บรรยากาศในแผนกการตลาดตลอดทั้งสัปดาห์เต็มไปด้วยความวุ่นวายของการเตรียมงานสัมมนาประจำปีของบริษัท เอกสารกำหนดการ รายชื่อผู้ร่วมงาน และของรางวัลของกิจกรรมถูกจัดวางกองโตอยู่ข้างโต๊ะของมินตรา เด็กสาวง่วนอยู่กับการตรวจข้อมูลจนแทบไม่มีเวลาเงยหน้าขึ้นพักสายตา ทว่าในใจกลับมีก้อนความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่งแฝงตัวอยู่
นั่นคือการรักษาระยะห่างภายใต้ 'ข้อตกลงในความลับ' ที่ให้สัญญาไว้กับปกป้อง
ในห้องประชุมสรุปแผนงานครั้งสุดท้าย ปกป้องนั่งตระหง่านอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมในชุดสูทสีเทาเข้มมาดเนี๊ยบกริบ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมและสุขุมสั่งการเด็ดขาดตามประสาหัวหน้า ยามที่เขาหันมาสั่งงานเธอ ชายหนุ่มทอดสายตามองเธอนิ่งสนิท ไร้แววตาอ่อนโยนหรือรอยยิ้มขี้เล่นหยอกเย้าเหมือนในค่ำคืนที่แสนวาบหวามชวนฝันเหล่านั้น มีเพียงน้ำเสียงราบเรียบเป็นทางการ
"เอกสารงบประมาณและสัญญากับทางรีสอร์ตเรียบร้อยดีใช่ไหมครับคุณมินตรา? รบกวนตรวจสอบไฟล์สำรองอีกครั้งด้วยนะครับ"
"ค่ะคุณปกป้อง มินต์ตรวจสอบและเตรียมสำรองไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ" มินตราตอบเสียงสุภาพ สบสายตากับเขาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนก้มมองสมุดโน้ต
หัวใจดวงน้อยสั่นไหวและหน่วงจาง ๆ ด้วยความรู้สึกแปลกแยก การเห็นผู้ชายที่เคยโอบกอดเธออย่างแนบแน่นกลายเป็นคนเย็นชาและห่างเหินในเวลาทำงาน ทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังแสดงละครบทใหญ่ ละครที่มีอนาคตและเกียรติยศของคนทั้งคู่เป็นเดิมพัน มินตราสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดอารมณ์และย้ำเตือนตัวเองว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
"ดีครับ ส่วนเรื่องการเดินทาง..." ปกป้องเคาะปากกาเบา ๆ พลางมองทีมงาน "เนื่องจากของรางวัลและเอกสารมีค่อนข้างเยอะ และเราจำเป็นต้องไปถึงรีสอร์ตที่ชลบุรีก่อนเวลาเช็กอินอย่างน้อยสองชั่วโมงเพื่อเตรียมสถานที่... ผมจะขับรถส่วนตัวไปเองแต่เช้า และจะให้คุณมินตราร่วมเดินทางไปล่วงหน้ากับผมด้วย จะได้จัดระเบียบงานได้ทันที"
คำสั่งนั้นทำให้ห้องประชุมเงียบลงชั่วอึดใจ มินตรารู้สึกว่าลมหายใจสะดุดกึก แพรวซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมจิกจ้องมองรุ่นน้องด้วยความเคลือบแคลง ทว่าไม่มีใครโต้คำสั่งของหัวหน้าแผนกได้
"มีใครมีข้อเสนออื่นไหมครับ? ถ้าไม่มี... ตกลงตามนี้ วันเดินทางขอให้ทุกคนมาพร้อมกันที่ออฟฟิศเวลาแปดโมงเช้า ส่วนคุณมินตรา... พรุ่งนี้มารอผมที่จุดนัดพบแถวสถานีรถไฟฟ้าใกล้หอพักตอนหกโมงครึ่งนะครับ"
"ค่ะคุณปกป้อง" มินตราตอบเสียงเบา หัวใจเต้นรัวจนกลัวคนข้าง ๆ จะได้ยิน
---
