จ้าวหลันหรูเป็สตรีชราที่กำลังวังชาดีมากทุกเช้าหากฝนไม่ตก จะเห็นเธอยืนวาดมือ ย่อเข่าก้าวขาหายใจเข้าแล้วออกตามตำรามวยจีน ทำท่าเดิมซ้ำจนครบก็เปลี่ยนท่า ใกล้ๆมีเก้าอี้สำหรับนั่งพัก และป้าจูยืนถือขวดน้ำอุ่นรอบริการ
เสร็จสิ้นกระบวนท่าก็ยืนตัวตรงอายุย่างยกสิบห้า แต่ว่าริ้วรอยบนหน้ายังน้อยกว่าอายุจริงยังคงเค้าความสวยในวัยสาวอยู่
“น้ำค่ะคุณหนู”
“เมื่อคืนเป็ยังไงบ้าง”คนเป็ย่าหวังมากกับแผนการของตัวเอง ป้าจูไม่ทำให้ผิดหวัง เล่าั้แ่ต้นจนจบ
“คุณนายเล็กเข้านอนยังแต่ยังไม่ทันสี่ทุ่มค่ะแต่ว่ากลางดึกก็รีบร้อนลงเขาไป”
“ได้สั่งให้คนตามไปมั้ย”
“ค่ะ ไปหาคุณชายใหญ่ไม่ผิดแน่แถมอยู่ด้วยทั้งคืน” สองสาวเล่าไปก็หัวเราะมีความสุขไปจ้าวเถียนอ้ายมาทีหลังเห็นภรรยากับคนใช้ประจำตัวกำลังซุบซิบ สีหน้าก็เบิกบานเดาว่ายาตระกูลคงใช้ได้ผลกับหลายชายคนโต เขาอาศัยจังหวะนี้
“จะไปหาเหล่าฮ้วนหน่อยเมื่อวานเดินหมากยังไม่รู้แพ้รู้ชนะเลย” คุณนายผู้เฒ่ามองสามี
“นี่มันเพิ่งจะเช้ารีบร้อนไปเดินหมากหรือรีบไปทำอะไรกันแน่”
“ที่รีบไปก็เพราะเช้านี้ที่บ้านอาฮ้วนจะมีหมอเทวดามาดูอาการให้ลูกสะใภ้ของเขารู้หรือเปล่าหมอคนนี้จัดยาให้เด็กคนนั้น ไม่ถึงปีก็ตั้งท้องแล้วนา”
ได้ยินเื่ท้องจ้าวหลันหรูหูก็อดสนใจไม่ได้ “จริงเหรอ”
“แน่นอนว่าจริงดูเหมือนว่าเขาจะใช้วิธีไม่เหมือนใคร ยาก็ดีมากปลอดภัยด้วยไปตรวจที่โรงพยาบาลทั้งเด็กทั้งแม่แข็งแรงมาก”
เท่านั้นแหละคุณนายผู้เฒ่ารีบไล่สามี “ไปๆ เถียนอ้ายคุณต้องดึงตัวหมอคนนั้นมาบ้านเราให้ได้นะ”
“เมียจ๋าโปรดวางใจ”
ป้าจูมองตามอดีตประมุขจ้าว “คุณหนูคิดว่าหมอเทวดานั่น”
คุณหนูของเธอหัวเราะ “ไม่มีหรอก ข้ออ้างหนะ”
“อ้าวแล้วทำไมถึงต้องพูดเหมือนเชื่อด้วยล่ะคะ”
“ี้เีคิดวิธีไล่ให้เขามีข้ออ้างออกไป จะได้ไม่ต้องรีบกลับ”
ป้าจูพยักหน้า ว่าแล้วั้แ่จีบกันยันตอนนี้ นายผู้เฒ่าไม่เคยจะทันคุณหนูของเธอเลยสักครั้งคิดแล้วก็ยิ้มออกมา “แล้วไล่นายท่านไปทำไมกันคะคุณหนูมีแผนจะไปไหน”
“วันนี้เราจะไปตามดูพวกเขากัน”
“หมายถึง คุณชายใหญ่กับคุณนายเล็กเหรอคะ”
“แล้วจะให้ตามใครเล่า เถียนอ้ายรึไง แก่ขนาดนั้นไปไหนได้ไม่ไกลหรอกเร็วเข้ารีบไปบอกให้คนเตรียมรถ แล้วมาแต่งตัว”
“คุณหนู จูต้องไปด้วยเหรอไม่ไปได้หรือเปล่า”
“ไปแค่นี้เองไม่ลงจากรถเลยน่าเธอจะกลัวอะไรนักหนา ชักช้าไปไม่ทันฉันจะจัดการเธอคนแรก”
ป้าจูจำต้องลงเขาไปตามดูคู่แต่งงานใหม่ตามที่เ้านายสั่ง สองสาววัยชราแต่งตัวเป็เด็กวัยรุ่น สวมกางเกงยีนเสื้อยืดแล้วก็เสื้อคลุมสีดำ สวมวิกผมด้วย ป้าจูวิกผมยาวดัดลอนสีทองคุณย่าวิกผมสั้นสีน้ำตาล แว่นกันแดด แล้วก็แมสปิดหน้าพร้อม
ป้าจูไม่มั่นใจ “หนะ...ไหนคุณหนูบอกว่าเราจะไม่ลงจากรถไงคะ”
“เผื่อไว้ จะแอบตามก็ต้องไม่ให้ใครจับได้ว่าเป็เราจริงมั้ย”
“แต่ว่าเราไปรถตระกูลจ้าว”
จ้าวหลันหรูชะงัก “งั้นไปเรียกแท็กซี่”
นี่เอาจริงใช่ไหมป้าจูไม่เห็นด้วยเลยสักนิดเดียว
ที่คอนโดเทลกลางเมืองเหรินซวงอิ๋นก้าวออกมาจากลิฟต์ เดินไปที่รถระหว่างทางเจอถุงของว่างยามดึกของโจตกอยู่เมื่อคืนเ้าลูกน้องซื่อบื้อของจ้าวจิงถิงคงขว้างทิ้งไว้รีบร้อนไปช่วยเ้านายแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี เขาเดินต่อในใจคิดเื่ลูกน้องตัวเอง เ้าห้าคนนั้นจะท่าดีทีเหลวหรือเปล่า
ขึ้นนั่งบนรถแล้วก็คิดวิธีทดสอบลูกน้องเอาวิธีไหนดี คิดไปด้วยออกรถไปด้วย จุดหมายคือบ้านเหรินก่อนให้คนของเขาไปดูแลที่บ้านต้องไปคุยกับทุกคนให้รู้เื่ซะก่อน จะได้ไม่ใ
ห่างจากรถของเขามีแท็กซี่คันหนึ่งขับตามมา ผู้โดยสารมองผ่านๆ คือเด็กสาวสองคนแต่เสียงพูดคุยกลับเป็หญิงสูงอายุ โชเฟอร์แอบชำเลืองมองกระจกที่มองเห็นคนด้านหลังหากไม่ใช่ว่าไปรับมาจากตระกูลใหญ่ เขาคงไล่ยายแก่ที่ดูน่าสงสัยลงรถไปนานแล้วจะว่าให้ขับตามไปดูชู้สามี ก็ไม่น่าจะใช่ ในรถที่เขาตามอยู่เป็เด็กหนุ่มอยู่เลยหรือจะตามดูพฤติกรรมลูกหลาน?
เบื่อที่สุดคือการขับตามคันอื่นให้ทันนี่แหละมันเสี่ยง แล้วก็ไม่ค่อยคุ้ม เจอคนจ่ายไม่อั้นก็ดีไป แต่เกิดรถชนขึ้นมาโดนผู้โดยสารทิ้งให้รับผิดชอบคนเดียวอีก วันนั้นทั้งวันก็ไม่ได้อะไรแถมเสียอีกด้วย สู้ไม่ออกมาทำงานนอนอยู่บ้านยังดีซะกว่า
ทั้งสองคนเอียงหัวชนกัน ซุบซิบไม่หยุด
“นั่นเขาจะไปไหน”
“จากเส้นทางคงกลับบ้านเหรินนะคะหรือจะไปฟ้องที่บ้านว่าคุณชายใหญ่ของเรารังแก”
“เหลวไหลซวงอิ๋นไม่ใช่คนแบบนั้นเด็กที่เธอเห็นไปกับโจ คือเด็กคนนั้นแน่นะ”ป้าจูมั่นใจว่าคนที่เดินตามโจลงมาก่อนคุณนายเล็ก คือเด็กที่ชื่อก๋านเอิน
“แน่นอนค่ะ เป็เขาแน่ๆ”
“ยังจะมาค้างอีกเมื่อคืนซวงอิ๋นก็มาแล้วนี่ หรือเ้าใหญ่จะชอบแบบหลายคนในคืนเดียว”สองนายบ่าวสบตาใบหน้าเหยเกผู้ชายมักมากเป็เื่ไม่เลวร้ายแต่ก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไรเลยสักวันจะตกต่ำหรือซวยเพราะเื่ต่ำตม
“ไม่หรอก..มั้งคะ” ป้าจูออกหน้าได้ไม่เต็มที่นัก “อย่างน้อยเมื่อคืนคุณนายเล็กก็อยู่คงไม่ยอมให้เกิดเื่”
“ว่าได้เหรอ หลานสะใภ้ฉันเป็ใครอย่างเขาเรียกแม่พระมาเกิด”
เหรินซวงอิ๋นขับไปไม่นานก็รู้สึกตัวว่าโดนตามอยู่เขาพยายามเลี้ยวเข้าออกซอยเล็กที่เจอ รถโดยสารส่วนบุคคลคันนั้นก็ยังเลี้ยวตามทำให้มั่นใจว่าใช่แน่
“อาเหลียงนายทำอะไรอยู่”ไป๋เลียงเสียงงัวเงีย
/คุณหนู ผมเพิ่งได้นอนไปสองชั่วโมงเองเมื่อคืนพ่อให้ช่วยตรวจสอบเอกสารจนเกือบเช้า หาวว ῀คุณหนูมีอะไรแต่เช้าครับเนี่ย/
แปลว่าก่อนเขาโทรไปรายนั้นยังไม่ตื่น
“มาหาฉัน ขับรถของนายมา ตอนนี้เลยให้ถึงภายในสิบนาทีที่....”
/คะ..คุณหนู อะ...วางไปแล้ว/
ไป๋เหลียงยีหัวตัวเองแก้กลุ้มจนเส้นผมเป็ก้อนรังนก เขาง่วงแต่คุณหนูก็ยังเรียกใช้อีก แถมให้เวลาแค่สิบนาทีนี่เห็นผมหายตัวได้รึไง บ่นแต่ก็ลุกจากเตียงไปล้างหน้า น้ำคงอาบไม่ทันชุดนอนนี่แหละให้เห็นว่าเขารีบแล้วอย่างที่สุด
ปรากฏว่ากว่าจะถึงปั๊มที่คุณหนูเรียกให้มาก็ปาไปสิบห้านาที เหรินซวงอิ๋นบอกให้เขาไปเจอกันที่ห้องน้ำชายหลังจากนั้นคุณหนูก็ให้แลกชุดกันใส่ ทั้งคู่รูปร่างไม่ต่างกันมากพอเปลี่ยนแล้วมองไกลๆ ก็ไม่ผิดปรกติอะไร
“ทำไมไม่ใส่ชุดที่มันดีกว่านี้เนี่ย”
“โธ่ ก็คุณหนูเร่งผมขนาดนั้นเวลาอาบน้ำผมยังไม่มีเลย”
“ช่างเถอะๆ ขับรถฉันไปที่บ้านเหริน เย็นๆเจอกันบอกทุกคนด้วย” ตอนนี้คำพูดสรรพนามที่คุณหนูใช้กับไป๋เหลียงเหมือนเดิมแล้วไม่พูดคุณๆ ผมๆ ให้น่ากังวล แต่ท่าทีกับการกระทำแปลกๆ ยังไม่หายไปว่าที่ทนายประจำตระกูลยังวางใจอะไรมากไม่ได้
“ระวังตัวด้วยนะครับ”
พวกเขาสลับรถแล้วเหรินซวงอิ๋นยังไม่ออกจากปั๊มน้ำมัน รอให้รถของตนที่ไป๋เหลียงขับออกไปแล้วแท็กซี่ปริศนาตามไปติดๆ เขาเห็นแค่คนที่นั่งด้านหลัง เป็ผู้หญิง ทำสีผมเสียดายไม่เห็นหน้า
ใคร? พวกผู้หญิงของสามี? หรือคนที่อยากลอบทำร้ายคุณนายเล็กจ้าว?
ไม่ว่าจะเป็ใครก็ไว้ใจไม่ได้ เขาออกรถเปลี่ยนจุดหมายไปที่บ้านพักของพวกพยัคฆ์เร้นกายแทนเกือบลืมชุดนี่ต้องหาร้านเสื้อผ้าหาที่ดีกว่านี้เปลี่ยนก่อนไป๋เหลียงบอกว่ายังไม่ได้อาบน้ำ ลองก้มลงดมดู
เอิ่ม...หาร้านขายเสื้อผ้าด่วนๆ
กลับมาที่คอนโดเทลจ้าวจิงถิงตื่นขึ้นมา่สาย หลังคอเจ็บเหมือนโดนทุบ ก็โดนทุบจริงนั่นแหละคิดแล้วน่าเจ็บใจชะมัด พลาดท่าให้ใครไม่พลาดดันมาเป็ภรรยาที่ไม่เต็มใจตบแต่งคุณชายใหญ่จ้าวหัวเสียกับเื่นี้ไปอีกหลายวัน
อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เดินนวดคอออกมาหาอะไรกินโจไม่อยู่คงไปส่งก๋านเอินเขาสั่งไว้ว่าตอนเช้าให้รีบเอาไปส่ง คังข่ายเห็นเขาตื่นแล้วก็รีบวิ่งมาจัดโต๊ะอาหารเช้าวันนี้วิกตอเรียให้คนส่งมาให้หม้อเก็บความร้อนรักษาความสดใหม่ของอาหารได้ เหมือนเพิ่งทำเสร็จ
“โจไปส่งคุณก๋านครับคุณนายเล็กสั่งไว้ว่าให้..”
“เรียกคุณชายเหริน เขาไม่ใช่เมียฉัน”
คังข่ายโดนขัดจังหวะ แต่ว่าหัวไว รีบเปลี่ยนคำตามเ้านาย “คุณชายเหรินบอกว่าถ้าคุณชายตื่นให้โทรหาด้วยครับ”
“อือ รู้แล้ว” โบกมือหนึ่งทีคังข่ายก็ถอยไปยืนที่เดิม จ้าวจิงถิงมองอาหารเช้า ซุปไก่ ตีนกับคอไก่ลอยอยู่ในถ้วยเขากระแทกช้อนเสียงดัง ลูกน้องพร้อมใจกันเงียบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจดัง กลัวโดนหางเลขเื่เมื่อคืนคังข่ายรู้หมดแล้ว โจโทรมาเล่าั้แ่ตีห้า
“นี่คืออาหารที่คุณแม่ส่งมา?”
“ครับ คุณชายเหรินกับคุณก๋านก็ทานไปแล้ว”
“อ้อ” ของเหลือ
จ้าวจิงถิงแบมือ “มือถือ”ลูกน้องอีกคนส่งมือถือให้ตามที่คุณชายสั่ง ไม่ต้องเดาว่าใครกันที่อยู่ปลายสายเมียบอกให้โทร คุณชายก็โทร ยังมีเื่ไม่ให้เรียกคุณนายเล็กอีกแค่ข้ามคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คังข่ายคิดว่าโจอาจเล่าไม่ละเอียดพอทำให้เขาพลาดประเด็นสำคัญไป
หารู้ไม่ว่าที่จ้าวจิงถิงรีบโทรนั้นเพราะเขาอยากรู้มากว่าเมื่อคืนเหรินซวงอิ๋นรู้เื่ยาของคุณย่าได้ไง แล้วทำไมไม่มีอาการอะไรเลยเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะโดนอยู่คนเดียว เพราะอาหารมื้อนั้นบนเรือนคุณย่าก็กินด้วยกัน
รอสายนานจนสัญญาณตัดคุณชายใหญ่ต่อสายใหม่อีกรอบ จ้าวจิงถิงมีเหรอจะรอใครจนสายตัดเช่นนี้แถมยังโทรใหม่ไปอีกรอบ ถ้าไม่ใช่เื่ใหญ่จริงไม่ทำแน่
/โทรมาไวดีนี่ ท่าทางคังข่ายจะทำงานไม่เลวงั้นลูกน้องที่ให้มาคุ้มครองผม เอาคังข่ายแล้วกัน/ ประโยคแรกมาก็ชวนให้โดนด่าแล้ว
“อย่าแม้แต่จะคิดใช้คนของฉัน”
/ทำงกไปได้ผมยังใจดีจะแบ่งยาแก้ให้คุณเลย น้ำใจครั้งนี้ ดูท่าจะเสียเปล่า/
“ยาแก้ นายหมายถึง”
จ้าวจิงถิงมองลูกน้อง แล้วลดเสียงลง “ยาที่จะไม่ให้ยาของคุณย่าได้ผลงั้นเหรอ”
/มียาไหนที่เราจำเป็ต้องใช้ตอนนี้อีกล่ะหรือคุณโดนยาของใครเข้าอีก/
คุณชายใหญ่จ้าวเก็บน้ำโหยกน้ำเปล่าบนโต๊ะดื่ม พยายามพูดดีด้วย
“ยาที่ว่า นาย มีจริงๆ เหรอ”
/ไม่เชื่อ แปลว่าไม่้า/
“้า ฉัน้า นายเอามาให้ฉัน ไม่ๆฉันจะให้คนไปเอาเอง ตอนนี้นายอยู่ไหน”
/ใจเย็นก่อนสามี/
“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะฟังแล้วกินอะไรไม่ลง”
/ไม่ให้เรียกสามี งั้นเรียกถิงถิง/
เหรินซวงอิ๋นไม่สนใจเสียงฮึดฮัดของเขา
/จะเอายาคุณก็ต้องทำให้ผมพอใจ/
จ้าวจิงถิงใช้ความอดทนอย่างมากที่จะไม่วางสาย
“ว่ามานาย้าอะไร”
/เื่นี้ง่ายมาก เรียกผมว่าพี่ซวงอิ๋น/
“เสียสติรึไง ให้ตายฉันก็ไม่เรียก!!”
