“ไม่ต้องซุ่มโจมตี เรียกมันเคลียร์กันตรงนี้เลย!” แกรนด์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เอเลน่าเอายาสีชมพูออกมา 3 ขวด ทั้งสามดื่มมันลงไปและเริ่มรีดเร้นพลังออกมา กระทิงเขาเกลียวที่กำลังก้มกินข้าวอยู่ในทุ่งรู้สึกถึงจิตสังหารของทั้งสามได้ทันที มันหันมามองทั้งสามอย่างหงุดหงิด พ่นลมหายใจออกทางจมูกลงพื้นจนเกิดฝุ่นโขมงเหมือนปั๊มเอาลมมาฉีดที่พื้น หัวของมันก้มต่ำลง ขาหน้าข้างขวาตะกุยดินหลายครั้ง เป็ท่าทางที่บอกว่ามันกำลังจะพุ่งเข้าใส่ผู้บุกรุก กระทิงเขาเกรียวตัวนี้สูงเกือบ 3 เมตร ร่างกายกำยำ กล้ามเนื้ออัดแน่นไปทั่วร่าง ่คอและบั้นท้ายจะมีมัดกล้ามเนื้อที่ใหญ่เป็พิเศษ เขาของมันใหญ่ชันออกมาด้านหน้าและหมุนโค้งเป็เกลียว เป็หนึ่งในสัตว์ที่ทรงพลังและร่างกายแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเหล่าสัตว์อสูรชั้นสูง น้ำหนักของมันต้องไม่น้อยกว่า 4 ตันอย่างแน่นอน
“หอกน้ำแข็ง!” เอเลน่าสร้างหอกน้ำแข็งขึ้น 10 แท่ง ลอยอยู่หน้าหนังสือเล่มใหญ่ ก่อนที่เ้ากระทิงจะพุ่งเข้ามาพวกเขากลับเริ่มโจมตีขึ้นมาก่อนเพื่อที่จะยั่วมัน
“ไป!”
ฟี๊ววววว!!!
หอกน้ำแข็งทั้ง 10 แท่งพุ่งไปใส่กระทิงเขาเกลียวที่ตอนนี้มันกำลังเอาขาตะกุยดินอยู่ หอกน้ำแข็งแต่ละแท่งอัดแน่นไปด้วยพลังของจอมเวทย์ขั้นกลาง พลังที่แม้จะเป็ต้นไม้หอกน้ำแข็งนี้ก็สามารถพุ่งทะลุได้อย่างง่ายดาย
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
เสียงหอกน้ำแข็งแตกออกเมื่อปะทะเข้ากับร่างหนาแน่นทรงพลังนั้น เมื่อถูกระดมโจมตีกระทิงเขาเกลียวพุ่งเข้ามายังจุดทั้งสามยืนอยู่ทันที
“ปราการน้ำแข็ง 5 ชั้น!” เอเลน่าเร่งพลังเวทย์ขึ้นและใช้พลังสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้น 5 แถวซ้อนกันไว้ แน่นอนว่าพลังที่ใช้ไปนั้นมากกว่าการใช้ทักษะปราการน้ำแข็งปกติถึง 5 เท่าเช่นกัน
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
กระทิงเขาเกลียวไม่สนว่าจะมีอะไรมาขวางมัน มันวิ่งชนกำแพงน้ำแข็งจนแตกทีละชั้น สำหรับจัดการเป้าหมายนั้น สิ่งที่มันต้องทำมีเพียงแค่การพุ่งเข้าชนเท่านั้น แม้ว่ากำแพงน้ำแข็งของเอเลน่าจะแข็งแรงกว่ากำแพงหินแต่มันไม่นับว่าแข็งแรงอะไรมากนักเมื่ออยู่ต่อหน้ากระทิงเขาเกลียวที่พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน
เพล้ง!
