วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 72 กองทัพตรวจสอบอาวุธ


            สุดท้าย มู่หรงฉือก็ขึ้นไปนั่งบนรถม้าอย่างไม่ยินยอม หากนางไม่ยอมทำตามความคิดของเขา เขาก็จะบังคับนาง สุดท้ายก็เป็นผลเหมือนเดิม อีกอย่าง โจวฮวายตายไปแล้ว มู่หรงอวี้ก็ออกจากเมืองมาที่นี่พอดี นี่มันแปลกมากไม่ใช่หรือ?

            รถม้าสองคันเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง ก่อนจะเดินทางกลับเข้าไปในเมือง

            รถม้าขับผ่านถนนเส้นป่านอกเมืองที่เงียบสงัดเหมือนกับตาย

            แสงอาทิตย์สายเล็กๆ เล็ดลอดเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาของมู่หรงอวี้ก็สว่างวาบขึ้นวูบหนึ่งเหมือนกับกระจกหลิวหลีที่ส่องแสงระยิบระยับ

            “โจวฮวายตายได้อย่างไร?” เขาถามเสียงเรียบ

            “บริเวณท้องโดนแทง ลมหายใจรวยริน ตอนที่เปิ่นกงสอบถามเขาก็ถูกเหม่ยฮวาเปียวโจมตีใส่จนตาย” นางอธิบายง่ายๆ

            “เห็นมือสังหารชัดเจนหรือไม่?”

            “เปิ่นกงเห็นแค่เงาดำแวบไป คนผู้นั้นก็หายตัวไปแล้ว ความสามารถไม่ธรรมดาเลย” มู่หรงฉือลองถามออกไป “ท่านอ๋องเองก็จะไปที่กองทัพตรวจสอบอาวุธหรือ?”

            เขาพยักหน้า ใบหน้าเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำ “เปิ่นหวางได้รับรายงานมาว่าที่กองทัพตรวจสอบอาวุธมีการเคลื่อนไหวแปลกๆ เตี้ยนเซี่ยเองก็ได้รับรายงานจากสายสืบถึงได้มาที่กองทัพเหมือนกันสินะ”

            นางขมวดคิ้ว พูดเสียงเย็นชา “น่าเสียดายที่โจวฮวายยังไม่ทันได้บอกว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุก็ถูกฆ่าปิดปากเสียก่อน”

            แต่ว่านี่ก็แสดงว่ากองทัพตรวจสอบอาวุธมีปัญหา มีความลับอยู่มากพอสมควร

            มู่หรงอวี้พูดเสียงทุ้มเย็น “เจ้าเห็นโจวฮวายตายกับตา คนที่ก่อเหตุในกองทัพตรวจสอบอาวุธจะต้องเดาได้ว่าเจ้าจะมาสืบหาเรื่องนี้ พวกเขาจะต้องมีการป้องกันต่างๆ ตอนนี้เราแหวกหญ้าให้งูตื่นไปแล้ว”

            นางพยายามควบคุมไฟโทสะเอาไว้ “เช่นนั้นก็ไม่ต้องปกปิดมันแล้ว ท่านอ๋องได้รับรายงานมาว่าอะไรบ้างหรือ?”

            แสงเล็กๆ ส่องลงบนใบหน้าของเขา ราวกับประกายแสงของไข่มุกยามค่ำคืน “ลอบค้าอาวุธ”

            นางก็แค่ถามไปอย่างนั้น คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดออกมาจึงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

            แต่ว่า เมื่อมองเช่นนี้แล้วก็หมายความว่าเขาได้ส่งคนไปจับตามองกองทัพตรวจสอบอาวุธอยู่ตลอด

            “เตี้ยนเซี่ยมีแผนอะไรหรือ?” มู่หรงอวี้ถามเสียงเรียบ

            “ไม่มีแผนอะไร เปิ่งกงอยากจะเรียบเรียงความคิดก่อน ท่านอ๋องมีแผนการอะไรหรือไม่?” มู่หรงฉือถามกลับ

            “เรื่องของกองทัพตรวจสอบอาวุธนั้นไม่เล็กเลย จำเป็นต้องใช้เวลาอีกสักพักในการดูสถานการณ์”

            นางหัวเราะเหอะๆ อยู่ในใจ เขาพูดเช่นนี้ก็เหมือนกับนางไม่ใช่หรือ ไม่อยากจะเปิดเผยการเคลื่อนไหวกับแผนการของตน

            แสงอาทิตย์ระยิบระยับในอากาศ ใบหน้าเย็นชาของเขาประหนึ่งรูปสลักที่หลอมรวมความงดงามในโลกมนุษย์เอาไว้

            เดินทางมาถึงศาลต้าหลี่ เสิ่นจือเหยียนชันสูตรพลิกศพของโจวฮวาย จุดที่ทำให้เขาบาดเจ็บจนตายมีสองตำแหน่ง หนึ่งคือส่วนท้องที่ถูกแทง อีกหนึ่งก็คือส่วนลำคอ

            ความจริงแล้ว ตอนที่มู่หรงฉือถามโจวฮวายเขาก็เหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายแล้ว จะต้องตายแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย

            คนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดรีบร้อนลงมือเพื่อเร่งความเร็วในการตายของโจวฮวาย ไม่ให้เขาเปิดปากพูด

            ต่อมา กู้ฮวายก็มาส่งมู่หรงอวี้กลับไปด้วยตนเอง ส่วนมู่หรงฉือกับเสิ่นจือเหยียนก็มายังห้องปีกด้านในสวน

            เสิ่นจือเหยียนรินชาสองถ้วย คลี่ยิ้มงดงาม “เตี้ยนเซี่ยคิดว่าโจวฮวายถูกคนของกองทัพตรวจสอบอาวุธสังหารหรือ?”

            นางพยักหน้า ยกถ้วยชาขึ้นดื่มจนหมด “โจวฮวายคงจะพบความลับของใครสักคนเข้า จึงหนีออกมาจากกองทัพตรวจสอบอาวุธ แต่กลับทำให้คนผู้นั้นรู้ตัว สุดท้ายจึงถูกฆ่าปิดปาก”

            เขาเห็นด้วย ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “ลอบค้าอาวุธก็เท่ากับเป็นกบฏต่อแคว้น คนผู้นั้นช่างกล้าหาญจริงๆ!”

            “กองทัพตรวจสอบอาวุธมีใต้เท้าว่านเป็นผู้บังคับบัญชากับใต้เท้าหวังเทาที่เป็นรองผู้บังคับบัญชารวมผู้จัดการโจวแล้วเป็นสามคน กล้าลอบค้าอาวุธกองทัพ หากไม่ใช่ว่านฟางก็เป็นหวังเทา จะต้องมีความสามารถในการควบคุมกองทัพได้”

            “เตี้ยนเซี่ยวิเคราะห์ได้ถูกต้อง แต่ว่าการลอบค้าอาวุธทหารนั้นเป็นความผิดร้ายแรง หากมีเรื่องนี้จริงๆ คนที่เกี่ยวข้องด้วยก็คงไม่มีทางยอมรับผิด”

            “เรื่องนี้จำเป็นต้องลอบตรวจสอบต่อไป แต่สิ่งที่ต้องเปิดเผยก่อนก็คือ พรุ่งนี้เปิ่นกงจะไปที่กองทัพตรวจสอบอาวุธรอบหนึ่ง เจ้าก็ไปด้วยกัน”

            “พรุ่งนี้เช้าข้าจะมารอที่หน้าประตูศาลต้าหลี่” เสิ่นจือเหยียนยิ้มแล้วพูด

            ทั้งสองคนพูดคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนมู่หรงฉือจะบอกลากลับไป

            ระยะทางจากศาลต้าหลี่ไปยังตำหนักบูรพานั้นไม่ใกล้ไม่ไกล นางคิดว่าจะราบรื่นมาก ใครจะรู้ว่าจะเจอเข้ากับองค์หญิงตวนโหรวอีก

            องค์หญิงตวนโหรวมู่หรงสือที่ก่อนหน้านี้ถูกทิ้งเอาไว้คิดไปคิดมา จึงตัดสินใจไปหาเสิ่นจือเหยียนที่ศาลต้าหลี่ แต่คิดไม่ถึงว่าเดินไปได้กลางทางก็จะเจอเข้ากับรถม้าขององค์รัชทายาทอีก

            นางวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ “เตี้ยนเซี่ย...เตี้ยนเซี่ย...เตี้ยนเซี่ย...”

            บนถนนมีรถวิ่งไปมามากมาย บนถนนก็ครึกครื้น จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนร้องเรียก คนที่อยู่ริมทางต่างหันไปมอง

            แม่นางคนนั้นดูเหมือนจะเป็นคุณหนูจากครอบครัวร่ำรวย เหตุใดถึงได้วิ่งตามรถม้าคันนั้นกัน?

            เตี้ยนเซี่ย...

