“ ท่านบอกว่าข้าเ้าคือเ้ากรรมนายเวรของบิดาทำให้เขาทำกับข้าเช่นนี้”
“ ไม่จริงมั๊ง พระน่าจะบอกให้บิดาของท่านดูแลท่านให้ดีที่สุด ไม่ใช่ทรมานท่านเช่นนี้”
“ ถูกแล้ว พระธุดงค์บอกให้ดูแลข้าเ้าดีดีแต่บิดาหาได้คิดเช่นนั้นไม่ เขากลับทรมานข้าเ้า จนวินาที่สุดท้ายของชีวิต แต่สุดท้าย กรรมก็สนองเขาทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานมานานขนาดนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะของ เ้านางน้อยทำเอาอัสนีถึงกับขนหัวลุกไปเลยทีเดียว
“ แล้วบิดาท่านป่วยโรคอะไรกันแน่”
“ ก็โรคเวรโรคกรรมน่ะซิ หลังจากที่ไอ้หมอผีนั่นจะใช้เืข้าเ้าเพื่อสังเวยปีศาจสมิงดำ เพื่อไม่ให้เวรกรรมของเขาตกสู่ปีศาจสมิงดำแทนฮ่า ฮ่า ฮ่า คนคำนวนไม่สู้ฟ้าลิขิตจริงๆ สุดท้ายปีศาจสมิงดำ กลับเข้าควบคุมร่างของบิดาทำให้เขาต้องกินมนุษย์เป็อาหาร ทุกวันที่มีพระจันทร์เต็มดวง”
“ กินมนุษย์เลยหรือ ไม่ใช่มั๊ง”
“ เฮอะ ท่านจะรู้อะไรตอนนี้ท่านพ่อกลายเป็ปีศาจสมิงดำไปแล้ว ร่างที่ยังคงเหลืออยู่ด้วยความทรมานก็เพราะเวรกรรมที่เขาทำของเขาเอง หาใช่ข้าสาปแช่งไม่”
“ แต่ว่า จะให้ผมฆ่าเ้าหาญศึกนั้น เกรงว่าจะทำไม่ได้ เพราะคุณหนูมินตราคือเ้านายผม เ้าหาญศึกก็เปรียบได้กับปู่ของนายจ้างผมจะสังหารเขาได้อย่างไร”
ไม่ทันที่จะได้รับคำตอบ เสียงไก่ก็ขันขึ้นมาพระอาฑิตย์ก็สาดส่องเข้ามาแทนที่
เ้านางน้อยก็เงียบเสียงไปมีเพียงแววตาของเ้านางน้อยที่ดูไม่เหมือนเดิม
อัสนีรู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าเขาหาใช่ แม่นางน้อยแล้ว แต่เป็ คุณหนูมินตราตัวจริง
“ เอ่อ..คือ...” ไม่ทันที่อัสนีจะอธิบายฝ่ามือนุ่มนิ่ม ก็ฟาดใส่ใบหน้าของเขาแล้ว
เพี๊ยะ !! หน้าของอัสนีหันไปตามแรงตบ
“ ไอ้บ้า ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้นะ”
เสียงของคุณหนูมินตราตวาดออกมาเสียงดัง ทำให้อัสนีต้องลุกขึ้นด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกำลังจะเปิดประตูออกไป แต่พลันนึกขึ้นมาได้
“ นี่มันห้องผมนะครับ”
คุณหนูมินตรา เพิ่งสังเกตบรรยากาศรอบๆ ตัว ก็ใรีบลุกขึ้นดูรอบๆ ก็พบว่าไม่ใช่ห้องของเธอ
“ นี่มันเื่อะไร ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงนายทำอะไรฉันกันแน่”
“ เปล่า ไม่ได้ทำเลย ผมตื่นขึ้นมา ก็พบกับคุณหนูนอนบนเตียงกับผมแล้ว เอ๊ะ..ผมสาบานเลยว่าผมไม่ได้ทำอะไรคุณหนูเลยแม้แต่น้อย”
คุณหนูมินตราจับกางเกงชั้นในของตนเองแม้นมันจะมีรอยเปียกแฉะ แต่ก็ยังไม่รู้สึกเ็ปอะไร จึงดึงเสื้อเชิ๊ตของอัสนีมาสวมใส่เพื่อปกปิดอีกชั้น
“ เื่ที่ฉันละเมอมานอนที่นี่ห้ามพูดออกมาเป็อันขาด มิเช่นนั้น ฉันจะให้นายไปเฝ้ารากมะม่วงอย่างแน่นอน”
“ ไม่พูดแน่นอนครับ”อัสนีแสร้งเอ่ยออกมาเหมือนกลัวจริงๆ
“ ฉันจะจ่ายค่าปิดปากให้นายครั้งนี้สามแสนฉันไม่เอาเปรียบนายแน่ๆ”
คุณหนูมินตราเดินออกจากห้องไปไม่นานก็มีเงินโอนเข้าบัญชีอัสนี สามแสนบาท