เสียงชนกำแพงน้ำแข็งชั้นสุดท้ายแตกลง บ็อบซึ่งยืนอยู่หลังกำแพงชั้นสุดท้ายเงื้อขวานเกร็งแขนรวบรวมพลังไว้รอต้อนรับมันอยู่แล้ว เมื่อเห็นกำแพงชั้นสุดท้ายแตกออกบ็อบไม่ลังเลที่จะเหวี่ยงขวานออกไปสุดแรง ขวานที่สะสมพลังไว้ได้ปะทะเข้ากับหน้าผากของกระทิงเขาเกลียวทันที
ตุ๊บบบบบบบบ!!!!
เสียงคล้ายท่อนเหล็กที่ฟาดเข้าใส่กำแพงหินอย่างรุนแรง ถึงการโจมตีสุดแรงของบ็อบจะหยุดการโจมตีของมันไม่ได้แต่แรงที่ฟาดเข้าใส่นั้นทำให้มันพุ่งแฉลบชนดินชนหินไปอีกทาง เ้ากระทิงดูท่าทางจะมึนจากการโจมตีเมื่อครู่ไม่น้อย มันดึงเขาขึ้นจากพื้นแล้วสะบัดหัวไปมา แกรนด์ที่รอโอกาสนี้อยู่ได้เหวี่ยงโซ่ไปมัดคอเ้ากระทิงไว้พร้อมปล่อยสายฟ้าช็อตมันอย่างรุนแรง ตามกล้ามเนื้อของมันเริ่มกระตุกจากการถูกโจมตีฉับพลันจากพลังสายฟ้าที่รุนแรงในระยะประชิด
“ปราการคุมขังเยือกแข็ง!”
แกรนด์ได้ยินเสียงที่อยู่ด้านหลังกระชากโซ่ออกจากคอเ้ากระทิงทันที เอเลน่าที่รอจังหวะนี้อยู่ได้ใช้เวทย์สร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้น กำแพงน้ำแข็งสี่เหลี่ยมก่อขึ้นมาขังกระทิงเขาเกลียวไว้
“อสนีบาตะเิดารา!”
ลูกบอลสายฟ้าถูกขว้างขึ้นไปเหนือคุกน้ำแข็ง 10 เมตร บอลสายฟ้าแตกออกเป็พลังสายฟ้าสิบสายพุ่งลงมาใส่กระทิงเขาเกลียวที่ถูกขังในคุกน้ำแข็งอย่างพร้อมเพรียง
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
แรงะเิที่อัดข้างในคุกน้ำแข็งทำให้มันแตกออกมา บ็อบพุ่งเข้าไปทันทีที่กำแพงน้ำแข็งแตกออก เขาเหวี่ยงขวานอย่างสุดกำลังใส่เป้าหมายอีกครั้ง
ตุ๊บบบบบบ!!!
เสียงขวานกระแทกเข้ากับร่างกายของมัน กระทิงเขาเกลียวถูกฟาดเข้าที่ชายโครงล้มกลิ้งออกจากซากกำแพงน้ำแข็งทันที
“มันใกล้ตายรึยัง?” เอเลน่าถามด้วยความลังเล ที่หน้ามีเหงื่อผุดขึ้นสองสามเม็ด คอแห้ง ลมหายใจถี่ขึ้นมาก การใช้พลังเวทย์อย่างมากในเวลาสั้นๆ เป็อะไรที่เหนื่อยพอสมควร
“ถ้ามันตายง่ายขนาดนี้คงน่าผิดหวังแย่ล่ะนะ” แกรนด์เร่งพลังขึ้นอีกเพื่อเตรียมเข้าปะทะในรอบต่อไป กระทิงเขาเกลียวลุกขึ้นมาสะบัดหัวสองสามครั้ง มันพ่นลมหายใจออกจากจมูกแรงขึ้นกว่าเดิม ขาของมันยังตะกุยดินและเตรียมจะพุ่งเข้าใส่เป้าหมายใหม่ แกรนด์แปลกใจกับความแข็งแกร่งของมันมาก ความแข็งแกร่งขนาดนี้มันมากกว่าตัวที่พวกเขาเคยล้มครั้งที่ออกล่ากับเลออนเสียอีก การโจมตีคอมโบของทั้งสามเมื่อครู่ไม่ต่างจากสะกิดให้มันโมโหยิ่งขึ้นไปอีก
