บทที่ 17 ใครจะต้อนรับสะใภ้เช่นนี้ (รีไรต์)
ซูโหรวเอ๋อร์พาลูกชายกลับไปยังตัวเมือง จนถึงวันตลาด นางก็ยังไม่กลับมา
แม่เฒ่าเว่ยไม่สนใจ เมื่อวานนางตากสมุนไพรจัวซินอย่างระมัดระวังอีกครั้ง สมุนไพรจัวซินจะมีสภาพไม่ค่อยดีนัก ทำให้แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกเ็ปใจยิ่ง แต่อย่างน้อยก็ยังขายได้เงินบ้าง ประกอบกับก่อนหน้านี้ ไป๋เสี่ยวเฟิ่งบอกว่าจะไปขายงานเย็บปักถักร้อยในเมืองด้วย ดังนั้น ในวันที่มีตลาดในเมือง แม่เฒ่าเว่ยจึงตื่นแต่เช้าตรู่ ปลุกซิ่งซิ่งให้ตื่น พาเด็กหญิงตัวน้อยเตรียมออกไปตลาดด้วยกัน
ตอนนี้ไป๋เสี่ยวเฟิ่งแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ถือห่อผ้าเล็ก ๆ สองห่อ ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า รออยู่ที่นั่นแต่เช้า
"ท่านแม่" ไป๋เสี่ยวเฟิ่งยิ้มให้แม่เฒ่าเว่ยอย่างกระตือรือร้น "เมื่อวานพี่สะใภ้ใหญ่ได้ยินว่าข้าจะไปเมืองกับท่านแม่ นางยังเอางานปักที่ตนเองทำมาให้ข้าสองสามชิ้นด้วยนะเ้าคะ ข้าจะช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ขายด้วย"
"อืม" แม่เฒ่าเว่ยตอบรับเบา ๆ นางไม่ใช่แม่สามีที่เข้มงวด ปกติเมื่อลูกสะใภ้ทั้งสามคนทำงานเย็บปักถักร้อยเพื่อหารายได้เสริม เงินที่หาได้ส่วนนี้นางไม่เคยเรียกร้องให้ส่งมอบ ปล่อยให้ลูกสะใภ้ทั้งสามเก็บไว้เองทั้งหมด
แต่ลูกสะใภ้ทั้งสามก็รู้ความ แม้ว่าแม่สามีจะไม่เรียกร้อง พวกนางส่วนใหญ่ก็จะส่งมอบเอาไว้ให้แม่เฒ่าเว่ยครึ่งหนึ่งเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งรู้สึกพอใจมากแล้ว บ้านไหนบ้างที่จะมีแม่สามีแสนดีแบบนี้!
สายตาของไป๋เสี่ยวเฟิ่งตกอยู่ที่ซิ่งซิ่ง ดวงตาเป็ประกาย เอ่ยปากชื่นชมว่า "แหม… วันนี้ซิ่งซิ่งของเราแต่งตัวสวยจังเลยนะ"
วันนี้ซิ่งซิ่งถักเปียสองข้าง ผูกด้วยเชือกป่านเส้นเล็ก ๆ ดูสดใสเป็พิเศษ เด็กหญิงสวมชุดใหม่ที่ไป๋เสี่ยวเฟิ่งตัดเย็บให้เมื่อไม่กี่วันก่อน ขนาดของมันพอดีกับตัวนาง ช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
ซิ่งซิ่งเบิกตาโต ก่อนจะตรงเข้าไปกอดขาไป๋เสี่ยวเฟิ่งไว้แน่นพลางเอ่ยว่า “ป้าสะใภ้รองเ้าขา ท่านย่าบอกว่าชุดนี้ป้าสะใภ้รองเป็คนทำให้ข้า สวยมากเลยเ้าค่ะ ใส่สบายด้วย ขอบคุณป้าสะใภ้รองมากนะเ้าคะ”
“โอ้! ป้ายังคิดอยู่เลยว่าถ้าตรงไหนไม่พอดี ป้าจะแก้ให้เสียหน่อย ไม่นึกเลยว่าซิ่งซิ่งของป้าจะใส่ได้พอดี ดีจริง ๆ เลยนะ” ไป๋เสี่ยวเฟิ่งเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
ซิ่งซิ่งกล่าวอย่างจริงจัง “ก็ฝีมือการตัดเย็บของป้าสะใภ้รองยอดเยี่ยมนี่เ้าคะ ป้าสะใภ้รองคงลำบากแย่เลย”
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งยิ้มจนแก้มแทบปริ หัวใจแทบละลายหายไปกับคำพูดของเด็กน้อย
นางลูบท้องตัวเองอย่างลืมตัว ไม่รู้ว่าที่พยายามชวนอวี้เอ้อร์หู่ขยันทำการบ้านกันทุกคืนนั้นจะได้ผลบ้างหรือไม่ นางจะสมหวังได้ลูกสาวกับเขาบ้างหรือเปล่าหนอ?
