่านกาลเวลามายาวนาน

    ส่วนปลายแหลมทิ่มแทงลงสู่พื้น ดินเป็นจุดที่ชายทั้งสองกำลังเริ่มทำบางสิ่ง

    ชายที่เป็นหัวหน้าเริ่มกัดปลายลิ้น พ่นโลหิตไปบนดิน วางกล่องกลไกลงพร้อมเปิดเครื่องกลไกดังกล่าวทันที

    ในขณะที่ไม่มีใครรู้ตัว เกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆค่อยๆ เข้าโอบล้อมบริเวณดังกล่าว

    อิงอิงกำหนดสมาธิอย่างแน่นิ่งเพื่อให้พลังของตนเข้าไปใกล้ให้มากที่สุด “ตอนนี้ล่ะ!   “ฟู่!”

    ม่านน้ำแข็งก่อตัว คลอบคลุมคนทั้งสองทันทีแต่เหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่ง

    ทันใดนั้นภายใต้เงา ของม่านหมอกน้ำแข็ง มีแสงสีแดงขยับวูบวาบ

     

    ภายในบริเวณเกิดแรงกระทำบางอย่าง พลันสั่นสะเทือน เกิดรอยร้าวจํานวนมากขึ้นในม่านน้ำแข็งมีเสียงคํารามดัง

    สนั่น พลังมหาศาลพลันรั่วไหลมาจากภายใน

    ขณะเดียวกัน อิงอิงเริ่มมีอาการบางอย่างพลังที่ส่งออกไปเริ่มสะดุดรอยร้าวขยายตัวมากขึ้น

     “เพล้ง!”

    ม่านน้ำแข็งแตกสลายออกไปทันที  พลันเกิดเปลวไฟพวยพุ่งอย่างกระทันหัน แสงสว่างสีแดงเข้มดั่งเลือดในกายสาดส่องขึ้นท่ามกลางท้องฟ้าสลัวแม้เปลวเพลิงนี้จะไม่ทะยานสูงขึ้นสู่ฟากฟ้า แต่มันก็โถมทับไปทั่วบริเวณ กลืนกินสิ่งแปลกปลอมโดยรอบทั้งหมด

    เปลวเพลิงสีเลือดลุกไหม้ขึ้นทว่ากลับไร้ซึ่งร่องรอยของหมอกควันและมันไม่ได้แผ่อุณหภมูิร้อนระอุแก่พื้นที่โดยรอบ ทุกอย่างเกิดขึ้นแค่ในกองเพลิงเท่านั้น

        “นั้นมัน! “โลหิตโลกันต์” พลังพิเศษโบราณนี่”  อิงอิงถึงกับหน้าเปลี่ยนสี

    นาฟไม่รอช้าพุ่งตัวออกไปทันทีโยนระเบิดควันใส่ใจกลางพื้นที่ดังกล่าว “ฟุบ!” กลุ่มควันคลุ้งกระจายบดบังวิสัยทัศน์ทั้งหมด

    แต่อยู่ๆ ควันที่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณกลับค่อยๆถูกบางสิ่งกลืนหายไป ร่องรอยควันที่จางหายเห็นมนุษย์ที่ร่างชโลมด้วยเปลวไฟสีเลือดกำลังอ้าปากดูดกลืนควันทั้งหมดเข้าไปในท้อง

    “วิ๊ง!”  “วิ๊ง!”  “วิ๊ง!” 

    เสียงกล่องกลไกเริ่มทำงาน ส่งเสียงร้องดังไปทั่ว พลังที่เริ่มทะลักออกมาส่งกระแสคลื่นพลังที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก

    นาฟสัมผัสได้กับสิ่งที่คุ้นเคย ความน่าหวาดหวั่นของสิ่งที่อยู่ในกล่องใบนั้น  เร่งขยับตัวเข้าไปใกล้

    อยู่ๆ ชายอีกคนที่ตอนนี้กลายร่างเป็น แมงมุมขนาดเท่าตัวคนพุ่งสวนมาประจันหน้า

    พรวดดด!

    ใยแมงมุมขนาดใหญ่ถูกพ่นออกไป

    นาฟดีดตัวถอยไปอีกทางอย่างรวดเร็ว


    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน