Chapter 19 : ออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อป
รองเท้าผ้าใบสีขาวที่บัดนี้แปลงเปลี่ยนเป็สีเหลือง บ่งบอกถึงระยะเวลาการใช้งาน สองเท้าที่สวมมันอยู่นั้น กำลังวิ่งเหยาะๆ อย่างไม่หยุดพัก กางเกงวอร์มสีดำกับเสื้อยืดธรรมดาๆ สีเดียวกันเริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อ เหตุจากเ้าตัววิ่งมาได้สักระยะแล้ว
เสียงหายใจเข้าออกหนักแน่นดังขึ้นตลอดการวิ่งเนื่องจากความเหนื่อยล้าที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน ไม่ว่าจะทั้งจากโลกเก่าหรือโลกนี้
มินเงยหน้ามองท้องฟ้าที่บัดนี้เริ่มสว่างขึ้นมาจากท้องฟ้าสีดำแปรเปลี่ยนเป็สีน้ำเงินเข้มเพราะว่าพระอาทิตย์กำลังขึ้นแล้ว
ชายหนุ่มถูกปลุกให้ตื่นโดยหญิงสาวผู้ช่วยของตนั้แ่ตีห้าด้วยเวลาที่ได้นอนพักหลังจากออกมาจากดันเจี้ยนโรงฝึกเพียงแค่ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น อาบน้ำแต่งตัวแล้วจึงออกมาวิ่งโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ระยะทางสามกิโลเมตรตามที่เงื่อนไขในมิชชัน้า
เกิดสับสนขึ้นมาภายในหัวอยู่หลายครั้งเมื่อนึกถึงมิชชันดังกล่าว พร้อมกับคิดในใจว่าทำไมเขาต้องมาทำอะไรให้ลำบากตัวเองแบบนี้ด้วย ไม่ว่าจะมินจากโลกเก่าหรือมินของโลกนี้ พวกเขาทั้งคู่ไม่ชอบออกกำลังกายเหมือนกัน ไม่ว่าจะกีฬาใดๆ ก็ตาม บอล บาสเกตบอล ตะกร้อ เขาไม่ชอบมันสุดๆ ไปเลย ตอนอยู่โลกเก่าสมัยเด็กๆ ก็เล่นอยู่หรอก ไอ้บอลเนี่ย แต่เมื่อโตมาหลังจากที่เขาได้รู้จักกับ ร้านเกม แล้วหลังจากนั้นเขาก็ผันตัวเป็เด็กติดเกมไปโดยปริยาย (แต่ก็ยังขยันเรียนอยู่นิดหนึ่งนะ)
กับมินคนเก่านี่ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะว่าเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ เขาแทบไม่ต้องอะไรเองเลย แม้จะชอบเล่นเกมเหมือนกันแต่สิ่งที่ทำให้หนักยิ่งขึ้นไปอีกคือ ไอ้มินคนนี้มันหนักไม่เอาเบาไม่สู้ทั้งนั้น รักสบาย ไม่เคยแตะกีฬาอะไรเลยสักอย่าง วิชาพละก็โดดไปกับเพื่อนตลอด เรียนติดศูนย์ก็ใช้เงินแก้ปัญหา อยู่คฤหาสน์ถ้าอยากได้อะไรก็ไม่ออกไปไหน แค่สั่งคนใช้ให้ไปซื้อเท่านั้น
สุดท้ายประเด็นที่สำคัญที่สุด ภายนอกดันเจี้ยนนั้นตัวเขาไม่มีพลังเลยแม้แต่น้อย ต้องวิ่งให้ได้ระยะสามกิโลเมตรอย่างคนธรรมดา ยิ่งทำให้เขาหัวเสียยิ่งขึ้นไปอีก โลกภายนอกเขาก็คือคนธรรมดาจนกว่าเขาจะอัญเชิญซิลเวอร์ออกมาจากแหวน ซึ่งมันเป็เื่ลำบากนิดหน่อย มินกลัวว่าถ้าเขาเรียกซิลเวอร์ออกมาในที่สาธารณะ หากมีใครเกิดเข้าใจผิดคิดว่าซิลเวอร์เป็มอนสเตอร์แล้วมาหาเื่ล่ะก็ มันจะกลายเป็จุดสนใจและเื่ใหญ่ได้
และนั่นเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงถามกับตัวเองไปมาอยู่ในครั้งในขณะที่กำลังวิ่งอยู่ว่า ทำไมเขาต้องมาทำอะไรให้ลำบากตัวเองแบบนี้ด้วย
ทุกคนสามารถพูดได้นะว่าเขาเหยาะแหยะ เพราะนั่นก็คือเื่จริง ความจริงที่เขาเหยาะแหยะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากความคิดและคำถามที่กำลังเกิดขึ้นในหัวของเขาในขณะนี้
แต่ในเวลาเดียวกันก็มีสิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจจนเขาอดประหลาดใจไม่ได้ อดสับสนตัวเองไม่ได้เพราะในขณะที่ถามตัวเองว่าทำไมถึงต้องมาลำบาก แต่เขาก็ตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมกับออกมาวิ่งอย่างไม่รีรอ ทั้งๆ ที่หากเป็ปกติป่านนี้เขาอาจจะยังคงบอกกับมายว่าขอนอนต่ออีกห้านาทีไปเป็ร้อยเป็พันหนแล้วก็เป็ได้
วิ่งไปพร้อมกับคิดอะไรไปเพลินๆ จนลืมเวลา รู้ตัวอีกทีก็เมื่อได้ยินเสียงหุ่นยนต์ของซิสเตมดังขึ้นในหัวของเขา
[มิชชัน มาฝึกวิชากันเถอะ! เสร็จสิ้น]
[ดันเจี้ยนโรงฝึกสามารถเปิดให้เพลเยอร์เข้าได้แล้ว]
[หลังจากวันนี้เป็ต้นไปดันเจี้ยนโรงฝึกจะเปิดอัตโนมัติหลังจากยูสเซอร์วิ่งครบสามกิโลเมตรในตอนเช้า]
ขาอ่อนขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินคำว่ามิชชันเสร็จสิ้น ความรู้สึกเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาทุกส่วนของร่างกาย แต่มินก็ต้องกลั้นใจยืนขึ้นและเดินกลับไปที่ร้านโดยด่วนที่สุดเพื่อที่จะกลับไปนอนต่อบนเตียงที่แสนนุ่มของตน
ชายหนุ่มใช้เวลากว่าสิบนาทีเพื่อที่จะลากขาทั้งสองข้างของตัวเองซึ่งอ่อนแรงกลับไปที่ออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอ ผลักประตูใสเข้าร้านไปก็ต้องพบกับรอยยิ้มอันแสนหวานที่ดูเหมือนจะมีเจตนาเยาะเย้ยเสียมากกว่ายิ้มต้อนรับการกลับมาของเขา
“เก่งมาก ฉันนึกว่านายจะรีบแจ้นกลับมาั้แ่ห้าร้อยเมตรแรกซะอีก” หญิงสาวในชุดวันพีชสีขาวกล่าวหยอกล้อ
“เป็ไง ฉันเจ๋งไหมล่ะ ให้วิ่งอีกรอบก็สบาย ของหมูๆ แค่นี้” อดไม่ได้ที่จะทำหน้าตากวนๆ แล้วอวดตนกลับไป
“เก่งจังเลยจ้าพ่อ พรุ่งนี้ลุกขึ้นได้ให้อย่างวันนี้นะ” เธอตอบกลับ ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงอันแ่เบา “ถ้ากล้ามเนื้อไม่ปวดจนขยับขาไม่ได้ไปซะก่อน หึหึ”
‘เชี่ย!’
อดอุทานออกมาไม่ได้เมื่อนึกขึ้นได้ คนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนหากอยู่ๆ ไปวิ่งแบบที่เขาทำ วันต่อมามันจะปวดไปทั้งตัว! ตอนนี้ที่เพิ่งจะวิ่งเสร็จนั้นความเ็ปอาจจะมีไม่มากเท่าไหร่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเ็ปมันจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ หายใจเฮือกใหญ่ออกมาทันทีเมื่อเห็นภาพตนกำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป
“อ้ะใช่ นายกดรับมิชชัน ออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อปด้วย เงื่อนไขครบแล้ว” มายเตือนเขา
เมื่อได้ยินดังนั้น อารมณ์บูดเมื่อสักครู่ก็พลันจางหายไป เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าตนยังมีมิชชันที่สามารถกดรับและทำให้มันเสร็จได้ในทันที เนื่องจากมิชชันดังกล่าวไม่ใช่มิชชันที่เมื่อสำเร็จแล้วซิสเตมจะประกาศทันที แต่เป็มิชชันที่ตัวมินต้องกดรับก่อน โดยในกรณีนี้ เนื่องจากเขามีดันเจี้ยนในครบสามที่ตามเงื่อนไขของมิชชันแล้ว เขาสามารถจบมิชชันได้ในทันที
ไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาพร้อมกับเปิดหน้ามิชชันและกดยอมรับมันทันที
ติ๊ง!
