คนงานทุกคนได้กินอาหารมื้อเที่ยงอย่างอิ่มหนำสำราญใจยิ่งยังมีน้ำต้มพุทราจีนตบท้ายให้ชื่นใจ หลังมื้ออาหารทุกคนแยกย้ายกลับไปทำงานด้วยความตั้งใจเต็มเปี่ยม หวังตอบแทนน้ำใจนายจ้าง
นายช่างอู๋รั้งอยู่คุยกับหยางเถาอวี้ด้วยเื่อุปกรณ์ที่นางอยากสร้างหยางเถาอวี้ส่งแบบแปลนภาพหนึ่งให้นายช่างอู๋พร้อมอธิบาย“สิ่งนี้ข้าเรียกว่าโถส้วมเ้าค่ะ”
“มันเอาไว้ทำอะไรหรือขอรับ”นายช่างรับผืนภาพมาพิจารณาด้วยความสงสัย
“มันก็คืออุปกรณ์สำหรับใช้ขับถ่ายในห้องน้ำแทนบ่อที่พาดด้วยไม้กระดานเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้อธิบายประกอบภาพโถส้วมแบบนั่งยอง
“เมื่อเราขับถ่ายและราดน้ำลงไปสิ่งปฏิกูลจะไหลลงไปตามท่อนี้” หยางเถาอวี้ลากนิ้วมือลงไปตามส่วนของคอห่านประกอบคำอธิบาย“ข้อดีก็คือ สิ่งปฏิกูลของเราจะถูกราดด้วยน้ำลงไปในบ่อเกรอะด้านล่างช่วยปิดบังไม่ให้เราเห็นสิ่งปฏิกูลต่างๆ ด้านล่างได้และก็ช่วยดักกลิ่นได้ในระดับหนึ่งเพราะความโค้งของส่วนคอห่านนี้จะทำให้มีน้ำเหลือขังอยู่”(ไม่ต้องกลัวตกไม้กระดานด้วย – หยางเถาอวี้อยากพูดดดด...เช่นนี้นัก)จากนั้นจึงส่งภาพอีกภาพให้ “นี่คือแบบแปลนการวางโถส้วมและการสร้างบ่อเกรอะบ่อซึมเ้าค่ะ”
นายช่างอู๋ค่อยๆทำความเข้าใจกับอุปกรณ์ที่เรียกว่าโถส้วม ด้วยความเป็ช่างชำนาญการสักพักก็เข้าใจกระจ่างถึงวิธีทำงานของมันเขารู้สึกทึ่งกับความคิดสร้างสรรค์ของหยางเถาอวี้มาก
“ช่างน่าทึ่งยิ่งนักขอรับ”สายตาเป็ประกายของนายช่างอู๋แทบอยากจะทำให้หยางเถาอวี้สารภาพ ‘ข้าลอกแบบเขามาอีกทีน่ะ’ แต่ก็จำใจต้องปิดปากสนิทไว้ แบกรับความดีความชอบที่ไม่ใช่ของตนต่อไป
“ข้าอยากชวนนายช่างอู๋เข้าไปที่ตัวอำเภอใน่บ่ายเพื่อพบช่างปั้นดินเผาไม่ทราบว่าจะเหมาะสมหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่มีปัญหานะขอรับหากยายจางอนุญาตคุณหนู พวกคนงานที่ข้าพามามีความรับผิดชอบดีพอรับรองว่าสามารถทำงานตามที่ได้รับมอบหมายต่อไปได้”นายช่างอู๋ยินดีที่จะพาหยางเถาอวี้ไป แต่ยายจางอาจเห็นว่าไม่เหมาะสมจะอย่างไรหยางเถาอวี้ก็เป็สตรีผู้หนึ่ง แม้ยังเด็กอยู่ก็ตามที
“เื่นี้ข้าจะแจ้งและขออนุญาตท่านยายเองเดี๋ยวข้ามานะเ้าคะ” หยางเถาอวี้ขอตัวลุกไปที่ห้องครัว
ยายจางกำลังล้างถ้วยชามอยู่ตามลำพังเพราะหลานสาวแสนเก่งของนางมีธุระต้องคุยกับนายช่างอู๋
“ท่านยายเ้าคะข้าอยากขออนุญาตเดินทางเข้าอำเภอกับนายช่างอู๋ใน่บ่ายวันนี้เพื่อไปคุยกับช่างปั้นดินเผาเ้าค่ะ”