“นวดมันต่อจนกว่ามันจะลุกไม่ไหว” แกรนด์พูดขึ้นขณะที่เ้ากระทิงกำลังจะพุ่งมา เขาค่อนข้างพอใจในการโจมตีแรก บ็อบวิ่งไปด้านข้างเพื่อล่อให้มันสนใจที่เขาคนเดียว กระทิงเขาเกลียวพุ่งใส่บ็อบที่กำลังยั่วโมโหทันที ขวานที่บ็อบใช้เป็ขวานใหม่ที่เพิ่งได้มา เขาค่อนข้างชอบมันเพราะจับถนัดมือและน้ำหนักกำลังดี ถึงจะเสียใจที่ยังใช้ขวานหนักชิ้นนั้นไม่ได้ก็เถอะ
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านว่าพวกนั้นจะไหวจริงๆ หรือ ถึงข้าจะเป็คนธรรมดาข้าก็พอดูออกว่าพวกนั้นกำลังล่อให้กระทิงมันโกรธ เหมือนเป็การต่อสู้แบบห่ามๆ ของเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีประสบการณ์เลย” ชายผู้หนึ่งที่เฝ้าดูการต่อสู้กับทุกคนได้พูดออกมา ในความคิดของนั้นเหมือนพวกเขาส่งเด็กที่ไม่รู้ประสาไปตาย
“ข้าว่าพวกนั้นไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก ถึงจะเหมือนกับการสู้แบบห่ามๆ แต่ก็ยังไม่มีใครได้รับาเ็เลยไม่ใช่รึไง รอดูไปก่อน” หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยความเชื่อมั่นเพื่อให้ชาวบ้านได้คลายความเครียดลง แต่ในใจของเขานั้นกลับร้อนรนยิ่งนัก ถ้าคนเหล่านี้เอาชนะเ้ากระทิงไม่ได้พวกเขาก็ต้องทิ้งถิ่นฐานเดิมแล้วอพยพไปตายเอาดาบหน้า นี่เป็ตัวเลือกสุดท้ายที่พวกเขาเหลืออยู่ตอนนี้
เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมงครึ่งแล้ว การต่อสู้ของทั้งสามกับกระทิงเขาเกลียวยังคนดำเนินไปอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างงัดกันด้วยพลังล้วนๆ การต่อสู้ยืดเยื้อขนาดนี้ได้ไม่ต้องเดาเลยว่าเป็เพราะทั้งสามอัดยาลงไปจำนวนมาก คนที่ท่าทางแย่ที่สุดตอนนี้คือเอเลน่า นอกจากจะเป็คนที่ต้องใช้พลังเวทย์มากที่สุดในการสร้างกำแพงน้ำแข็งซัพพอร์ตเพื่อนแล้ว เมื่อคืนยังอดหลับอดนอนทั้งคืนอีกต่างหาก ยาฟื้นฟูพลังที่กินไปตอนนี้มากกว่า 10 ขวดไปแล้ว ขวดที่ 11 กำลังถูกเปิดจุกออกมา เอเลน่ากล้ำกลืนฝืนทนมากในการกินแต่ละขวดใน่หลังๆ การกลืนยาในตอนนี้เธอรู้สึกคอแข็งจนอยากจะอ้วกออกมากระทั่งน้ำมูกน้ำตาเล็ดเลยทีเดียว อย่างที่บ็อบบอกว่าควรจะปรับปรุงรสชาติมันั้แ่แรก คงใกล้แล้วที่จะกลืนยาไม่ลงถ้าเกิดการต่อสู้ยืดเยื้อมากกว่านี้ แกรนด์กับบ็อบได้กินแค่คนละ 4 ขวดเท่านั้น เพราะมีแค่ยาเสริมพลังกับยาฟื้นฟูกายเท่านั้น
‘หนอย ถ้าหลอกให้ข้ากินยาจนคอแข็งแล้วเนื้อมันรสชาติไม่เอาอ่าวพวกเ้าได้เห็นดีกันแน่’ เอเลน่าบ่นในใจ ตอนนี้ใกล้ถึงขีดจำกัดของเธอเต็มทีแล้ว แกรนด์กับบ็อบที่ต่อสู้ในระยะประชิดก็สภาพไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ กระทิงเขาเกลียวยังคงพุ่งชนไม่หยุดหย่อนเหมือนกับชีวิตนี้มันไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย
“ได้เวลาปิดฉากแล้ว ใช้พลังสูงสุดเลย จัดการมันให้ได้ภายใน 10นาที!” แกรนด์บอกทุกคนให้เตรียมตะลุมบอนรอบสุดท้าย จากที่เขาวิเคราะห์ ถึงแม้ว่าพละกำลังของเ้ากระทิงมันจะไม่ตกลงเลยแต่ร่างกายมันบอบช้ำจากการโจมตีต่อเนื่องอย่างหนักหน่วง
บ็อบเกร็งพลังขึ้นมา กล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเขาขยายขึ้นมาจนดูบึกบึนกว่าเดิม ผิวสีแดงแกมส้มกลับกลายเป็สีเข้มขึ้น ดวงตาแดงฉานปรากฏขึ้น บ็อบเปิดใช้โหมดาเพื่อเตรียมปิดฉากแล้ว
“อ้ากกกกกกกกกกก!!!!”
บ็อบใช้ทักษะกู่ร้องคำรามเพื่อให้กระทิงเขาเกลียวพุ่งพลังโจมตีและความสนใจมาที่เขาคนเดียว
ปึ๊กกกกกกก!!!
เสียงมือของบ็อบปะทะกับเขาของเ้ากระทิง บ็อบจับเขาของมันไว้ด้วยพลังทั้งหมดของตนในโหมดา
“อุดหูให้บ็อบที!!” แกรนด์บอกเอเลน่าพร้อมพุ่งเข้าหาเ้ากระทิงที่กำลังโดนบล็อกไว้อยู่ แกรนด์ต้องรีบทำอะไรสักอย่างกับมันเพราะแม้จะเป็กำลังสูงสุดของบ็อบก็ไม่น่าจะจับมันไว้ได้เกิน 5-6 วินาที
เอเลน่าสร้างน้ำแข็งอุดรูหูทั้งสองข้างของบ็อบไว้พร้อมกับเอามืออุดหูของตัวเอง แกรนด์พุ่งตัวเข้าไปประชิดเ้ากระทิง จับหูของมันดึงขึ้นมา สูดลมหายใจเข้าไปในปอดให้มากที่สุด
“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!”
แกรนด์อัดทักษะัสายฟ้าคำรามเข้าไปในรูหูของเ้ากระทิงในระยะเผาขน นี่ไม่ใช่การแผดเสียงใกล้ๆ หู แต่เป็การแผดเสียงเข้าไปในรูหูเต็มๆ เสียงที่เล็ดรอดออกมาจากการโจมตีนั้นถึงกับทำให้จุกน้ำแข็งที่อุดหูบ็อบเกิดรอยร้าวเลยทีเดียว กระทิงเขาเกลียวที่โดนโจมตี ฮึดพลังทั้งหมดใช้เขาสะบัดบ็อบจนกระเด็นไปหลายสิบเมตร แกรนด์พุ่งถอยหลังมาอีกทาง ดูท่าว่าการโจมตีเมื่อครู่จะได้ผลเกินคาด กระทิงเขาเกลียวยืนเซไปมาคล้ายน้ำในหูไม่เที่ยง ทั้งหูและจมูกมีเืไหลย้อยออกมา การโจมตีเมื่อครู่ทำให้มันสูญเสียประสาทการรับรู้เสียงไป อีกทั้งประจุไฟฟ้ายังทำลายประสาทสั่งการทำงานของร่างกาย เ้ากระทิงเดินเซไปเซมาสะบัดเขาและเอาหัวกระแทกพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง
“ความเยือกเย็นแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ น้ำแข็งเเห่งจิติญญาอันสูงส่ง จงกลืนกินทุกสิ่งให้อยู่ในห้วงเหมันต์นิรันดร์ – คัมภีร์ิญญาน้ำแข็งนิรันดร์ : คุกน้ำแข็งขังิญญา!!”
น้ำในอากาศควบแน่นกลายเป็คุกน้ำแข็ง 8 เหลี่ยมที่กำแพงหนา 3 เมตรและสูงกว่า10เมตรขังกระทิงเขาเกลียวไว้ด้วยใน
ตูมมมม!!! ตูมมมม!!!
ท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเอเลน่าถูกเ้ากระทิงข้างในพุ่งชนแค่ 2 ครั้งก็เกิดเป็รอยร้าว เห็นได้ชัดว่าทักษะนี้ขังมันไว้ไม่ได้นานนัก พละกำลังของมันคนละระดับกับงูน้ำเกล็ดเงินอย่างเทียบกันไม่ติด
“ความเยือกเย็นแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ น้ำแข็งเเห่งจิติญญาอันสูงส่ง จงกลืนกินทุกสิ่งให้อยู่ในห้วงเหมันต์นิรันดร์”
เอเลน่าร่ายเวทย์อีกครั้งด้วยใบหน้าซีดเผือด เห็นได้ชัดเลยว่านี่คงเป็ครั้งสุดท้ายในการต่อสู้ครั้งนี้ เป็ท่าปิดฉากที่ทุ่มสุดตัว
“คัมภีร์ิญญาน้ำแข็งนิรันดร์ : เสาเหมันต์ทัณฑ์์!!”
แกรนด์กับบ็อบมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นวัตถุบางอย่างกำลังก่อตัวอย่างรวดเร็วเหนือขึ้นไปจากพื้นราว 100 เมตร เสาน้ำแข็ง! เสาน้ำแข็งั์มันกำลังพุ่งลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง
ตูมมมมมมมมมม!!!
เสาน้ำแข็งเสียบลงกลางคุกที่ขังเ้ากระทิงได้อย่างพอดี การพุ่งตกลงมากระแทกของเสาน้ำแข็งทำให้พื้นดินในบริเวณนั้นสั่นะเื แกรนด์กับบ็อบยืนอ้าปากค้างแทบแตะพื้น ถ้าพวกเขาโดนท่าแบบนี้บ้างไม่กลายเป็ผีเฝ้าป่าไปเลยเหรอ เอเลน่าหลังจากปล่อยทักษะนี้ออกมาถึงกับเข่าทรุด หายใจหอบอย่างแรงพลังเวทย์ที่ใช้หมดตัวไม่เหลือแม้แต่น้อย เธอเอายาฟื้นฟูเวทย์ออกมาดื่มลงอย่างไม่ลังเล
คุกกับเสาน้ำแข็งตอนนี้แตกกระจัดกระจาย เ้ากระทิงมันยังไม่ตาย มันพยายามดิ้นตะกุยออกจากซากน้ำแข็งที่ทับถมมันไว้ แต่สภาพมันตอนนี้บอบช้ำอย่างมาก
“เฮ้ยๆ เ้านี่มันจะอึดไปไหนล่ะเนี่ย” แกรนด์ถึงกับโอดครวญอย่างช่วยไม่ได้ ความอึดของมันต่างกับสัตว์อสูรที่เคยสู้ทุกตัวอย่างเทียบไม่ติด
“บ็อบ! ตอนนี้แหละ มันยังไม่ฟื้นตัว!!”
