ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 กลอุบายเดิมๆ

            หวาชิงเสวี่ยถึงกับงงงันไปในทันทีราวกับตกอยู่ในห้วงภวังค์

            นี่เป็นพิธีการพิเศษอะไรหรือไม่?เหตุใดถึงได้จ้องมองนางเช่นนี้?

            หวาชิงเสวี่ยลังเลว่าจะลุกขึ้นยืนดีหรือไม่หรือว่าเวลานี้ควรจะต้องทำความเคารพต่ออูซินเหยา นางไม่รู้เรื่องขนบธรรมเนียมโบราณพวกนี้เลยแม้แต่น้อย

            “ซือปิงฟูเหรินอายุน้อยยิ่งนัก”อูซินเหยาเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน บนใบหน้าคล้ายจะมีรอยยิ้มจางๆ “แตกต่างจากข่าวลือที่ได้ยินมามากทีเดียว”

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยหน้าแดงแล้วตอบกลับว่า “ทำให้องค์หญิงรู้สึกขบขันแล้วเพคะ”

            อูซินเหยายิ้มตอบ หมุนตัวเดินไปยังที่นั่งของตนและนั่งลงประจำที่

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกแปลกๆถามฟู่ถิงเย่ที่อยู่ข้างๆ เสียงเบา “เมื่อครู่ข้าเสียมารยาทไปหรือไม่?เวลาเจอองค์หญิงควรทำความเคารพอย่างไรหรือเจ้าคะ?”

            “เจ้าได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นท่านหญิงแล้วมีฐานันดรศักดิ์ใกล้เคียงกับองค์หญิง ไม่จำเป็นต้องทำความเคารพ” ฟู่ถิงเย่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

            หวาชิงเสวี่ยหลงเชื่อจึงพยักหน้า

            ความจริงแล้วฟู่ถิงเย่พูดจาเหลวไหลทั้งเพหากเป็นขุนนางชั้นหนึ่งมาเจอเชื้อพระวงศ์ก็ยังต้องทำความเคารพ แต่หวาชิงเสวี่ยนั้นกลับเชื่อเขาอย่างง่ายดาย

            งานเลี้ยงในช่วงเวลาต่อมาก็เป็นไปอย่างราบเรียบ

            ทุกคนกินเนื้อดื่มสุรากันอย่างเอร็ดอร่อยการแสดงต่างๆ ก็เน้นไปในลักษณะของผู้ชายที่แข็งแกร่ง มีคนออกมาฟ้อนรำดาบ เพราะว่าเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในค่ายทหารจึงไม่มีเพลงและการร่ายรำที่อ่อนหวานมากนัก

            ถึงแม้งานเลี้ยงจะไม่ได้มีการชนแก้วกันอย่างสนุกสนานแต่ก็ถือว่าครึกครื้นพอสมควร

            เพียงแต่รูปแบบอาหารนั้นค่อนข้างจะหยาบกระด้างสำหรับหวาชิงเสวี่ยเนื้อย่างชิ้นใหญ่ขนาดนั้นนางไม่รู้ว่าจะกินอย่างไรดี จึงแอบชำเลืองมองคนอื่นแล้วพบว่าทุกคนต่างฉีกเนื้อกินกันอย่างใจกล้า

            แบบนั้นจะไม่เลอะมือหรือ?หรือว่าพวกเขาไม่สนใจกันนะ...

            นางชำเลืองมององค์หญิงแห่งหนานจ้าวที่อยู่อีกด้านหนึ่ง—เอาเถอะ คนนั้นมีนางกำนัลคอยใช้มีดเงินเล็กๆ หั่นเป็นชิ้นๆ ให้อยู่

            ที่ตัวหวาชิงเสวี่ยเองก็มีมีดเล็กๆแบบนั้นอยู่เหมือนกัน ก็คือ...ของแทนใจ

            แต่พอคิดว่ามันเคยใช้ตัดหัวคนมาก่อนไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่กล้าใช้มัน

            ในขณะที่กำลังกลุ้มใจอยู่นั้นเองเนื้อย่างที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกฟู่ถิงเย่ใช้มีดจิ้มไป—

            มีดที่คมกริบหั่นเนื้อย่างออกเป็นชิ้นบางๆน้ำจากเนื้อสดใหม่ฉ่ำเยิ้มไหลออกมา จากนั้นก็ส่งจานกลับมาให้นาง

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มหวานๆแล้วคีบเนื้อขึ้นมากิน

            “ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพฟู่ก็มีช่วงเวลาเอาใจคนอื่นเช่นนี้ด้วย”จู่ๆ อูซินเหยาพูดขึ้นมา แล้วหันมามองด้วยรอยยิ้ม

            หวาชิงเสวี่ยพอได้ยินคำพูดของอูซินเหยาก็ถึงกับชะงักงันไปกัดเนื้ออยู่ในปากก็ไม่รู้ว่าจะคายออกมา หรือจะกลืนลงไปดี...

