คลื่นใต้น้ำแห่งรุ่งอรุณ
ยามอิ๋น เพิ่งจะผ่านพ้นไป แสงตะวันสาดส่องเข้ามาในเรือนตระกูลเสิ่นแต่กลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มันนำพาเพียงคลื่นความร้อนระอุที่แห้งผาก และกลิ่นฝุ่นธุลีที่บ่งบอกถึงภัยแล้งอันโหดร้ายอากาศนิ่งสนิท... เงียบงัน...
เงียบจนน่าอึดอัด
ปกติในยามนี้กลิ่นหอมมันของน้ำเต้าหู้ หรือเสียงสับผักเบาๆ ของซูอันอันควรจะดังขึ้นปลุกชีวิตชีวาที่เพิ่งเริ่มก่อตัวในบ้านหลังนี้ แต่เช้านี้... ห้องครัวกลับเย็นชืดโม่หินที่เคยตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน ถูกย้ายกลับไปแล้ว เหลือเพียงรอยกดจางๆบนพื้นดินแข็ง
ราวกับว่าความหวังที่เพิ่งจุดประกายเมื่อสองวันก่อน...ได้มอดดับลงพร้อมกับการจากไปของนาง
"นางไปแล้ว! นางไปจริงๆ!"
เสียงแหลมสูงของหลิวซื่อดังแหวกความเงียบขึ้นเป็คนแรก!นางพุ่งออกมาจากห้องนอนใบหน้าตึงเครียดจนแทบจะเป็สีเขียวคล้ำดวงตาจ้องเขม็งไปยังห้องนอนของบุตรชายคนโต... ที่บัดนี้ประตูเปิดอ้า...และว่างเปล่า
"์! นางหอบผ้าหนีไปแล้ว! นางกล้าหอบหลานข้าหนีไป!"
เสิ่นซินอี้สะดุ้งตื่นรีบวิ่งออกมาจากห้อง "ท่านแม่! ท่านพี่สะใภ้... นาง...นางแค่กลับไปเยี่ยมบ้าน..."
"เยี่ยมบ้านที่ไหนเขาหอบผ้าไปแต่เช้ามืด!" หลิวซื่อตวาดลั่น
"นี่มัน...นี่มัน 'หนีตามกันในยามค่ำคืน'[1] ชัดๆ! ไม่สิ! นี่ยิ่งกว่า! นี่มัน 'หอบไข่ัหนี'!" [2]
นางกระทืบเท้าด้วยความเดือดดาลปนหวาดหวั่น...นางไม่ได้โกรธที่สะใภ้หนี... แต่นาง "ตื่นตระหนก"ที่หลานคนแรกของตระกูลเสิ่น ถูกพรากไปจากสายตา!
เสิ่นกั๋วและท่านปู่เสิ่นกังเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน"เ้าโวยวายอะไรแต่เช้า" เสิ่นกั๋วเอ่ย "เดี๋ยวนางก็กลับมาเอง"
"กลับมารึ!" หลิวซื่อหันขวับไปจิกตาสามี "ข้าบอกแล้ว!ั้แ่วันที่นางทำเต้าหู้ประหลาดนั่น นางก็เปลี่ยนไป! นางปีกกล้าขาแข็งแล้ว! ทั้งหมดนี่...เพราะเ้าใหญ่นั้น!"
ทุกสายตาพลันจับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่...ผู้ซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้านั้แ่เมื่อใดไม่มีผู้ใดรู้
เสิ่นอวี่หาน...
เขานั่งอยู่ที่นั่น...นิ่งสงบดุจผืนน้ำในบ่อลึกไร้คลื่น แผ่นหลังตั้งตรงดุจหอกทระนง แม้จะสวมเพียงอาภรณ์ผ้าป่านเก่าๆแต่รัศมีที่แผ่ออกมากลับกดดันจนทุกคนหายใจไม่ทั่วท้อง
เขาเพียงแค่นั่งลับมีดล่าสัตว์ในมือ...เสียงหินลับมีดดัง เครก... เครก... สม่ำเสมอและเยือกเย็น
"เสิ่นอวี่หาน!" หลิวซื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป นางพุ่งเข้าไปหาบุตรชายคนโต
"เ้าปล่อยให้นางไปได้อย่างไร!นั่นภรรยาเ้า! นั่นลูกของเ้า! เ้าจะนั่งโง่อยู่ตรงนี้รึ!เหตุใดไม่รีบไปลากตัวนางกลับมา!"