ยายจางได้ฟังความประสงค์ของหลานสาวนอกไส้ก็เริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย“จะดีหรืออวี้เอ๋อ หญิงชายเดินทางกันตามลำพังดูเหมือนไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่”
“พวกเราคนหนึ่งต้องดูแลการก่อสร้างจะปล่อยคนงานทิ้งไว้คงไม่ดีนะเ้าคะท่านยาย เผื่อมีปัญหาอะไรต้องตัดสินใจกะทันหันอีกอย่างข้ายังไม่ถึงวัยปักปิ่นเลย นายช่างอู๋ก็เป็ที่รู้จักและดูเป็คนดีข้าร้อนใจอยากทำอุปกรณ์โถส้วมให้ได้สำเร็จ ท่านยายอนุญาตข้าเถอะนะเ้าคะ”หยางเถาอวี้กอดแขนยายจางข้างหนึ่งพร้อมแกว่งไกวน้อยๆ ทำตาปริบๆออดอ้อนออเซาะเต็มที่
“เฮ้อเอาเถอะ ไปรถม้าใช้เวลาไม่มาก แค่ชั่วยามหนึ่งหวังว่าเ้าจะทำธุระได้เสร็จ”ยายจางอ่อนใจและใจอ่อน สุดท้ายจึงต้องยอมตกลง
“เย่ข้าจะรีบไปรีบกลับเ้าค่ะ วันนี้จะไม่เผลอช๊อปปิ้งเด็ดขาด”
“ช๊อปปิ้งแปลว่าอะไรหรือ”ยายจางสงสัย
“ช๊อปปิ้งก็แปลว่าซื้อแหลก ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้าเ้าค่ะท่านยาย”หยางเถาอวี้ใส่ความหมายเกินจริงลงไปในคำอธิบายซะมากมาย
“งั้นก็ดีแล้วรีบไปรีบกลับ อย่าให้ยายเป็ห่วงนัก” ยายจางยิ้มอย่างเอ็นดู
เมื่อได้รับอนุญาตหยางเถาอวี้จึงออกเดินทางทันทีด้วยรถม้าของนายช่างอู๋ ราวสองเค่อก็เดินทางถึงที่หมาย
“อาหลี่เ้าอยู่หรือไม่” นายช่างอู๋ะโเรียกอยู่หน้าบ้านช่างหลี่เมี่ยน
“มาแล้วๆนึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็เ้านี่เอง วันนี้ลมอะไรหอบเ้ามาถึงนี่กัน”หลี่เมี่ยนเดินมาเปิดประตูบ้านพร้อมกล่าวทักทายอย่างเป็กันเอง
“ข้ามีงานมาเสนอให้เ้าน่ะสิ”นายช่างอู๋ตอบพร้อมกับหันไปทางหยางเถาอวี้ซึ่งยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลังเขาผายมือพร้อมแนะนำ “นี่คือคุณหนูหยางเถาอวี้ นายจ้างของข้า”
“ยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่ะนายช่างหลี่เมี่ยน” หยางเถาอวี้ค้อมกายคารวะน้อยๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับคุณหนูหยางเถาอวี้พวกท่านเชิญเข้ามานั่งพักก่อนเถอะขอรับ” นายช่างหลี่เมี่ยนทักทายตอบพร้อมเชิญชวนให้ทุกคนเข้าไปสนทนากันต่อในบ้าน
“ข้ามีอุปกรณ์สำหรับใช้ในห้องน้ำที่้าให้ท่านทำ”หยางเถาอวี้เกริ่นนำพร้อมอธิบายให้นายช่างหลี่เมี่ยนฟังเฉกเช่นเดียวกับนายช่างอู๋อีกรอบหนึ่งพร้อมสำทับถึงคุณสมบัติของวัตถุดิบ“สิ่งนี้ต้องทำด้วยเนื้อดินที่มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำข้าไม่แน่ใจว่าที่อำเภอตงอวิ๋นจะมีดินชนิดนี้หรือไม่”