            “ข้าอายุมากกว่านางหลายปีก็ควรดูแลนางหน่อย” ฟู่ถิงเย่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

            อูซินเหยาหัวเราะเบาๆ“แม่ทัพพูดได้ถูกต้องแล้ว”

            คิดไปเองหรือเปล่านะ?เหตุใดถึงรู้สึกว่าน้ำเสียงขององค์หญิงแห่งหนานจ้าวผู้นี้ มันแปลกๆ ไปกันล่ะ?

            หวาชิงเสวี่ยเคี้ยวเนื้อสองสามคำอย่างฝืนๆในใจก็คิดว่าจะทักทายกับองค์หญิงผู้นี้อย่างไรดี พอเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง กลับพบว่าองค์หญิงกำลังดูการแสดงอยู่ไม่แม้แต่จะหันมาเหลือบแลนาง

            เกิดอะไรขึ้นกัน...

            นางไม่น่าจะเคยทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองใจมาก่อนนะ?

            “กินเนื้อย่างให้น้อยหน่อยเดี๋ยวจะมีอาหารอย่างอื่นอีก” ฟู่ถิงเย่พูดเบาๆ อยู่ข้างๆ นาง

            หวาชิงเสวี่ยได้สติกลับคืนมาตอบ ‘อืม’ เบาๆ แล้วเก็บความคิดแปลกๆ ในใจเหล่านั้นไป...

            ก่อนที่งานเลี้ยงจะจบลงคนของหนานจ้าวก็ออกมาแสดงเพื่อเป็นการตอบแทนบ้าง ว่ากันว่าเป็นการตีกลองร้องรำของชนเผ่า

            หวาชิงเสวี่ยดูไม่ออกว่ามีการแสดงอะไรเพียงแต่ได้ยินเสียงตีกลองแล้วก็รู้สึกสนุกไปด้วย

            นางดื่มสุราผลไม้ไปนิดหน่อยมีอาการเมาเล็กน้อย ฟู่ถิงเย่จึงให้คนพานางกลับไปพักผ่อนที่กระโจม

            ในกระโจมมีการนำน้ำแข็งมาวางไว้ก่อนแล้วอุณหภูมิเย็นสบาย

            หวาชิงเสวี่ยประคองสติอาบน้ำแต่งตัวพอเอนตัวลงนอนก็หลับไปอย่างรวดเร็ว...

            ในขณะที่กำลังหลับ นางที่สติเริ่มเลือนรางครุ่นคิดว่าสุราผลไม้นี่แรงใช่เล่นเหมือนกันนะ...

            ...

            นางนอนไม่ค่อยหลับ ฝันร้ายสารพัดหนังตาก็หนักอึ้ง เหมือนจะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ก็ตื่นไม่ได้เสียที

            ในช่วงเวลาที่งุนงงสับสนนั้นนางเห็นผู้หญิงสองคนจากหนานจ้าวสวมชุดเหมือนหญิงรับใช้ขององค์หญิง

            พวกนางพูดคุยกันเสียงเบาทั้งสองคนพูดจาโต้ตอบกันไปมา เสียงนั้นลอดเข้ามาในหูของหวาชิงเสวี่ย—

            “ข้าเห็นว่าองค์หญิงดูเหมือนไม่ค่อยพอพระทัย”

            “จะพอพระทัยได้อย่างไร?แม่ทัพฟู่ไม่ได้แต่งงานมาหลายปี องค์หญิงคิดมาตลอดว่าแม่ทัพฟู่รอคอยพระนางอยู่ปรากฏว่า...จู่ๆ มาหมั้นหมายกับซือปิงฟูเหรินผู้นั้น เจ้าได้ยินคนเขาพูดกันหรือไม่?ดูเหมือนว่าคนในค่ายทหารของต้าฉีจะรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว”

            “ใช่แล้ว แปลกจริงๆข้าว่าสตรีผู้นั้นก็หน้าตาทั่วๆ ไป ถ้าพูดถึงรูปร่างหน้าตา นับว่าห่างไกลจากองค์หญิงมากนัก...”