เครก...
เสียงลับมีดหยุดลง...
เสิ่นอวี่หานเงยหน้าขึ้นช้าๆ...วินาทีที่หลิวซื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น...นางถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มันไม่ใช่ดวงตาของบุตรชาย...มันคือดวงตาของอสูรร้าย
ความเ็า...ความเยือกเย็น... ที่นางคุ้นเคย...บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยไอสังหารที่เดือดพล่านซึ่งถูกสะกดไว้ภายใต้ความนิ่งสงบอันน่าสะพรึงกลัว
"ข้า... ปล่อยนางไปเอง"
สุ้มเสียงของเขาราบเรียบ...แต่หนักแน่นราวกับค้อนเหล็กทุบลงบนอกของทุกคน
"เ้าว่ากระไรนะ!" หลิวซื่อแทบไม่เชื่อหู
"เ้า... ปล่อยนางไป?" เสิ่นกั๋วขมวดคิ้ว"เหตุใดเล่า... หรือนาง..."
"นางปวดท้อง" เสิ่นอวี่หานกล่าวแทรก... เขาเลือกที่จะใช้"ส่วนหนึ่ง" ของความจริงที่นางอ้าง "นางอ้างว่าแพ้ท้องหนัก้าการดูแลจากมารดา"...อ้าง...อดีตจักรพรรดิเสิ่นจ้าวแค่นเสียงในใจ
นางกล้าดียังไง...นางกล้าใช้ "ลูก" มาเป็อาวุธต่อรองกับข้า! เขายังจำได้แม่นยำ...ภาพที่นางยืนเผชิญหน้าเขาเมื่อคืน ยื่นข้อเสนอหย่าขาด ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าแต่เด็ดเดี่ยว...นางใช้ตรรกะที่เยียบเย็นบีบให้เขายอมจำนน
...นางคิดว่านางชนะแล้ว...
...นางคิดว่าการกลับไปบ้านตระกูลซูคือการหลุดพ้นจากกรงขัง...
เขาแสยะยิ้มในใจ......โง่เขลา...
"ปล่อยไปแล้วจะทำเช่นไร!" หลิวซื่อยังไม่ยอมหยุด"บ้านตระกูลซูยากจนข้นแค้น จะเอาปัญญาที่ไหนมาบำรุงหลานข้า! เ้าต้องไปรับนางกลับมา!"
"ท่านแม่" เสิ่นอวี่หานลุกขึ้นยืนเต็มความสูงร่างของเขาบดบังแสงตะวันยามเช้าจนกลายเป็เงาทมึน"ข้ามีเื่ที่สำคัญกว่าต้องทำ"
"สำคัญกว่าหลานคนแรกอีกรึ!"
"ใช่" เขาตอบโดยไม่ลังเล
สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนในครอบครัวที่กำลังตื่นตระหนก...
"ภัยแล้ง... จะไม่จบลงง่ายๆ" เขากล่าว"อีกไม่นาน... จะไม่มีแม้แต่น้ำให้ดื่ม ไม่ต้องพูดถึงอาหารบำรุงครรภ์"
เขาหันไปหาน้องชายทั้งสองที่เพิ่งเดินออกมาสมทบ
"อวี่เจ๋อ อวี่หลง... การฝึกวันนี้ จะหนักกว่าเดิมเป็สองเท่า"
"ส่วนข้า... จะเข้าป่า"
"เ้าจะไปล่าสัตว์รึ" เสิ่นกั๋วถาม
"ข้าจะไป 'ดู' เส้นทาง"เสิ่นอวี่หานตอบเสียงเรียบ "เส้นทาง... ที่จะพาเราออกจากที่นี่" นั่นคือแผนการที่แท้จริงของเขา...การอพยพ
ส่วนเื่ของนาง...สตรีผู้ดื้อรั้นที่กล้าหักหน้าเขา...
