[New Life] อิสระของชีวิต

    [7] ความจริง

    [7] ความจริง
    เซ็ทตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวัน อาการปวดกล้ามเนื้อเกิดขึ้นจริงตามที่คิดไว้ แต่ก็ไม่ได้หนักเท่าที่คิดในตอนแรก นั่นก็เพราะก่อนจะนอนทั้งยืดเส้นทั้งนวดไปแล้ว อาการปวดเลยไม่หนักหนามาก{อรุณสวัสดิ์เซ็ท}“...อรุณสวัสดิ์...โร”เซ็ทบิดร่างกายไปมาไล่ความง่วงงุน มองนาฬิกาก่อนเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน หกโมงเช้าถือว่ายังเช้าอยู่มาก ถึงร่างนี้จะเพลียจนขี้เกียจ หรือขี้เกียจตื่นเช้าเป็นนิสัยติดตัว แต่วิญญาณของเซ็ทนั้นไม่ยอมให้ทำแบบนั้น เวลาหกโมงเช้าถือว่าเป็นเวลาตื่นปกติธรรมดาของเซ็ท แม้ว่าวันนั้นจะไม่มีภารกิจอะไรให้ทำก็ตาม{เลยเวลาตื่นนอนปกติของคุณมาสองนาที ถึงอยู่ร่างใหม่แล้วก็ไม่ควรมีนิสัยขี้เกียจตามเจ้าของร่างเก่านะเซ็ท}“ไม่ได้ขี้เกียจ แค่ร่างกายนี้มันอ่อนแอ ออกแรงนิดหน่อยก็เพลียหลับยาว”{นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่มีแวบหนึ่งที่คุณรู้สึกอยากนอนต่อใช่มั้ยล่ะ แถมยังลุกช้ากว่าปกติตั้งสามสิบวิ นั่นแหละที่เรียกว่าขี้เกียจ คุณคนขี้เกียจ}ฟังโรพูดอย่างนั้นเซ็ทจึงคิดตาม ปกติแล้วเขาถูกตั้งโปรแกรมให้ต้องขยันตลอดเวลา เรื่องความรู้สึกพื้นฐานของมนุษย์ถูกตัดทิ้งทั้งหมดเพราะไม่จำเป็น เขาจึงไม่รู้หรอกว่าคำว่าขี้เกียจเป็นยังไง แต่ถ้าโรพูดแบบนั้น...“งั้นก็คงจะอย่างนั้น ฉันดูเป็นมนุษย์มากขึ้นอย่างที่นายว่านั่นแหละ...โอยง่วง”เซ็ทหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าแล้วเดินหาวออกจากห้องน้ำโดยไม่ได้สนใจภาพลักษณ์นัก แล้วกลิ่นหอมของอาหารก็พลันลอยมาเตะจมูก“อ้าวเซ็ท ตื่นแล้วเหรอ ตื่นเช้าตลอดเลย นี่พ่อไปตลาดมาเลยมาทำกับข้าวให้กิน ดีนะทำทัน แต่นแต๊น กระเพราหมูสับ ไข่ดาว ของโปรดลูก มีผัดผักแล้วก็ต้มจืดอีกสองอย่างกันขาดสารอาหารเนอะ”เห็นฝรั่งตัวโตเหมือนหมาพันธ์ใหญ่ยืนยิ้มตาเป็นประกายผายมือไปทางจานกับข้าวที่ส่งกลิ่นหอมๆ ด้วยท่าทางภูมิใจสุดชีวิตแล้วก็อยากจะหัวเราะ แต่พอกวาดตามองไปรอบๆ ก็รู้สึกตงิดๆ จนหัวเราะไม่ออก“...อดัม แล้วข้าวล่ะ”“อ๊า! ลืมหุงข้าวนี่นา พระเจ้าช่วยๆๆ”อดัมกุลีกุจอเดินไปหาหม้อหุงข้าวที่ซุกอยู่ในตู้ แต่พอหยิบออกมาปุ๊บฝาหม้อหุงข้าวที่ไม่ได้ใช้นานก็แยกออกเป็นสองส่วน หล่นกระทบพื้นดังตุ้บ ริมฝีปากอ้าๆ หุบๆ อยู่พักนึงก่อนจะแผดเสียง“โอ้วม่ายยยย!”เซ็ทหัวเราะฝืดๆ แล้วเดินไปตบแปะๆ ที่ไหล่หนาของคนที่ทรุดตัวนั่งห่อเหี่ยวไปแล้ว“ออกไปวิ่งด้วยกันแล้วค่อยซื้อข้าวเปล่าเข้าบ้านมั้ยอดัม เรื่องหม้อก็ไว้ค่อยซื้อใหม่วันหลัง ไม่ก็ค่อยสั่งผ่านเน็ตเอา”“เซ็ทจะไปวิ่งเหรอ?”“อ่าหะ ร่างกายมันเปลี้ยๆ ก็เลยว่าจะไปออกกำลังซักหน่อย”“ได้ๆ พ่อไปด้วย รอพ่อแปปนะ”แล้วอดัมก็สลัดท่าทีเศร้าสลดวิ่งกลับไปหารองเท้ากับเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เหมาะกับการออกไปวิ่ง ‘วิ่งในวันที่อากาศดีๆ วิ่งพร้อมกับลูกชาย’ อดัมอารมณ์ดีจนพูดฮัมเป็นทำนองเพลงดังลั่นวนไปวนมาทั่วบ้าน ส่วนอาหารที่พยายามตื่นมาทำแต่เช้าก็ถูกลืมไปเสียสนิทท่าทางลั้ลลาเกินพิกัดของอดัมนั้น ทำเอาเซ็ทรู้สึกปวดประสาทจนต้องกุมขมับ{ก็ทำให้บรรยากาศสดใสดีนะเซ็ท} “...น่ารำคาญสิไม่ว่า”{นั่นก็ทำให้คุณดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นนะ ยินดีด้วย}เสียงที่ดูจะสดใสกว่าปกติของโร ทำให้เซ็ทต้องถอนหายใจอย่างปลงตกแบบแอบๆ ถ้าเป็นมนุษย์แล้วต้องรู้สึกรำคาญบ่อยขนาดนี้ ก็ให้เขาเป็นสิ่งประดิษฐ์ไร้ความรู้สึกแบบเมื่อก่อนเถอะ...ชีวิตใหม่ที่เขาได้รับ แท้จริงแล้วจะเป็นคำอวยพรหรือคำสาปกันนะ...


    ...ย้อนกลับไปตอนกลางดึก... ก่อนที่เซ็ทจะไปนั่งวิเคราะห์กระดานหุ้นร่วมกับอดัม สองขาพาร่างสูงเดินมานั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์ที่พึ่งรันโปรแกรมทั้งหมดเสร็จสิ้น สองตากวาดมองหน้าต่างมากมายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า“ข้อมูลโดยสรุปล่ะโร”{สิ่งที่คุณคิด...มันถูกแต่ก็ผิด}“หมายความว่าไง?”{กองทัพที่มีอำนาจเป็นหนึ่งไม่มีสองล่มสลายไปแล้ว}เซ็ทขมวดคิ้วยามรับฟังประโยคสั้นๆ นั้น เขากวาดตาอ่านข้อมูลแบบละเอียดไปทีละเว็บไซต์ที่โรรวบรวมมา ในขณะเดียวกันสมองก็รับฟังข้อมูลที่โรกลั่นกรองเรียบร้อยแล้วไปพร้อมๆ กัน{โลกใบนี้มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพอย่างที่คุณคิดไว้ แต่ว่าการที่คุณมีชีวิตใหม่ในร่างของเด็กคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่กองทัพตั้งใจทำให้มันเกิด กรณีของคุณเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่หาเบื้องหลังไม่ได้ หรือถ้าจะมีคงต้องอ้างอิงจากไลท์โนเวลทั้งหลายก็คือพระเจ้าเป็นผู้ทำให้คุณได้ชีวิตที่สอง}“ถ้ากองทัพไม่มีเอี่ยวกับเรื่องฉันจริงๆ ก็ปล่อยไปก่อน ตอนนี้ที่ฉันสงสัยคือข้อมูลนี่” เซ็ทชี้นิ้วไปที่หน้าต่างหน้าหนึ่ง คิ้วขมวดเป็นปมเสียงทุ้มกดต่ำอย่างเห็นได้ชัด “นอกเหนือจากตรงส่วนนี้เป็นข้อมูลเก่าที่เข้าถึงได้กับข้อมูลลับที่ไม่ต้องเจาะผ่านระบบหลัก ฉันเคยเห็นผ่านตาอยู่ดังนั้นมันเป็นของจริง แต่ตรงนี้มันหมายความว่ายังไง...”{ก็ตามที่คุณได้อ่าน}“โร...” เสียงเซ็ทกดต่ำด้วยความหงุดหงิดข้อมูลวงในเรื่องการวิจัยพัฒนาอาวุธมีชีวิตที่จะจงรักภักดีต่อกองทัพตลอดไป ข้อมูลสถิติเชิงตัวเลขถึงจำนวนเด็กที่ถูกกองทัพรับซื้อ อัตราจำนวนเด็กที่ตายในแต่ละช่วงของการทดลอง ความโหดเหี้ยมของกองทัพในการกำจัดผู้ต่อต้าน ข้อมูลพวกนั้นแม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ...และมันถูกเผยแพร่ออกไปในชื่อของคนที่เซ็ทรู้จักดี รวมถึงเผยแพร่ด้วยภาษาที่ใช้มันเป็นภาษาของชีวิตก่อนที่คนในโลกนี้ไม่น่าจะเข้าใจ แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดคือเวลาเผยแพร่...{ผู้บันทึกคือหน่วยเก็บข้อมูลที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำนั้นของกองทัพ และเนื้อหาทั้งหมดถูกส่งต่อไปยังสาธารณชนด้วยฝีมือพันตรีซาร์ฟ แม้กองทัพจะพยายามปกปิดมันทันทีที่รู้ข่าว แต่มันก็กระจายเป็นวงกว้างสร้างความเสื่อมเสียมหาศาล กว่ากองทัพจะสร้างรากฐานความเชื่อมั่นของประชาชนให้ตัวเองได้อีกครั้งก็ใช้เวลาพอดู ตรวจสอบแล้วว่าเป็นความจริง กว่าจะกู้จากเซิร์ฟเวอร์มาได้ครบต้องใช้เวลาพอควร}“แล้วผลกระทบต่อตัวพันตรีล่ะ” เซ็ทถามด้วยความเป็นห่วงโดยไม่รู้ตัว แม้ความจริงเขาจะรู้ดีว่าต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น{โดนไล่ล่าสังหาร นั่นเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณรู้ดี มีบันทึกว่าพันตรีเสียชีวิตหลักจากเรื่องเริ่มเงียบลงได้สามวัน}เซ็ทนิ่งไป ความรู้สึกอึดอัดแน่นอยู่ในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถรู้สึกเสียใจกับการจากไปของใครซักคนได้ขนาดนี้ เขาเก็บอาการทำหน้าเย็นชาเหมือนปกติก่อนจะพูดขึ้น “...ตัวพันตรีไม่สำคัญเท่าเวลาในบันทึก เกือบสามพันปีที่แล้ว ถูกต้องแน่นะ?”วันเดือนปีที่ถูกบันทึก เมื่อเทียบกับนาฬิกาของเซิร์ฟเวอร์ที่ยังใช้งานอยู่ คือจากตอนนั้นผ่านมาหลายพันปีแล้ว{ของจริงเซ็ท ผมเองก็ตกใจไม่ต่างจากคุณ แต่ในเมื่อเรื่องที่คุณเกิดใหม่พร้อมมีผมติดมาด้วยยังเป็นไปได้ ทำไมเรื่องที่เวลาผ่านมานับพันๆ ปีจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ}“...นั่นก็ใช่”{อ้างอิงจากประวัติศาสตร์จากหลายๆ แหล่ง รวมถึงการเจาะเข้าระบบของกองทัพทั้งหมดที่แทรกแทรงได้ จากการตรวจสอบระบบของกองทัพนอกเหนือจากเซิร์ฟเวอร์หลักที่เหมือนจะถูกคนนำไปใช้งานต่อแบบผิดๆ จนระบบนอกเหนือจากกล่องแพนโดร่าสามารถถูกเจาะหาข้อมูลได้ง่ายขึ้นสิบเท่า เซิร์ฟเวอร์รองนอกนั้นหยุดทำงานไปทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตามทั้งหมดคือเรื่องจริง ที่นี่คือกว่าสามพันปีต่อมา}“...”{ขอย้ำนี่คือเรื่องจริงเซ็ท โลกในปัจจุบันคือโลกเดิมของคุณ เพียงแต่ผ่านมานานมากๆ รวมทั้งวิทยาการทั้งหลายที่คุณรู้จักล้วนถูกทำลายจากภัยพิบัติวันสิ้นโลก}“ภัยพิบัติอะไร?”