ถ้าได้ลูกสาว แล้วน่ารักน่าเอ็นดูอย่างซิ่งซิ่งแบบนี้ นางก็คงโชคดีมาก!
แม่เฒ่าเว่ยเห็นชุดใหม่ของซิ่งซิ่งเข้า ก็ยิ่งเอ็นดูไป๋เสี่ยวเฟิ่งเป็พิเศษ ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกดีใจจนแทบเต้น พอออกจากบ้านไป๋เสี่ยวเฟิ่งก็พูดจาฉะฉาน คำพูดคำจาช่างออดอ้อนเอาใจแม่สามีจนหญิงชราอารมณ์ดียิ่งนัก ซิ่งซิ่งก็หัวเราะจนตัวงอ ดวงตาใสซื่อจ้องมองป้าสะใภ้รอง ทำเอาไป๋เสี่ยวเฟิ่งหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ถึงขั้นแอบคิดเลยว่า ถ้าครอบครัวที่แท้จริงของเด็กหญิงไม่อยากเลี้ยงซิ่งซิ่งขึ้นมาจริง ๆ พวกนางรับมาเลี้ยงเองก็ไม่เลว!
แม่เฒ่าเว่ยอารมณ์ดี จึงตัดสินใจทันทีว่าวันนี้จะนั่งรถล่อเข้าเมือง!
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งยิ้มจนปากฉีกถึงหู
ทุกครั้งที่มีตลาดนัด รถล่อในหมู่บ้านก็จะเป็ที่้ามากเป็พิเศษ แต่ก่อนที่หนานถัวแห่งนี้ก็มีอยู่หลายครอบครัวที่เลี้ยงล่อ แต่ด้วยภัยพิบัติและเื่เลวร้ายใน่หลายปีมานี้ ทำให้ผู้คนอดอยากแทบตาย ใครจะไปเลี้ยงล่อไหว หลายครอบครัวจึงฆ่าล่อกินจนหมด สุดท้ายก็เหลือเพียงครอบครัวเดียวเท่านั้นที่มีล่อเหลืออยู่
คนที่เลี้ยงล่อคือชายชราแซ่ซวีที่เป็หม้ายภรรยา เขาอยู่ตัวคนเดียวมากว่าหลายปีแล้ว กินคนเดียว อิ่มท้องคนเดียว ปกติก็หาเลี้ยงชีพด้วยการใช้ล่อตัวนี้หาเงิน
อย่างไรก็ตาม ตาแก่แซ่ซวีคนนี้มีข้อเสียอยู่อย่าง คือ ปากมากไปหน่อย
แต่เพราะแถวนี้ไม่มีรถล่อคันอื่นแล้ว จึงไม่มีตัวเลือกอื่น
พอถึงทางเข้าหมู่บ้านหนานถัว ผู้เฒ่าสวีก็เอาล่อมาเทียมเกวียนรออยู่แล้ว
ถึงแม้คนที่จะไปตลาดในเมืองจะมีไม่น้อย แต่คนที่เลือกนั่งเกวียนกลับก็ไม่ได้มีมาก เพราะตอนนี้เป็่ปีที่ข้าวยากหมากแพง ชาวบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่ถ้าจะเข้าเมืองไปทำธุระ ก็จะเลือกเดินข้ามเขาไปมากกว่า ใครจะยอมเสียเงินมากมาย
แม้ว่าเมื่อหลายวันก่อนฝนจะตก ทำให้ความแห้งแล้งในนาคลี่คลายลงบ้าง ปีนี้อาจจะดีขึ้น แต่พืชผลในนายังไม่ทันได้เก็บเกี่ยว ผู้ใดจะไปมีเงินนั่งเกวียนเล่า?
ดังนั้น ถึงแม้ตอนนี้จะไม่เช้าแล้ว แต่คนที่นั่งเกวียนเข้าเมือง นอกจากแม่เฒ่าเว่ยกับพวกอีกสองคนแล้ว ก็มีคนอื่นอีกแค่สองคนเท่านั้น
แม่เฒ่าเว่ยควักเงินเจ็ดอีแปะออกมาอย่างน่าเสียดาย
นางและไป๋เสี่ยวเฟิ่งจ่ายคนละสามอีแปะ ส่วนซิ่งซิ่งอายุยังน้อย จ่ายแค่หนึ่งอีแปะ
ผู้เฒ่าสวีนั่งอยู่หน้าเกวียน เหลียวหลังมามองซิ่งซิ่ง พลางพูดชมว่า "นี่หรือเด็กน้อยที่พวกเ้าเก็บมาเลี้ยง น่ารักจริง ๆ นะ"
แม่เฒ่าเว่ยตอบรับเสียงเรียบ
"โอ้โห ดูเหมือนว่าบ้านของพวกเ้ายังมีอาหารเหลืออยู่นะ" ผู้เฒ่าสวีพูดไม่หยุด "ข้าเห็นว่าเด็กหญิงคนนี้ยังใส่เสื้อผ้าใหม่อยู่เลย โอ้โห ๆ"
ซิ่งซิ่งเขินอายเล็กน้อย ไม่รู้จะวางมือวางเท้าไว้ที่ไหน ได้แต่เกาะติดแม่เฒ่าเว่ย
แม่เฒ่าเว่ยจ้องผู้เฒ่าสวีอย่างไม่พอใจ
ผู้เฒ่าสวีกลับไม่รู้สึกอึดอัดเลย หัวเราะเสียงดังแล้วสะบัดแส้ เรียกชาวบ้านอีกสองคนขึ้นรถ
คนไม่เยอะ นั่งบนรถล่อได้อย่างสบาย
ชาวบ้านอีกสองคนขึ้นรถแล้วก็เอนตัวนอนหลับ ผู้เฒ่าสวีพูดจ้อไม่หยุด ขณะขับรถก็คุยกับแม่เฒ่าเว่ยไปด้วย "น้องสาว สองสามวันก่อนลูกสะใภ้คนที่สามของเ้าเป็อะไรไป? อยู่ ๆ ก็มาขอเช่ารถของข้าให้ไปส่งที่เมืองเมื่อตอนเย็น แถมยังร้องไห้ตาแดงก่ำอีกต่างหาก"
แม่เฒ่าเว่ยหรี่ตาลง ไม่อยากตอบ
ผู้เฒ่าสวีไม่ได้สนใจ เพียงจิ๊ปากแล้วพูดต่อไปว่า "ถึงเ้าไม่พูดข้าก็รู้น่า… ตอนที่ลูกสะใภ้คนที่สามของเ้านั่งรถก็บ่นกับข้ายกใหญ่ บอกว่าเ้าด่านางเพียงเพราะหญ้าหนึ่งกำมือ คนเป็สามีก็ยังจะตบนางอีก... โอ้โฮ ๆ ข้าว่าพวกเ้ารังแกนางเกินไปหรือเปล่า ถึงขนาดทำให้สะใภ้จากในเมืองต้องพาลูกกลับบ้านเกิดกลางดึกแบบนี้เชียวรึ?"
ตอนนั้นพอดีกินข้าวเย็นเสร็จ ชาวบ้านหลายคนกำลังนั่งเล่นคุยกันอยู่ที่ลานบ้าน ชาวบ้านหนานถัวหลายคนเห็นว่าซูโหรวเอ๋อร์ร้องไห้ตาแดงก่ำ ถือห่อผ้า จูงลูกจะกลับบ้านเกิด
ซูโหรวเอ๋อร์ไม่รู้เลยว่า สิ่งที่นางรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมนั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่กลับคิดว่านางไม่กตัญญู ไม่รู้จักสัมมาคารวะ! กลางดึกพาลูกกลับบ้านเกิด นี่มันไม่ใช่การทำให้สามีเสียหน้าหรอกหรือ?
ใครจะอยากต้อนรับลูกสะใภ้แบบนี้?
ที่จริงแล้ว ผู้เฒ่าสวีเองก็คิดแบบนั้น
เพียงแต่ซูโหรวเอ๋อร์พร่ำบ่นกับเขาตลอดทาง เขาฟังจนหูชา ตอนนี้ก็เลยนำมาแกล้งหยอกล้อแม่เฒ่าเว่ยเล่นก็แค่นั้น
ทว่าซิ่งซิ่งได้ยินผู้เฒ่าสวีพูดแบบนั้นก็ไม่พอใจ นางขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดเสียงดังปกป้องท่านย่าของตัวเอง “ท่านตาพูดไม่ถูกนะเ้าคะ! ท่านย่าของข้าไม่เคยรังแกผู้ใดเลย!”
ท่านย่าใจดีจะตายไป! จะไปรังแกคนอื่นได้อย่างไร?
ผู้เฒ่าสวีรู้สึกประหลาดใจ จงใจแกล้งนางต่อ “แต่สะใภ้สามร้องไห้ตาแดงเลยนะ หรือเ้าหมายความว่าสะใภ้สามแกล้งร้องไห้หรือ?”
ซิ่งซิ่งชะงักไป ตอนนั้นนางถูกปู่พาออกไปเดินเล่น ไม่ได้เห็นกับตา จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนั้นเป็อย่างไร
นางครุ่นคิดอย่างหนัก ทันใดนั้นดวงตาก็เป็ประกาย พูดอย่างระมัดระวัง “ต้องเป็เพราะป้าสะใภ้สามเข้าใจผิดแน่ ๆ!”
ใช่แล้ว! ต้องเป็แบบนั้นแน่ ๆ!
ซิ่งซิ่งพยักหน้าหงึกหงัก
แม่เฒ่าเว่ยแย้มยิ้มออกมา
การปกป้องอย่างไม่มีเงื่อนไขของซิ่งซิ่ง เป็เหมือนกระแสน้ำอุ่นที่ทำให้ทั่วร่าง นางรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ผู้เฒ่าสวีก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสนใจ จึงแกล้งถามต่อว่า "หนูน้อย เ้าลองถามท่านย่าของเ้าสิ ว่าเหตุใดป้าสะใภ้สามของเ้าถึงได้ร้องไห้น้ำตาแดงก่ำ พาลูกกลับบ้านแม่ไปเช่นนั้น เื่มันเป็มาอย่างไรกันแน่?"
แม่เฒ่าเว่ยปรายตาใส่ผู้เฒ่าสวี แล้วถ่มน้ำลายลงพื้น "เด็กสามขวบ เ้ายังจะไปแหย่เล่นอีก ข้าว่าเ้านี่มันยิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือนไปทุกทีๆแล้วนะ!"
ผู้เฒ่าสวีหัวเราะแห้ง ๆ แล้วพูดว่า "น้องสาว เ้าเล่ามาเถิด สะใภ้สามของเ้าเอาตาไปขยี้จนแดงแล้ววิ่งออกไปกระนั้นรึ? นาง้าให้คนข้างนอกเห็นแล้วเอาไปพูดต่อไม่ใช่รึไร? ระหว่างทางหล่อนก็พร่ำบ่นกับข้าตั้งมากมาย บอกว่าเ้าไม่ดีกับหล่อนอย่างไรบ้าง นี่ถ้าไม่ใช่ข้าแต่เป็คนอื่นล่ะก็ ข่าวลือคงแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว เ้าไม่คิดจะแก้ต่างบ้างหรืออย่างไร"
แม่เฒ่าเว่ยแค่นเสียงหัวเราะอย่างเ็า ี้เีจะใส่ใจ
เื่น่าอายในบ้าน จะเอาไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ได้อย่างไร!
ไป๋เสี่ยวเฟิ่งกลับแสดงสีหน้าไม่พอใจ พูดอย่างองอาจว่า "ท่านแม่ไม่จำเป็ต้องแก้ต่าง ในหมู่บ้านนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้จักนิสัยใจคอของท่าน"
แม่เฒ่าเว่ยมองไป๋เสี่ยวเฟิ่งด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม คำพูดของไป๋เสี่ยวเฟิ่งก็ได้รับการยืนยันจากผู้เฒ่าสวี เขานึกถึงบางอย่างขึ้นมา พยักหน้าและรู้สึกซาบซึ้งใจ "แม่ของเ้าน่ะ ดูเหมือนจะอารมณ์ร้าย แต่จิตใจของนางก็ดีจริง ๆ... ไม่อย่างนั้น ใน่ที่ขาดแคลนอาหาร แม้แต่ลูกในบ้านยังเลี้ยงไม่รอด ใครจะกล้าเอาปากมาเพิ่มในบ้านอีก มีแต่นางเท่านั้นแหละ!"
แม่เฒ่าเว่ยพูดแทรกอย่างหงุดหงิด "พอแล้ว ๆ หุบปากเสียที! เอาแต่พูดมากทั้งวันทั้งคืน จะให้คนได้นอนหลับพักผ่อนบ้างไม่ได้หรือไร!"
ผู้เฒ่าสวีหัวเราะเสียงดังแล้วทำท่าตบปาก "ได้ ๆ เ้านอนเถอะ! ข้าจะไม่พูดแล้วก็ได้! โอ้โห ข้าบอกแล้วว่าคนนี้อารมณ์ร้าย ข้าพูดแค่สองสามคำ ก็บ่นว่าข้าเสียงดังแล้ว! ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว!"
แม่เฒ่าเว่ยกลอกตา ไม่สนใจผู้เฒ่าสวีอีกต่อไป