ตอนที่ 4 เกินเยียวยา
หยวนเหรินม่อรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงร้องเพลงและโห่ลั่นคึกเครง แสงตะวันลับขอบฟ้าขุนพลเล็กพักผ่อนตามอัธยาศัย เขาหวังเหลือเกินว่าน้ำเสียงคึกคักเ่าั้จะเกิดจากการที่ชายหนุ่มกลั่นแกล้งสตรี หากแพร่งพรายให้ผู้ใดฟังคงต้องตำหนิเป็เสียงเดียวกัน ว่าความคิดของแม่ทัพหยวนช่างไร้คุณธรรมนัก
แต่แล้วอย่างไรเล่าในเมื่อคนเราไม่มีใจก็ควรแยกย้ายถึงจะถูก เื่อะไรจะต้องมาทนทุกข์กักขังนางไว้ข้างกาย ทั้งหมดนี้ต้องยกยอว่าเขาทำเพื่อนางถึงจะถูก ไม่แน่ว่าใต้หล้านี้นางอาจจะได้พบชายอื่นที่พร้อมถนอมบุปผา ครุ่นคิดกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่งพบว่าเวลาล่วงเลยเข้ายามซวีแล้วจึงออกไปสังเกตการณ์เสียหน่อย
"อะฮ่า แพ้แล้ว เ้าแพ้ข้า" เหอเหยาหัวเราะร่วนเปี่ยมสุข
"คุณหนูรองหลิน ท่านชนะข้ารวดเดียวสามหนไม่เบื่อหรือไง" น้ำเสียงเชิงน้อยใจกล่าวออกมาพร้อมยื่นหน้าเข้าใกล้ให้นางใช้นิ้วเรียวเขี่ยเถ้าถ่านดำขีดเขียนบนใบหน้าจนกว่าจะพึงพอใจ
ค่ำคืนที่เงียบสงัดหลายสิบปีมีเสียงหัวเราะขึ้นมาได้ก็เพราะนาง กิจกรรมฆ่าเวลาที่ล้ำลึกเช่นนี้ต่างนำมาจากเมืองหลวง หญิงไหวพริบเลิศเช่นนางมีหรือที่จะไม่เตรียมแผนรับมือ ไพ่นกกระจอกหลายสำรับถูกแจกจ่ายว่อนค่ายเสมือนเครื่องผ่อนปรนความหนักหนาที่พี่น้องขุนพลแบกรับ
"อะอ๋า... เล่นต่อสิหยุดทำไม" นางแจกจ่ายไพ่ตาต่อไปอย่างคล่องมือต่างจากฝ่ายตรงข้ามที่หัวไหล่สั่นเทาค่อยๆกระเถิบกายถอยหนีทีละคืบโดยไม่บอกกล่าว
ยามนี้ใบหน้าเข้มขึงขังอยู่ด้านหลัง มีแค่นางเท่านั้นที่ไม่รู้ตัว ยิ่งเขาปรายตามองไปไกลได้เห็นหลี่เชี่ยนจ้องมองนางราวหมายปองไว้ในใจ ความขึงขังในกายบุรุษก็เพิ่มพูนขึ้นโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวเอื้อมไปััแผ่นหลังนางเพื่อตักเตือน
"ทำเื่งามหน้าอะไรกับขุนพลข้า ส่วนพวกเ้าว่างนักหรือไร ยามนี้ควรเข้ากระโจมพักผ่อน รุ่งสางยังต้องฝึกทวน เอาแต่เมามายร่ำสุราเล่นพนันจะเอาชนะศัตรูได้รึ!! แล้วพี่น้องที่ตายไปแล้วเล่า จะทวงความยุติธรรมให้พวกเขาได้อย่างไร"
เขาผิดหวังที่นางไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งตามใจหมายแถมยังหัวเราะขบขันทำหน้าระรื่นเสพสุขไม่ร้อนรน จึงถือโอกาสนี้เคล้นเสียงแข็งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวสั่งสอนผู้อยู่ใต้บัญชาคล้ายเชือดไก่ให้ลิงดู ในห้วงความคิดของเขาไม่เป็อื่นใดนอกจากข่มขู่ให้ร่างบางรู้จักกลัว
ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดทะลักขึ้นเต็มใบหน้า ทว่าภาษากายเหล่านี้ไม่เกิดกับนางแม้แต่น้อยมีเพียงขุนพลเล็กเท่านั้นที่สื่อแววตาสั่นระริกเช่นเดียวกับริมฝีปากที่ถกเถียงไม่ออก
[นางไม่กลัวข้างั้นหรือ? สตรีหน้ามึนทำข้าหนึบชาไปทั้งตัว!]