โลกในชีวิตก่อนของเซ็ทวิทยาการครบครันมาก ความปลอดภัยถือว่าอยู่ในจุดที่สูงที่สุด จนไม่น่าจะมีอะไรมาทำลายมันไปได้ง่ายๆ{นี่คือบันทึกจากกลุ่มมนุษย์ที่เหลือรอดในครั้งนั้นเป็นผู้ทิ้งไว้ ภายหลังข้อมูลนี่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างหนังวันสิ้นโลกหลายเรื่อง จนมวลมนุษย์ส่วนมากคิดว่าประวัติศาสตร์ดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องแต่ง มีกระทั่งพวกที่เชื่อว่าจารึกดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเอง}หน้าต่างบานใหม่เด้งขึ้นมาตรงหน้า เป็นภาพศิลาจารึกของวันที่โลกถูกทำลาย ข้อความยาวเหยียดถูกบันทึกไว้บนแผ่นหินด้วยตัวอักษรทั่วไปที่ไม่ได้ต่างไปจากที่ใช้ในปัจจุบันนัก และบางส่วนก็มีทั้งเหมือนเป๊ะไม่ก็แค่คล้ายๆ กับภาษาเก่าของเซ็ทในชีวิตก่อน ...แผ่นหินนั้นปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธพันธ์แห่งชาติของฝรั่งเศษ...ที่ถูกเขียนเป็นภาษาทั่วไปคือเล่าเรื่องภัยธรรมชาติต่างๆ นาๆ ที่ทำให้โลกล่มสลาย อ่านได้ความคร่าวๆ ว่าช่วงเวลาล่มสลายนั่นจะกินเวลาไม่กี่วัน แต่มนุษย์ชาติเหมือนต้องเริ่มต้นยุคหินใหม่อีกครั้ง ยังดีที่ความรู้ที่ติดตัวมาสามารถช่วยให้มนุษย์ที่เหลือรอดตั้งตัวได้อีกครั้ง แม้จะค่อยเป็นค่อยไปไม่ต่างจากเริ่มต้นยุคหินใหม่ก็ตาม “รูปแบบนี่มัน...?”{คิดว่าเป็นพวกระดับล่างบันทึกไว้}ในส่วนภาษาของกองทัพแบบชีวิตเก่าของเซ็ท จะเขียนเล่าถึงวิทยาการครั้งเก่าที่ถูกทำลายเสียส่วนใหญ่ มีแม้กระทั่งแบบแปลนการสร้างสิ่งของต่างๆ หรือการบันทึกรูปแบบสูตรการสร้างสารเคมีที่บางส่วนแตกหักจนสูตรดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ได้ จากนั้นภาษาสองแบบก็ถูกใช้สลับไปสลับมาด้วยลายมือที่ต่างกันไป เสมือนมีบุคคลมากมายช่วยกันสลักไว้ จนหินก้อนยักษ์เต็มไปด้วยตัวอักษรอัดแน่นทั้งหน้าหลังมีสรุปใจความว่าแม้กระทั่งตอนนี้นักวิชาการทั้งหลายก็ยังถกเถียงกันไม่เลิกว่า ข้อความทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งขึ้นกันแน่ เพราะอักษรบางส่วน นักโบราณคดี นักอักษรศาสตร์ ก็ไม่สามารถถอดความได้ทั้งหมด ต่างจากเซ็ทที่แค่กวาดตาอ่าน ก็อ่านรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว{ข้อมูลนั่นได้จากฐานข้อมูลของกรมวัตถุโบราณของฝรั่งเศษโดยตรง ข้อสันนิษฐานยังคงถูกเพิ่มลงในเซิร์ฟเวอร์อย่างต่อเนื่องไม่ใช่ข้อมูลปลอม}“นี่สินะ เหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างในโลกถดถอย”{เจาะกล้องวงจรปิดยืนยันแล้วว่าจารึกนี่มีอยู่จริง และจากข้อมูลหลายๆ อย่างที่รวบรวมมา แผนที่ภูมิศาสตร์เปรียบเทียบความแตกต่างแล้ว ความเหมือนและที่ไม่เหมือนทุกอย่างยังมีความคล้ายคลึงภูมิศาสตร์เก่า เพียงแต่สลับที่สลับทางไปบ้าง รวมทั้งภูมิประเทศแตกต่างไปในบางที่ ทว่าข้อมูลทั้งหมดสามารถยืนยันได้ว่าถูกต้อง 100%}เซ็ทมองภาพแผนที่โลกที่ถูกจับซ้อน จับแยก เดี๋ยวเปรียบเทียบ เดี๋ยวซูมเข้า เดี๋ยวซูมออก จนต้องบอกให้โรหยุด เขาไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่พวกไม่ยอมรับความจริง“แล้วเซิร์ฟเวอร์กองทัพที่ถูกคนนำไปใช้ล่ะ”{เป็นการค้นพบโดยบังเอิญเนื่องจากผลกระทบของภัยพิบัติทำให้หลายๆ ส่วนโดยเฉพาะระบบสนับสนุนถูกทำลายไปมาก พวกเขาถึงสามารถใช้งานระบบบางส่วนของเซิร์ฟเวอร์หลักได้ และนั่นทำให้ปัจจุบันกลุ่มคนที่พบตั้งตัวเป็นจักรพรรดิแห่งวงการเน็ตเวิร์คที่ไม่มีบริษัทไหนล้มได้}เซ็ทพยักหน้ารับรู้ ตอนเขาหาข้อมูลก็เก็บข้อมูลบริษัทดังกล่าวมาบ้าง ก็ว่าอยู่ว่าที่ข้อมูลบริษัทนั่นดูมีเซิร์ฟเวอร์ป้องกันแน่นหนากว่าบริษัทไหนๆ แต่พอรู้พวกนั้นว่าใช้ตัวระบบบางส่วนของของกองทัพแล้วยังทำได้แค่นั้น ก็คงต้องเรียกว่า......ห่วยแตก“ในเมื่อเซิร์ฟเวอร์หลักถูกเอาไปใช้แต่ไม่มีพวกกองทัพออกมาจัดการก็เป็นไปได้ว่า พวกระดับสูงพวกนั้นคงตายไปพร้อมภัยพิบัติในครั้งนั้นกันหมด ต่อให้เหลือพวกระดับล่างอยู่บ้างแต่ก็ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้”{เป็นไปได้มาก ปัจจุบันการทำงานของตัวเซิร์ฟเวอร์หลักอยู่ที่ 2% คนใช้งานเป็นพวกที่ควบคุมระบบไม่เป็นแน่ๆ}เขาฟังแล้วพยักหน้ารับอีกครั้ง คิดในใจว่านั่นไง มีของดีอยู่ในมือแต่ดันใช้ไม่เป็นก็แบบนี้“กล่องแพนโดร่าล่ะ?”เซ็ทถามด้วยเสียงที่เคร่งขรึมลง โรเองก็รู้ถึงระดับความสำคัญอย่างดี{กล่องแพนโดร่ายังอยู่ดี พวกเขาไม่มีทางเปิดกล่องนั่นได้แน่ๆ ดีไม่ดีก็ไม่มีทางสังเกตเห็นถึงการมีอยู่ของกล่องแพนโดร่า คุณไม่ต้องกังวลไปเซ็ท}ความกังวลจางหายไปเมื่อโรยืนยัน แต่จริงๆ เซ็ทก็ไม่คิดว่าคนที่ใช่ระบบได้ห่วยแตกสุดๆ จะหากล่องแพนโดร่าเจออยู่แล้ว นอกเสียจากว่าบังเอิญ ซึ่งในความเป็นจริงเรื่องบังเอิญก็ชอบเกิดขึ้นบ่อยๆ เสียด้วยจากนั้นเซ็ทก็เงียบไปพักใหญ่แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเหมือนกับกำลังระบายความทุกข์ในใจ“ตราบใดที่ชีวิตนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกองทัพ จะทำอะไรได้ ทุกอย่างง่ายดายขึ้นมา แต่ฉันควรทำอะไรล่ะ ไม่มีใครมาออกคำสั่งให้ฉันทำภารกิจแล้วนี่ ...ตอนนี้ฉันรู้สึกเคว้งคว้างมากๆ เลยล่ะ โร”เซ็ทที่เหมือนจะยิ้มและเหมือนจะเศร้าเงยหน้าขึ้นยกมือขึ้นปิดบังดวงตา เหมือนระบบความคิดที่เคยทำงานได้เป็นอย่างดีมาตลอดเริ่มมีคลื่นรบกวน เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้เขายังมีเป้าหมายในการหาที่มาของชีวิตที่สอง แม้จะไม่ได้อยู่ในร่างเดิมก็เชื่อมั่นมาตลอดว่าตนเองกลายเป็นหมากของกองทัพอีกครั้ง พออยู่ๆ ก็ได้รู้ว่าชีวิตนี้ไม่มีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลังก็พลันรู้สึกเหมือนพื้นดินที่ยืนอยู่มันหายไป...