[มิชชัน ออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อปเสร็จสิ้น]
[ท่านได้รับออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อป]
[ติดตั้งมิชชัน ออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อป]
[กำลังดำเนินรายการ]
ทันใดนั้นก็พลันเกิดแสงสว่างขึ้นตรงบันไดในตึกของเขา มินกับมายรีบเดินเข้าไปดูอย่างไม่รอช้า
[ดำเนินการเสร็จสิ้น]
ติ๊ง!
[เงื่อนไขสำเร็จ]
[ปลดล็อกระบบมินเนี่ยน]
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจมันในขณะนี้เพราะสิ่งที่ดังความสนใจของเขามากที่สุดในเวลาก็คือ บัดนี้ตึกของเขามีบันไดที่สามารถลงไปสู้ชั้นใต้ดินได้!!!
“ในที่สุดร้านน่าเบื่อนี้ก็มีฟีเจอร์ใหม่ มาฉันจะพาทัวร์” เสียงหวานเอ่ยด้วยความสดใสก่อนจะเดินนำเขาไป
มินเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่าย สุดทางของบันไดขั้นสุดท้ายคือประตูเหล็กสีดำสนิทสูงกว่าสามเมตร ไม่มีกลอนหรืออะไรที่บ่งบอกว่ามันสามารถเปิดไปได้ มีเพียงป้ายรูปตัวนากซึ่งเป็สัญลักษณ์ประจำร้านของเขาเท่านั้น มันถูกติดไว้กึ่งกลางของประตู ช่างเป็ภาพแปลกตาที่มินคิดว่า มันไม่เข้ากันเสียเลย
“ทำตามฉันนะ” เธอกล่าว ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่สัญลักษณ์รูปตัวนาก ก่อนที่ร่างของเธอจะหายไปทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้างทันที พร้อมกับรีบทำเช่นเดียวกันกับหญิงสาว
รู้ตัวอีกทีร่างของเขาก็เข้ามาโผล่ในอีกสถานที่ที่หนึ่งเสียแล้ว สายตามองเห็นกำแพงที่ถูกสร้างมาจากหินก้อนใหญ่ซ้อนๆ กัน หลังคาทำจากไม้สีน้ำตาลเข้มซึ่งดูเก่าแก่ ขนาดห้องที่มีขนาดใหญ่ ไม่แน่ใจว่ามันกว้างเพียงใดแต่จากที่สังเกตแล้ว ชายหนุ่มก็เดาว่าอย่างน้อยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสถานที่แห่งนี้ก็ไม่คงต่ำกว่าร้อยสิบเมตรเป็แน่
และเขามองไปรอบกายๆ แล้วสังเกตเห็นสิ่งของบางอย่างก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อตอนนี้ตนยืนอยู่ใจกลางดงอาวุธชุดเกราะมากมายที่ถูกตั้งเรียงรายในตู้กระจกอย่างเป็ระเบียบ
“คุณลุง”
เสียงหวานของมายเรียกความสนใจในการชื่นชมอาวุธและชุดเกราะที่สวยงามอยู่ เขาหันไปยังทิศทางของเธอเพราะสงสัยว่าใครกันคือคนที่เธอเรียกหา และเมื่อเห็นอีกฝ่าย มินก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้งซึ่งไม่รู้ว่านี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว!
เพราะว่าคุณลุงที่หญิงสาวเรียกนั้น ไม่ใช่คน ไม่มีความเหมือนคนเลยสักนิด แต่เป็ตัวนาก ที่มีขนสีน้ำตาลเข้มโดยมีขนขาวๆ แซมขึ้นมา มันยืนสองขาและมีรูปร่างใหญ่ มีความสูงประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบเิเ พุงใหญ่กลมโตเหมือนกับพวกชายแก่มีอายุที่ชอบดื่มเบียร์แล้วลงพุง ที่ใบหน้าของมันมีหนวดและเครายาวเหมือนกับพวกคนแก่ในหนังจีน มือ (ขาหน้า?) ข้างหนึ่งของมันกำลังถือค้อนอยู่
“สวัสดีท่านมายท่านมิน โฮ่โฮะโฮ” เสียงแหบเปล่งออกมาทักทาย
“คุณลุงคนนี้คือมินเนี่ยนของนาย เขามีหน้าที่ผลิตอาวุธและชุดเกราะ รวมถึงซ่อมแซมด้วย” มายอธิบาย
ชายหนุ่มยิ้มให้กับอีกฝ่ายกลับไป พร้อมกับร้องอ๋อในใจเมื่อได้ฟังคำอธิบายของหญิงสาว การทำเขาได้ทำมิชชันออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อปผ่าน ไม่เพียงที่เขาจะได้ร้านตีอาวุธเท่านั้น เขายังได้รับมินเนี่ยนอีกด้วย
โดยมายอธิบายเพิ่มเติมเอาไว้ว่า ระบบมินเนี่ยนที่ซิสเตมเพิ่งจะประกาศว่าเขาได้ปลดล็อกนั้น คือระบบที่เขาสามารถซื้อมินเนี่ยนจากในช็อปมาให้ช่วยงานได้ โดยมินเนี่ยนเหล่านี้ไม่สามารถถูกใช้งานเกี่ยวกับการต่อสู้ได้ เป็พวกที่เขาเอามาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในดันเจี้ยนสตูดิโอของเขาและใช้แรงงานเท่านั้น และพวกมันก็มีกันอยู่หลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น คุณลุงที่มายเรียก โดยมินตั้งชื่อเขาว่าสมิธเพราะฟังดูเข้ากับอาชีพของเขาดี
[มินเนี่ยน: สมิธมาสเตอร์]
เผ่า: ออตเทอเรี่ยน
เกรด: Expert
ประเภท: ช่างตีเหล็ก
ราคา: 100,000 บาท
ชายหนุ่มที่เปิดหน้าต่างช็อปดูรายละเอียดของมินเนี่ยนแบบคุณลุงสมิธนั้นก็ต้องใในราคาของเขา
‘นี่เท่ากับว่าเราได้มินเนี่ยนดีๆ มาฟรีเลยสีเนี่ย! ของฟรีเว้ย!’ ชายหนุ่มคิดในใจ
นอกจากนี้แล้วยังมีมินเนี่ยนที่ราคาสูงกว่าคุณลุงสมิธอีกมากมาย หรือพวกมินเนี่ยนที่ราคาต่ำๆ ก็มีเช่นกัน ซึ่งราคาต่ำสุดก็อยู่ที่หนึ่งพันบาท แม้มินจะอยากได้พวกมันเพียงใดก็ทำได้แค่เพียงมองปุ่มกดซื้อด้วยสายตาละห้อย เงินของเขาตอนนี้รวมกันทั้งเงินสดและเงินในบัญชียังไม่มีถึงสองร้อยบาทเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นตอนนี้เขาก็คงทำได้แค่ฝันถึงชีวิตที่ล้อมรอบไปด้วยมินเนี่ยนไปก่อน
“ว่าแต่ตอนนี้เราอยู่ในดันเจี้ยนเหรอเพราะทางเข้าเข้าแบบเดียวกัน” เขาถามเมื่อนึกขึ้นได้
“อาหะ เพราะที่นี่้าระบบรักษาความปลอดภัยที่แ่าเพื่อกันขโมย ซิสเตมเลยสร้างที่นี่เป็ดันเจี้ยนพิเศษ พวกลูกค้าถ้าจะเข้ามาก็ต้องเปิดแอปฯ ออตเทอเรียแล้วสแกนถึงจะสามารถเข้ามาได้” หญิงสาวตอบ เธอหยุดเพื่อกลืนน้ำลายชั่วครู่ก่อนจะอธิบายต่อ
“ถ้าหากว่ามีใครจงใจงัดแงะซึ่งฉันว่าทั้งโลกนี้ก็คงมีเพียงไม่กี่คนที่ทำได้ ้าจะเจาะเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตล่ะก็ ระบบความปลอดภัยของที่นี่ก็จะทำงานและประตูเหล็กข้างนอกก็จะปลอดสายฟ้าที่มีพลังทำลายล้างสูงไปยังหัวขโมย เหอะ ฉันรอดูเลยว่าจะมีใครสมองกลวงถึงขั้นนั้นได้” เธอยกมุมปากยิ้ม
มินพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ ก่อนจะถามคำถามที่เขาคิดมาสักพักแล้วหลังจากที่เขาได้เห็นพวกอาวุธและชุดเกราะที่ถูกตั้งไว้อยู่ในตู้กระจก
“แล้ว…พวกอาวุธกับชุดเกราะพวกนี้ขายยังไงเหรอ ฉันได้ส่วนแบ่งไหม” เอ่ยเสียงอ่อนพลางยิ้มอย่างมีความหวัง
“หึ นายไม่ได้” มายตอบปฏิเสธทันควัน
เพล้ง!
เมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาว ราวกับว่าเขาได้ยินเสียงของกระจกแตกกระจาย แต่ที่จริงแล้วไอ้ที่แตกกระจายนั้นคือหัวใจดวงน้อยๆ ของเขาต่างหาก มันแหลกละเอียดเป็เม็ดทรายเหมือนกับความหวังของเขา ที่อุตส่าห์คิดว่าหากตนได้ส่วนแบ่งในการขายอาวุธชุดเกราะล่ะก็ ชีวิตหลังจากนี้ก็คงไม่ลำบากมาก เพราะจากที่ดูคุณภาพคร่าวๆ แล้ว ของพวกนี้ต้องขายได้ราคาดีแน่ๆ ซึ่งต่อให้เขาได้ส่วนแบ่งกำไรเพียงแค่ ห้าเปอร์เซ็นต์จากมัน อย่างน้อยมันก็คงเยอะกว่ากำไรจากดันเจี้ยนของเขาในแต่ละวันแน่ ๆ
มายเมินชายหนุ่มที่บัดนี้ทรุดลงไปนั่งกับพื้นอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะกล่าวอธิบายต่อ
“พวกสินค้าในร้านนี้ทั้งหมดไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน มันแลกได้ด้วยเมดัลหรือเรียกเต็มๆ ว่าเหรียญออตเทอเรี่ยน (Otterian Medal) เหรียญพวกนี้จะได้รับหลังจากที่เพลเยอร์ใช้บริการดันเจี้ยนโดยจำนวนที่จะได้รับนั้นต่างกัน ขึ้นอยู่กับราคาของดันเจี้ยนที่เข้าและผลลัพธ์หลังจากจบดันเจี้ยน ถ้าแพ้ก็จะได้น้อยกลับกันถ้าพวกเขาสามารถเอาชนะดันเจี้ยนนั้นๆ ได้ เมดัลที่พวกเขาได้รับก็จะเพิ่มขึ้นทวีคูณ”
กล่าวจบเธอก็เดินไปหยิบดาบเล่มหนึ่งออกมาจากตู้กระจกก่อนจะยื่นมาให้เขาดูราคา
[Otterian Blade]
ประเภท: ดาบ
เกรด: ★
รายละเอียด: ดาบเกรดต่ำสุดที่ถูกตีขึ้นโดยใช้วัสดุคุณภาพสูงจากช่างยอดฝีมือ จึงทำให้ดาบมีความแข็งแรงคงทนต่อแรงกระแทก อีกทั้งคมดาบยังสามารถรักษาความคมไว้ได้นานกว่าปกติทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็ต้องลับคมดาบอยู่ตลอดเหมือนกับดาบในเกรดเดียวกันจากที่อื่น
ราคา: 100 Om.
“ของพวกนี้ทำจากวัสดุชั้นยอดต่อให้เป็ของระดับต่ำสุดและหากลองไปเทียบคุณภาพกับของระดับเดียวกันในตลอดข้างนอกก็ขอบอกได้เลยว่าของที่นี่คุณภาพสูงกว่าอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว” เธอยิ้มก่อนจะเก็บดาบดังกล่าวกลับไปในตู้กระจก
“อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือถ้านายตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกอาวุธอะไรก็สามารถบอกคุณลุงสมิธให้ตีขึ้นมาให้นายได้เลย” เสียงหวานเอ่ย
“อาวุธงั้นเหรอ นี่พวกเธอกะไม่ให้ฉันพักเลยใช่ไหม”
พูดขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อย้อนกลับไปนึกภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่ตัวเขาและซิลเวอร์พุ่งเข้าไปสู้กับเรนะในดันเจี้ยนโรงฝึกกว่าสามชั่วโมงแต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่นิดเดียว สุดท้ายแล้วก่อนออกมาจากดันเจี้ยนดังกล่าวเรนะก็ได้บอกเขาไว้ว่า ตอนที่เขาเข้าไปฝึกรอบหน้าให้เลือกอาวุธมาด้วยอย่างหนึ่ง น้ำตาของลูกผู้ชายอกสามศอกไหลพรากภายในใจเมื่อได้รับรู้สถานการณ์ของตัวเองที่คิดไปเองว่าหากเลือกวิชาที่ดูเบา ๆ แล้วทุกอย่างจะง่ายดาย
“ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยนะท่านมิน พยายามเข้าไว้ ถ้าท่านเลือกอาวุธได้แล้วก็บอกข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะตีมันด้วยความตั้งใจเลย โฮ่โฮะโฮ” คุณลุงสมิธให้กำลังใจเขาพลางหัวเราะออกมา
หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็เดินดูของต่างๆ ทั่วร้านปล่อยให้คุณลุงสมิธกลับไปทำงานของตนซึ่งก็คือห้องตีเหล็กที่อยู่ด้านหลังสุด นากเฒ่าหายเข้าไปในนั้นพร้อมกับเสียงของโลหะกระทบกันที่ดังขึ้นเป็ระยะๆ โดยที่มินไม่รู้เลยว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง ซิสเตมก็ได้ทำการโปรโมทออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อปของเขาแก่ลูกค้าเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เสียงข้อความของโทรศัพท์ของลูกค้าของมินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็บอย น้ำหนึ่ง สอง สาม นนและจอห์น ต่างก็ดังขึ้นเนื่องจากได้รับข้อความแจ้งเตือนเข้าโทรศัพท์ของพวกเขาอย่างพร้อมเพรียง
[ฉลองเปิดร้านเดือนแรก!!]
