เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 ดวงความรักของหลินกั๋วผิง (1)

            หลินกั๋วผิงขี่มอเตอร์ไซค์กลับจากขายซาลาเปาที่ตัวอำเภอมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปบ่ายโมงกว่าแล้ว ข้าวปลาอาหารมื้อกลางวันยังไม่ตกถึงท้อง กระเพาะจึงส่งเสียงประท้วงโครกครากมาตลอดทาง

            ทันทีที่ไขกุญแจเปิดประตู เจ้าเตี๋ยนเตี่ยนก็เห่าต้อนรับเสียงดัง ผิดวิสัยปกติที่มักจะกระดิกหางต้อนรับเงียบๆ

            ‘คงมีคนแปลกหน้ามา’ หลินกั๋วผิงคิดในใจ

            เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นจางเสี่ยวเสีย พี่สะใภ้ใหญ่จริงๆ แต่คราวนี้เธอไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังยังมีหญิงชราท่าทางภูมิฐานเดินตามมาด้วยคนหนึ่ง

            หลินกั๋วผิงคุ้นหน้าหญิงชราผู้นี้พิกล แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

            “อ้าว! เจ้ารอง... เพิ่งกลับจากตลาดนัดเหรอ?” จางเสี่ยวเสียร้องทักเสียงใสผิดปกติ

            “ครับพี่สะใภ้ใหญ่... เพิ่งกลับมาถึง กำลังหิวเลย พี่สะใภ้ใหญ่กินข้าวมาหรือยังครับ?”

            จางเสี่ยวเสียยิ้มร่า “กินแล้วๆ... อ้อ จริงสิ นี่ น้าสะใภ้จากทางบ้านเดิมฉันเอง” เธอผายมือแนะนำหญิงชราข้างกาย

            หลินกั๋วผิงรีบยกมือไหว้ทักทาย “สวัสดีครับน้าสะใภ้ เชิญเข้ามานั่งพักข้างในก่อนครับ”

            เมื่อแขกผู้มาเยือนนั่งลงในห้องโถง หลินกั๋วผิงก็กุลีกุจอชงชาร้อนมาต้อนรับตามมารยาท

            หญิงชรากวาดสายตาสำรวจไปรอบบ้าน ก่อนจะเอ่ยปากชมเปาะ “แหม... บ้านช่องสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยเชียว ไม่เหมือนบ้านชายโสดที่ขาดแม่บ้านแม่เรือนเลยนะ เจ้ารองเอ๊ย ไม่นึกเลยว่าผู้ชายอกสามศอกอย่างแกจะทำงานบ้านงานเรือนได้เนี้ยบขนาดนี้!”

            หลินกั๋วผิงเกาหัวแก้เขิน “น้าสะใภ้ชมเกินไปแล้วครับ... ลำพังตัวผมจะไปทำอะไรเป็น ทั้งหมดนี่ฝีมือเสียวเสวี่ย ลูกสาวผมทั้งนั้นแหละครับ”

            หญิงชราเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ “ฝีมือเสียวเสวี่ยจริงๆ เหรอ? แม่หนูคนนี้อายุแค่แปดเก้าขวบเองไม่ใช่เหรอ? เก่งเกินตัวไปแล้วนะเนี่ย!”

            จางเสี่ยวเสียรีบเสริมทัพ “น้าสะใภ้ เจ้ารองไม่ได้โม้หรอกค่ะ เสียวเสวี่ย แกเก่งและรู้ความจริงๆ หน้าตาก็สะสวยจิ้มลิ้ม ถอดแบบเจ้ารองมาเปี๊ยบ แถมการเรียนก็เป็นที่หนึ่ง”

            นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่หลินกั๋วผิงได้ยินจางเสี่ยวเสียเอ่ยปากชมเสียวเสวี่ยเสียเลิศเลอขนาดนี้

            หญิงชราจิบชาแล้วพยักหน้าหงึกหงัก “ดีจริงๆ... เจ้ารองเอ๊ย แกนี่มีวาสนาแท้ๆ ลูกสาวก็รู้ความ ได้ยินเสี่ยวเสียคุยว่าซาลาเปาแกก็ขายดิบขายดี ที่นาก็ไม่ทิ้งให้รกร้าง... แกนี่มันยอดคนจริงๆ!”