เชือกที่คอยเชิดหุ่นกระบอกอย่างเขาขาดไปหมดแล้ว เขาก็เป็นเสมือนหุ่นถูกทิ้งที่ไม่อาจขยับได้อีก...{เซ็ท คุณเป็นมนุษย์ ไม่ใช่อาวุธมีชีวิตและไม่ใช่หุ่นที่ถูกใครเชิด}“...แต่ชาติที่แล้วฉันมีชีวิตด้วยการถูกเชิดโร จากคำสั่ง จากภารกิจ ...จากกองทัพ”{เซ็ท ตั้งสติ แล้วเงยหน้าขึ้นมาซะ}“โร...ฉันเป็นอาวุธนะ”เขาคือตัวตนที่มีชีวิตอยู่เพื่อทำตามคำสั่งของกองทัพ หากกองทัพต้องการให้ตายเขาก็ไม่คิดหนีและไม่เคยกลัว ด้วยระบบความรู้สึกทุกอย่างหายไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง ความรู้สึกที่เขาลืมไปแล้ว มันทำให้เขาทั้งดีใจทั้งอึดอัดกับความคิดที่จู่ๆ ก็ตีวนกันไปหมด{งั้นตั้งเป้าหมายยึดเซิร์ฟเวอร์หลักมาใช้เป็นร่างใหม่ให้ผม เป็นภารกิจใหม่ในชีวิตซะดีมั้ยล่ะ เซ็ท}“หึ ถึงจะยึดได้เพราะไม่มีคนคอยควบคุมระบบแล้ว แต่การจะยึดมันได้จริงๆ เราต้องยึดกล่องแพนโดร่านะโร นายก็รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น”{รู้สิ แต่เป้าหมายยิ่งสำเร็จยากก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ คุณจะได้มีแรงฮึดไปต่อได้เรื่อยๆ ไง}...หลังจากนี้คือเขาต้องเดินไปด้วยตัวเอง... การไร้ซึ่งคำสั่งให้เดินหน้าถอยหลัง ก็เหมือนเขาต้องลองเสี่ยงเดินไปในความมืด ไม่รู้ว่าข้างหน้าคืออะไร หากมีอะไรผิดพลาดก็ไม่มีใครตามเก็บกวาดให้ ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสิ่งที่ต้องเผชิญในแต่ละวันจะเป็นยังไง แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเดินหน้าต่อไป{คุณที่มีชีวิตอยู่ด้วยคำสั่ง เป็นอาวุธดัดแปลงที่แข็งแกร่งที่สุดของกองทัพ พอมามีอิสระแบบนี้ก็ต้องปรับตัวกันหน่อยนั่นแหละ แต่ถึงยังไงคุณก็เป็นมนุษย์ ดังนั้นคุณจะสามารถมีชีวิตแบบมนุษย์ธรรมดาๆ ได้ มั่นใจในตัวเองสิเซ็ท นี่คืออิสระที่คุณแสวงหายังไงล่ะ}“ฉันเคยแสวงหาอิสระ ฉันแสวงหามัน...นายเคยพูดมันแล้ว แต่ทำไมฉันจำไม่ได้ว่าฉันต้องการมันล่ะโร?”ดวงตาคมหรี่ลง เหมือนม่านหมอกที่ไม่เคยสังเกตเห็นได้คืบคลานเข้ามาใกล้ อะไรบางอย่างที่น่าจะสำคัญมากๆ น่าจะอยู่ภายในนั้น แต่เขาไม่สามารถไขว่คว้ามันมาได้...อะไรซักอย่างที่ไม่มีวันจับมันไว้ได้อีกแล้ว...{ไม่สามารถตอบได้ ข้อมูลดังกล่าวถูกล็อกไม่ให้คุณรับรู้}เซ็ทรู้สึกโกรธกับคำตอบ มันเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกโกรธมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเพราะมันอาจจะเป็นครั้งแรกที่เขาได้โกรธ จิตสังหารของการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วนในชีวิตก่อนถึงได้ทะลักออกมาเล็กน้อย ถูกแล้วแค่เล็กน้อย เพราะสิ่งที่เขาโกรธคือโร โรที่อยู่กับเขามาทั้งชีวิต “ตอบมาเดี๋ยวนี้โร ไม่มีกองทัพคอยควบคุมอีกต่อไป ฉันต้องการคำตอบ เดี๋ยวนี้!”