รายละเอียด: ออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอได้เปิดทำการมาหลายวันแล้ว วันนี้ทางสตูดิโอของเราได้เปิดแผนกใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือออตเทอเรี่ยนแบล็กสมิธช็อป เรียนเชิญท่านลูกค้าผู้มีเกียรติสามารถเข้ามาใช้บริการได้ ที่นี่เรามีทั้งอาวุธและชุดเกราะคุณภาพสูง ไม่ต้องใช้เงินในการซื้อแต่อย่างใด เพียงแค่เอาออตเทอเรี่ยนเมดัลตามจำนวนที่สินค้าถูกกำหนดไว้มาแลกเท่านั้น
พิเศษสำหรับลูกค้าผู้มีเกียรติทุกท่าน เนื่องจากเดือนนี้เป็เดือนแรกที่ทางสตูดิโอได้เปิดทำการ เราจึงมีโปรโมชั่นพิเศษโดยสินค้าทั้งหมดลดราคาลงเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ฉะนั้นอย่ารอช้า เข้าดันเจี้ยนของเราเพื่อรับเมดัลและนำมาแลกอาวุธชุดเกราะสุดแกร่งได้ ที่นี่ที่เดียว ออตเทอร์ ดันเจี้ยน สตูดิโอ
________________
จูแต่งตัวด้วยชุดธรรมดาเช่นเคย เขาใส่เสื้อยืดตัวใหญ่สีฟ้า ลายการ์ตูนเื่โปรดกางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบที่มีรูขาดตรงนิ้วก้อย เดินเท้าไปยังออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโออย่างอารมณ์ดี มืออ้วนๆ ของเด็กหนุ่มตบเข้าที่กระเป๋ากางเกงเป็จังหวะเดียวกับเสียงฮัมเพลงในลำคอ
ในกระเป๋านั้นมันคือเงินที่เขาช่วยแม่เย็บตุ๊กตากว่าสามร้อยตัวมาเมื่อวานนี้ นอกจากเื่กินแล้วก็มีเื่ใช้เข็มนี่แหละที่เด็กหนุ่มถนัดนัก ไม่แน่ใจกับตัวเองเหมือนกันว่ามืออ้วนๆ ของเขาสามารถใช้เข็มร้อยผ้าอย่างชำนาญได้อย่างไร
จูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อตนเดินใกล้จะถึงที่หมาย ไกลๆ สายตาของเขา ที่หน้าดันเจี้ยนสตูดิโอ มีกลุ่มคนยืนอยู่อย่างเป็ระเบียบ เผยให้เห็นชายหนุ่มผมทองในชุดเกราะ ที่เอวมีดาบคาดเอาไว้ ข้างหลังของชายหนุ่มคนนั้นมีชายสวมชุดสูทดำยืนอยู่ห้าคนอย่างเป็ระเบียบ เขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนี้ที่มาร้านพี่มินกับบอยก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นกลุ่มคนดังกล่าวเช่นกัน
‘คงเป็ลูกคนใหญ่คนโตล่ะมั้ง’ เขาคิดในใจก่อนจะเดินไปยืนรอที่หน้าประตูเช่นกัน
แม้ในซอยนี้จะมีรถผ่านอยู่บ้าง แต่ก็เพราะด้วยเหตุใดไม่ทราบ ความเงียบถึงได้เข้าปกคลุมรอบข้างจนเงียบงัน จูรู้สึกอึดอัดจากสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งชายหนุ่มผมทองและเหล่าชายชุดดำยืนนิ่งสงบราวกับต้นไม้ไร้ชีวิตแม้แต่ลมพัดก็ไม่สะทกสะท้าน จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้ชายหกคนนี้มีความรู้สึกไหม