            ถูกยอจนตัวลอย หลินกั๋วผิงก็ได้แต่ยิ้มรับอย่างขัดเขิน “น้าสะใภ้ชมเกินไปแล้วครับ ผมก็แค่ทำมาหากินไปตามประสา ไม่ให้ครอบครัวต้องอดตายเท่านั้นเองครับ”

            “เจ้ารอง แกอย่าถ่อมตัวไปเลยน่า” จางเสี่ยวเสียพูดจาประจบประแจง “น้าสะใภ้ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน เมื่อต้นเดือนไปตลาดนัดตำบล      ก็เห็น แกขายซาลาเปาอยู่ที่นั่น ยังนึกว่าจำคนผิดเสียอีก... เจ้ารองเอ๊ย ฉันหวังจริงๆ ว่าพี่ใหญ่ของแกจะมีความสามารถสักครึ่งหนึ่งของแกบ้าง ต่อไปแกต้องช่วยฉุดดึงพี่ชายแกบ้างนะ ยังไงก็พี่น้องแท้ๆ”

            “พี่สะใภ้ใหญ่พูดอะไรห่างเหินแบบนั้นครับ พี่น้องกันก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว”

            หลินกั๋วผิงสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าการมาเยือนของพี่สะใภ้กับน้าสะใภ้ครั้งนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่เปิดไพ่ เขาก็ไม่กล้าถามซักไซ้

            น้าสะใภ้ชวนคุยสัพเพเหระ ถามไถ่เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป เป็นการเลียบเคียงถามข้อมูลส่วนตัวแบบเนียนๆ ตามแบบผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงเป็นใย จนกระทั่งลากลับ ทั้งคู่ก็ยังไม่เผยจุดประสงค์ที่แท้จริง

            แน่นอนว่าจางเสี่ยวเสียไม่ได้พาน้าสะใภ้มาเดินเล่นกินลมชมวิวเฉยๆ แน่

            เมื่อกลับถึงบ้าน จางเสี่ยวเสียก็เปิดประเด็นทันที

            “เป็นไงคะน้าสะใภ้? น้องเขยฉันคนนี้หน่วยก้านใช้ได้ไหม?”

            หญิงชราพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ใช้ได้เลยแหละ! ที่สำคัญคือลูกสาวก็รู้ความ ไม่น่าจะเป็นภาระ... เสี่ยวเสีย เดี๋ยวแกลองไปทาบทามเรื่อง     กุ้ยจือ ลูกพี่ลูกน้องแกกับน้องเขยดูนะ คนหนึ่งหย่าร้าง อีกคนสามีตาย ต่างฝ่ายต่างมีลูกติด อายุอานามก็ไล่เลี่ยกัน... เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก!”

            “ในเมื่อน้าสะใภ้ไฟเขียว งั้นก็ลุยเลยค่ะ! เดี๋ยวฉันจะลองไปเกริ่นๆ กับเจ้ารองดู ฉันว่าเจ้ารองต้องตกลงแน่ ผู้ชายอายุแค่นี้ จะไม่อยากมีเมียมานอนกอดคลายหนาวได้ยังไง... จะกลัวก็แต่นังเด็กบ้าเสียวเสวี่ย นั่นแหละ มันฤทธิ์เยอะไม่ใช่เล่น”

            หญิงชราโบกมืออย่างไม่ยี่หระ “เด็กแค่แปดเก้าขวบ จะไปมีน้ำยาอะไร? น้องเขยแกคงไม่โง่ทิ้งโอกาสมีเมียใหม่เพราะเกรงใจลูกหรอก ผู้ชายร้อยทั้งร้อย พอมีเมียใหม่ มีลูกใหม่ ลูกเมียเก่าก็กลายเป็นหมาหัวเน่ากันทั้งนั้น”

            จางเสี่ยวเสียเห็นด้วย “น้าสะใภ้พูดถูกค่ะ... งั้นเราจัดฉากให้กุ้ยจือได้เจอกับเจ้ารองก่อนดีกว่า กุ้ยจือหน้าตาก็สะสวยใช้ได้ ถึงจะสู้หลิวกุ้ยหลานแม่นังเสียวเสวี่ยไม่ได้ แต่ก็ถือว่าสวยอยู่นะคะ ขอแค่เธอเอาใจหน่อย รับรองเจ้ารองเสร็จแน่! พอข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก นังเด็กนั่นจะดิ้นพราดยังไงก็ไม่มีประโยชน์แล้ว แขนหรือจะสู้ขาได้!”