คราวนี้ผู้เป็ช่างปั้นดินเผายิ่งรู้สึกทึ่งกว่าเพื่อนของตนเสียอีกในฐานะช่างปั้นดินเผาเขาย่อมรู้ดีว่าความคิดเช่นนี้ต้องกอร์ปด้วยความรู้และความคิดสร้างสรรค์เพียงใด
“เนื้อดินแบบนี้มีอยู่ขอรับคุณหนูหยางไม่ต้องกังวล ข้าจะลองสร้างดูขอรับ” หลี่เมี่ยนครุ่นคิดและตอบ
“เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลยเ้าค่ะท่านต้องใช้เวลากี่วันในการทำเ้าคะ”
“ราวเจ็ดวันขอรับแล้วคุณหนูหยาง้าโถส้วมเป็จำนวนเท่าไหร่หรือขอรับ”
“ข้า้า9 ชุด ส่วนขนาดของบ่อเกรอะและบ่อซึม1 ทั้งที่บ้านและส้วมสำหรับคนงานข้าคิดว่าใช้ความลึก 1 หมี่ กว้าง 1 หมี่ ยาว 2 หมี่ก็นับว่าเพียงพอ”หยางเถาอวี้สั่งสร้างห้องน้ำไว้รวม 8 ห้อง ส่วนโถส้วมอีกชุดหนึ่งนางจะเอาเข้าไปสร้างห้องน้ำในมิติของรุ่ยเอ๋อนั่นเอง
“งั้นก็คงเสร็จพอดีใช้กับการก่อสร้างบ้านใหม่ เมื่อเสร็จแล้วเ้าจะเอาโถส้วมกับวงบ่อเกรอะไปส่งให้ที่หมู่บ้านหนิวใช่ไหมอาเมี่ยน”นายช่างอู๋สรุปและย้ำให้เข้าใจตรงกัน
“แน่นอนอยู่แล้ว”หลี่เมี่ยนตอบและครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย
“เอ่อคุณหนูหยางขอรับ หากข้าจะขออนุญาตผลิตโถส้วมและเสนอขายให้ผู้อื่นด้วยจะได้หรือไม่ขอรับ ข้าคิดว่าโถส้วมนี้เป็สิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจมาก จะต้องขายดีแน่เลยขอรับแม้แต่ตัวข้าเองก็ยังคิดจะสร้างมาใช้เองบ้าง ข้ายินดีจะแบ่งผลกำไรให้ท่านห้าส่วนตลอดไปเลยขอรับเป็ค่าความคิดของท่าน”
“ข้ายินดีเ้าค่ะแต่ไม่ต้องถึงขนาดห้าส่วนหรอก แค่สามส่วนก็พอ ท่านจัดการได้เลย” หยางเถาอวี้ตอบคำนางไม่มีความคิดที่จะหวงแหนวิชาอยู่แล้ว มีรายได้เพิ่มอีกทางย่อมเป็การดี
“เช่นนั้นข้าจะร่างสัญญาทันทีเลยขอรับคุณหนูโปรดรอสักครู่”กล่าวจบหลี่เมี่ยนก็รีบลุกเข้าไปในห้องหนังสือเพื่อร่างสัญญาราวกับกลัวว่าหยางเถาอวี้จะเปลี่ยนใจเขาหายไปไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับหนังสือสัญญาจำนวน 2 ฉบับ หยางเถาอวี้อ่านหนังสือสัญญาอย่างละเอียดจนจบเมื่อเห็นว่าใจความในสัญญาถูกต้องครบถ้วน แต่ยังมีข้อสงสัยบางอย่าง
“เถ้าแก่หลี่เ้าคะไม่ทราบว่าเมืองเรามีกฎหมายลิขสิทธิ์หรือไม่เ้าคะ”
“กฎหมายลิขสิทธิ์หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ ข้าไม่เคยได้ยิน”
“เอ่อ หมายถึงกฎหมายที่คุ้มครองผู้ออกแบบหรือผู้ค้นคิดสิ่งต่างๆเ้าค่ะ”
“อ้อ ไม่เคยได้ยินนะขอรับ”หลี่เมี่ยนหัวคิ้วขมวดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบ
“อ้าว แล้วเช่นนี้เรามีวิธีปกป้องสิ่งที่เราออกแบบอย่างไรเ้าคะ”