            “มีอะไรแปลกกันเล่าต้องเป็นเพราะเห็นอาวุธพวกนั้นเข้าตาแน่อยู่แล้ว! ไม่เช่นนั้นแม่ทัพใหญ่ของแคว้นจะไปแต่งงานกับสตรีที่ไม่มีฐานะไปเพราะเหตุใด?”

            “จริงอย่างที่เจ้าว่า...หากว่ากันตามจริงแล้วแม่ทัพฟู่เหมาะสมกับองค์หญิงของพวกเราที่สุดแล้ว ทั้งสองคนต่างก็เก่งกาจในการทำสงครามถ้าได้เป็นสามีภรรยากันคงจะดีไม่น้อย...”

            “เงียบหน่อย อย่าให้องค์หญิงได้ยิน...”

            หวาชิงเสวี่ยเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลแล้ว

            หากนี่เป็นความฝัน ก็คงเป็นฝันที่เหมือนจริงเกินไปแล้ว...

            นางพยายามที่จะมองสถานการณ์ของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นแต่พบว่าไม่ได้มีเพียงแค่หนังตาของนางที่หนักอึ้ง มือเท้าก็ยังรู้สึกอ่อนแรงเหมือนกัน

            นี่มันเรื่องอะไรกัน?...หรือว่าฟู่ถิงเย่เห็นว่านางเมาแล้ว เลยให้สาวใช้ขององค์หญิงหนานจ้าวมาปรนนิบัตินาง?

            มันไม่สมเหตุสมผลเลย!เขาเรียกหญิงรับใช้ชราที่เคยปรนนิบัตินางมาดูแลก็ได้นี่นา!

            หวาชิงเสวี่ยเปิดเปลือกตาขึ้นมาได้ในที่สุดและได้เห็นภาพที่ผิดคาด สาวใช้ทั้งสองคนนั้น หนึ่งในนั้นสวมชุดของนางอยู่?!

            หวาชิงเสวี่ยจึงมองลงไปที่ตัวเอง...เสื้อผ้าของนางหายไปแล้ว!กลายเป็นเสื้อสั้นกระโปรงแคบที่ผู้หญิงหนานจ้าวสวมใส่แทน!

            เหตุใดถึงได้เปลี่ยนเสื้อผ้ากันล่ะ?

            หวาชิงเสวี่ยตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้นแต่กลับไม่มีแรงจะดิ้นรนแม้แต่น้อย ความจริงแล้วเพียงแค่การลืมตาขึ้นก็ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดของนางแล้ว—

            นางหลับตาลงอีกครั้งแล้วรีบคิดหาทางหลบหนี

            ทุกอย่างผิดแปลกจนเหลือเชื่อองค์หญิงหนานจ้าวต้องการทำอะไรกันแน่? ลักพาตัวนางไปจากสายตาของฟู่ถิงเย่เนี่ยนะ?!

            บางที...มันก็อาจจะเป็นไปได้เพราะว่าถ้าเป็นรถม้าที่องค์หญิงหนานจ้าวใช้เดินทางกลับคงจะไม่มีใครขวางทาง หรือตรวจสอบใดๆส่วนทางด้านนาง เพราะว่านางเมา ฟู่ถิงเย่ก็คงจะกำชับคนอื่นๆ ไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของนางต่อให้ตื่นสายก็คงจะไม่มีใครสงสัย

            แต่หลังจากนั้นล่ะ?

            หรือว่าองค์หญิงหนานจ้าวไม่กลัวว่าเรื่องจะถูกเปิดโปงหากฟู่ถิงเย่รู้เข้าแล้วโมโหจนยกทัพไปตีหนานจ้าวเล่า?

            ...เดี๋ยวก่อน!

            ไม่สิ นางคิดผิดแล้ว!

            การที่องค์หญิงหนานจ้าวลักพาตัวนางไม่ใช่เพื่ออาวุธ! แต่เพื่อจะนำตัวนางไปมอบให้ต้าเหลียว!