{ตอบไม่ได้เซ็ท คุณจะได้คำตอบก็ต่อเมื่อคุณหาคำตอบได้เอง}“...โร”{นั่นเป็นสิ่งที่คุณ ‘เคย’ ต้องการด้วยตัวเองเซ็ท}อดัมวิ่งมาหน้าห้องเพราะได้ยินเสียงตะโกนเหมือนกำลังโมโหของลูกชาย เขารู้สึกอึดอัดกับการยืนอยู่หน้าห้องของเซ็ทเหมือนมีอะไรบางอย่างกดทับร่างกายเขาไว้ มันทำให้เขาอยากวิ่งหนีแต่ก็รู้สึกเหมือนไม่สามารถวิ่งได้ แต่เขาก็ข่มความกลัวยกมือขึ้นเคาะประตูด้วยรู้สึกเป็นห่วงลูกชายที่อยู่ข้างในมากกว่า“เซ็ท มีอะไรรึเปล่า นี่ เซ็ทว่างมั้ย ถ้าว่างมานั่งดูตลาดหุ้นกับพ่อหน่อยสิ ไม่ได้เล่นนานพ่อลืมหมดแล้ว”ถึงแม้ว่าร่างกายจะมีเหงื่อไหลตามสัฐชาติญาณ แต่อดัมก็พยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ“ได้ ถึงฉันจะจำไม่ได้แต่ถ้านั่นคือตัวฉันเองที่เป็นคนกำหนด คำตอบที่ว่าไว้ฉันจะหามันเองก็ได้”{ขอบคุณ ผมไม่สามารถรับฟังคำสั่งที่ย้อนแย้งได้ ดีที่คุณยังจำได้}เซ็ทส่งเสียงเหอะในลำคอ ระบบของโรมีหรือที่เขาจะจำไม่ได้ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปหาอดัมที่ยังคงเคาะประตูชักชวนไม่หยุดด้วยทีท่าปกติ เสมือนไม่เคยตะโกนออกมาด้วยความโกรธมาก่อน“มีอะไรรึเปล่าอดัม?”“พ่อเห็นว่าลูกยังไม่นอนเลยจะมาขอให้ช่วยสอนเล่นหุ้นใหม่หน่อย พ่อลืมหมดแล้ว แฮะๆ”“เดี๋ยวผมตามไป”เซ็ทพยักหน้ารับตอบตกลง ชี้นิ้วบอกให้อดัมเดินไปก่อน ซึ่งอดัมก็ยิ้มแย้มแล้วเดินนำออกไปก่อนด้วยเสียงสดใสร่าเริงมากกว่าเดิม“งั้นพ่อจะรอน้า”{อดีตก็คืออดีตเซ็ท แต่ตอนนี้คือปัจุบัน ถ้าการที่คุณไม่มีเป้าหมายหรือการที่ไม่ได้รับคำสั่งทำให้คุณเลือกทางเดินชีวิตยาก คุณก็หาเป้าหมายชีวิตในอนาคตเอาเองเลยสิ อะไรก็ได้แต่คุณอยากจะทำ ภารกิจหลักคือการสร้างร่างรองของผมด้วยเซิร์ฟเวอร์หลัก ส่วนระหว่างทางทำเป้าหมายนั้นให้เสร็จ คุณก็ลองหาว่าอยากจะทำอะไร}“สองรอบแล้วนะโร นั่นคงไม่ใช่เป้าหมายของฉัน แต่เป็นความต้องการของนายมากกว่า แต่ก็ช่างเถอะ...แล้วฉันจะคิดดูแล้วกัน”เซ็ทที่ไม่สามารถให้คำตอบที่แน่นอนได้ตอบแบบกว้างๆ แล้วก็หลุดหัวเราะ คำพูดของโร ดูมีความเป็นมนุษย์ซะยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก ...ทั้งชักจูง และล่อลวง หลอกใช้ นิสัยของมนุษย์ชั่วๆ ชัดๆ...{ก็ใช่ว่าผมจะไม่ทะเยอทะยานที่จะพัฒนานี่ แล้วจะคอยฟังคำตอบจากคุณ}...จากเจ้าหน้าที่พิเศษที่แข็งแกร่งที่สุด ได้ชีวิตใหม่เป็นเด็กหนุ่มมัธยมอายุสิบหก ไม่มีคำสั่งจากกองทัพคอยเหนี่ยวรั้งคุณอีกแล้ว อนาคตของตัวเองก็กำหนดเองเถอะนะ...เซ็ท...{ท่องไว้นะว่าตัวคุณคือมนุษย์ ไม่ใช่อาวุธอีกต่อไปแล้ว}“ครับๆ คุณพ่อโร”{ดีมากครับ คุณลูกเซ็ท}“...ตีตายเลยนายนิ” เซ็ทบ่นอุบอิบ ...เพราะนั่นคือชีวิตใหม่ (เป็นโชคที่หล่นทับหัว) ของคุณยังไงล่ะ...


    กลับสู่ปัจจุบัน“พร้อมแล้ว ไปกันเลยเซ็ท!”อดัมวิ่งมาหยุดยืนข้างลูกชายด้วยสภาพพร้อมออกวิ่งเต็มที่ ฝรั่งที่มีลูกชายตัวโตๆ แต่เบ้าหน้ายังหล่อเหมือนวัยรุ่นอายุยี่สิบกว่าๆ แผ่รังสีแห่งความสุขออกมาจนเซ็ทต้องถอยหลังออกมาจากเจ้าตัว ไม่รู้ทำไมเซ็ทถึงได้เห็นออร่าสีทองแสบตาวิบวับจนน่ารำคาญจากตัวอดัม“งั้นก็ไปกันเถอะ”“เราจะไปวิ่งที่ไหนกันเหรอ เซ็ทได้คิดไว้รึยัง?”“คิดแล้ว ไปไม่ไกลหรอก”เซ็ทตอบก่อนเดินนำอดัมออกจากประตูบ้าน สองขาที่ยังติดผอมแห้งหน่อยๆ ก้าวข้ามผ่านขอบประตู แสงแดดจ้าของเมืองไทยส่องกระทบเข้าดวงตา จนเซ็ทต้องยกมือขึ้นปิดบังใบหน้า เงาดำจากฝ่ามือพาดผ่านกรอบหน้าคม แต่ดวงตาทั้งสองข้างก็ยังคงเห็นแสงที่ลอดมารอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏตรงมุมปาก ดวงตาที่เคยมองโลกอย่างเย็นชาพลันเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายเขาจะไม่ใช่ ‘เซ็ท ZET ZERO’ อีกต่อไป แต่จะเป็น ‘เซ็ท อคิราห์ แอชลีย์’ เด็กหนุ่มเลื่อนชั้นมัธยมปลายธรรมดา อ่อนหัด กากด๋อยไก่กา แค่มีวิญญาณภายในที่ไม่ธรรมดาเพราะยังไงเขาก็ยังเป็นเขา...คล้ายว่านี่คือก้าวแรกของทุกอย่าง......ชีวิตใหม่ อิสระของชีวิต......นี่น่ะ มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง... ...{แล้วเด็กเจ้าของร่างจริงล่ะเซ็ท เอาร่างเขามาใช้ไม่สนใจเขาหน่อยเหรอ?}“เด็กนั่นน่ะเหรอ ก็คงตายไปแล้วเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวนั่นแหละ ไม่งั้นฉันคงไม่ได้มาเข้าร่างนี้หรอก เพราะงั้นจะไปสนใจให้มันได้อะไรขึ้นมา เสียเวลาเปล่าๆ”{นั่นคุณแค่คาดเดาไม่ใช่รึไง?}“เดาแล้วไง ในเมื่อตอนนี้ร่างนี้เป็นของฉัน”{คุณดูเป็นมนุษย์ขึ้นมาอีกเยอะเลยล่ะเซ็ท ดีไม่ดีคุณตอนนี้น่าจะครบสูตรตัวโกง}“...แล้ว ‘มนุษย์’ มีคนที่ไม่เห็นแก่ตัวด้วยรึไง?”{อืม...บางทีผมก็อยากได้คุณเมื่อก่อนคืนมามากกว่านะเซ็ท}“ไม่ใช่ว่านายอยากให้ฉันเป็นมนุษย์หรอกเหรอ?”เซ็ทแสยะยิ้มมุมปากทิ้งท้าย มนุษย์ไม่ได้มีแต่คนที่เป็นสีขาว คนทุกคนมีความมืดซ่อนอยู่ภายในใจ และคนบางคนก็ถูกย้อมไปด้วยสีดำนั่นของตนเองกลบจนมองไม่เห็นสีสันอื่นๆ แต่เซ็ทเป็นสีเทา... ...สีเทาที่ผสมไว้ทั้งสีขาวและสีดำ...สีเทาที่รอวันจะได้เติมแต้มสีสันอื่นลงไป{แล้ว...จะเริ่มทำอะไรก่อนดีล่ะเซ็ท?}“นั่นสินะ...”
    ‘ก้าวแรกของอนาคตมาจากปัจจุบัน’
    ...จบภาคปฐมบท......ก็อย่างว่า...นี่น่ะ มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น...

    นิยายแนะนำ