ขบวนเดินทางเตรียมพร้อมั้แ่ฟ้ายังไม่สาง ทุกคนกระจายกันไปยังจุดรับผิดชอบของแต่ละคน ศิษย์ใหม่ต่างพากันตื่นเต้นยกใหญ่เพราะเป็การออกปฏิบัติภารกิจครั้งแรกทุกคนจึงมีท่าทีกระตือรือร้นอยากรู้อยากลองวิชาที่เพียรพยายามฝึกมาหลายปี
“อาสุ่ย เ้าต้องดูแลซูเอ๋อร์ดีๆหนา อย่าให้นางได้รับความลำบาก แม้แต่รอยขีดขวดสักรอยก็อย่าให้มีบนผิวสวยๆของนางได้” ฮูหยินใหญ่สกุลหลัวกำชับบุตรชายเป็รอบที่เท่าไหร่คนฟังก็ี้เีจะนับแล้วเหมือนกัน หากถนุถนอมปานนั้นใยไม่ให้อยู่เรือนกันเล่าจะถ่อไปทำไมให้เป็ภาระคนอื่นเขา
หลัวสุ่ยิได้แต่คิดในใจเอ่ยออกไปได้เพียง “ขอรับ” จากนั้นจึงตัดบทรีบประคองคุณหนูสกุลหลี่ขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวังก่อนจะขึ้นตามแล้วรีบปิดประตูรถม้าทันที
หลัวเหม่ยหลินมองตามด้วยความพอใจ การไปส่งเสบียงให้แก่กองทัพในครั้งนี้นางวาดหวังเป็อย่างยิ่งว่าบุตรชายจักต้องนำพาชื่อเสียงมาสู่วงศ์ตระกูลเป็แน่แท้ กอปรกับเส้นสายของเ้ากรมพิธีการแลการตระเตรียมของนางหลัวเหม่ยหลินมั่นใจเป็อย่างมากตำแหน่งขุนนางชั้นสูงในราชสำนักจักต้องตกเป็ของบุตรชายนาง
ในขณะกำลังวาดฝันถึงชื่อเสียงลาภยศพลันสายตาของหญิงวัยกลางคนสะดุดเข้ากับบุรุษสองคนที่แนบชิดบนหลังม้าตัวเดียวกันแล้วได้แต่แปลกใจระคนสมเพชเป็หนักหนา เหอะ!ช่างไม่รู้จักละอายเอาเสียเลย มีภรรยาเป็ชายก็ขายหน้าพออยู่แล้วยังทำเื่บัดสีต่อหน้าคนมากมายอีก ชื่อเสียงสกุลหลัวแปดเปื้อนเพราะลูกบ้านเล็กบ้านน้อยโดยแท้
อันจื่อเทาที่กำลังถกเถียงกับหลัวเจิ้งเหยียนเื่พาหนะรับรู้ถึงสายตาที่มองมาจึงหันหาตามสัญชาตญาณ ยามสายตาสบเข้ากับฮูหยินใหญ่สกุลหลัวไม่ต้องเดาให้เสียเวลาก็รับรู้ได้ถึงความดูแคลนชัดเจน ริมฝีปากสีสดของนางเหยียดยิ้มหยามหยันสายตาส่งผ่านความดูถูกดูแคลนไม่ลดละ อันจื่อเทาไม่คิดหลบสบสายตากลับพร้อมกดดันไปในที
ความกดดันจากอดีตมาเฟียต่อให้เก่งกาจปานใดย่อมมีผงะบ้าง หลัวเหม่ยหลินตัวแข็งชั่วขณะไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็กำมือแน่นด้วยความโกรธเมื่อผู้ได้ชื่อว่าสะใภ้อีกคนไม่เพียงไม่ให้ความเคารพนางยังวางท่าทีอวดดีทั้งที่ไม่มีดีจะอวด
สักวันข้าต้องจัดการเ้าแน่อี้หย่งเพ่ยซาน! ไม่เพียงเ้า สตรีหน้าไม่อายบุรุษมักมากมันต้องหายไปไม่ให้มาเป็เสนียดต่อสายตาข้าอีก!