/ตามใจคุณ ยาคุณย่าไม่ถึงตายหรอกก็แค่มีอารมณ์ทุกคืนเท่านั้นเอง/
“นายมันหน้าไม่อาย”
/ขอโทษเถอะครับสามี ใครกันหน้าไม่อายเมื่อคืนใครจะจับปล้ำไปทั่ว คุณทำผมปวดไปหมด/
“ใครปวด ใครทำใคร นายรู้ดีแก่ใจ”
คุณชายเพิ่งรู้ตัวว่าหน้ามืดเกินไปก็เมื่อคืนนี้แหละยาคุณยาน่ากลัวเกินไปแล้วขนาดเขาที่ไม่ค่อยสนใจเื่อย่างว่ายังควบคุมตัวเองไม่อยู่เห็นก๋านเอินคนของน้องชายก็จะลากขึ้นเตียงเห็นภรรยาน่าตายก็ไม่เว้นคิดแล้วอยากหาปี๊บมาคลุมหัว
เ้าแซ่เหรินจอมแสบต้องกำลังได้ใจอยู่แน่
“เป็อะไร ทำไมถึงขัดขืนไม่อยากเป็เมียฉันแล้วเหรอ เมื่อก่อนแทบจะแก้ผ้าวิ่งเข้าหาฉันไม่ใช่เหรอ”
/ให้ดิฉันช่วยไหมคะ/
“เสียงใคร? นายอยู่ไหนเนี่ย”
/ไม่เป็ไร ขอบคุณครับ โทษทีผมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่นะจ่ายเงินก่อน/
แต่งตัว แล้วก็จ่ายเงิน หรือว่า ไม่ๆก็หมอนี่ค้างกับเขานี่นาเอาเวลาไหนไปซื้อบริการคุณชายใหญ่สลัดความคิดไม่เข้าเื่ออกไป
“เหรินซวงอิ๋น ฉันถามนายอยู่ที่ไหน”
/มาแล้วๆ คุณรอหน่อยสิครับเมื่อครู่คุณว่าไงนะ อะไรแก้ผ้า ผมได้ยินไม่ถนัด/
“ไม่...ไม่มีอะไร”
/แล้วโมโหทำไม หรือว่าหึงคิดว่าผมอยู่ที่ไหนล่ะ/
คนถูกย้อนรู้ตัว รีบปฏิเสธ “อยู่ไหนก็เื่ของนาย ใครหึงฉันแค่อยากได้ของ ว่าไงจะให้คนของฉันไปหาที่ไหน”
/ต้องเรียกผมว่าอะไร จำได้ใช่ไหมครับ/
“…….”
/เงียบ งั้นก็ไม่เอา/
“เดี๋ยว ก็ได้” จ้าวจิงถิงลุกจากโต๊ะเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูแล้วถึงเรียกออกไป
“พี่...ซวงอิ๋น”
/ผมยังไม่บอกเลยนะว่าให้เรียกตอนไหนเพราะงั้นเมื่อกี้ ถือว่าซ้อมแล้วกัน/
“นะ...”
อีกฝ่ายวางสายไปแล้วคุณชายใหญ่จ้าวแทบจะปามือถือทิ้ง
“เหริน-ซวง-อิ๋น”
หลักการปกครองคนของพ่อบ้านเหรินกุมใจลูกน้องได้ ถึงจะเรียกตนว่าเป็นายคนได้เต็มปากหากใช้แค่เงินจ้างให้คนทำงานให้ไม่ควรเรียกผู้นำ ควรเรียกนายจ้างลูกจ้างเท่านั้นต่างกันอย่างไรเล่า ย่อมต่างกันมาก หากวันใดคนเป็นายตกต่ำลูกน้องที่จงรักภักดีเท่านั้นจะยังอยู่ ยังคอยช่วยเหลือแต่หากเป็เพียงลูกจ้างก็จะจากไปอย่างรวดเร็วไม่เห็นฝุ่นเพราะอยู่ต่อก็ไม่ได้อะไรตอบแทน
ความจงรักภักดีมีค่าดุจทองคำทว่าเ้านายร่ำรวยแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะซื้อใจลูกน้องได้ทุกคน
ชาติก่อนเหรินซวงอิ๋นเคยถามพ่อ ‘เหตุใดท่านต้องคัดบ่าวรับใช้เองทุกคนด้วยไม่เหนื่อยบ้างหรือ’
ท่านพ่อเหรินตอบว่า ‘ย่อมเหนื่อยแต่การทดสอบเองเท่านั้นถึงทำให้พ่อวางใจ แถมยังทำให้จดจำคนรับใช้ทุกคนได้ด้วยเมื่อมีผู้แฝงตัวเข้ามาในจวน พ่อเห็นก็จะรู้ทันทีว่าเป็คนแปลกหน้ายามเกิดเื่แต่ไม่พบใครแปลกหน้าก็มั่นใจได้หลายส่วน ว่าควรต้องระวังคนใน’
“นายครับนี่คือ” มัวแต่คิดถึงอดีตทำให้หัวหน้าพยัคฆ์เร้นกายทั้งสี่ต้องยืนรอเสียนาน
เหรินซวงอิ๋นลุกจากเก้าอี้ด้านหน้ามีขวดสีชาสี่ขวดวางเรียงบนโต๊ะ ด้านในบรรจุยาลูกกลอนขวดละหนึ่งเม็ดลูกน้องต่างรอฟังว่าเมื่อไหร่เ้านายจะมอบของสักที
พวกเขาพอเดาออกว่าในขวดคือยาถอนพิษที่รับปากไว้จะให้มีห้าหน่วยแต่ขวดยามีแค่สี่
ตอนแรกเข้าใจว่านายน่าจะแยกให้อีกคนเองต่างหากยังไงหน่วยที่สี่ก็ไม่อยู่ตรงนี้ แต่นายกลับล้วงยาอีกขวดออกมา
นี่มันหมายความว่ายังไง
หัวหน้าหน่วยหนึ่งไม่เสียแรงที่เป็หน่วยจู่โจมเขาถามก่อนใคร
นายวางขวดที่ห้าซึ่งมีจำนวนเม็ดยามากกว่าห้าเม็ดไว้รวมกับขวดอื่นๆ ตอบอย่างใจเย็น
“จะมีแค่หนึ่งคนที่ได้ขวดนี้ไปในนี้มียาเจ็ดเม็ด มีข้อแม้คือใครก็ตามที่บอกความลับสำคัญ ของพวกคุณห้าคนความลับนั้นต้องสำคัญพอให้ผมเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ใครบอกก่อนแล้วผมเห็นว่าคุ้มค่ากับยาขวดนี้ก็เอาไปได้เลย”
คนทั้งสี่ใเมื่อฟังจบแต่ก็เก็บอาการได้อยู่เขาหันหลังไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม ไล่มองท่าทีแต่ละคน พร้อมกับพูดต่อ
“ยาถอนพิษนี้พวกคุณที่ไม่คิดจะทรยศหน่วยเราก็คงคิดว่าไม่จำเป็ต้องใช้แต่อย่าลืมว่าอนาคตไม่มีใครกำหนดได้ ผมเองยังไม่กล้ามั่นใจว่าจะไม่ถูกใครหักหลังหากถูกพิษแล้วได้มันไป ก็ยืดเวลาเพื่อทำสิ่งที่ยังติดค้างในใจได้แน่”
แต่ละคนยืนนิ่งไม่ว่อกแว่กนับเป็ท่าทีที่ดีทีเดียว
“หรือใครคิดว่าผมไม่มีทางทำให้พวกคุณถูกพิษลืมโลกได้คิดว่ายาถอนนี่ไม่จำเป็ต้องมี ก็ให้ยืนเฉยๆ รอฟังเพื่อนคุณแทน ถึงยังไงวันนี้ทุกคนต้องได้หนึ่งเม็ด ตามที่ผมรับปากไว้อยู่แล้ว”
คุณชายโน้มตัวเข้าหาพวกเขาเล็กน้อย
“มาใครจะขายความลับของใครก็ให้ก้าวมาข้างหน้า”
อดีตทหารสี่คนเหลือบตามองไปด้านข้างต่างยังดูเชิงคนอื่นก่อน เหรินซวงอิ๋นใช้ศิลปะการพูดเพื่อกระตุ้นใจคน
“พวกคุณอยู่ด้วยกันมานานขนาดจะเลือกนายยังเลือกตามกัน หากบอกว่าไม่รู้ความลับของกันและกันเลยคงเป็ไปไม่ได้ ออกมาก่อนได้ก่อน คิดให้ดี”
“......”