            หรือว่าจะเป็นคนที่หลงรักองค์รัชทายาท?

            อั้ยหยา ยังมีคุณหนูที่ชอบองค์รัชทายาทไร้ความสามารถคนนั้นด้วย

            ฉินรั่วจำเสียงขององค์หญิงตวนโหรวได้ จึงสั่งห้ามไม่ให้คนขับรถหยุด รถม้าที่เดิมทีชะลอความเร็วพลันห้อตะบึงราวกับโบยบินแล้วหายลับไปอย่างไม่เห็นเงา

            มู่หรงสือวิ่งตามไปอีกครึ่งทาง นางไม่อยากจะยอมแพ้ ยังกัดฟันวิ่งตามต่อไป แต่สุดท้ายก็ตามไปไม่ไหว ขาทั้งสองข้างอ่อนจนไม่มีเรี่ยวแรงสักนิดจึงหยุดลง นางหอบหายใจแทบตาย

            ...

            กองทัพตรวจสอบอาวุธอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของวังตากอากาศที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกนอกเขตเมือง เข้าประตูมาก็เป็นประตูยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่าน

            ทุกคนจะเข้าออกจากตรงนี้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ตรวจสอบตัวตน ทั้งยังตรวจสอบเป้าหมายของคนๆ นั้น

            ว่ากันตามปกติแล้ว นอกจากฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์รัชทายาทที่เป็นเชื้อพระวงศ์คนสำคัญที่ไม่จำเป็นต้องมีพระราชโองการ ขุนนางใหญ่ในราชสำนักที่มาที่นี่ล้วนแล้วแต่ได้รับคำสั่งให้มาเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะเข้าไปไม่ได้ แน่นอนว่ายังมีอีกคนหนึ่งที่อยู่นอกเหนือจากนั้น คือท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน ผู้อยู่เหนือทุกคนและอยู่ใต้คนเพียงคนเดียว

            องครักษ์รักษาประตูเห็นป้ายอาญาสิทธิ์ของมู่หรงฉือก็ปล่อยให้นางเข้าไป

            แต่นางสังเกตเห็นว่า มีองครักษ์คนหนึ่งเดินออกไปด้านข้างเงียบๆ ก่อนจะวิ่งเข้าไปด้านใน

            “เตี้ยนเซี่ย มีคนไปส่งจดหมายรายงานแล้ว” ฉินรั่วยิ้มเย็น

            “ไม่เป็นไร เปิ่นกงก็อยากจะดูว่าพวกเขาจะต้อนรับเปิ่นกงอย่างไร” มู่หรงฉือนั่งอยู่ในรถม้า ในแววตามีเงาดำเย็นเยียบอยู่

            เมื่อวานตกลงกันไว้แล้วว่าจะมากับเสิ่นจือเหยียน แต่วันนี้ศาลต้าหลี่กลับมีเรื่องให้ทำมากมาย เขาปลึกตัวออกมาไม่ได้ จึงไม่ได้มาด้วยกัน

            ด้านหน้าคือเรือนเรียงกันหนึ่งแถว รูปแบบเหมือนกับพระราชวัง ขาดเพียงเสาแกะสลักแบบในพระราชวังไปเท่านั้น จึงเพิ่มความหยาบและโบราณมากขึ้นไปอีก

            ด้านหน้าเรือน ใต้เท้าว่านฟางข้าราชการตำแหน่งสูงสุดในกองทัพตรวจสอบอาวุธพาคนมารอต้อนรับ

            มู่หรงฉือกับฉินรั่วกระโดดลงจากรถม้า คนเหล่านั้นโค้งตัวแสดงความเคารพ พูดอย่างพร้อมเพรียงกัน “ยินดีต้องรับองค์รัชทายาทที่เดินทางมา”

            “ไม่ต้องมากพิธี” มู่หรงฉือยิ้มด้วยท่าทางไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่ “ลำบากพวกเจ้าแล้ว”

            “เชิญเตี้ยนเซี่ยเข้าไปด้านในก่อนพ่ะย่ะค่ะ” ว่านฟางผายมือออกอย่างนอบน้อม ใบหน้ายิ้มตาหยีไปจนถึงหู ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาทำให้ไขมันบนใบหน้าของเขามันวาว

