ทันใดนั้น ร่างของถงจื่ออันและจี้อันก็เริ่มสั่นะเืขึ้นพร้อมกัน!
ใบหน้าของทั้งสองแดงก่ำ เส้นเื ทั่วร่างปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังแบกรับแรงกดดันมหาศาล ไอิญญารอบกายเริ่มหมุนวนปั่นป่วนอย่างรวดเร็ว
ภายในร่างของคนทั้งคู่ ห้วงลมปราณขนาดเล็กค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย...
หนึ่งจั้ง...
สองจั้ง...
สามจั้ง...
สำหรับถงจื่ออัน เมื่อห้วงลมปราณขยายมาถึงสามจั้ง มันก็เริ่มหยุดนิ่งลง
ทว่าส่วนของจี้อันนั้น... ห้วงลมปราณยังคงขยายต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งขยายไปถึงสี่จั้งจึงค่อย ๆ สงบลง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ทั้งสองก็แผดร้องออกมาพร้อมกัน!
"อ๊ากกก!"
เสียงร้องก้องสะท้อนไปทั่วทั้งโพรงถ้ำ ไอิญญาจากดอกไอิญญาสองสีพลันหมุนเกลียวไหลบ่าเข้าสู่ร่างของคนทั้งคู่ พลังฟ้าดินจำนวนมหาศาลถูกดูดซึมเข้าสู่ห้วงลมปราณที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นอย่างจัง ก่อนจะค่อย ๆ เติมเต็มจนมันสมบูรณ์
ทันใดนั้น ของเหลวสีดำเหนียวข้นก็เริ่มขับทะลักออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างกาย กลิ่นเหม็นรุนแรงคละคลุ้งแผ่กระจายไปทั่วทั้งโพรงถ้ำ
หลี่ซวนอดยิ้มออกมาไม่ได้ ภาพตรงหน้าช่างเหมือนกับวันที่เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญไม่มีผิด!
ผ่านไปครู่ใหญ่ แรงสั่นะเืจึงค่อย ๆ สงบลง ไอิญญารอบด้านกลับคืนสู่ความสงบดังเดิม ถงจื่ออันและจี้อันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แม้สีหน้าจะยังเต็มไปด้วยความร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้าและเ็ป แต่ภายในดวงตากลับประกายความยินดีไว้อย่างปิดไม่มิด
ถงจื่ออันเป็คนแรกที่หัวเราะลั่นออกมา
"ฮ่า ๆ ๆ! ในที่สุด... ข้าก็กลายเป็ผู้บำเพ็ญเสียที!"
ทว่ายังไม่ทันจะหัวเราะจบ เขาก็ทำหน้าเหยเกขึ้นทันควัน
"โอ๊ย... เมื่อยไปทั้งตัวเลย"
พลันจมูกของเขาก็กระตุกวูบ "เดี๋ยวนะ... กลิ่นอะไรเนี่ย!"
เขาก้มลงมองของเหลวสีดำเหนียวข้นทั่วร่าง ก่อนจะรีบะโถอยหลังทันที "อี๋! เหม็นยิ่งกว่าซากอสูรเสียอีก!"
จี้อันเองก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา แม้จะยังหอบเหนื่อย แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปิดไม่มิด เมื่อได้กลิ่นเหม็นเดียวกัน เขาก็รีบยกมือขึ้นปิดจมูกทันที "ดูเหมือน... นี่จะเป็สิ่งสกปรกที่ถูกขับออกจากร่างกาย"
หลี่ซวนหัวเราะเบา ๆ "ข้าเองก็เคยเป็เช่นเดียวกับพวกเ้า จึงเตรียมตัวไว้ให้แล้ว"
เขาชี้ไปยังมุมถ้ำ ซึ่งตรงนั้นมีถังน้ำ เสื้อผ้าสำรอง และผ้าสะอาดวางเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา "เช่นนั้นก็รีบไปล้างตัวเถิด!"
ไม่นานนัก ทั้งสองก็รีบชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าชุดใหม่ เมื่อกลับมานั่งที่เดิมอีกครั้ง บรรยากาศภายในถ้ำก็กลับมาสงบดังเดิม
แต่ครั้งนี้... ทั้งสามคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจว่า ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป พวกเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกแล้ว หากแต่เป็ผู้บำเพ็ญที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นต้น อย่างแท้จริง!
...