“โดยทั่วไปพวกเราต้องเก็บสูตรของสิ่งที่เราประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาไว้เป็ความลับมิให้แพร่งพรายออกไปและถ่ายทอดให้เฉพาะทายาทหรือลูกศิษย์ขอรับ”
“เช่นนี้หรอกหรือ งั้นโถส้วมของเราคงถูกลอกแบบได้ง่ายเลยสิเ้าคะ”
“ก็ไม่เชิงขอรับยกตัวอย่างเช่นเนื้อดินและสัดส่วนการผสมดินเมื่อข้าทดลองจนได้เนื้อดินที่เหมาะสมแล้วย่อมต้องรักษาความลับนี้เอาไว้ให้ดี”
“เข้าใจแล้ว งั้นแบบแปลนโถส้วมกับบ่อเกระอะที่ข้าวาดก็ต้องรักษาให้ดีใช่ไหมเ้าคะ เพราะมุมโค้งมุมเอียงมีผลต่อประสิทธิภาพของการไหลและการกักกลิ่น”
“เป็เช่นนั้นขอรับ”
ได้ยินดังนั้นนางจึงหมดข้อซักถามเมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดต้องแก้ไขเพิ่มเติมทั้งสองจึงลงนามต่อหน้ากันโดยมีนายช่างอู๋ลงนามเป็พยานเมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยพวกหยางเถาอวี้จึงอำลากลับหมู่บ้านหนิวทันทีโดยมิได้เถลไถลตามที่รับปากยายจางไว้
ทั้งสองเดินทางไปกลับถึงบ้านยายจางภายในเวลาแค่ชั่วยามเศษเท่านั้น
ขณะที่รถม้าแล่นมาถึงบริเวณปากถนนเข้าบ้านยายจางหยางเถาอวี้และนายช่างอู๋ซึ่งทำหน้าที่สารถีพลันได้ยินเสียงะโโหวกเหวกโวยวายดังมาแต่ไกลนางชะโงกหน้าออกไปทางหน้าต่างพร้อมเอ่ยถามขึ้น
“มีเหตุอันใดหรือเ้าคะนายช่างอู๋”นายช่างอู๋นั่งขับเกวียนอยู่จึงเห็นทัศนวิสัยเบื้องหน้าได้ชัดเจนกว่า
“ข้าเห็นผู้ชายหน้าตาไม่คุ้นสี่ห้าคนยืนโวยวายอยู่หน้าบ้านของคุณหนูขอรับ”นายช่างอู๋เล่าตามสิ่งที่เห็น
“เอ๋มีเื่อะไรกัน ท่านช่วยเร่งฝีเท้าม้าขึ้นอีกสักนิดเถิดเ้าค่ะข้าเป็ห่วงท่านยาย”
“ได้ขอรับ”
ยามมาถึงบริเวณหน้าบ้านรถม้าไม่สามารถแล่นเข้าไปจอดเทียบยังลานโล่งภายในรั้วบ้านที่ใช้จอดรถม้าชั่วคราวได้เพราะถูกชายห้าคนยืนขวางทางอยู่และหนึ่งในนั้นกำลังเอ็ดตะโลเสียงดังลั่นหยางเถาอวี้และนายช่างอู๋จึงต้องทิ้งรถม้าไว้ใกล้ๆ บริเวณนั้นครั้นะโลงจากรถม้าได้ นางรีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาคนทั้งกลุ่มระหว่างนั้นพลางพิจารณาสถานการณ์ตรงหน้าเพื่อประเมินเหตุการณ์ นางเห็นคนงานชายที่มาช่วยก่อสร้างคนหนึ่งกำลังยืนจังก้าเผชิญหน้าชายทั้งห้าปกป้องยายจางไว้ด้านหลัง ถัดไปยังมีคนงานอีกสองสามคนมายืนสนับสนุน
“มีเื่อะไรกันหรือเ้าคะท่านยาย”หยางเถาอวี้เดินผ่าเข้าไปกลางวงโดยมิได้นึกกริ่งเกรงชายร่างใหญ่ทั้งสามแต่อย่างใดนายช่างอู๋รีบเดินตามเข้าไปเช่นกัน พริบตาทั้งคู่ก็เข้าไปยืนอยู่ข้างคนงานชายผู้นั้นนางหันไปถามยายจาง