เขาหันกลับไปมองทางกระท่อมตระกูลซู...
'ปล่อยนางไป...' เขากำมีดในมือแน่น '...นี่คือการ 'ปล่อยปลาลงสู่ทะเลใหญ่'[3]
นางคิดว่านางเป็อิสระ...แต่นางไม่รู้เลยว่า... ทะเลที่นางเพิ่งกระโจนลงไปนั้น... อยู่ในฝ่ามือของข้า
'พักฟื้นให้สบายเถิด...อันอัน...'
'ใช้ความลับของเ้า...ตุนเสบียงของเ้า... ให้เต็มที่'
'เพราะเมื่อถึงเวลา...ข้าจะไปทวง... ทั้ง "ภาชนะ"... และ"ของในภาชนะ"... กลับคืนมาทั้งหมด'
แผนเร่งรัด...สู่ป่าลึก
ในขณะที่เรือนตระกูลเสิ่นกำลังคุกรุ่นไปด้วยไอสังหารของเสิ่นอวี่หาน...
บรรยากาศในเรือนตระกูลซูกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงมันเต็มไปด้วยความโกลาหลที่อบอุ่น
"อันอัน! ลูกแม่... ค่อยๆ ดื่มน้ำขิงต้มนะ...มันจะช่วยให้เ้าสบายท้องขึ้น" จางซื่อประคองถ้วยยามาให้บุตรสาวด้วยตนเองใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความห่วงใย
"ท่านพี่ ข้าเอาหมอนอีกใบมาหนุนหลังให้!"ซูซินวิ่งวุ่นจัดแจงที่นอนเล็กๆ ของนางให้พี่สาวอย่างแข็งขัน
ซูอันอันรับน้ำขิงมาจิบ...นางแสร้งทำสีหน้าอ่อนเพลีย...
อุ๊บ!...
คลื่นความพะอืดพะอมที่คุ้นเคยตีรื้นขึ้นมาอีกครั้งแม้ว่าเมื่อคืนนางจะลอบเข้าไปในมิติหงส์ และดื่มน้ำทิพย์ จนช่วยยึด"ครรภ์" ที่เกือบจะหลุดลอยไป ไว้ได้สำเร็จ...แต่น้ำทิพย์เพียงช่วยรักษาอาการาเ็สาหัส... มันมิได้ลบล้างอาการ"แพ้ท้อง" ตามธรรมชาติของร่างกายนี้ไปเสียทั้งหมด
นางรีบยกมือกุมปากก้าวพรวดเดียวออกจากห้องนอนเล็กๆ นั้น... ไม่ใช่ไปทางลานหน้าบ้าน...แต่เป็ดงไผ่ครึ้มหลังเรือน ที่ลับตาคน...
"โอ้ก... อ้วก..."
มีเพียงเสียงอาเจียนลมดังออกมาเบาๆเพราะในท้องนางแทบไม่มีสิ่งใดตกถึง...
นางยืนพิงต้นไผ่หอบหายใจ... เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนหน้าผาก
...ข้าจะมาป่วยไม่ได้...
นางคิดอย่างดื้อรั้นขณะเช็ดมุมปาก...ข้าไม่มีเวลามาอ่อนแอ... ข้าต้องเร่งหาเงิน!
นางรู้สึกผิดอย่างยิ่งที่...ต้องหลอกลวงครอบครัวที่รักนางสุดหัวใจ...แต่
"คำโกหกสีขาว"นี้ คือเกราะป้องกันเดียวที่นางมี มันทำให้นางได้ "อิสระ" ชั่วคราวเพื่อเตรียมการรับมือกับหายนะที่แท้จริง
เมื่อกลับเข้ามาในเรือนด้วยสีหน้าที่"ปรุงแต่ง" ให้ดูดีขึ้นเล็กน้อย นางก็เรียกประชุมแผนการเร่งด่วนทันที
"พี่รอง ซูซิน... พวกเ้าอยากหาเงินหรือไม่"
ซูฉีที่ยังคงหงุดหงิดจากการที่น้องสาวไม่ยอมปริปากด่าสามี กอดอกแค่นเสียง "หาเงิน? หาอย่างไร?ไปขุดรากไม้แห้งๆ น่ะรึ? หรือจะให้ข้าไปบุกปล้นบ้านตระกูลเสิ่นมัน!"