ทั้งสองพุ่งเข้าใส่เ้ากระทิงที่กำลังเดินโซเซทันที
“กำปั้นอสนีบาต!”
พลั้ว! พลั้ว! พลั้ว! พลั้ว! พลั้ว!
แกรนด์ประเคนหมัดใส่อย่างไม่ยั้ง นอกจากใช้เวทย์แล้วเขายังใช้ทักษะของนักรบได้ นี่ก็เป็หนึ่งในทักษะเ่าั้
“บ็อบ! ยกขวานขึ้น!” เอเลน่าที่ลุกขึ้นจากการพักเพียงชั่วครู่ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน บ็อบดึงขวานที่ปักอยู่พื้นดินขึ้นมา ทันใดนั้นน้ำแข็งก็ก่อตัวขึ้นที่ขวานของบ็อบ รูปร่างของมันเป็หัวค้อนขนาดใหญ่พอๆ กับตัวของบ็อบ
“หล่อหลอมเหมันต์!”
เวทย์ที่เอเลน่าใช้สามารถใช้หล่อน้ำแข็งเป็วัตถุต่างๆ ได้ บ็อบยกขึ้นมารู้สึกได้ว่าหัวค้อนน้ำแข็งนี้หนักตันกว่าๆ ได้ เขายิ้มอย่างยินดีพลางหันไปหาเ้ากระทิงที่กำลังโดนแกรนด์กระหน่ำหมัดจนสายฟ้ากระจายไปทั่วบริเวณนั้น บ็อบใช้ค้อนน้ำแข็งช่วยกระหน่ำฟาดไปอีกแรง เ้ากระทิงตอนนี้ไม่มีปัญญาแม้แต่จะตอบโต้ ร่างกายและสมองของมันทำงานไม่ตอบสนองกันอีกแล้ว ตอนนี้มันทำได้เพียงเหวี่ยงหัวมั่วๆ ไปมาตามสัญชาตญาณซึ่งไม่มีทางที่จะโดนทั้งสองคนได้
“หอกน้ำแข็ง!”
เอเลน่าลุกขึ้นมาร่วมวงอีกคนในระยะไกล หอกน้ำแข็งถูกสร้างและพุ่งเข้าใส่เ้ากระทิงอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์ทุกคนต่างไร้คำพูดใดๆ จัดการสัตว์อสูรชั้นสูงที่ทรงพลังขนาดนั้นด้วยการปะทะกันซึ่งๆ หน้าและยาวนานขนาดนี้ได้ แถมยังแทนที่จะฆ่ามันโดยโจมตีที่จุดอ่อนทันทีตอนที่มันตอบโต้ไม่ได้กลับไปรุมกระทืบที่ลำตัวของมันแทน พวกเขามีความแค้นอะไรกับมันเป็การส่วนตัวรึเปล่า?