            เมื่อเป็นเช่นนั้น กองทัพเหลียวจะได้รับประโยชน์แล้วถอนทัพข้อได้เปรียบของต้าฉีก็จะสูญเสียไป ฟู่ถิงเย่ก็จะมัวแต่ระแวดระวังทัพเหลียว ไม่มีเวลาไปเอาเรื่องกับหนานจ้าว!

            ช่างเป็นกลอุบายที่ชั่วร้ายจริงๆ...

            หวาชิงเสวี่ยทั้งตกใจและทึ่งในเวลาเดียวกันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า องค์หญิงผู้นั้นที่ดูเหมือนจะยังเด็กอยู่กลับคิดอุบายที่แยบยลเช่นนี้ได้

            “พร้อมแล้วหรือยัง?”เสียงผู้หญิงเสียงหนึ่งดังขึ้น

            หวาชิงเสวี่ยจำเสียงนี้ได้มันคือเสียงอูซินเหยา

            “พร้อมแล้วเพคะ องค์หญิง”หญิงรับใช้ตอบ

            “หลังจากนี้รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรใช่หรือไม่?”

            “เพคะ หลังจากที่องค์หญิงเสด็จออกไปแล้วบ่าวจะหาโอกาสออกจากค่ายทหาร แล้วสร้างร่องรอยให้เหมือนว่าถูกกองทัพเหลียวลักพาตัวไป”

            หากคนที่ถูกลักพาตัวไปไม่ใช่หวาชิงเสวี่ยตอนนี้หวาชิงเสวี่ยคงอยากจะปรบมือให้พวกนางแล้ว — แผนนี้ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน! เป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่แยบยลยิ่งนัก!

            รอให้หนานจ้าวนำนางไปมอบให้ต้าเหลียวเท่ากับยืนยันว่ากองทัพเหลียวเป็นคนลักพาตัวไปจริงๆ หนานจ้าวก็หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ลำบากโดยไม่ต้องลงแรงแถมยังทำให้เหลียวกับฉีเป็นศัตรูกันได้อีกด้วย! แล้วตนเองก็จะอยู่ได้อย่างสบายๆ!

            องค์หญิงผู้นั้นช่างวางแผนเก่งเสียจริง!

            “ไปกันเถอะ” อูซินเหยาสั่ง

            หวาชิงเสวี่ยใจกระตุกวูบไม่จริงใช่ไหม? นี่จะไปกันแล้วหรือ?!

            ทหารองครักษ์ที่ฟู่ถิงเย่จัดให้นางล่ะ?อยู่ที่ไหน? หายไปไหนหมดแล้ว?!

            นางร้อนใจจนแทบทนไม่ไหวอยากจะดิ้นรนให้หลุดพ้น แต่กลับขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วมือก็ยังยาก!

            ด้านนอกพลันมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันพร้อมกับเสียงกระทบกันของเกราะ

            มีคนเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาในทันที...

            นางจำเสียงฝีเท้าของฟู่ถิงเย่ได้

            “ท่านไม่ได้เมาหรือ?!”อูซินเหยาถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

            ฟู่ถิงเย่ตอบกลับอย่างเย็นชา“กลอุบายเดิมๆ เมื่อสิบปีก่อนท่านก็เคยใช้มันแล้วนะ องค์หญิง”

            อูซินเหยาโกรธจัด“...ที่แท้ท่านจงใจแสร้งทำเป็นเมา! ท่านหลอกข้า!”

            “มิกล้า หากไม่ใช่เพราะองค์หญิงกรุณาสั่งสอนเมื่อสิบปีก่อนข้าก็คงไม่ระมัดระวังตัวขนาดนี้”

            “ท่านจำเรื่องนั้นได้มาตลอด?หลายปีมานี้ยังแค้นเคืองข้าอยู่หรือ?!”

            “องค์หญิงตรัสเกินไปแล้วไม่ถึงขนาดแค้นเคืองหรอก แค่จำไว้เป็นบทเรียนเท่านั้น” ฟู่ถิงเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแล้วหัวเราะเบาๆ“คิดไม่ถึงเลยว่าหลายปีมานี้องค์หญิงจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ยังชอบลักขโมยอยู่เหมือนเดิมเมื่อสิบปีก่อนก็ขโมยแผนที่ของข้าไป สิบปีต่อมาก็อยากจะขโมยคู่หมั้นของข้าไป...”