“เอ่อ…มารอพี่มินเปิดร้านเหมือนกันเหรอครับ” เขารวบรวมความกล้าถามออกไปเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบๆ นี้
“ครับ” อีกฝ่ายตอบกลับมาโดยที่ยังคงจ้องมองประตูกระจกใส่เบื้องหน้าไม่วางตา
“อ๋อครับ” จูเอ่ยขึ้นพลางยิ้มแห้งออกมา พร้อมกับคิดในใจ ‘เป็พวกแอนตี้โซเชียล*เหรอ พูดด้วยแล้วทำไมถึงต้องหยิ่งใส่’
จูเลิกสนใจอีกฝ่ายเนื่องจากคิดว่าต่อให้พยายามชวนคุยก็คงไร้ประโยชน์และไม่มีอะไรคืบหน้าเป็แน่ แต่ที่เด็กหนุ่มไม่รู้คือความจริงแล้วจอห์นนั้นเป็พวกโซเชียลบัตเทอร์ฟลาย** ช่างจ้อและชอบชวนคุยแต่หลังจากที่เด็กหนุ่มผมทองถูกจัดการโดยเซเบอร์ทูธ บุคลิกของเขาก็พลันเปลี่ยนไป
แต่เดิมแม้จอห์นจะไม่ใช่คนมีทิฐิมากมายนักเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันในแวดวงสังคมเดียวกัน แต่เพราะว่าครอบครัวของตนเป็นักการเมือง ทำให้แม้เขาจะดูนิสัยดีเรื่อยๆ สบายๆ ไปวันๆ เพียงใด เขาก็ยังคงมีความอวดดื้อถือดีติดตัวอยู่ไม่น้อย นั่นทำให้หลังจากที่ยังไม่สามารถเอาชนะดันเจี้ยนก็อบลินป่าดิบชื้นได้สักครั้ง เขาจึงมีบุคลิกที่จริงจังขึ้น
ทุกครั้งหลังจากกลับไปที่บ้านของเขา นอกจากนั่งสมาธิแล้วจอห์นก็มักจะทบทวนรูปแบบการต่อสู้ของเขาและเซเบอร์ทูธอย่างละเอียด เพราะว่า้าทำให้ตนเข้าใจรูปแบบการโจมตีของมัน อีกทั้งยังทำให้เขาเข้าใจกระบวนท่าวิชาที่ตนเรียนมาได้มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้เอง สองสามวันมานี้ คนที่บ้านของจอห์นจึงได้ใกับความเปลี่ยนแปลงของลูกตัวเอง โดยหลังจากที่ได้รับรู้ข้อมูลจากบอดี้การ์ดของจอห์นแล้ว ทั้งพ่อและแม่ของชายหนุ่มก็รู้สึกว่านี่เป็การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แม้แต่ก่อนจอห์นจะไม่ใช่เด็กเกเรอะไร (นอกจากมีนิสัยคลั่งผู้หญิงสวยนิดๆ หน่อยๆ) แต่ติดที่ว่าลูกชายของพวกเขานั้นไม่มีความจริงจังในการฝึกวิชา แม้จอห์นจะไม่สามารถถูกเรียกว่าเป็อัจฉริยะได้แต่เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันแล้ว ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าชายหนุ่มมีความสามารถโดดเด่นอยู่พอตัวเลยทีเดียว
ทำให้หลังจากนี้ทางครอบครัวของจอห์นมีแผนที่จะลองส่งลูกหลานของพวกเขามาที่ดันเจี้ยนสตูดิโอแห่งนี้เผื่อว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเหมือนกับจอห์น
แกร๊ก!