“เ้าไปต่อกรกับนางทำไม” ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะหลังใบหู ทำเอาสะดุ้งจนเผลอกระทุ้งศอกไปด้านหลัง กลายเป็ว่าหันกลับมาสนใจคนบนหลังม้าเดียวกันแทนเล่นาประสาทกับแม่พระเอกต่อเลยทีเดียว
“เจ็บหรือไม่?” ทั้งอยากต่อว่าทั้งเป็ห่วง ดีนะยั้งแรงทันไม่อย่างนั้นคงไม่จบแค่จุกเป็แน่
“อูยย ไม่เจ็บสิแปลก” ถึงจะว่าแบบนั้นแต่ก็นั่งหลังตรงกระตุกบังเหียนม้านำขบวนด้วยท่าทีผ่าเผยดั่งเดิม เป็อันว่าการถกเถียงกันก่อนหน้าว่าจะขี่ม้าคนละตัวเป็อันได้ข้อสรุป
“สมน้ำหน้า” อยากต่อว่ามากกว่านี้แต่ี้เีจะเอ่ยต่อ แล้วๆก็แล้วไปนั่งม้าตัวเดียวกันก็ดีเหมือนกันไม่ต้องบังคับเองให้ยุ่งยาก แถมยังมีที่ให้พิงแก้เมื่อยอีก
“เห็นทีต้องรบกวนเ้าทายาให้ข้าแล้วที่รัก” คนฟังเม้มปากแน่นเอนหลังพิงอีกคนแล้วหลับตา มาอิหรอบนี้ไม่ได้เจ็บจริงแค่อยากหาเื่เอาเปรียบเขาเท่านั้น เ้าเล่ห์นักเชียว
“อืม ไว้ขบวนหยุดพักข้าจะหายามาทาให้” เอาเถอะใช่ว่ามีแค่ทางนั้นที่คิดฝ่ายเดียวเสียเมื่อไหร่….
าส่งผลกระทบต่อหลายด้านโดยแท้ ั้แ่ออกจากแคว้นอ้ายมาตลอดทางแม้จะมีโจรูเาอยู่บ้างก็นับว่าเป็เื่ปกติ ทว่าพอเข้าใกล้แคว้นหลานเทียนซึ่งเป็ทางผ่านไปยังแคว้นเยวี่ยชิงที่ติดกับชายแดนมากที่สุดและเป็ที่พำนักของกองทัพรักษาดินแดนในยามนี้ กลับพบเจอกลุ่มโจรไม่ต่ำกว่าสิบครั้งได้ ซึ่งนับว่าถี่เกินไปสำหรับระยะทางไม่กี่ร้อยลี้ ส่วนมากล้วนเป็ชาวบ้านที่หนีตายจาการวมตัวกันดักปล้นพ่อค้าหรือผู้ผ่านไปมาเพื่อประทังชีวิตตนและครอบครัว
“คืนนี้เราจะพักที่นี่” เร่งเดินทางมาหลายวันต่างอ่อนล้ากันถ้วนหน้า ตลอดระยะทางที่ผ่านมาพวกเขาไม่อาจหลับได้เต็มอิ่มได้สักครา หากไม่ระวังตัวเสบียงที่สู้อุตส่าห์ขนกันมาอย่างยากลำบากไม่พ้นถูกปล้นชิงไปจนหมด ซ้ำร้ายชีวิตอาจมิสามารถรักษาไว้ก็เป็ได้ นับว่าเป็การเดินทางที่เสี่ยงทุกย่างก้าวโดยแท้