            อูซินเหยาตะคอกเสียงดัง“ฟู่ถิงเย่! ท่านไม่ต้องมาดูถูกข้าถึงขนาดนี้! ตอนนี้ข้าตกอยู่ในมือท่านแล้ว จะลงโทษข้าอย่างไรก็เชิญตามสบาย!”

            “ข้าจะกล้าลงโทษองค์หญิงได้อย่างไร?”ฟู่ถิงเย่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ เลื่อนสายตาไปมองทหารที่อยู่นอกค่าย “เชิญองค์หญิงกลับไปเถิดคนของข้าจะนำท่านออกจากต้าฉีอย่างปลอดภัย”

            อูซินเหยาถึงกับตะลึงงัน

            นางคิดไม่ถึงว่า หลังจากที่เรื่องเปิดโปงแล้วฟู่ถิงเย่จะปล่อยนางไปจริงๆ?!

            เมื่อทบทวนความคิดก็เข้าใจในทันทีฟู่ถิงเย่ไม่ได้อยากปล่อยนางไป! เขาเพียงแค่ต้องการใช้ประโยชน์จากนางเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของกองทัพเหลียวไปก็เท่านั้น!

            เพราะถ้าหากหนานจ้าวไม่มีนางกองทัพเหลียวก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!

            บุรุษผู้นี้ คิดจะใช้ประโยชน์นางมาตั้งแต่ต้นจนจบ!

            อูซินเหยารู้สึกคับแค้นใจกัดริมฝีปากมองฟู่ถิงเย่ด้วยความโกรธ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แล้วหมุนตัวเดินออกจากค่ายทหารไปอย่างเด็ดเดี่ยว!

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบาๆทั้งเดินออกไปและเดินเข้ามา หวาชิงเสวี่ยได้ยินคร่าวๆ แล้วก็พอจะจับใจความได้ และยังได้ยินพวกเขาทั้งสองพูดถึงเรื่องเมื่อสิบปีก่อน

            สิบปีก่อนหรือ...

            ในใจหวาชิงเสวี่ยก็รู้สึกขมขื่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อสิบปีก่อนนางเพิ่งจะอายุสิบขวบ แต่เขากลับเริ่มมีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เสียแล้ว...

            หลังจากนั้นไม่นาน ในกระโจมก็เงียบสนิท

            หวาชิงเสวี่ยนอนนิ่งอยู่บนเตียงขยับเขยื้อนไม่ได้มือเท้านางยังคงชาอยู่ ไม่รู้ว่าเมื่อใดถึงจะขยับได้เสียที

            มีคนประคองนางขึ้นมานั่ง

            นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยกลิ่นสบู่กับสุราผลไม้ ผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะของบุรุษ ทำให้นางรู้สึกมึนเมาเล็กน้อย

            ฟู่ถิงเย่ถือถ้วยน้ำใบหนึ่งไว้จากนั้นค่อยๆ ป้อนให้นาง

            หวาชิงเสวี่ยกลืนน้ำตามสัญชาตญาณดื่มจนหมดแก้ว หลังจากที่นอนอยู่บนเตียงสักพัก ร่างกายของนางจึงฟื้นตัวขึ้นมาได้

            นางลืมตาขึ้น มองไปยังฟู่ถิงเย่ที่นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า “เมื่อครู่ข้าตกใจแทบแย่”

            เกือบคิดไปแล้วว่าตนจะถูกลักพาตัวไปจริงๆ

            แววตาดูแคลนพาดผ่านดวงตาของฟู่ถิงเย่“นางรู้เพียงว่าข้าจัดทหารองครักษ์ไว้ให้เจ้า แต่ไม่รู้ว่าข้ายังจัดองครักษ์เงาไว้ให้เจ้าด้วย”

            “องครักษ์เงา?”หวาชิงเสวี่ยตาเป็นประกาย “แบบที่หายตัวได้หรือ? อยู่ที่ไหนเจ้าคะ?”

            แต่ฟู่ถิงเย่กลับโกรธจัด“ข้าถึงได้บอกไปหลายครั้งแล้วอย่างไรเล่า! ให้ระวังเรื่องการแต่งกาย! เมื่อคืนหลังจากกลับกระโจมไปแล้วเจ้าก็ถอดเสื้อผ้าอีกแล้วใช่หรือไม่?!”

            หวาชิงเสวี่ยถึงกับพูดไม่ออกที่แท้เขาก็กลัวว่าองครักษ์เงาจะมาเอาเปรียบนางสินะ...

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245