ในขณะที่เขาอวดเบ่งในอำนาจทำตัวขึงขัง เหอเหยาแววตาสดใสทอแสงประกายเจิดจ้าไม่หลบหลีกเฉมองไปทางอื่นแม้แต่เสี้ยวเดียว ยามจ้องมองใบหน้าร้ายๆและริมฝีปากอิ่มสบกันไปมาเพื่อพร่ำสอนผู้อื่นช่างเป็บุรุษที่องอาจหนักแน่นไม่ไหวติง หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
"ส่วนเ้ากลับเข้ากระโจมพร้อมข้า!" ร่างสูงโปร่งผินหน้ากลับมามองนางอย่างหมางใจ ก่อนจะพบว่านางยิ้มร่าไม่ไหวติงมันยิ่งทำให้เขาไม่สบอารมณ์นัก
"ในเมื่อจงใจยั่วโมโห จะโทษว่าข้าร้ายไม่ได้" ลำแขนแข็งแรงสอดอุ้มร่างบางแนบแผงอกพาปรี่เข้ากระโจมสีเผือกก่อนจะสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ พวกเขาใกล้ชิดกันแค่ปลายคืบมือยามนางคล้องแขนรัดรำคอเพราะกลัวตก ลมหายใจร้อนพ่นรดต้นคอหัวใจของเขาเริ่มสั่นระรัวไม่เป็จังหวะราวกับจะทะลุออกจากอก
"สำนึกตนให้ดีว่าทำอะไรผิดไป พรุ่งนี้ข้าจะมอบบทเรียนให้เ้า!" ชายร่างแกร่งโยนนางลงบนเตียงไม้อย่างแรงก่อนจะปรายตามองด้วยความเ็าสื่ออารมณ์ถึงความข่มเฝื่อนที่รออยู่เบื้องหน้าแล้วจึงจากไป
รุ่งเช้าวันต่อมา... ตงฮุ่ยยืนหาวนอนด้วยสีหน้าอ่อนเพลียหน้ากระโจมสีเผือกหลังเล็ก เขาเดินวนไปมาเป็เลขแปดคล้ายมีเื่ร้อนใจ เหรินม่อที่คอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆจับต้องได้ถึงความผิดปกติก็แปรเป็อื่นไปไม่ได้นอกจากเกิดเื่ขึ้นกับนาง
หากนึกย้อนกลับไปเขาก็ผิดจริงที่เอาแต่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา ส่วนนางนั้นเป็สตรีจากเมืองหลวงคงไม่เคยชินกับคำพูดหยาบกระด้างในหมู่ทหาร ก่อนจากกันยามค่ำคืนสีหน้านวลถอดสีราวผักต้มดูน่าเห็นใจไม่น้อย เหรินม่อฉุกคิดแล้วจึงย้ำเท้าเข้าหาตงฮุ่ยสั่งให้กลับไปนอนพักหลังจากมอบหมายให้เขาเฝ้านางทั้งคืนจนมีสภาพเช่นนี้
ชายหน้าเสือพุ่งตัวเข้าไปด้านในกะทันหัน หน้าบานกระจกมนเห็นนางถือกริดคมจ่อใต้คางคล้าย้าปลิดชีพ ดวงตาคมเฉี่ยวเบิกโพลงนำพาดวงใจอันสั่นสะท้านเข้าแย่งของมีคมจากมือสตรี คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเปล่งเสียงหนักแน่นเรียกสติ
"ภูตผีตนใดดลใจเหตุใดถึงคิดสั้น แม้ข้าเป็บุรุษกินหัวใจหมีฉีกดีเสือดาว แต่ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตเ้า เื่ที่ดุุด่าสั่งสอนล้วนผ่านไปแล้วไม่จำเป็ต้องแบกหามให้หนักบ่า"
นิสัยเดิมพูดน้อยต่อยหนัก มีครั้งนี้ที่เขาร้อนรนพุ่งวาจายาวเหยียดราวเสาร์ค้ำเจดีย์ มิหนำซ้ำกริดคมยังถูกเควี้ยงทิ้งอย่างเดือดดาล ลำมือหนาคว้าคอดเอวบางคล้องหนึบแนบกายก่อนจะสอดดวงตาทมิฬประสานให้นางซึ้งใจ
[ภายนอกร้ายกาจ แต่ภายในห่วงใยข้าเพียงนี้ ที่แท้สามีหน้าเสือก็เป็จำพวกปากอย่างใจอย่าง]
หลินเหอเหยารู้สึกเบื่อหน่ายั้แ่เช้าเหลือบตาเห็นกริดแหลมปลายหัวเตียงจึงคว้าถนัดมือหัดโกนหนวดแต่งเคราหน้ากระจกเผื่อว่าวันข้างหน้าจะมีโอกาสปรนนิบัติสามีอย่างใกล้ชิด คนรักตัวกลัวตายชอบเอาชนะเช่นนางมีหรือจะกล้าใช้ชีวิตน้อยๆบูชารัก