เสียงกลอนประตูปลดล็อก เรียกความสนใจให้กับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าของออตเทอร์ดันเจี้ยนสตูดิโอ มินเปิดประตูออกมายิ้มทักทายลูกค้าของตน
“มาเร็วเหมือนเดิมเลยนะ” เขาเอ่ยกับจอห์น
ชายหนุ่มผมทองเดินเข้าไปในร้านอย่างไม่รีรอ ก่อนจะดันไปมาบอกกับมิน “เหมือนเดิมครับ”
มินพยักหน้าและปล่อยให้บอดี้การ์ดคนหนึ่งของอีกฝ่ายเดินไปจ่ายเงินออนไลน์ ก่อนที่เขาจะหันไปหาจู
“พี่เตรียมดันเจี้ยนที่เหมาะกับเราเอาไว้ให้แล้ว ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรสามารถเข้าไปได้เลย ดันเจี้ยนนี้พิเศษหน่อย เพราะว่าจำกัดเวลาเข้า สามชั่วโมงแรกเสียหนึ่งร้อย หลังจากนั้นเสียชั่วโมงละร้อย” เขาอธิบายกับเด็กหนุ่ม
จูซึ่งได้เตรียมเงินมาก็พลันยิ้มขึ้น เขาพร้อมแล้วที่จะแข็งแกร่งขึ้น ปัญหาเื่เงินไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ถ้าเงินไม่พอเขาก็แค่ต้องเย็บตุ๊กตาให้แม่มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากเื่กินที่เก่งก็มีเื่เย็บตุ๊กตาเนี่ยแหละที่เขามั่นใจว่าสามารถทำได้ดีกว่าคนอื่น
เมื่อวานนี้เขาก็เพิ่งช่วยแม้เย็บไปตั้งสามร้อยตัว ตัวละสามบาท ได้เงินมาเก้าร้อย แม้ในตอนแรกเขาตั้งใจจะให้แม่ทั้งหมดแต่แม่ของเขากลับปฏิเสธและพูดว่าให้เก็บเอาไว้ซื้อของกิน ตอนนี้เงินที่เหลือเขาจะมาใช้เพื่อทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
เหตุการณ์เมื่อวานนี้ทำให้เขาเข้าใจดีว่าถ้ายังกลัวหัวหดอยู่แบบนั้น เขาจะไม่มีวันหนีพ้นจากวงจรอุบาทว์ของการกลั่นแกล้งจากเดี่ยวได้แน่ แถมดันเจี้ยนที่นี่ยังสามารถทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าที่อื่นอีก ฉะนั้นเงินแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
“ถ้างั้นลองสามชั่วโมงก่อนนะครั้บพี่มิน” จูเอ่ย
และเมื่อเด็กหนุ่มร่างอ้วนเข้ามายังดันเจี้ยนแห่งโรงฝึก เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นสาวงามในชุดเทควันโดสีน้ำเงินเข้มตรงหน้า
“สวยจัง” เผลอพูดออกมาอย่างลืมตัว
“ขอบคุณที่ชมน้องชาย” เธอเอ่ยเสียงหวานออกมา
หน้ากลมๆ ร้อนผ่าวขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินประโยคของหญิงสาว พลันก่นด่าตัวเองในใจที่เผลอพูดอะไรน่าอายออกไปเสียได้
“พี่สาวจะฝึกผมยังไงเหรอครับ” จูถามด้วยความสงสัย
เมื่อสักครู่ก่อนเข้ามาในดันเจี้ยนมินได้อธิบายให้เขาฟังถึงความสามารถขอดันเจี้ยนแห่งนี้ว่าสามารถฝึกให้ใครก็ตามที่เขามาเก่งขึ้นจากจุดเด่นของคนนั้นๆ จูไม่แน่ใจว่าจุดเด่นของตนคืออะไร เื่กิน? ถ้าเป็เื่กินก็คงจะดูไร้สาระเกินไป ทำให้เด็กหนุ่มนึกไปถึงเข็ม ว่าเขาอาจจะต้องมาฝึกเข็มในการต่อสู้ก็เป็ได้ เหมือนกับในหนังจีนกำลังภายในหลายๆ เื่ที่มักจะมีผู้ใช้เข็มทั้งในการรักษาและใช้พิษ ปาเข้าไปที่จุดตายของศัตรู
ก่อนที่เขาจะคิดฝุ่งซ่านไปไกล คนเบื้องหน้าก็ตอบคำตอบของเขาเสียงเรียบ “การฝึกของน้องง่ายๆ แค่นั่งสมาธิ”
“ฮะ!?”
เด็กหนุ่มพุงใหญ่ร้องอุทานออกมาโดยไม่รู้เลยว่าการฝึกของเขาหลังจากนี้นั้นจะทำให้ตนระแวงและประสาทไวต่อการเคลื่อนไหวของคนรอบกายขนาดไหน
*หมายเหตุ: แอนตี้โซเชียล (Anti-Social) หมายถึง พวกไม่เข้าสังคม
**หมายเหตุ: โซเชียลบัตเทอร์ฟลาย (Social Butterfly) หมายถึง คนเฟรนลี่ที่เข้าสังคมเก่ง