เงียบ ไม่มีใครขยับ
“ได้ ไม่ต้องรอแล้ว ผมนับถึงสามไม่มีใครออกมา ถือว่าสละสิทธิ์ในยาขวดนี้ ทุกคนจะได้คนละเม็ดเท่ากัน”
จ้องแต่ละคน แล้วนับดังๆ“สาม!!”ไม่มีหนึ่ง ไม่มีสอง และไม่มีใครยอมก้าวออกมา แต่เขากลับประกาศ
“งั้นขวดนี้เป็ของหัวหน้าหน่วยที่สี่เพราะเขาบอกความลับของพวกคุณทุกคนกับผมแล้ว ความลับพวกนั้นก็ไม่เลว”
คนในห้องเริ่มยืนเฉยไม่ไหว
“ไม่จริง!! นายเล่นอะไรอยู่ครับเนี่ย”หัวหน้าหน่วยหนึ่งจอมโวยวายคนเดิมเริ่มก่อนอีกแล้ว ตามด้วยหน่วยที่ห้า และสามส่วนหน่วยที่สองที่ตัวเล็กสุดนั้นเงียบเหมือนไม่ได้มาด้วย
“พวกคุณไม่เชื่อ? ได้!! งั้นผมจะยกตัวอย่างสิ่งที่เขาบอกผมเริ่มจากคุณหน่วยที่สอง อาหารที่คุณแพ้คือถั่ว คุณกินถั่วไม่ได้กินมากไปอาจถึงขั้นหายใจไม่ออก เสียชีวิตได้เลย”
ทำเอาหัวหน้าหน่วยที่สองเงียบต่อไม่ได้แล้ว“ไอ้บ้านั่นมันกล้าบอกนายเหรอครับ”
“ใช่” เหรินซวงอิ๋นพูดหน้าตาย “ของคนอื่นก็มีเด็ดๆ ทั้งนั้นเลย”
“ของผมล่ะ มันบอกความลับอะไรของผมบ้าง”หน่วยอื่นก็ถามคำถามนี้ แต่นายทำหูทวนลม
“รู้แล้วสิว่าคุณไม่ขายคนอื่นแต่คนอื่นขายคุณผมให้โอกาสใหม่อีกครั้งแล้วกัน ใครมีความลับของใครว่ามา”
ทั้งสี่ปรึกษากันทางสายตา เริ่มสงบรอบนี้เหมือนเคยยังไม่มีใครก้าวขาออกมา เหรินซวงอิ๋นก็ไม่ได้นับเหมือนรอบแรกเขาถาม
“ทำไมไม่มีใครออกมาเลยล่ะ”
ห้วหน้าหน่วยหนึ่ง “ผมไม่เชื่อว่าเ้านั่นจะขายเราครับ”
หัวหน้าหน่วยที่สามพูดยิ้มๆ “นายอย่ามาหลอกถามพวกเราเลยครับก่อนหน้านี้พวกเราเคยร่วมเป็ร่วมตายกันมา เคยสาบานว่าจะไม่ขายพี่น้องใครผิดคำขอให้เป็หมัน ถ้าเจอคนที่รักมากๆ ก็ให้ตายจากไม่สมหวังทุกชาติทุกภพ”
อดีตพ่อบ้านฟังแล้วรู้สึกทึ่งคำสาบานแบบนี้ พวกเ้ายังกล้าพูดออกมาอีกหรือ
“งั้นนายจะรู้ได้ไง เื่ฉันแพ้ถั่ว”หัวหน้าหน่วยสองยังไม่ปักใจเชื่อว่าเพื่อนปากโป้ง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเ้านายรู้ความลับของตนมาจากไหน
เหรินซวงอิ๋นไม่ตอบแต่ล้วงมือถือขึ้นมาโทรออก เปิดลำโพงด้วย ไม่ลืมบอกทุกคนห้ามใครส่งเสียง
/ครับคุณชาย/เสียงหัวหน้าหน่วยสี่ชัดแจ๋ว เขาเป็คนเดียวที่ยังเรียกเหรินซวงอิ๋นว่าคุณชายขณะที่คนอื่นเปลี่ยนไปเรียกนายกันหมดแล้ว
“เพื่อนคุณบอกว่า คุณมีโรคประจำตัวต้องกินยาตลอด จริงหรือไม่”
/หะ..หา..ใครบอกอะไรนะครับ/
เหรินซวงอิ๋นอธิบายกติการับยาถอนเพิ่มให้คนมาใหม่ฟังส่วนสี่คนที่ยืนอยู่เริ่มเก็บสีหน้าไม่อยู่ นายจะสร้างความแตกแยกในหน่วยให้ได้อะไร
หรือว่า กำลังทดสอบพวกเขา มีบางคนคิดได้แต่บางคนยังไม่เข้าใจก็เริ่มหัวร้อน แค่ไม่กล้าส่งเสียงไม่ต้องบอกว่าคนหัวร้อนมีใครบ้าง หน่วยหนึ่ง และห้าเ้าเก่าเ้าเดิมเพิ่มเติมคือความเดือด