หลังจากทั้งสามกลับมานั่งล้อมวงกันตามเดิม ถงจื่ออันก็เอามือแตะบริเวณท้องน้อยของตน พลางหลับตาลงเพื่อสำรวจห้วงลมปราณที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น ไม่นานนัก เขาก็ลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"แปลกจริง... ข้ารู้สึกเหมือนภายในร่างมีพื้นที่ว่างอยู่แห่งหนึ่ง ขนาดของมัน... น่าจะประมาณสามจั้งได้"
จี้อันเองก็สำรวจภายในร่างของตนเช่นกัน ก่อนจะกล่าวอย่างสงบนิ่ง "ของข้าน่าจะประมาณสี่จั้ง"
"หา!" ถงจื่ออันหันขวับไปมองจี้อันทันที "นี่เ้าดูผิดหรือไม่ ของเ้ามากกว่าข้าตั้งหนึ่งจั้งเลยหรือ!"
จี้อันเพียงยักไหล่ ก่อนทำเป็หูทวนลมไม่สนใจ
เมื่อหลี่ซวนได้ยินดังนั้น เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พวกเ้ามีห้วงลมปราณเพียงสามกับสี่จั้งงั้นหรือ"
ถงจื่ออันพยักหน้า "ใช่ ของข้ามีสามจั้ง" จากนั้นเขาก็หันมายิ้มให้หลี่ซวน "แล้วของเ้าล่ะ หากให้ข้าเดา อย่างน้อยก็คงห้าจั้งกระมัง ถึงอย่างไรเ้าก็สามารถสังหารงูอสูรตัวนั้นได้ แม้ตอนนี้ข้าจะรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือมันได้เลย"
จี้อันพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าก็คิดว่าน่าจะมากกว่านั้น หากดูจากขนาดและรูปร่างของมัน ต่อให้เป็ข้าในตอนนี้ หากต้องเผชิญหน้ากับงูอสูรตัวนั้น ก็คงยังไม่ใช่คู่มือของมันอยู่ดี"
หลี่ซวนไม่ได้ตอบทันที เขาหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนใช้ััภายในสำรวจห้วงลมปราณของตน...
ภายในร่าง... ห้วงลมปราณขนาดใหญ่ลอยนิ่งอยู่ มันกว้างกว่าตอนแรกที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ในเวลานี้... มันมีขนาดกว้างใหญ่ถึงประมาณสิบสี่ถึงสิบห้าจั้งแล้ว!
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่ซวนก็อดประหลาดใจไม่ได้
'เพียงบำเพ็ญมาตลอดหลายเดือน ห้วงลมปราณของข้าก็ขยายจากสิบจั้งเป็สิบสี่ถึงสิบห้าจั้งแล้ว... เช่นนี้แสดงว่า ตราบใดที่ยังอยู่ในระดับลมปราณแรกเริ่ม ห้วงลมปราณก็ยังคงขยายออกได้เรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ'
เขาลืมตาขึ้น ก่อนจะบอกขนาดของห้วงลมปราณตามจริงเมื่อตอนที่เข้าสู่ระดับลมปราณแรกเริ่มครั้งแรก
"ของข้า... สิบจั้ง"
สิ้นเสียงนั้น ทั้งถงจื่ออันและจี้อันต่างนิ่งค้างไปทันที!
"สิบจั้ง!" ทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน
ถงจื่ออันถึงกับอ้าปากค้าง "นี่มันมากกว่าข้าตั้งสามเท่าเลยนะ!"