"อาฉี!" จางซื่อดุเสียงเบา
"ใจเย็นก่อนพี่รอง" ซูอันอันยิ้มบางๆ "ข้าไม่ได้ให้ท่านไปปล้น...ข้าจะให้ท่าน... 'สาน'"
นางหยิบเถาวัลย์ป่าเส้นเล็กๆที่เหนียวเป็พิเศษซึ่งนางแอบเก็บไว้ใต้เตียงออกมา"รองเท้าฟางที่พวกเราใส่... มันกัดเท้า และขาดง่ายเหลือเกินข้ารู้วิธีสานแบบใหม่"
นางเริ่มสาธิต"การถักปม" ที่นางออกแบบขึ้น...มันคือการประยุกต์ความรู้ด้านวิศวกรรมการกระจายน้ำหนัก เข้ากับการถักเชือกแบบโบราณ
"ดูนะ... ปมนี้ข้าเรียกว่า 'ปมใยแมงมุม' มันจะช่วยยึดพื้นรองเท้าให้แน่น และกระจายน้ำหนักฝีเท้า...ทำให้มันทนทานกว่ารองเท้าฟางสิบเท่า! และเราจะเอาเศษผ้าเก่าๆ มาบุรองพื้น...มันจะไม่กัดเท้าอีกต่อไป"
ซูซินมองตามอย่างตื่นตาตื่นใจ"โห... ท่านพี่... ท่านช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก! ปมนี้งดงามจริงๆ!"
แต่ซูอันอันรู้ดี...รองเท้าอย่างเดียวไม่พอ มันช้าเกินไป
...ในโลกเก่า...งาน DIY คือของฟุ่มเฟือย... แต่ในยุคนี้... มันคือ 'เทคโนโลยี' ที่ขาดแคลน...
"พี่รอง" นางหันไปหาพี่ชาย "ท่านชำนาญป่าบนเขานักนอกจากเถาวัลย์แล้ว... บนเขายังมีไม้อะไรอีกบ้าง... ไม้เนื้อดี...หรือไม้ไผ่ลำสวยๆ"
"มีสิ" ซูฉีตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก "ไม้ตระกูลหวางฮวาหลี (ไม้มะเกลือ) ก็มี... ไม้จื่อถาน (ไม้จันทน์แดง)ก็พอหาได้... แต่ใครเขาจะซื้อไม้ท่อน"
ดวงตาของซูอันอันพลันเป็ประกาย!เขาเห็นไม้ท่อน... แต่ข้าเห็นผลิตภัณฑ์!
นางผุดลุกขึ้นทันที!
"ไปกัน ข้าจะไปดูไม้!"
"ไม่ได้!!"
เสียงคัดค้านดังขึ้นพร้อมกันทั้งบ้าน!จางซื่อ ซูเจิ้ง และซูฉี ต่างมองนางเป็ตาเดียว
"เ้าบ้าไปแล้วรึ!" ซูเจิ้งกล่าวเสียงเข้ม"เ้าเพิ่งบอกว่าปวดท้องแทบตายเมื่อคืน! บัดนี้จะลากสังขารขึ้นเขารึ!"
"อันตรายเกินไป!" ซูฉีเสริม "บนเขามีแต่งูเงี้ยวเขี้ยวขอ!อากาศก็ร้อน!"
"ข้าต้องไปเ้าค่ะ!" ซูอันอันยืนกราน... นางใช้ไพ่ตายใบเดิม
นางกุมท้องน้อย...ทำสีหน้าเ็ปเล็กน้อย "ข้าต้องไป... ข้าต้องไปหา 'สมุนไพร'บางอย่างที่ข้าเคยเห็นบนนั้น... มันช่วยบำรุงครรภ์ได้... ข้าจะให้พี่รองพาไป...ข้าแค่อยากไปดูไม้พวกนั้นด้วยตาตัวเอง!"