            มองไปที่ตัวเขาอีกครั้ง ร่างอ้วนเหมือนหมู ทั้งตัวเต็มไปด้วยไขมัน 

            กองทัพตรวจสอบอาวุธอยู่ห่างไกลจากฮ่องเต้ ปกติแล้วราชสำนักก็ไม่เคยมาไต่ถาม ขุนนางที่นี่ทุกวันมาทำงานก็ดื่มชาพูดคุยเล่นกัน นอน ตื่นขึ้นมาก็ไปเดินลาดตระเวนด้านหลังรอบหนึ่ง กลับมาก็ดื่มชาพูดคุยกันต่อ จะลำบากก็แค่บรรดาช่างฝีมือที่ทำงานจริงๆ ที่ทำงานกันทั้งวันทั้งคืนเท่านั้น

            มู่หรงฉือหัวเราะฮ่าๆ พูดคุยทักทายพวกเขา พร้อมกวาดตามองรองผู้บังคับบัญชากองทัพตรวจสอบอาวุธหวังเทา

            หวังเทาร่างกายผอมแห้ง ดูแล้วคงเป็นคนที่ทานอย่างไรก็ไม่อ้วน ใบหน้าผอมตอบจนเป็นกระดูก มุมปากแหลมแก้มลิง ดวงตาเฉลียวฉลาดกลอกไปมา แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นคนฉลาดเจ้าแผนการ

            มาถึงที่ห้องโถงหลัก แน่นอนว่าตำแหน่งที่นั่งประธานต้องยกให้องค์รัชทายาทเป็นคนนั่ง คนงานเอาชามาวาง ว่านฟางรีบพูดแนะนำ “เตี้ยนเซี่ย นี่คือชาที่ดีที่สุดของกองทัพตรวจสอบอาวุธพ่ะย่ะค่ะ แน่นอนว่าเทียบกับชาในวังไม่ได้ เตี้ยนเซี่ยลองชิมเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

            นางยิ้มก่อนจะยกขึ้นดื่มหนึ่งอึก “ไม่เลว ไม่เลว สดชื่นดี ชาดี”

            “วันนี้เตี้ยนเซี่ยได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบหรือพ่ะย่ะค่ะ?” หวังเทายิ้มแล้วถาม

            “เสด็จพ่อเห็นเปิ่นกงไม่มีอะไรทำก็เลยให้มาดูที่นี่ เปิ่นกงคิดว่ามีใต้เท้าว่านกับใต้เท้าหวังคอยดูแลกองทัพตรวจสอบอาวุธ มีอะไรให้น่าดูกัน? เปิ่นกงจำได้ว่าใต้เท้าว่านกับใต้เท้าหวังอยู่ที่กองทัพนี้ก็สิบปีแล้วสินะ เป็นผู้มากประสบการณ์ เปิ่นกงวางใจเป็นอย่างยิ่ง” มู่หรงฉือยิ้มแล้วพูด “เปิ่นกงบอกกับเสด็จพ่อแล้ว พระองค์ก็ยังจะให้เปิ่นกงมา เมื่อทำอะไรไม่ได้ เมื่อวานเปิ่นกงก็เลยเดินทางมา แต่ระหว่างทางเจอเข้ากับคนตายคนหนึ่ง คนผู้นั้นคือโจวฮวายผู้จัดการของพวกเจ้า เปิ่นกงรู้สึกเศร้าใจมากจึงกลับเมืองไปก่อน”

            “เตี้ยนเซี่ยพูดเช่นนี้ กระหม่อมก็เหมือนได้รับการปลอบโยนแล้ว ขอบพระทัยที่เตี้ยนเซี่ยเชื่อใจพ่ะย่ะค่ะ” ว่านฟางโค้งตัวขอบคุณ แสดงท่าทีอย่างผู้บริสุทธิ์ “พูดถึงโจวฮวายคนนั้น ใต้เท้าหวัง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเขาถึงได้ตายอยู่ที่ถนนไม่ไกลจากกองทัพตรวจสอบอาวุธ?”

            “เตี้ยนเซี่ย กระหม่อมรู้เพียงเล็กน้อย โจวฮวายคนนั้นเป็นคนซื่อสัตย์เถรตรง ทำงานอยู่ที่กองทัพด้วยความขยันขันแข็งอยู่หลายปี ทำเพื่อกองทัพตรวจสอบอาวุธมาไม่น้อย แต่สองปีมานี้เขาไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงได้ไปติดการพนัน อีกทั้งยังแอบไปเล่นเองเสียด้วย ไม่ยอมให้คนที่บ้านรู้ ทั้งยังขอให้พวกกระหม่อมอย่าเปิดเผยออกไป” หวังเทาพูดด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ “เมื่อเดือนก่อน เขาเล่นพนันที่บ่อนแพ้ไปสามร้อยตำลึง เขาไม่กล้าบอกฮูหยินของเขา บอกว่าหากภรรยาจอมโหดของเขารู้เข้าจะไล่เขาออกจากบ้าน พวกกระหม่อมจึงให้เขายืมเงินไปสิบกว่าตำลึง ให้เขาเอาไปชดใช้ให้บ่อนก่อน แต่ว่าคนทวงหนี้ที่บ่อนนั้นสามวันก็มาทวงหนี้ เมื่อวานก็ฆ่าเขาตอนที่เขาออกไปทำงาน”