จี้อันเองก็อดสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไม่ได้ "ไม่น่าเชื่อ... ห้วงลมปราณของเ้ากว้างถึงเพียงนี้เชียว"
หลี่ซวนเพียงส่ายหน้า "ข้าเองก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ถึงตอนนี้มันจะขยายมาเป็สิบสี่ถึงสิบห้าจั้งแล้ว แต่ข้ารู้สึกว่า... มันยังสามารถขยายออกได้อีก"
ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
ถงจื่ออันเดินเข้ามาตบบ่าหลี่ซวนแรง ๆ "สมกับเป็เ้าจริงๆ ห้วงลมปราณสิบสี่ถึงสิบห้าจั้ง! แต่ถึงอย่างไร เ้าก็ยังเป็สหายของพวกเราอยู่ดี"
จี้อันเองก็ยิ้ม "ถูกต้อง ต่อให้ห้วงลมปราณจะกว้างใหญ่เท่าใด เ้าก็ยังคงเป็หลี่ซวนคนเดิม"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ซวนก็ยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น
จากนั้นจี้อันจึงเอ่ยถามขึ้น "แล้วต่อจากนี้ พวกเราจะฝึกกันอย่างไรต่อ"
หลี่ซวนหยิบหนังสือเล่มที่สองขึ้นมา ก่อนจะเปิดไปยังหน้าที่บันทึก วิชาผนึกลมปราณ เอาไว้
"ในหนังสือกล่าวไว้ว่า เมื่อผู้บำเพ็ญอยู่ในระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นต้นจนถึงจุดคอขวด จึงจะสามารถใช้วิชาผนึกลมปราณได้ วิชานี้มิใช่การเพิ่มปริมาณลมปราณ หากแต่เป็การบีบอัดลมปราณทั้งหมดภายในห้วงลมปราณให้เล็กลง เพื่อให้มันมีความหนาแน่นและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม เมื่อทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ห้วงลมปราณก็จะค่อย ๆ ปรับตัวและขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเข้าสู่ระดับต่อไปพร้อมกับห้วงลมปราณที่ใหญ่ยิ่งขึ้น"
จี้อันพยักหน้าอย่างเข้าใจ "กล่าวคือ... ยิ่งลมปราณถูกอัดแน่นมากเท่าใด ห้วงลมปราณก็จะยิ่งรองรับพลังได้มากขึ้น และเมื่อถึงขีดจำกัดก็จะทำให้ห้วงลมปราณพัฒนาขึ้น จึงจะก้าวเข้าสู่ลมปราณแรกเริ่มขั้นกลางสินะ"
หลี่ซวนพยักหน้า "ถูกต้อง ข้าคิดว่าน่าจะเป็เช่นนั้น สำหรับผู้บำเพ็ญทั่วไป แม้ข้าจะไม่รู้ว่าต้องมีกว้างกี่จั้งถึงจะถึงจุดคอขวด เพราะในหนังสือไม่ได้ระบุไว้ แต่ข้าคิดว่าหากฝึกจนห้วงลมปราณไม่สามารถขยายไปได้มากกว่านี้แล้ว จึงจะเริ่มฝึกวิชาผนึกลมปราณได้ ตอนแรกของข้าอยู่ที่สิบจั้ง แต่ตอนนี้ประมาณสิบสี่ถึงสิบห้าจั้งแล้ว ข้ารู้สึกว่าหากพัฒนาไปจนถึงราว ๆ ยี่สิบจั้งก็น่าจะบรรลุถึงจุดคอขวดพอดี"
ถงจื่ออันหัวเราะแห้ง ๆ "ต่างกันเกินไปแล้ว... ข้าจะตามเ้าทันหรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย"
หลี่ซวนหัวเราะเบา ๆ "ไม่จำเป็ต้องตามข้าให้ทันดอก พวกเราต่างก็มีเส้นทางเป็ของตนเอง ตราบใดที่ไม่หยุดเดิน สักวันก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน"
จี้อันพยักหน้าเห็นด้วย "กล่าวได้ดี เช่นนั้น... พวกเราก็มาฝึกกันต่อเถิด"
ทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นจึงค่อย ๆ หลับตาลงเข้าสู่สมาธิอีกครั้ง
ดอกไอิญญาสองสียังคงแผ่พุ่งไอิญญาออกมาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
เวลาหมุนเวียนผ่านไป... ครึ่งปี... แปดเดือน... หนึ่งปี...
ทั้งสามยังคงเดินทางมายังโพรงถ้ำแห่งนี้แทบทุกวัน โดยไม่มีผู้ใดในหมู่บ้านซีเหอล่วงรู้เลยว่า เด็กหนุ่มทั้งสามได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้บำเพ็ญอย่างเต็มตัวแล้ว!
"สักวันก็ต้องแข็งแกร่งขึ้น"
จี้อันพยักหน้า
"กล่าวได้ดี"
"เช่นนั้น..."
"พวกเราก็ฝึกกันต่อเถิด"
ทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนยิ้มออกมา
จากนั้นจึงกลับเข้าสู่สมาธิอีกครั้ง
ดอกไอิญญาสองสียังคงแผ่ไอิญญาออกมาอย่างต่อเนื่อง
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
ครึ่งปี...
แปดเดือน...
หนึ่งปี...
ทั้งสามยังคงเดินทางมายังโพรงถ้ำแห่งนี้แทบทุกวัน
ไม่มีผู้ใดในหมู่บ้านซีเหอล่วงรู้เลยว่า
เด็กหนุ่มทั้งสาม...
ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้บำเพ็ญแล้ว