นางหันไปหาซูฉี"ท่านมีฝีมือในการใช้มีด... หากข้ามีแบบให้... ท่านแกะสลักของเล็กๆ น้อยๆได้หรือไม่"
"เพียงแค่แบบรึ?" ซูฉีเริ่มสนใจ"ข้าทำกับดักสัตว์ซับซ้อนกว่านั้นยังได้!"
"ยอดเยี่ยม!" ซูอันอันยิ้มกว้าง "เช่นนั้น...รองเท้าคือแผนหนึ่ง... แผนสองคืองานไม้! 'ม้าไม้กลไก''ตัวต่อไม้' สำหรับเด็กๆ หรือ 'โต๊ะน้ำชา' พับได้สำหรับบัณฑิต!พวกนี้คือเงินทั้งนั้น!"
นี่คือการ‘ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน’ [4]...นางต้องเร่งรัดการผลิตให้เร็วที่สุด!
"แล้ว... แล้วเราจะขายที่ไหน" ซูซินถามอย่างตื่นเต้น
"ตลาดในเมือง" ซูอันอันตอบ
"ข้าเคยไปกับท่านพ่อ!" ซูฉีกล่าว "มันวุ่นวายจะตาย..."
"ข้าจะไปด้วย" ซูอันอันประกาศ
"ไม่ได้!" ซูเจิ้งคัดค้านอีกครั้ง
"ข้าต้องไปเ้าค่ะ!" นางยืนกราน"ข้าต้องไปหาซื้อสมุนไพรบำรุงครรภ์ที่หมอในเมืองเคยบอกไว้... และ..."
นางเงยหน้าขึ้น...สบตาทุกคนด้วยแววตาที่จริงจัง
"ข้าคือคนที่รู้ 'มูลค่า' ของสินค้าเหล่านี้ดีที่สุด...ข้าต้องไป"
นางไม่เคยไปตลาดในยุคนี้...นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหน้าตาเป็อย่างไร...แต่นางต้องไป... ไม่ใช่แค่เพื่อขายของ...แต่นางต้องไป "สำรวจ"
นางต้องรู้...สภาพความเป็อยู่ในยุคสมัยโบราณนี้ มันเลวร้ายถึงขั้นไหนแล้ว?
ราคาข้าวสาร...ราคาเกลือ... สถานการณ์ภายนอกที่แท้จริงเป็อย่างไร...
นางมองตรงไปยังทิศตะวันออก...ทิศที่ตั้งของตัวเมือง......นั่นคือสมรภูมิแรกของข้า... สมรภูมิ... ที่ข้าต้องชนะ...
[1] หนีตามกันในยามค่ำคืน:ความหมาย เป็คำที่รุนแรงในยุคโบราณมักใช้กับการที่สตรีหนีตามบุรุษชู้รักไปในยามวิกาลถือเป็เื่เสื่อมเสียเกียรติอย่างที่สุด
[2]หอบไข่ัหนี: ความหมายเป็สำนวนที่อุปโลกน์ขึ้นเพื่อสะท้อนความคิดของหลิวซื่อ "ไข่ั"หมายถึง ทายาทผู้สืบยอด (หลานชาย) ที่ล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใดการที่ซูอันอันไปจึงเปรียบเหมือนการขโมยสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของตระกูลไป
[3]ปล่อยปลาลงสู่ทะเลใหญ่ ความหมาย คล้ายกับสำนวนไทย"ปล่อยเสือเข้าป่า" แต่ในบริบทนี้ เสิ่นอวี่หานมองว่าเขาจงใจปล่อยนางไปเพื่อให้นางได้แสดงความสามารถ (การใช้มิติ) อย่างเต็มที่ในที่ลับตาเขาก่อนที่เขาจะไปรวบผลประโยชน์ทั้งหมดทีเดียว
[4] ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน: หมายถึงการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในจังหวะและเวลาที่เหมาะสมทันที, ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป