บทที่ 07 : สูตรโบราณ
ไป๋หลันไม่กล้าคิดว่า คุณหนูใหญ่ของนางป่วยจนสมองกลับหน้าหลังไปแล้ว
เพราะหลังกลับมาจากตลาด คุณหนูก็ให้นางส่งยาประสานเืให้ ก่อนจะโยนเข้าใส่ปากเคี้ยวอย่างไม่สนใจมูลค่า จากนั้น คุณหนูก็ทำหน้านิ่ว
ก่อนจะกระดิกนิ้วให้นางรินยาดองตะขาบดินใส่ถ้วยชา แต่เพียงจิบไปแค่หนึ่งอึก คุณหนูก็พ่นพรวดสิ่งที่อยู่ในปากออกมา ซ้ำยังทำหน้าตาขยะแขยงเต็มกำลัง
สุดท้าย คุณหนูผู้บอบบางก็เลิกให้ความสนใจกับของดีราคาสูงลิ่วทั้งสอง แล้วหอบเอาต้นหญ้าหางหนูที่เก็บมากำใหญ่ขึ้นมาตั้งบนโต๊ะ แล้วจัดการคัดแยกแต่ละต้นอย่างทะนุถนอมด้วยประกายตาแวววาว
...ไม่มีใครเข้าใจการกระทำของเจียงซูผิง ยกเว้นนางพญาเม่ยในคราบเจียงซูผิงเอง
นางตระหนักรู้แล้วว่า...ดีของคนอื่นกับดีของตัวเองไม่เหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น โลกอีกห้าร้อยปีข้างหน้าช่างตกต่ำเกินกว่าที่นางคิด!
ยาประสานเื ซึ่งผสมจากดอกไม้เืวิหคกับน้ำจากต้นธารแม่น้ำกวนซีอะไรนั้น ช่างไม่ต่างอะไรจากลูกอมหลอกเด็ก
สรรพคุณเมื่อทานเข้าไปยังให้พลังอ่อนด้อยกว่าการใช้เคล็ดวิชา ลมหายใจวายุ ที่นางฝึกเดินปราณเสียด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงพลังวิเศษที่ช่วยกระตุ้นบำรุงร่างกาย หากใช้ส่วนผสมจากน้ำกลั่นจากหยางบริสุทธิ์ที่ถูกต้องเช่นเมื่อก่อน
ส่วน ยาดองตะขาบดิน นางไม่รู้ว่าหอการค้าตระกูลหนิง ใช้น้ำจากต้นธารแม่น้ำกวนซีมาผสมด้วยเหมือนกันรึเปล่า รสชาติถึงได้ออกมาขมฝาดจนนางกลืนไม่ลง เพราะยาดองตะขาบดินสูตรเดิมในความทรงจำของนาง ใช้เพียงน้ำฝนที่พักไว้ในโอ่งดินสามวัน แล้วนำมาต้มกรองด้วยผ้าขาวบาง
ง่ายๆ แค่นั้น รสชาติก็ออกมาอร่อยล้ำ ไม่ต่างจากสุราเลิศรสที่วางขายในร้านอาหารเหลา
มันต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนสักอย่างแน่ๆ สูตรดั่งเดิมดีๆ ถึงได้แปรเปลี่ยนไปจนผลลัพธ์ออกมาย่ำแย่ขนาดนี้
แต่เอาเถิด...นั่นก็นับเป็ข้อได้เปรียบสำหรับนางเหมือนกัน เพราะของล้ำค่าบางอย่างก็จะมีเพียงนางผู้ซึ่งกำความรู้จากอดีตเท่านั้น ที่รู้คุณค่าและนำมาปรับใช้
อย่างเช่น หญ้าหางหนู อาหารเลี้ยงสัตว์ในยุคนี้ แต่เมื่อห้าร้อยปีก่อน มันมีราคาไม่ต่างจากทองคำ
หญ้าหางหนู คือ หญ้าวิเศษที่มีพลังชี่แฝงอยู่จำนวนมาก เมื่อนำต้นหญ้า 99 ต้นมาบดให้ละเอียด จากนั้นผสมกับน้ำกลั่นจากหยางบริสุทธิ์ คล้ายๆ กรรมวิธีของการทำยาประสานเื แต่กรรมวิธีของหญ้าหางหนูละเอียดอ่อนกว่านั้นมาก การตวงวัดจะต้องไม่มีข้อผิดพลาด และน้ำกลั่น หยางจะต้องเกิดจากปราณที่ใสกระจ่างเพียงพอ
เจียงซูผิงมีปราณสีขาวอยู่แล้ว เลยไม่กังวลเื่ความบริสุทธิ์ของน้ำกลั่นหยาง แถมหญ้าหางหนู ซึ่งเมื่อก่อนหาได้ยากยิ่ง มันกลับแพร่พันธุ์จนเก็บได้ตามทาง นางจึงถือโอกาสนำเอากลับมาปลูกที่เรือนเสียเลย
จากนั้น ภายหลังผ่านกระบวนการหลอมโอสถ หญ้าหางหนูก็จะเปลี่ยนสรรพคุณกลายเป็ ยาประสานิญญา แน่นอนว่า ฤทธิ์ของมันเหนือกว่ายาประสานเืเป็พันเท่า
ยาประสานเืก็เพียงแค่บำรุงเืในร่างกาย แต่ยาประสานิญญา เป็การเพิ่มพลังิญญาของผู้ใช้อย่างถาวร ยิ่งพลังิญญาแข็งแรงมากเท่าไร ก็จะยิ่งส่งผลต่อจุดตันเถียน
หรือพูดง่ายๆ อีกอย่างก็คือ...มันเป็น้ำมันเชื้อเพลิงชั้นดี สำหรับเติมลูกไฟสีขาวของนางนั่นเอง!
เมื่อลูกไฟสีขาวขยายใหญ่ การทะลวงขั้นปราณก็จะรวดเร็วราบรื่น และกำลังของนางก็จะเพิ่มพูนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ร้อยเชื่อมต่อกันเป็ทอดๆ
ดังนั้น นางจึงมีสีหน้าปลาบปลื้มยินดี ที่ได้ส่วนประกอบหลักของยาล้ำค่านี้มา แถมยังคิดการใหญ่ด้วยการปลูกมันไว้ใช้ผลิตยาประสานิญญาออกมาให้เยอะที่สุด
ความในใจของเจียงซูผิงที่ใช้อดีตของนางพญาเม่ยเป็องค์ความรู้ ไฉนเลยจะทำให้ไป๋หลันผู้เป็บ่าวเข้าใจ
“คุณหนู คิดจะปลูกหญ้าหางหนูจริงๆ หรือเ้าคะ”
“ใช่น่ะสิ หลังเรือนแถวต้นส้มมีที่ว่างๆ อยู่ใช่หรือไม่ ข้าจะปลูกมันตรงนั้น”
“คุณหนูจะเลี้ยงแพะหรือเ้าคะ”
โธ่...ไป๋หลันผู้น่าสงสารเข้าใจผิดเสียแล้วว่า นางจะปลูกหญ้าหางหนูไว้เลี้ยงแพะ
ซูผิงกำลังจะปฏิเสธ แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่า ในอดีตนางก็เคยเลี้ยงสัตว์เป็เพื่อนคลายเหงาเหมือนกัน แต่เป็พวกบรรดาสัตว์มนตราระดับขั้นสูงทั้งหลาย ที่คอยช่วยนางทำาและปกป้องคุ้มครองระหว่างนางบุกป่าฝ่าดงสำรวจสถานที่อันตรายหลายต่อหลายครั้ง
คำตอบของร่างบางจึงเปลี่ยนเป็พยักหน้า
“อืม ก็ไม่แน่เหมือนกัน ต่อไปอาจหาเลี้ยงไว้สักตัวสองตัว”
จบประโยค ใบหน้าของไป๋หลันก็ซีดขาวโดยฉับพลัน ก่อนจะทรุดตัวคุกเข่า โขกศีรษะกับพื้น
“คุณหนู บ่าวต้องขออภัยจริงๆ เ้าค่ะที่ดูแลคุณหนูได้ไม่ดีพอ”
“เกี่ยวอะไรกับเ้า”
ซูผิงงงงันกับท่าทางของหญิงรับใช้ที่มีปฏิกิริยากล้ำกลืนเสียใจอย่างสุดซึ้ง
“คุณหนูเป็ถึงคุณหนูใหญ่ของตระกูลเจียง แต่ต้องมาปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์หากินเอง บ่าวมีหน้าที่รับใช้คุณหนูแท้ๆ แต่บ่าวโง่เขลาเบาปัญญา ไม่
สามารถช่วยให้คุณหนูอยู่สุขสบาย คุณหนูเลยต้องตกระกำลำบากถึงเพียงนี้”
พูดไปแล้วน้ำตาเม็ดใหญ่ก็ร่วงเปาะแปะ ไป๋หลันพยายามกลั้นเสียงสะอื้น แทนทีจะเอ่ยโทษว่าเป็เพราะวาสนาอับโชคของเ้านาย แต่กลับเอาความผิดบาปทั้งหมดมาลงไว้ที่ตัวเอง
...บ่าวที่จงรักภักดีและใสซื่อขนาดนี้จะหามีได้จากที่ไหนอีก
เจียงซูผิงรีบย่อกายไปดึงตัวไป๋หลันให้ลุกขึ้น พลางลูบหลังปลอบพร้อมกับอธิบาย
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว หญ้าหางหนูเป็ของดีที่จะช่วยเพิ่มพลังปราณน่ะ”
“จริงเหรอเ้าคะ คุณหนูรู้ได้อย่างไร”
ดวงตาที่ยังมีน้ำคลอหน่วยมองนางด้วยความสงสัย เพราะอยู่ด้วยกันข้างกายมาตลอด หากเจียงซูผิงโกหกอะไรไป อีกฝ่ายย่อมจับได้ เหตุผลง่ายๆ ไร้ที่มาจึงถูกยกขึ้นมาอ้าง
“เออ...มีบรรพบุรุษมาเข้าฝันข้า แล้วบอกสูตรยาโบราณที่จะช่วยเพิ่มพลังปราณให้ข้าได้น่ะ”
แทนทีไป๋หลันจะสงสัย บ่าวผู้แสนซื่อกลับเชื่อน้ำคำของคุณหนูตนเองอย่างสนิทใจ
“เพิ่มพลังปราณ! ดีเหลือเกินเ้าค่ะคุณหนู บรรพบุรุษสกุลเจียงคงเมตตาคุณหนูของบ่าวถึงได้ประทานสูตรยามาให้ ขอบคุณเหลือเกิน”
มิหนำซ้ำ ยังคุกเข่าพนมมือกราบไหว้ขอบคุณบรรพบุรุษยกใหญ่ จนเจียงซูผิงได้แต่มองอย่างอ่อนใจ ก่อนไป๋หลันจะปาดน้ำตาทิ้ง แล้วเตรียมพร้อมเป็กำลังสำคัญ
“บ่าวจะช่วยด้วยอีกแรงนะเ้าคะ คุณหนูต้องทำอะไรบ้าง”
“ก่อนอื่นก็ช่วยคัดแยกต้นดีๆ เอามาให้ข้า ที่เหลือก็เตรียมนำไปปลูกเสีย”
“ได้เลยเ้าค่ะ”
สองนายบ่าวต่างขยันขันแข็งลงมือทำงาน พอคัดหญ้าหางหนูมาได้ 99 ต้นแล้วก็นำไปบดให้ละเอียด ก่อนซูผิงจะปล่อยให้ไป๋หลันไปปลูกหญ้าหางหนูที่สวนด้านหลังเรือนต่อ ส่วนตนเองนั่งสมาธิอยู่หน้าถ้วยใส่น้ำจนเต็มใบหนึ่ง เพื่อเตรียมตัวทำน้ำกลั่นหยาง
วิธีการทำ น้ำบริสุทธิ์จากพลังหยาง นั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ใส่พลังปราณที่เป็ธาตุหยางลงในน้ำธรรมดา
ซูผิงหลับตาเคลื่อนพลังปราณสีขาวที่มีอยู่น้อยนิดออกมาบนฝ่ามือ ก่อนจะถ่ายทอดมันไปยังผิวน้ำ
แต่อาจจะเป็เพราะพลังของตนเองค่อนข้างอ่อนแรง ปกติจะใช้เวลาเพียงไม่นาน หากครั้งนี้ ซูผิงกลับเดินพลังวัตรอย่างยากลำบากคล้ายถูกรีดเค้นเืในกาย กระทั่งในที่สุด น้ำในชามก็สว่างใสส่องแสงขาวกระจ่างเรืองรอง
นางทำน้ำกลั่นหยางได้แล้ว ที่เหลือก็แค่นำมาผสมกับหญ้าหางหนูด้วยปริมาณที่ไม่ผิดพลาด ซึ่งในอดีตนางก็ทำมาจนคุ้นมือ
ก่อนจะกลับมาที่เรือน นางควักเงินที่มีอยู่ในตัวทั้งหมดหาซื้อหม้อหลอมโอสถเล็กๆ มาได้ใบหนึ่ง มันเป็หม้อสีเงินราคาถูกสภาพไม่ได้ดีมากเท่าไร แต่อย่างน้อยมันก็น่าจะพอช่วยนางปรุงยาได้ นางจึงเริ่มต้นทำยาพร้อมกับใช้ไฟปราณช่วยในการเผาไหม้อย่างระมัดระวังเป็อย่างยิ่ง
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ยาประสานิญญาก็เสร็จสิ้นเรียบร้อย
ซูผิงไม่รอช้า นำยาประสานิญญาจำนวนหนึ่งเม็ดที่ได้มาใส่เข้าปาก แล้วรีบเร่งนำพลังชี่ประสานกับเคล็ดวิชาลมหายใจวายุเคลื่อนปราณทันที
ฤทธิ์ของยาส่งผลให้ร่างกายนางร้อนวูบวาบดั่งถูกไฟแผดเผา ลูกไฟสีขาวตรงจุดตันเถียนสั่นระริกอย่างยินดี ความสว่างจากขนาดเท่านิ้วโป้ง เมื่อเติมเชื้อเพลิงก็เหมือนได้รับสารอาหาร มันเติบโตลุกโชติ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็ลูกกลมเกลี้ยงเท่ากลางฝ่ามือ
แล้วฉับพลันนั้น คล้ายลมพายุหอบพัดเปลวเพลิงที่แผดเผาร่าง ให้กลับมาเย็นสบายเบาตัวอีกครั้ง
ซูผิงรู้ได้ทันทีว่า นางทะลวงมาถึง ‘ปราณต้นกำเนิด ขั้นกลาง’ แล้ว!
กว่าจะทะลวงผ่านขั้นต้นมาได้กินเวลาถึงเจ็ดวัน แต่พอกินยาประสานิญญาแค่เม็ดเดียว นางก็ทะลวงผ่านขั้นกลางมาได้ง่ายๆ
...ยอดเยี่ยมที่สุด!
หญิงสาวดีใจปลาบปลื้มกับความสำเร็จเล็กๆ แม้ยาประสานิญญาจะช่วยเหลือนางได้แค่เบื้องต้น เพราะยิ่งลูกไฟดวงใหญ่ขึ้น พลังของยาก็จะยิ่งลดน้อยลง แต่แค่นี้ก็เพียงพอ สำหรับการฝึกฝนปราณขาวที่ยากลำบากของตนเอง
...น่าสงสารก็แต่คนในยุคนี้ มีของดีอยู่ทั่วไปแท้ๆ แต่กลับไม่เคยเหลียวแล เช่นนั้น นางก็จะขอนำมันมาใช้ประโยชน์ให้เต็มทีเสียเลยแล้วกัน
ซูผิงคิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องใจ ก่อนเร่งฝีเท้าไปช่วยไป๋หลันปลูกหญ้าหางหนูให้เต็มสวนหลังเรือน
ꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥꕥ
Writer's Talk
หนทางการเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ในโลกนี้ได้เปิดสว่างให้กับซูผิงแล้ว
คนรุ่นใหม่หรือจะสู้คนแก่เมื่อห้าร้อยปีที่แล้ว!
มาช่วยกันติดตามว่าโลกปัจจุบันจะมีอะไรเซอร์ไพรซ์ซูผิงอีก
บอกเลยว่าเื่เด็ดๆ ยังมีอีกเพียบค่ะ!