เช้าวันเดินทาง ท้องฟ้ายามรุ่งอรุณเป็นสีน้ำเงินเข้มสลัว อากาศเย็นเยือกและชื้นแฉะไปด้วยละอองน้ำค้าง มินตรายืนรออยู่ที่มุมถนนในซอยเงียบสงัดห่างจากหอพักเล็กน้อย เธอสวมเสื้อเชิ้ตชีฟองสีครีมเนื้อนุ่มคู่กับกระโปรงยาวทรงเอสีชานม รวบผมครึ่งศีรษะเผยลำคอระหงขาวเนียน กลิ่นพีชและแป้งเด็กหอมจาง ๆ ยามต้องลมช่วยปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่น
ไม่นานนัก รถยนต์ยุโรปสีดำคันหรูของปกป้องก็เคลื่อนมาจอดเทียบ มินตรารีบก้าวขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับทันที ก่อนจะปิดประตูลงพร้อมเสียงล็อกอัตโนมัติ
พริบตาที่ประตูรถปิดลง บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ภายในรถอบอุ่นด้วยเครื่องปรับอากาศ กลิ่นน้ำหอมไม้แห้งผสมยาสูบอ่อน ๆ ของเขาโอบล้อมตัวเธอไว้ทันที ปกป้องละมือจากพวงมาลัยหันมามองเธอ วันนี้เขาสวมเสื้อโปโลสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสแล็กสีครีม รอยยิ้มละมุนปรากฏที่มุมปาก แววตาคมสะท้อนความเสน่หาอ่อนโยนจนมินต์แก้มร้อนซู่
"อรุณสวัสดิ์ครับเด็กดี ตื่นเช้ามากเลยเหนื่อยไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายอ่อนหวาน ผิดกับคนเคร่งขรึมเมื่อวันก่อนลิบลับ
"ไม่เหนื่อยค่ะพี่ป้อง มินต์ตื่นก่อนเวลาเพราะตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ" มินตราตอบเขิน ๆ
ปกป้องโน้มตัวมาช่วยดึงเข็มขัดนิรภัยและกดล็อกให้ ปลายนิ้วอุ่นจัดเฉียดผ่านหน้าตักบางเบา ๆ ทำให้เธอเกร็งตัวน้อย ๆ ด้วยความประหม่า ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายอุ่นเป่ารดแก้มใส ก่อนจะกดจูบแผ่วเบาที่ขมับมนหนึ่งทีเป็นการทักทาย
"วันนี้แต่งตัวน่ารักจังเลยครับ กลิ่นพีชหอมฟุ้งไปทั้งรถเลย รู้ไหมว่ากลิ่นนี้มันกำลังปลุกเร้าพี่ตั้งแต่เช้าเลยนะ" คำชมตรงไปตรงมาทำให้มินตราแก้มขึ้นสีระเรื่อทันที
"พี่ป้องขับรถเถอะค่ะ... เดี๋ยวไปสาย" มินตรางึมงำหลบสายตาคม
ปกป้องหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มเคลื่อนรถออกสู่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าออกจากเมืองหลวง แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสาดส่องขึ้นพ้นขอบฟ้าทอแสงสีทองส้มอบอุ่นส่องผ่านกระจกเข้ามาทาบทับคนทั้งคู่
ความตึงเครียดค่อย ๆ หลอมละลายลงตามระยะทางที่ไกลออกไป พวกเขาพูดคุยเรื่องส่วนตัวที่ไม่มีวันได้พูดในออฟฟิศอย่างเปิดใจ ปกป้องเล่าความทรงจำวัยเด็ก ขณะที่มินตราเล่าเรื่องความฝันและชีวิตวัยเรียน น้ำเสียงเจื้อยแจ้วทำให้หัวใจของชายวัยสี่สิบกลับมาชุ่มชื่นเต้นแรงเหมือนหนุ่ม ๆ อีกครั้ง
เมื่อรถแล่นเข้าสู่เขตชลบุรี การจราจรเริ่มเบาบางลง ปกป้องละมือซ้ายจากพวงมาลัยมาวางหงายบนเบาะกลาง "ส่งมือมาให้พี่หน่อยสิครับมินต์"
มินตราวางมือเรียวลงบนอุ้งมือหนาของเขา ปกป้องเกี่ยวกุมนิ้วมือประสานแน่นหนา ส่งผ่านกระแสความอุ่นร้อนซาบซ่านจากผิวกาย ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหลังมือเนียนแผ่วเบาสร้างความสั่นสะท้านแล่นริ้ว
"ขับรถมือเดียวอันตรายนะคะพี่ป้อง" มินตราท้วงเสียงแผ่ว ทว่านิ้วเกี่ยวกระชับตอบรับแรงบีบเบา ๆ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ การได้กุมมือมินต์ไว้มันทำให้พี่มีสมาธิขับรถดีขึ้นตั้งเยอะ" ชายหนุ่มหันมาสบตา แววตาคมสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำ ปกป้องขับรถประคองมือประสานกันไปตลอดทาง บางครั้งก็ยกมือเธอขึ้นมากดจูบแผ่วเบาที่หลังมือและปลายนิ้ว สร้างอารมณ์วาบหวามจนเธอเผลอลืมความจริงที่ซับซ้อนไปชั่วขณะ
เมื่อรถยนต์เลี้ยวเข้าสู่จุดพักริมชายทะเลที่เงียบสงบใต้ร่มไม้ใหญ่ไร้ผู้คน ปกป้องดับเครื่องยนต์ทว่ายังเปิดเครื่องปรับอากาศและไฟสำรองไว้ ลมพัดยอดมะพร้าวไหวเอนภายนอก ขณะที่ภายในรถตกอยู่ในความเงียบสลัวที่มีเสียงหัวใจเต้นกระชั้นขึ้น
"แวะทำไมเหรอคะพี่ป้อง? ยังไม่ถึงรีสอร์ตเลยนะคะ" มินตราหันมองใบหน้าคมด้วยความงุนงง
ปกป้องปลดเข็มขัดนิรภัยออก ชายหนุ่มเบี่ยงกายเข้าหาเธอ ดวงตาคมคู่สวยเข้มขึ้นฉายประกายปรารถนา ชายหนุ่มประคองแก้มเนียนใส นิ้วโป้งเกลี่ยริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อเบา ๆ
"พี่ทนไม่ไหวแล้วครับมินต์ นั่งมองเราคุยเจื้อยแจ้วกลิ่นหอมฟุ้งอยู่ข้าง ๆ มาตลอดสองชั่วโมงโดยทำอะไรไม่ได้เลย... ขอพี่ชื่นใจหน่อยได้ไหมครับเด็กดี?" เสียงทุ้มพร่าต่ำสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์เสน่หา
มินตราหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขิน ดวงตากลมปรือมองใบหน้าคมที่เคลื่อนใกล้เข้ามา ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวหน้าจนเธออ่อนระทวยเกาะบ่าแกร่งไว้แน่น "พี่ป้องคะ... ในรถ... มันสว่าง..."
"ไม่มีใครเห็นหรอกครับตรงนี้ มีแค่เราสองคนนะคนเก่ง..." ชายหนุ่มกระซิบกล่อมก่อนโน้มใบหน้าลงทับริมฝีปากอิ่มของเธอทันที
รสจูบเริ่มต้นอย่างอ่อนหวานและทะนุถนอม ปกป้องบดเบียดริมฝีปากนุ่มลงมาเชื่องช้า ลิ้นร้อนแทรกชิมความหวานชื้นในโพรงปาก มินตราครางแผ่วโอบรอบคอแกร่งเหนี่ยวรั้งแนบชิด กลิ่นน้ำหอมไม้ผสมยาสูบและกลิ่นพีชแป้งเด็กปนเปกันอบอวลกลายรสหวานล้ำ
สะโพกของปกป้องขยับเข้าหาเบาะข้างคนขับจนร่างกายเบียดชิดร่างเล็กครึ่งตัว ฝ่ามืออุ่นเลื่อนลูบไล้ผิวเนื้ออ่อนนุ่มตรงช่วงลำคอระหง ลากผ่านรอยแยกของเสื้อชีฟองเนื้อละเอียดลงมายังช่วงเอวคอดกิ่ว สัมผัสอุ่นจัดกดเฟ้นเอวบางเบา ๆ ผ่านเนื้อผ้ากระโปรง นำพาความซาบซ่านแล่นริ้วเข้าสู่กึ่งกลางกายสาว
"อืม... พี่ป้อง..." มินตราครางสั่นพร่ายามริมฝีปากอุ่นร้อนไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มแผ่วเบาจนผิวเนื้อขึ้นสีระเรื่อ ชายหนุ่มฝังใบหน้ากับซอกคอสูดดมกลิ่นกายสาว ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนขึ้นเกลี่ยลูบไล้ขาอ่อนเนียนละเอียดใต้กระโปรงยาว สัมผัสแผ่วเบาปลุกเร้าอารมณ์รักจนร่างกายของเธอสั่นสะท้าน โอนอ่อนผ่อนตามสัมผัสของเขาอย่างไร้เงื่อนไข