ทั้งสามประเคนการโจมตีใส่กระทิงเขาเกลียวอย่างต่อเนื่องเกือบ 10 นาที การจะได้เนื้อที่อ่อนนุ่มสมบูรณ์แบบนี้ต้องโจมตีให้มันหมดสภาพคามือ กระทิงเขาเกลียวตอนนี้หมดแรงที่จะยืนแล้ว มันล้มลงและขาดใจมันที พอเห็นเ้ากระทิงล้มลง แกรนด์ บ็อบและเอเลน่าก็ทรุดตัวลงตาม ตอนนี้พวกเขาเหงื่อท่วมตัวและหอบหายใจอย่างแรง บ็อบนั้นหลังจากโหมดาหมดเวลาพลังของเขาเหือดแห้งจนแทบยืนไม่ไหว แกรนด์นั่งลูบไปที่ตัวเ้ากระทิงอยู่พึงพอใจ เ้านี่มันหนักไม่ต่ำกว่า 4 ตันแน่นอน ช่างโชคดีอะไรขนาดนี้
“ขอบคุณพวกท่านมาก ขอบคุณมากจริงๆ ทำกำจัดภัยของหมู่บ้านเราออกไป เพื่อขอบคุณพวกท่านวันนี้เราจะพยายามหาอาหารอย่างดีที่สุดมาเลี้ยงฉลองให้”
หัวหน้าหมู่บ้านที่เห็นเ้ากระทิงถูกปราบแล้วก็พาชาวบ้านลงมาหาทั้งสามด้วยความยินดี ถึงหมู่บ้านจะถูกทำลายจนราบคาบแต่โกดังเสบียงสำรองของหมูบ้านที่อยู่ใต้ดินยังพอมีอาหารเหลือสำหรับจัดงานเลี้ยงให้วีรบุรุษทั้งสามอยู่
“อย่าลำบากเลยท่านลุง พวกข้ามาช่วยก็ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนไรจากพวกท่านอยู่แล้ว อีกอย่างพวกท่านควรรีบกลับบ้านไปซ่อมแซมหมู่บ้าน เื่งานเลี้ยงไว้พวกข้าจะกลับมาเยี่ยมอีกแล้วกัน ถึงตอนนั้นค่อยจัดงานเลี้ยงยังไม่สาย” แกรนด์พูดพร้อมกับหายใจหอบ แน่นอนว่าพวกเขาจะรีบกลับไปเตรียมงานเลี้ยงฉลองเองที่บ้านของเขา
“แต่ว่า....” หัวหน้าหมู่บ้านท่าทางจะพูดอะไรแต่ก็กลืนลงคอและไม่พูดมันต่อ
“แล้วพวกท่านจะเอายังไงกับเ้ากระทิงตัวนี้ล่ะ?” ชายชราถามอย่างสงสัย
“พวกข้าจะเอามันไปด้วย!!” บ็อบตอบได้เสียงขึงขังเหมือนกลัวมีใครจะมาแย่งมันไปจากเขา
“อ่า.....” ชาวบ้านใและมองหน้ากัน พวกเขาดูหวาดกลัวบ็อบเป็อย่างมาก เนื่องจากรูปร่างและพลังที่เหมือนเป็ปีศาจของเขา พวกเขา้าแค่ร่างเ้ากระทิงตัวนี้งั้นหรอ? หรือชิ้นส่วนของมันขายได้?
ปิ๊ง! แกรนด์ดีดไปที่ตุ้มหูทองคำ กระทิงเขาเกลียวทั้งตัวถูกนำไปเก็บในช่องมิติทันที การมี่เก็บใหญ่ๆ มันสะดวกแบบนี้นี่เอง เขาคิด หลังจากจัดการเ้ากระทิงเรียบร้อยแล้วทั้งสามก็ได้ล่ำลาชาวบ้านด้วยบรรยากาศชื่นมื่น
“ขอให้พวกท่านแวะเวียนกลับมาเยี่ยมเยียนพวกเราด้วย หมู่บ้านมอนเทสยินดีต้องรับพวกท่านเสมอ ขอให้พวกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ” ชายชรากล่าวอย่างสุภาพพร้อมชาวบ้านทุกคนที่มาโบกไม้โบกมือส่งทั้งสาม
“ข้าแทบรอไม่ไหวเลยลูกพี่ ท้องข้าปั่นป่วนไปหมดเวลาที่คิดถึงเนื้อ์” บ็อบพูดพลางลูบท้องและกลืนน้ำลายไปหลายอึก ท้องของเขาร้องโครมครามไปตลอดทาง