ยายจางเห็นหยางเถาอวี้กลับมาถึงบ้านก็ให้นึกคลายความเคร่งเครียดในใจลงไม่น้อยทั้งๆ ที่หยางเถาอวี้อายุเพียงสิบปีเศษ แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดและั้แ่เมื่อไหร่ที่นางมีหยางเถาอวี้เป็ที่พึ่งทางใจ นางรีบเข้ามาดึงมือของหลานสาวนอกไส้
“อวี้เอ๋อท่านนี้คือท่านผู้นำตระกูลจาง จางฉิน ส่วนนี่คือบุตรชายของเขา จางหู่และอีกคนคือพ่อบ้านตระกูลจาง” ยายจางเริ่มต้นจากการแนะนำกลุ่มชายแปลกหน้าทั้งห้า
“อ้อที่แท้ก็เป็พวกคนไร้น้ำใจตระกูลจางนี่เอง นึกว่าใครที่ไหน”เมื่อทราบว่ากลุ่มคนท่าทางหาเื่เหล่านี้เป็ใครหยางเถาอวี้จึงไม่คิดไว้หน้า
“หนอยนางเด็กไม่มีมารยาท ไม่มีคนสั่งสอน เพิ่งรู้จักหน้าค่าตากันแท้ๆ กลับพูดจาสามหาวกับผู้าุโกว่าถึงเพียงนี้”จางฉินได้ยินหยางเถาอวี้ด่าจี้ใจดำจึงโมโหจนหนวดเต้น
“จริงอยู่พวกเราไม่เคยเห็นหน้ากัน แต่ข้าได้ยินเื่ชั่วช้าของท่านมาไม่น้อย อีกอย่าง ทำไมจะต้องมากมารยาทกับคนที่มาหาเื่ถึงหน้าบ้านด้วยเล่า”หยางเถาอวี้สวนกลับทันควัน
“นางเด็กผู้นี้ร้ายกาจจริงๆป้าสะใภ้จาง ท่านไปเก็บเด็กขอทานที่ไหนมาเลี้ยงกันเนี่ย เลี้ยงไม่เลี้ยงให้ดีมาถึงก็ปากคอเราะร้าย” จางหู่บุตรชายของจางฉินเห็นบิดาของตนถูกก่นด่าจึงออกโรงปกป้อง
“ท่านยายเป็คนโอบอ้อมอารีมีเมตตาถึงได้โดนพวกท่านรังแกเอาตามใจชอบอยู่ร่ำไป แต่เวลานี้มีข้าอยู่ด้วยพวกท่านก็อย่าหวังว่าจะได้รังแกนางอีกเลย” หยางเถาอวี้ไม่ลดราวาศอก
“ไอ้หยาๆปากร้ายจริงๆ เด็กพาลเช่นนี้ข้าไม่อยากเสียเวลาคุยด้วย ว่ามา พี่สะใภ้จางท่านแอบเม้มเงินกงสีของตระกูลไว้เท่าไหร่ ถึงมีปัญญามากว้านซื้อที่ดินแถวนี้ได้ส่งโฉนดทั้งหมดมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะบุกเข้าไปเอาเองเลยทีเดียวเชียว” จางฉินขู่กรรโชกยายจางตามความเคยชิน
“หากข้าปากร้ายพวกท่านก็จิตใจชั่วร้ายไม่ต่างกันหรอกที่แท้ก็เื่ความโลภโมโทสันของมนุษย์ไร้น้ำใจนี่เอง ฮึ นึกว่าเื่อะไร”หยางเถาอวี้ถึงบางอ้อในสาเหตุการมาอาละวาดถึงหน้าบ้านของคนเหล่านี้
“เ้ามีสิทธิอะไรมาออกหน้าว่ากล่าวพวกข้าเช่นนี้เป็แค่คนอาศัยก็จงอยู่อย่างคนอาศัยซะดีๆรู้ไว้ด้วยว่าบ้านหลังนี้ก็เป็ของตระกูลจาง หากไม่เชื่อฟังแม้แต่ที่คุ้มกะลาหัวพวกเ้าก็จะไม่มี” จางหู่ตวาดลั่น
“ฮ่าๆๆข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันโยกเลยเชียว พวกมนุษย์ขี้ปดขี้โมเมอย่างพวกเ้าข้าเคยเห็นแต่ในหนังเอ้ย ในงิ้ว คิดไม่ถึงว่าจะมีวาสนาได้มาเจอตัวเป็ๆ อย่างนี้”หยางเถาอวี้หัวเราะเยาะเย้ยพร้อมถากถางต่อไป