            “ตกลงตามนี้! อีกสองสามวันฉันจะพากุ้ยจือมาเยี่ยม แกก็เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ”

            “วางใจได้เลยค่ะน้าสะใภ้ ...อ้อ! ฝากบอกกุ้ยจือให้แต่งตัวสวยๆ หน่อยนะคะ ผู้ชายน่ะ ร้อยทั้งร้อยแพ้ความสวยความงามทั้งนั้นแหละค่ะ”

            น้าสะใภ้ของจางเสี่ยวเสียมีหลานสาวคนหนึ่งชื่อหลี่กุ้ยจือ ซึ่งเป็นแม่ม่ายสามีตายและมีลูกชายวัยหกขวบติดมาด้วย

            ดินกลบหน้าสามียังไม่ทันแห้งดี หลี่กุ้ยจือก็ร้อนใจอยากหาที่พึ่งใหม่มาช่วยเลี้ยงลูก พอรู้กิตติศัพท์ความขยันทำมาหากินของหลินกั๋วผิง แถมกิจการซาลาเปาก็กำลังไปได้สวย ฝ่ายหญิงจึงตาลุกวาว

            จางเสี่ยวเสียเองก็ไม่ได้หวังดีกับน้องสามีนักหรอก ใจจริงเธออยากเห็นหลินกั๋วผิงตกต่ำย่ำแย่ด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อน้าสะใภ้เอ่ยปากขอร้อง เธอจึงจำต้องเล่นบทแม่สื่อจำเป็น

            บ่ายวันนั้น เสียวเสวี่ยเลิกเรียนกลับบ้านเร็วกว่าปกติ

            ช่วงนี้กลางวันยาวนาน พระอาทิตย์ยังลอยเด่นอยู่กลางฟ้าแม้จะเลิกเรียนแล้ว กลับถึงบ้าน เสียวเสวี่ยก็รีบทำการบ้าน แล้วลงมือหุงหาอาหารรอพ่อกลับจากนา

            ทันทีที่กับข้าวเสร็จ เสียวเสวี่ยก็ตักแบ่งใส่ปิ่นโต นำไปส่งให้ป้าใหญ่ที่บ้านอาสามก่อน

            หลินชุ่ยหงท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที แต่ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ

            เสียวเสวี่ยรู้ดีว่าคนท้องแก่ควรเดินเหินออกกำลังกายบ้าง จะได้คลอดง่าย

            “ป้าใหญ่คะ... ตอนดึกๆ ปลอดคน ป้าใหญ่ต้องออกมาเดินยืดเส้นยืดสายบ้างนะคะ หนูได้ยินคุณย่าบอกว่าคนท้องแก่ต้องเดินเยอะๆ เวลาคลอดจะได้ไม่ทรมานมาก”

            หลินชุ่ยหงหัวเราะร่า “เสียวเสวี่ยของป้านี่รู้มากจริงๆ... ป้าผ่านการคลอดลูกมาแล้วสองคน เรื่องพวกนี้ป้ารู้ดีจ้ะ วางใจเถอะ พอตกดึกป้าจะแอบออกมาเดินเล่นแถวนี้แหละ... ได้ข่าวว่าแม่หมูของอาสามใกล้คลอดแล้ว ถ้ามันตกลูกตอนดึก ป้าจะได้ช่วยดูให้ด้วย”

            เสียวเสวี่ยล้วงกระเป๋าหยิบลูกอมสีสวยออกมาวางตรงหน้าป้า “ถ้าป้าใหญ่เบื่อๆ ก็กินนี่นะคะ พ่อซื้อมาจากในอำเภอ อร่อยมากเลยค่ะ”

            หลินชุ่ยหงมองลูกอมด้วยสายตาอ่อนโยน “หนูเอาไว้กินเถอะ ป้าโตแล้ว ไม่แย่งเด็กกินหรอก”

            “ป้าใหญ่คะ! ที่บ้านหนูมีอีกเพียบเลยค่ะ อันนี้ส่วนของป้าใหญ่ กินเถอะนะคะ อย่าเกรงใจเลย”

            พูดจบแม่หนูน้อยก็วิ่งปร๋อออกจากห้องไป

            ระหว่างมื้อเย็น เสียวเสวี่ย     เล่าข่าวที่ได้ยินมาให้พ่อฟัง

            “พ่อคะ... เพื่อนที่โรงเรียนบอกว่าถนนจากหมู่บ้านเราไปตัวอำเภอกำลังจะราดยางแล้ว ต่อไปรถยนต์จะวิ่งสะดวกขึ้น เราไปขายของที่อำเภอก็จะง่ายขึ้นด้วยนะคะ”