ทว่าเขาแสดงออกฉับพลันขนาดนี้นับว่าเป็โอกาสอันดีที่ต้องงัดมารยาหญิงออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ยามฝ่ามือเล็กััแผงอกอุ่นลูบไล้ช้าๆรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เย็นเยือกกำลังถูกหลอมละลายด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้น ทั้งที่ความจริงแล้วเขาแค่ตระหนกที่นางเกือบปลิดชีพตัวเอง ซ้ำแล้วต้นเหตุยังเกิดจากปากของเขา หากเหอเหยาตายขึ้นมาจริงๆจะสรรหาคำพูดใดไปอธิบายต่อสกุลหลิน
"เกิดมาท่านพ่อ ท่านแม่ หรือแม้กระทั่งพี่ใหญ่ไม่เคยด่าทอข้าเช่นนี้มาก่อน บัดนี้กลับเป็ท่านพี่หยวนที่ตำหนิท่ามกลางสายตานับร้อยนับพัน หญิงร่างบางเช่นข้าอับอายจนไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปอย่างไร"
ละครฉากใหญ่ถูกปรุงแต่ง อยู่ในอ้อมกอดของเขาแท้ๆยังตะกายเอื้อมมือจะหยิบกริดคมด้ามนั้นให้ได้ ชายหนุ่มเห็นท่าทีตะกุยตะกายยิ่งรู้สึกผิดซ้ำอีกกระทั่งยอมขบกรามฝืนเอ่ยคำที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อนส่งต่อให้นาง
"ข้าขอโทษ"
ไอร้อนพ่นออกจากโคนลิ้นจนนางััได้ถึงความประหม่าแต่ถึงอย่างไรก็ยังแสร้งหยอกล้อเย้าแหย่ให้เขารำคาญใจ ยามชายหนุ่มหน้าเข้มเอาใจสตรีช่างน่ามองยิ่งนัก
"ข้าไม่ได้ยิน"
"ข้าบอกว่า ข้าขอโทษเ้ายังไงล่ะ"
เขากระแอมเสียงหมาดลูกระนาดคอหนึ่งหนก่อนจะตะเบ็งเสียงดังฟังชัดออกมาด้วยความรำคาญ ทว่าเสียงเข้มถ้อยคำนั้นดันเล็ดลอดออกนอกกระโจม ขุนพลน้อยใหญ่ต่างอึ้งหน้าเขียวเสียวสันหลังทำตัวไม่ถูกกันเป็แถว ผู้บัญชาการทัพนับแสนกล่าวขอโทษสตรีเช่นนี้เกรงว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่ธรรมดาแล้ว
เสียงซุบซิบเริ่มดังสอดแทรกเข้ามาในกระโจมสีเผือกทำเอาเหรินม่อกระสับกระส่ายทำตัวไม่ถูก จึงได้แต่สั่งนางเบาๆว่า "เปลี่ยนอาภรณ์รัดกุม ตามข้าเข้าลานฝึก!"
แผนการบีบบังคับนางแต่ละอย่างพังไม่เป็ท่าแต่เขาไม่ท้อใจ หยวนเหรินม่อเชื่อมั่นเหลือเกินว่าสตรีร่างบางปวกเปียกเช่นนางต้องทนไม่ไหวแน่ ต่อให้ปากร้ายก๋ากั่นก็ต้องสยบให้กับทวนหอกและกระบอง คิดแล้วก็ผุดรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาขณะยืนรอนางหน้ากระโจม
"เสร็จแล้วเ้าค่ะ"
น้ำเสียงเจื้อยแจ้วแว่วมาจากด้านหลัง ยามนางหมุนรอบตัวโชว์เรือนร่าง ชายหนุ่มหลุดเข้าไปในภวังค์อยู่ห้วงหนึ่งก่อนจะสลัดมันทิ้งอย่างรวดเร็วแล้วขมวดคิ้วทำหน้าั์ใส่นางอีกครั้ง
"แต่งตัวราวสตรีในหอโคมแดง ที่นี่ล้วนมีแต่ชายหนุ่ม จากพฤติกรรมล่อแหลมเช่นนี้เป็อื่นไปไม่ได้นอกจากหลอกล่อกินเต้าหู้จากชายหนุ่ม หน้ามึนนัก!" เขาผลักนางเข้ากระโจมไม่ออมมือ ในขณะที่สมองทึบคู่นั้นก็แอบคิดเื่ไม่เข้าท่าแล่นผ่านเข้ามาเช่นกัน ยิ่งนึกถึงรสััหน้าอกนูนเต้านั้นของนางหลังหูก็ผุดสีแดงเรื่อขึ้นมา
"สตรีบ้า... ทำข้าเสียอาหาร"