“ฮึ่มปากดีนักนะ อย่างนี้มันสมควรจะโดนสั่งสอนเสียบ้าง” จางหู่สาวเท้าเข้ามาใกล้คิดอยากลงมือสั่งสอนนางเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่แสนร้ายกาจดูสักฉาดสองฉาดเขาพอจะเป็หมัดมวยอยู่บ้าง แม้ไม่ถึงขนาดเรียกได้ว่าเป็นักยุทธ์แต่สำหรับในหมู่บ้านหนิวแล้วเขาไม่เคยพ่ายแพ้ใครนั่นทำให้เขาลำพองใจและชอบข่มเหงผู้คนไปทั่ว
หยางเถ้าอวี้กำลังคิดจะยกเท้าขึ้นถีบคนที่ถลำหน้าเข้ามารังแกตนทว่าสายตาอันว่องไวเหลือบเห็นคนงานที่ยืนระวังเหตุการณ์อยู่ด้านข้างสืบเท้าเข้ามาขวางหน้าเสียก่อนนางจึงชะงักท่าเท้า ‘เก็บงำฝีมือไว้ก่อนก็ดี’ นางคิด
“เ้ากล้าหรือช่างไม่มียางอายนัก เป็ผู้ชายตัวใหญ่เบ้อเร่อ กลับคิดรังแกเด็ก” อาเฮยคนงานชายที่เคยคิดค่อนขอดสองยายหลานในใจกล่าวตำหนิจางหู่
“ฮึ่มๆมีไอ้พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว อยากเจ็บตัวนักข้าก็ไม่ขัดศรัทธา”จางหู่ตวาดพร้อมกับเหวี่ยงกำปั้นเข้าใส่คนงานชายผู้มีชื่อว่าอาเฮยทันที
‘พลั่กๆ’ เสียงหมัดกระทบเนื้อดังขึ้นสองครั้งครั้งแรกเป็เสียงฝ่ามือหนาของอาเฮยที่ยกขึ้นปัดป้องหมัดที่ล้ำหน้าเข้ามาครั้งที่สองคือหมัดอีกข้างที่ชกสวนกลับเข้าใส่ช่องท้องของจางหู่เสียงดังพลั่ก
“อาหู่!” จางฉินร้องเสียงหลงผงะหงายไปสองก้าวแต่เนื่องจากตนไม่ใช่นักยุทธ์อย่างแท้จริงจึงได้แต่ยืนใอยู่อย่างนั้นเขาคิดไม่ถึงว่าการมาในวันนี้พวกตนจะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบด้านกำลังคนเดิมทีคิดจะมาขู่กรรโชกเอาความกับยายจางซึ่งเป็สตรีอ่อนแอ ไม่นึกว่าเมื่อมาถึงทางนี้กำลังก่อสร้างบ้านใหม่ จึงมีคนงานอยู่เป็สิบ
“เ้ากล้าทำร้ายนายน้อยหรือ”พ่อบ้านจางที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้างตลอดเวลาตวาดลั่นพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาช่วยจางหู่แต่ยังไม่ทันถึงตัวอาเฮยก็กลับสะดุดอะไรบางอย่างเข้าจนล้มคะมำลงไปจับกบกับพื้น ที่แท้ก็คือฝ่าเท้าของหยางเถาอวี้ที่ยื่นเข้าไปขัดขาของพ่อบ้านจางเอาไว้โดยไม่มีใครทันสังเกตุเห็น
“หากพวกเ้าคิดจะใช้กำลังพวกข้าก็ไม่ขัดศรัทธาหรอกนะ ถึงแม้พวกข้าจะไม่ใช่ญาติมิตรของยายจางและคุณหนูหยางแต่ก็อาศัยอาหารของพวกนางกินอิ่มอร่อยไปมื้อหนึ่งแล้ว เห็นพวกนางถูกผู้ชายตัวใหญ่ถึงห้าคนรุมรังแกเช่นนี้คงไม่มีใครทนอยู่เฉยได้หรอกกระมัง” อาเฮยโต้
-----------------
บ่อเกรอะ1:
http://cac.pcd.go.th/index.php/ourservices/2017-02-05-14-04-09/2017-06-30-02-49-14/270-septic-tank
https://home2all.com/webboard/g/posts/t/2293