            หลินกั๋วผิงพยักหน้า “พ่อก็ได้ยินข่าวมาเหมือนกัน ถ้าถนนดีขึ้น อะไรๆ ก็คงสะดวกขึ้นเยอะ”

            เสียวเสวี่ยเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ ก่อนเสนอความคิด “พ่อคะ... ที่ดินว่างริมถนนหน้าบ้านเราน่ะค่ะ หนูว่าพอถนนเสร็จ เราน่าจะสร้างร้านขายซาลาเปาถาวรตรงนั้นเลยดีไหมคะ? ตอนนี้ซาลาเปาเราขายดีขึ้นเรื่อยๆ น่าจะมีหน้าร้านเป็นเรื่องเป็นราว แล้วเราก็ตั้งชื่อร้านว่า ‘ร้านซาลาเปากั๋วผิง’ จดทะเบียนการค้าให้ถูกต้องไปเลย... พ่อว่าไงคะ?”

            หลินกั๋วผิงหัวเราะชอบใจ “พ่อก็คิดอยู่เหมือนกัน! ไม่นึกเลยว่าพ่อลูกเราจะใจตรงกันขนาดนี้ ฮ่าๆๆ”

            จากจุดเริ่มต้นที่ถูกลูกสาวยุเข็นให้ลองทำ หลินกั๋วผิงไม่คาดฝันเลยว่ากิจการซาลาเปาจะรุ่งเรืองขนาดนี้ ตอนนี้เขามีฐานลูกค้าประจำแน่นหนาทั้งในอำเภอและหมู่บ้าน ความทะเยอทะยานที่เคยหลับใหลจึงเริ่มตื่นตัวขึ้นมา

            สองวันต่อมา... จางเสี่ยวเสียก็พาหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนมาโผล่ที่หน้าบ้านหลินกั๋วผิง

            หญิงสาวคนนั้นดูอายุอานามราวสามสิบต้นๆ ผิวพรรณอาจจะกร้านแดดไปบ้างตามประสาคนทำงานตรากตรำ แต่เครื่องหน้าจัดว่าสวยคมคาย ดูมีเสน่ห์ไม่น้อย               

            หลินกั๋วผิงกำลังจะลงนา พอเห็นพี่สะใภ้ใหญ่พาคนแปลกหน้ามาก็ชะงักด้วยความแปลกใจ ยิ่งฝ่ายหญิงจ้องมองเขาตาเป็นมัน เขาก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก

            “อ้าว! เจ้ารอง... มานี่สิ ฉันจะแนะนำให้รู้จัก” จางเสี่ยวเสียกวักมือเรียก “นี่ หลี่กุ้ยจือ ญาติฉันเอง เธอได้ยินกิตติศัพท์ความอร่อยของซาลาเปา แกเลยอยากจะมาขอคำชี้แนะ เผื่อจะได้วิชาไปทำมาหากินบ้าง... แกคงไม่หวงวิชาใช่ไหม?”

            จางเสี่ยวเสียปั้นเรื่องโกหกหน้าตายเพื่อหาข้ออ้างในการดูตัว

            หลินกั๋วผิงผู้ซื่อบริสุทธิ์ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม รีบเชิญแขกเข้าบ้าน

            หลี่กุ้ยจือกวาดตามองบ้านช่องที่สะอาดเอี่ยมอ่องของพ่อม่ายหนุ่มด้วยความทึ่ง ความประทับใจพลันพุ่งปรี๊ด

            “ฉันได้ยินพี่เสี่ยวเสียคุยว่าบ้านพี่กั๋วผิงสะอาดสะอ้านเป็นพิเศษ ก็ยังนึกสงสัยว่าผู้ชายตัวคนเดียวเลี้ยงลูกจะทำได้ขนาดไหน... ไม่นึกเลยว่าจะเนี้ยบขนาดนี้! ดีกว่าบ้านที่มีแม่บ้านบางหลังเสียอีกนะคะเนี่ย”

            เจอคำชมซึ่งหน้าแบบนี้ หลินกั๋วผิงก็หน้าแดงเถือก “น้องกุ้ยจือชมเกินไปแล้วครับ... บ้านพี่ก็งั้นๆ แหละ อีกอย่างงานบ้านพวกนี้ลูกสาวพี่เขาจัดการเองทั้งนั้น ผู้ชายแข็งกระด้างอย่างพี่จะไปทำอะไรเป็นล่ะครับ”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498