ความคิดมลายหายไปเหลือเพียงกระแสความสั่นสะท้านทางกายที่โหมซัดเข้าหา ทว่าก่อนที่อารมณ์จะเตลิดไปไกลกว่านี้ ปกป้องหักห้ามใจดึงสติกลับมา ชายหนุ่มกดจูบเน้นย้ำที่หน้าอกอิ่มบริเวณปกเสื้อชีฟองเบา ๆ ก่อนค่อย ๆ ถอนริมฝีปากและฝ่ามือออกอย่างอ้อยอิ่ง แววตาคมมีกระแสความค้างคาชัดเจน
ชายหนุ่มประคองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงซ่านขึ้นสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยซับคราบน้ำหวานตรงมุมปากแผ่วเบา รอยยิ้มละมุนปรากฏขึ้น "เก่งมากครับเด็กดี อดใจไว้ก่อนนะ... เย็นนี้หลังเสร็จงาน พี่จะไปหาเราที่ห้องพักนะ"
"ค่ะ... พี่ป้อง" มินตราตอบเสียงสั่น พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ นิ้วมือเรียวจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยความอาย
ปกป้องลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบา ๆ ชายหนุ่มติดเครื่องยนต์และขับรถมุ่งหน้าไปยังรีสอร์ต ยามที่ล้อรถแล่นผ่านประตูทางเข้าโรงแรมหรู ทะเลสีครามสะท้อนแสงแดดระยิบระยับปรากฏแก่สายตา ทว่าความงามของธรรมชาติไม่ได้ทำให้มินตราลืมกฎกติกาที่ตกลงกันไว้
"จำไว้นะครับมินต์ พอเข้าเขตงาน... เราคือหัวหน้ากับลูกน้องที่เข้มงวดที่สุด" ปกป้องเอ่ยย้ำเสียงเรียบ สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้แววเสน่หา
"มินต์ทราบค่ะคุณปกป้อง" มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับบทบาทที่เธอต้องสวมใส่อีกครั้ง
เมื่อรถจอดเทียบหน้าล็อบบี้ พนักงานตรงเข้ามาช่วยขนย้ายกล่องรางวัลและสัมภาระลงจากรถ มินตราก้าวลงจากรถพร้อมสมุดโน้ตและแฟ้มงานในมือ ใบหน้าหวานปรับเป็นเรียบเฉย สุภาพ และดูเป็นมืออาชีพ ปกป้องก้าวลงมาจากฝั่งคนขับ สวมเสื้อนอกทับและจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยอย่างเป็นทางการทันที ชายหนุ่มหันมาสั่งงานเธอเสียงดังต่อหน้าพนักงานรีสอร์ต
"คุณมินตรา ช่วยประสานงานเรื่องห้องประชุมและตรวจสอบคิวอาร์โค้ดลงทะเบียนให้เรียบร้อยนะครับ เดี๋ยวทีมงานรถตู้มาถึงจะได้พร้อมเริ่มงานได้ทันที"
"รับทราบค่ะคุณปกป้อง เดี๋ยวฉันจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้ค่ะ" มินตราตอบรับอย่างสุภาพและนอบน้อมพร้อมก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาท
การเดินทางหลบหนีสายตาผู้คน ในพื้นที่แคบ ๆ ของรถยนต์ยุโรปได้สิ้นสุดลงแล้ว และความจริงอันเข้มงวดของโลกที่ทำงานได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง มินตราก้าวเดินตามพนักงานโรงแรมไปตรวจเช็กสถานที่ทำงานด้วยหัวใจที่เต้นระทึกและหวนนึกถึงสัมผัสหวานล้ำที่เบาะข้างคนขับอยู่ตลอดเวลา ตระหนักดีว่า 'การเดินทางที่หลบพ้นสายตา' ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวสำคัญในโลกใบที่สอง ซึ่งกำลังจะพาเธอถลำลึกเข้าไปในดินแดนของความลับที่ยากจะหันหลังกลับ... ท่ามกลางเสียงคลื่นทะเลที่ซัดสาดชายหาดอย่างไร้จุดจบอยู่เบื้องหลังภารกิจการทำงานที่ดำเนินไปอย่างแนบเนียนในความลับของคนทั้งสอง..