ลงจากหลังม้าแดเนียลในร่างหลี่ซูเซียนก็เข้ามาลากอันจื่อเทาออกไปทันที ไม่วายบนอุบอิบไม่หยุดปากจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลเ้าเด็กเกรียนก็ลงนอนแผ่หราอย่างไม่สนภาพลักษณ์สักนิด “โอ๊ยยย เวรกรรมอะไรของผมวะเนี่ยต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้”
อันจื่อเทาได้แต่ส่ายหน้าระเหี่ยใจกับสภาพอันไม่โสภาของนางเอกก่อนจะนั่งลงตามข้างๆ “เขียนเองทำมาบ่น”
คนฟังแทบร่ำไห้ ตอนนั้นคิดแค่ว่ายิ่งลำบากก็ยิ่งเป็บทพิสูจน์รักแท้ของพระนาง ความรักของทั้งสองก็จะแน่นแฟ้นมากขึ้นแถมยังสามารถเขียนฉากฟินๆได้หลายฉากอีกด้วย นักอ่านให้ทิปมาเยอะคนเขียนอย่างเขาก็ยิ่งมันส์มือใส่ฉากอุปสรรคร้อยแปด จำได้ว่าเดือนนั้นได้ค่าขนมไม่น้อยเลยทีเดียวกับแค่ไม่กี่ตอน ถ้ารู้ว่าค่าตอบแทนจะเป็อย่างนี้เขียนให้ซอฟท์กว่านี้หน่อยก็ดี
"ถ้าจำไม่ผิดก่อนถึงกองทัพจะโดนปล้นครั้งใหญ่นี่หว่า เฮียครับ! เฮียมานั่งรถม้ากับผมนะครับ!” แดเนียลดีดกายลุกนั่งทันทีที่คิดได้ ถูกปล้นรอบนี้เป็กองทัพกองใหญ่ของฝ่ายศัตรูคณะคุ้มภัยไม่สามารถกันเอาไว้ได้ทันการ เป็เหตุให้แตกกระจายกันไปส่วนพระนางหนีตายเข้าถ้ำ แล้วที่พีคไปกว่านั้นคือความสัมพันธ์แบบก้าวะโ ยังไงน่ะหรอ?
หึ!ก็ได้เสียกันน่ะสิจะอะไรอีกล่ะ!!
ท่าทางแตกตื่นของเด็กเกรียนทำเอาอันจื่อเทาหลุดขำ ไม่รู้จะหัวเราะให้ดังกว่าเดิมหรือสมน้ำหน้าก่อนดี “กลัวอะไร นายเป็นางเอกไม่ใช่หรอ ไม่ตายหรอกแถมยังมีเื่ดีงามด้วย”
ดีงามกับผีน่ะสิ! หลี่ซูเซียนน้ำตาไหลพรากรีบถลาเข้าไปกอดแขนคนอายุมากกว่าไว้แน่น “เฮียยยยย ถึงจะเป็อย่างนั้นแต่ผมก็ต้องเซฟชีวิตตัวเองไว้หน่อยสิ ลืมแล้วหรอพล็อตมันเปลี่ยนได้ตลอดนะ ถ้าเกิดผมเป็อะไรขึ้นมาเฮียจะไม่มีเพื่อนโลกเดียวกันไว้ปรับทุกข์เลยนะ!”
ใช่ พล็อตมันเปลี่ยนได้ตลอด แต่ไม่ใช่กับกรณีที่เป็จุดเปลี่ยนของเื่แบบนี้เส่! ถึงจะรอดไม่ถูกโจรฆ่าตายแต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าระหว่างนั้นจะไม่เกิดเื่ไม่เหมาะไม่ควรนี่หว่า ยิ่ง่นี้หลัวสุ่ยิเอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่ด้วยเกิดหน้ามืดตามัวจับเขากดขึ้นมาตามในนิยายล่ะ
โนวววว แค่คิดก็สยองแล้วคนหล่อรับไม่ได้!!