            “เฮ้อ จู่ๆ ต้องมาเห็นเพื่อนร่วมงานตายไปเช่นนี้ ชีวิตช่างไม่แน่นอนยิ่งนัก” หวังเทาถอนหายใจหนัก “ใต้เท้าโจวติดการพนันเป็นชีวิตจิตใจ สุดท้ายก็เอาชีวิตไปทิ้ง เห็นได้ชัดว่าการพนันเป็นสิ่งที่ไม่อาจแตะต้อง เตี้ยนเซี่ย ถึงแม้ว่าใต้เท้าโจวจะเลอะเลือนไปสักหน่อย แต่ถึงอย่างไรเขาก็ทำความดีความชอบให้กองทัพมาหลายปี หวังว่าเตี้ยนเซี่ยจะเห็นแก่ความลำบากของเขา อย่าได้เอาเรื่องนี้พูดออกไปเลย ให้เขาได้ตายไปพร้อมรักษาชื่อเสียงเอาไว้ด้วยเถิด”

            “เปิ่นกงนึกออกแล้ว มิน่าเมื่อวานตอนที่เปิ่นกงเจอใต้เท้าโจว ใบหน้าของเขาถึงเต็มไปด้วยความเสียใจภายหลัง น้ำตาไหลพราก ทั้งยังพูดประโยคหนึ่งกับเปิ่นกง” มู่หรงฉือกับฉินรั่วมองตากัน พูดด้วยความโศกเศร้า

            “พูดอะไรหรือ?” ว่านฟางกับหวังเทาถามออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้าร้อนรน

            “เขาบอกว่าพนัน...ผิดไปทั้งชีวิต เมื่อวานเปิ่นกงยังไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร ครั้นพวกเจ้าพูดมาเช่นนี้ เปิ่นกงก็เข้าใจทั้งหมดแล้ว” นางพูดด้วยท่าทางสดใส

            “ผิดไปทั้งชีวิตจริงๆ”

            ว่านฟาง หวังเทามองตากันแล้วลอบถอนหายใจ

            ฉินรั่วพูดเตือน “เตี้ยนเซี่ย ฝ่าบาทบอกให้เตี้ยนเซี่ยไปดูที่โรงงานมิใช่หรือเพคะ?”

            มู่หรงฉือตบหัวตัวเอง “ใช่ๆๆๆ เปิ่นกงลืมไปเลย เสด็จพ่อก็เป็นเช่นนี้ อยากจะให้เปิ่นกงไปเดินวนที่โรงงานรอบหนึ่ง ใต้เท้าว่าน ใต้เท้าหวัง พวกเจ้าสองคนพาเปิ่นกงไปเดินรอบๆ ดีหรือไม่?”

            ว่านฟางกับหวังเทามีหรือจะปฏิเสธ? รีบประจบประแจงดูแล ก่อนจะพากันเดินไปที่โรงงาน

            โรงงานกว้างมาก แค่มองก็ยังสุดลูกหูลูกตา มีการแบ่งการผลิตเป็นส่วนต่างๆ เหล่าคนงานต่างสวมเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ครั้นเห็นเจ้านายมาก็พากันโค้งตัวทำความเคารพแล้วทำงานต่อ 

            ว่านฟาง หวังเทาแนะนำว่านี่สร้างอะไร นั่นคืออาวุธอะไรอย่างกระตือรือร้น หน้าตาประจบสอพลอทำให้คนรังเกียจ

            เดินวนไปรอบหนึ่งก็ไม่พบอะไรผิดปกติตรงไหน คิดไปแล้วก็ใช่ คนร้ายกาจพวกนี้จัดฉากบังหน้าเอาไว้เป็นอย่างดี ไม่มีทางทำให้คนมองอะไรออกง่ายๆ 

            เพิ่งจะออกจากโรงงานมา พวกเขาก็เห็นคนผู้หนึ่งนั่งดื่มชาด้วยท่าทางสบายๆ

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592