“เ้าไหวรึเปล่า?” แกรนด์หันไปถามเอเลน่าที่หน้าตาซีดเซียวและดูอ่อนเพลียอย่างมาก ถึงเ้าตัวไม่ตอบเขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว แกรนด์จึงให้เธอขี่หลัง เอเลน่าหลับทันทีที่ขาพ้นจากพื้น เวลาล่วงเลยมาจนถึงเดินทางมาถึงที่บ้าน แกรนด์วางเธอลงที่เตียงและดึงผ้าห่มมาคลุมไว้ จากนั้นก็ออกมาจัดการกับเ้ากระทิงเขาเกลียวที่นอนแอ้งแม้งอยู่หน้าบ้าน ส่วนบ็อบได้เตรียมฟืนไฟและสถานที่ฉลองคืนนี้ เขานั้นแทบเรียกได้ว่าลืมความเหนื่อยเลยทีเดียว
แกรนด์คำนวณสัดส่วนต่างๆ ของกระทิงเขาเกลียวเรียบร้อยแล้วก็ใช้มีดที่เอเลน่าซื้อมากรีดหนังมันออกมา หัวมันจะเอาไปสตาฟติดผนังบ้าน เครื่องในเก็บไว้ให้งูน้อยทั้งสอง หนังกับกระดูกจะเก็บไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่น ถ้าตัดส่วนอื่นออกแล้วเฉพาะเนื้อน่าจะหนักถึง 2 ตันครึ่ง เพราะตัวมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออยู่แล้ว แกรนด์ปรึกษากับบ็อบว่าจะแบ่งมันออกเป็ 25 ส่วน จะเอาออกมาเฉพาะตอนที่มีการฉลองเท่านั้นซึ่งบ็อบก็ไม่ขัดข้อง ถึงแบ่งเป็ 25 ส่วนก็ไม่ใช่ครั้งละน้อยๆ อยู่ดี เมื่อสถานที่เสร็จแล้วแกรนด์เอากระทะใหญ่ออกมา เตรียมเครื่องปรุงรส ใช้เหล็กเสียบทำบาบีคิวขนาดใหญ่หลายสิบชิ้น เนื้อส่วนหนึ่งถูกตัดเป็แผ่น ชีสและขนมปังถูกจัดไว้เต็มโต๊ะ บ็อบเดินเข้าไปแบกเบียร์ออกมาสองถัง ่นี้เขาดูตื่นเต้นและอารมณ์ดีเป็พิเศษ เอเลน่าตื่นขึ้นมา่เวลานี้พอดี เธอเห็นทั้งสองจัดสถานที่อยู่อย่างขันแข็งเธอเองก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย เนื้อของกระทิงเขาเกลียวที่ถูกนวดมาอย่างหนักหน่วงจากเนื้อที่หนาแน่นด้วยมัดกล้ามเนื้อตอนนี้กลับกลายเป็เนื้อที่มีไขมันจะชั้นใต้ิัซึมลงมาแทรกเปล่งประกายเป็ลายหินอ่อน แกรนด์เอาเนื้อมาย่างในกระทะใบใหญ่และกลับข้างมันอย่างรวดเร็ว น้ำมันที่ซึมออกมาจากเนื้อในขณะย่างส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ผิวของเนื้อที่ถูกย่างเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลอ่อนเคล้ากินถ่านไฟจางๆ บ็อบกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่ แกรนด์กับเอเลน่าหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี วันนี้ทั้งสามได้ฉลองให้กับชัยชนะอีกครั้งของทีม ชัยชนะที่แลกมาด้วยชีวิต ชัยชนะแห่งความภาคภูมิที่ล้มตัวท็อปของสัตว์อสูรระดับสูงลงได้ กลิ่นสเต็ก บาบีคิว ชีสย่าง แกล้มด้วยเบียร์เป็การฉลองที่รื่นรมย์ ทั้งสามรู้สึกสนุกจนลืมตรวจสอบว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่มองพวกเขาอยู่ในมุมมืด
“คุณหนูเอเลน่าอยู่กับพวกมันจริงๆ ครับ จะให้เอายังไงดี?” เสียงชายในเงามืดใช้สร้อยคอเวทย์สื่อสารกับผู้เป็นาย