เห็นสีหน้าจะตายให้ได้ของเ้าเด็กเกรียนอันจื่อเทาอดจะเวทนาไม่ได้เผลอพยักหน้าตอบรับไป “พอได้แล้วนั่งก็นั่ง อย่าลืมไปบอกสามีนายด้วยล่ะ”
“เยส!ผมว่าแล้วเฮียต้องช่วยน้องนุ้ง” ไม่ว่าเปล่ายังโถมกายเข้าหาอีกจนแทบจะเกยตักอยู่แล้ว แก้มนุ่มๆก็ถูไถกับแก้มเขาไม่หยุด ถึงร่างนี้จะสวยมากก็เถอะแต่พอรู้ว่าไส้ในเป็ใครก็อดจะขนลุกหน่อยๆไม่ได้อยู่ดี
“จะลงดีๆรึให้ถีบ” ไม่ทันจบประโยคดีร่างของแม่นางเอกก็ลอยระริ้วปลิ้วไปกับอ้อมแขนแข็งแกร่งของผู้มาใหม่ ตามมาด้วยลำแขนแกร่งอีกหนึ่งที่พอรู้ตัวอีกทีก็โอบเอวเขาไว้แน่นเสียแล้ว
“พวกเ้าทำอะไรกัน” เป็หลัวสุ่ยิที่ถามขึ้นพลางวางร่างของสตรีในอ้อมแขนลงแล้วเว้นระยะห่างเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร ข้าแค่ดีใจที่เพ่ยเกอจะนั่งรถม้าไปกับข้า”
คนฟังเลิกคิ้วทวนประโยคที่ได้ยินอีกครั้ง “นั่งกับเ้า?คันเดียวกับเรา?”
“ใช่ เ้าก็ไปนั่งกับคนขับรถม้าแล้วกัน ขี่ม้าไม่เป็นี่"
"ใครว่าข้าขี่ม้าไม่เป็?"
“เอาน่า ไม่เป็ก็คือไม่เป็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก” หลี่ซูเซียนตบบ่าหลัวสุ่ยิเป็การปลอบใจ ก่อนจะตัดบทไปเมื่อเสียงท้องร้องประท้วงขึ้นมากลางวง “ข้าหิวแล้ว เ้าเอาของกินมาเผื่อข้ารึไม่”
เนื้อแห้งกับหมั่นโถวเย็นชืดถูกยัดใส่มือแทนคำตอบ ก่อนเ้าตัวจะผละออกไปยังลำธารด้านหลังเพื่อพักดื่มน้ำแก้กระหายและพักเหนื่อยไปในตัวระหว่างรองน้ำใส่ถุงหนังของหลี่ซูเซียน แดเนียลเมื่อได้สิ่งที่้าก็ไม่สนใจกับสิ่งใดอีกนั่งลงมันตรงนั้นจัดการอาหารในมือทันที
ทางด้านอันจื่อเทาถูกหลัวเจิ้งเหยียนพามานั่งั้แ่แรกแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่พอได้ยินบทสนทนาของสองคนก่อนหน้าชัดเจน
“เ้าจะนั่งรถม้ากับนางหรือ?” หลัวเจิ้งเหยียนเอ่ยถามทันทีที่ได้ยิน มือก็บิหมั่นโถวแข็งๆป้อนให้อีกคนอย่างเอาใจใส่
“ใช่”อันจื่อเทาพยักหน้าตอบพลางอ้าปากรับหมั่นโถวที่ถูกป้อนมา มือขาวยกขึ้นคลึงหว่างคิ้วคนตรงหน้าที่ขมวดเป็ปมั้แ่เมื่อครู่นี้แล้วกล่าวต่อ “เ้าก็เอาเปรียบข้าไปเยอะแล้ว ปล่อยข้าได้ยืดเส้นยืดสายบนรถม้าสักหน่อยเถิด”
เหมือนคำพูดกับการกระทำจะสวนกันแปลกๆ หลัวเจิ้งเหยียนฮึดฮัดจับมือเรียวมาจูบซ้ำๆตบท้ายด้วยกัดไปที “เ้าไม่อยากขี่ม้ากับข้าแล้ว?”