“คุณอยากได้ยาถอนเพิ่มก็แค่บอกความลับพวกเขามา”
เพื่อนที่เหลือในห้องลุ้นว่าปลายสายจะเผยความลับของใครชายตัวใหญ่ดูจะลุ้นกว่าใครเพื่อน ชั่วอึดใจก็ได้คำตอบ
/ถ้าผมบอก แล้วคุณชายคิดว่าไม่คุ้มพวกผมก็เท่ากับเล่าความลับฟรีสิครับ ผมไม่เชื่อว่าพวกมันจะกล้าขายผมเื่โรคประจำตัวของผมคุณคงไปสืบมาเองมากกว่า/
เหรินซวงอิ๋นหัวเราะ
“สมกับเป็หัวหน้าหน่วยวิจัยคุณฉลาดที่สุดจริงๆ เอาล่ะ ผมเองก็เหนื่อยแล้ว รู้ไหมทำไมผมถึงทำแบบนี้”
ทุกคนตอบว่าไม่รู้พร้อมกันคนในสายรู้ตอนนั้นว่าเพื่อนอยู่กับคุณชายด้วยหากพวกเขาไม่เชื่อมั่นกันคงได้ขายกันไปมา ต่อหน้าเ้านายคนใหม่เสียแล้วคุณชายเหรินคนนี้ไม่เสียที ที่ตนเลือกทำงานให้ หัวหน้าหน่วยวิจัยเชื่อมาตลอดว่าผู้เป็นายต้องคิดได้กว้างกว่าลูกน้องถึงจะดี
“ผมเคยบอกแล้วไงว่าระดับหัวหน้าก็ต้องมีการทดสอบ”
“พวกเราคิดว่านายจะทดสอบฝีมือการต่อสู้”
หัวหน้าหน่วยห้าคิดไปหลายตลบว่านายจะให้สู้แบบไหนเพราะดูจากลูกน้องพวกเขาแล้ว ก็รู้ว่าการทดสอบต้องไม่ธรรมดาแน่
ใครจะรู้ว่าจะพิเศษเช่นนี้
“ฝีมือพัฒนาได้แต่คนเป็หัวหน้าที่ต้องมาก่อนคือ”
เหรินซวงอิ๋นใช้นิ้วชี้เคาะหัวตัวเอง “การคิด แยกแยะ วิเคราะห์ และตัดสินใจวันหนึ่งถ้าพวกคุณอยู่ในสถานการณ์คล้ายกันนี้ ให้คิดถึงวันนี้ ที่ทุกคนไว้เนื้อเชื่อใจกันไม่ว่าเดิมพันจะสูงขนาดไหน ก็ห้ามหวั่นไหว ความลับที่มี ต่อให้ต้องตายก็ห้ามคายออกเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจครับ!!”ลูกน้องทั้งในสายและที่ยืนตรงหน้าตอบพร้อมกัน
การทดสอบสิ้นสุดลง เขาเบาใจได้บ้างว่าลูกน้องไม่เหมือนเด็กแซ่ก๋าน เขาบอกทุกคนว่ายายังจะให้เหมือนเดิมส่วนที่เพิ่มมาเอาไว้จะให้เป็รางวัลโอกาสหน้าแต่วันนี้เนื่องจากทุกคนผ่านการทดสอบ เขาให้เงินพิเศษจำนวนหนึ่ง ทุกคนพอใจมากแต่ยังติดใจเื่ความลับอยู่ เหรินซวงอิ๋นไม่ปล่อยให้ความคาใจนี้อยู่นาน
“ส่วนความลับที่ผมยกตัวอย่างเมื่อครู่ผมรู้เพราะดูจากลักษณะของพวกคุณ”
เขาบอกหัวหน้าหน่วยที่สอง
“คนเป็โรคภูมิแพ้มักจะเป็มาั้แ่เด็กแล้วในเด็กที่เป็โรคนี้ใต้ตาคล้ำเนื่องจากนอนหลับไม่ค่อยสนิท ลมหายใจสั้นส่วนมากร่างกายจะเติบโตช้า โดยเฉพาะแพ้อาหารที่ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตที่พบบ่อยก็เช่น นม หรือถั่ว เื่ถั่วนั้นผมเดาเอาเพราะวันก่อนผมเห็นคุณถือนมกล่อง จึงคิดว่าไม่น่าจะแพ้นม”
ไม่รู้จะต้องอึ้งอีกกี่รอบบรรดาหัวหน้าหน่วยมองเ้านายอย่างระมัดระวังกลัวว่าแค่มองหน้าก็อธิบายประวัติสุขภาพของพวกเขาออกมาได้หมด
/งั้นเื่ที่ผมมีโรคประจำตัวละครับ/
คนในสายถามบ้าง เื่นี้ง่ายมากเหรินซวงอิ๋นคนหน้าไม่อายตอบเขาไป “ได้ยินคุณคุยกับอาเหลียงตอนรอขึ้นเรือ”
ทุกคน “......” หมดคำจะพูด