“ไม่ ข้าปวดหลัง” แกล้งตอบออกไปอย่างนั้นพลางกลั้นขำกับปฎิกิริยาตอบรับของเ้าโกเด้นั์ตรงหน้าที่แยกเขี้ยวเตรียมขย่ำมือเขา จึงยื่นมือไปลูบศีรษะคนขี้งอนให้สงบลง “นางไม่คุ้นชินกับเื่อันตรายจึงขอให้ข้าไปนั่งคุยเป็เพื่อน”
อันจื่อเทาไม่ได้โกหกสักคำ ที่ว่าไม่คือไม่ใช่อย่างที่อีกคนกล่าวมาส่วนปวดหลังเขาปวดจริงๆ แต่ไม่ได้มากอะไรหากจะฝืนขี่ม้าต่อก็ไม่มีปัญหา ส่วนแม่นางเอกเชื่อเถอะเ้าเด็กนั้นต้องพูดน้ำไหลไฟดับตลอดทางแน่ ซึ่งคำว่าไปนั่งคุยเป็เพื่อนคงนิยามได้ตรงสุดแล้วกับสิ่งที่เ้าเด็กเกรียนขอ อีกอย่างเด็กมันคงกังวลจริงๆเพราะรู้เื่ราวล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถึงจะเตรียมใจมาแล้วแต่จะไม่กลัวเลยคงเป็ไปไม่ได้
“เฮ้ออ ข้าจะขี่ม้าใกล้ๆเ้าไว้แล้วกัน” จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจขัดใจได้เลยสิน่า หลัวเจิ้งเหยียนรู้ดีว่าเสี่ยวจื่อของเขาเป็ห่วงหลี่ซูเซียนมาก แม้เ้าตัวจะไม่พูดออกมาแต่การปฏิบัติต่อหลี่ซูเซียนที่ผ่านมาก็เป็การยืนยันอย่างดี หลัวเจิ้งเหยียนไม่ได้คิดมากก็จริงเพราะรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง แต่บางครั้งก็อดจะน้อยใจไม่ได้ที่อีกคนให้ความสนใจกับคนอื่นมากกว่าตน
“ขอบใจเ้า” มือขาวยื่นไปลูบแก้มแย้มยิ้มให้กับความใจกว้างของคนตรงหน้า เห็นๆอยู่ว่าไม่พอใจแต่ก็ยอมทำตามความ้าของเขาแม้ไม่เต็มใจก็ตามที
“อย่าได้ใส่ใจเลย รีบกินเสียอีกเดี๋ยวต้องเดินทางต่อแล้ว” หลัวเจิ้งเหยียนกุมมือที่แนบแก้มมาจุมพิตเบาๆก่อนผละออกแล้วบิหมั่นโถวป้อนให้ไปอีกคำ
“เอาแต่ป้อนข้าประเดี๋ยวก็ไม่ได้กิน” อันจื่อเทาฉวยหมั่นโถวกับเนื้อแห้งในมืออีกคนมาถือไว้เอง “กินเสียเ้าต้องใช้แรงมากกว่าข้า”
หลัวเจิ้งเหยียนพยักหน้ารับหยิบอาหารที่เหลือขึ้นมากินเองบ้าง จากนั้นไม่นานอี้หย่งหยางเจี๋ยที่พึ่งกลับมาจากดูลาดเลาก็เข้ามาร่วมวงด้วยอีกคน ตามมาด้วยแดเนียลที่กินจนอิ่มแล้วแต่อยากมาจ้อเฉยๆลากหลัวสุ่ยิเข้ามาแจมด้วย กลายเป็ว่ามื้ออาหารในครั้งนี้ครึกครื้นกว่าครั้งไหนๆ เสียงหวานของสตรีเพียงคนเดียวดังเจื่อนแจ้วชวนคุยนู้นนี้ไม่หยุดอย่างกับนกแก้ว ไม่รู้ไปเอาคำพูดมาจากไหนโต้ตอบกับอี้หย่งหยางเจี๋ยได้ไม่ขาดปาก พี่ใหญ่ก็ใช่ย่อยพอเจอคนคุยถูกคอก็จ้อไม่หยุดเหมือนกัน สามชีวิตที่เหลือก็ได้แต่ฟังเงียบๆตอบบ้างแย้งบ้างเป็บางครั้ง จนกระทั่งกินอิ่มกันทุกคนจึงแยกย้ายไปประจำที่ใครมันเพื่อเตรียมเดินทางต่อ
*************************