“ ค่าปิดปาก หรือ ค่าตัวของเรากันแน่”อัสนีได้แต่ถอนหายใจออกมา ทันใดนั้นเองดวงตามัจจุราชก็มอบของขวัญให้กับเขานั่นคือเขี้ยวสัตว์หนึ่งชิ้น ปรากฏขึ้นในมือของเขา
“ นี่หรือ เขี้ยวนรสิงห์”
อัสนีรีบทำการตรวจสอบวิธีการใช้งานเขี้ยวนรสิงห์ทันทีซึ่งการใช้งานก็เพียงแค่ส่งจิตเข้าไปที่เขี้ยวนรสิงห์ พลังจากเขี้ยวนรสิงห์ก็จะเข้ามาในร่างของเขา
ซึ่งเรียกว่า คาถาอัญเชิญเทพนั่นเอง พอได้รับพลังนั้นมา ร่างของเขาก็จะกลายเป็ร่างเทพนรสิงห์ ที่มีหัวเป็สิงห์โต มีกรงเล็บที่แหลมคมร่างกายกำยำใหญ่โตกว่ามนุษย์สามเท่า
“ นี่ฉันเป็หมอนะทำไมท่านมัจจุราชถึงได้ให้ของแปลกประหลาดแบบนี้กับฉันกันแน่” อัสนีถึงกับสงสัย
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จอัสนีก็ออกมาจากห้อง มายืนอยู่กลางลานคุ้มเ้าหาญศึกมีการตั้งแท่นทำพิธีกรรมบางอย่าง มีลุงคำและคนงานในคุ้ม กำลังวางของบูชาั้แ่หัวหมู เป็ดไก่ กุ้ง ปลาถูกวางเรียง พร้อมกับผลไม้ ดอกไม้นานาชนิด
มีผู้คนในคุ้มมายืนมุงดูกันทั้งหมด มีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงผู้ป่วยมาอยู่หน้าแท่นพิธี มีร่มกางไม่ให้โดนแดดด้านข้างมีคุณหนูมินตรา หัวหน้าองครักษ์ผาอิน และหัวหน้าโชติ ยืนประกบอยู่หน้าแท่นทำพิธี มีซินแสข่วง สวมชุดนักพรตเต็มยศ ถือกระบี่เหรียญทองแดงเริ่มทำพิธีโดยใช้มีดเชือดคอเป็ดไก่ แล้วเทเืลงไปในชามทั้งหมดสามชาม แล้วอมเหล้า พ่นไปบนเทียนที่จุด ไฟพุ่งผ่านเืเป็ดไก่
ซินแสข่วง ท่องคาถาประหลาดแปลกๆไม่รู้ว่าภาษาอะไร ท้องฟ้าที่สว่างไสวก็พลันมีเมฆบดบังแสงอาฑิตย์ ซินแสข่วงใช้ยันต์ที่อยู่บนโต๊ะเหวี่ยงขึ้นไปบนอากาศ แล้วใช้กระบี่เหรียญโลหะ แท่งเข้าไปใส่ยันต์ จนไฟลุกไหม้แล้วจิ้มลงไปในถ้วยใส่เืเป็ดไก่ แล้วส่งไปให้ คุณหนูมินตรา เพื่อให้เ้าหาญศึกที่นอนอยู่บนเตียง ดื่ม แต่พอดื่มเข้าไป ร่างกายที่เหี่ยวแห้งของเ้าหาญศึก ก็พลันดีดตัวลุกขึ้นนั่ง สร้างความตื่นตะลึงให้กับ ทุกๆ คนยิ่งนัก
เ้าหาญศึกที่มีร่างกายผ่ายผอมก็สาดสายตาไปรอบๆ
“ ท่านปู่ เป็ไงบ้างคะ” คุณหนูมินตราดีใจจับแขนเ้าหาญศึก แต่ทว่าเ้าหาญศึกกลับไม่สนใจนาง มองไปที่เืที่วางอยู่บนแท่นเขาะโลงจากเตียงราวกับคนปกติ แล้วดื่มเืเป็ดไก่จนหมดชาม
ขาและแขนที่รีบเล็กพลันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นราวปาฏิหารย์ แต่แววตาของเขากลับเป็สีดำคลับ มือของเขากางออกมีเล็บยาวๆ ยื่นออกมา ปากก็มีฟันยื่นออกมาเหมือนกับรอยเขี้ยวสัตว์
ควับ !!
กรงเล็บที่งอกออกมากับตวัดเข้าใส่ลำคอของผู้ช่วยของซินแสข่วง คนหนึ่ง
ร่างของมันถึงกับแน่นิ่ง เ้าหาญศึกกระชากร่างออกมาฉีกออกเป็สองส่วนแล้วดื่มกินเืเนื้อของศพอย่างเอร็ดอร่อย
“ จับคุณปู่เอาไว้ อย่าให้ท่านต้องเจ็บ”คุณหนูมินตราประกาศออกไป แต่ทว่าหามีใครสนใจไม่ ทุกคนแตกฮือวิ่งหนีเอาตัวรอดกันหมด
เ้าหาญศึก หันมามองหน้า คุณหนูมินตราแล้วพุ่งกระโจนเข้าใส่ หัวหน้าผาอินและหัวหน้าโชติที่ยืนขวางอยู่ พยายามป้องกันเอาไว้แต่ไม่อาจขัดขวางได้ ถูกกรงเล็บกรีดร่างจนกระเด็นออกไปทั้งสองข้าง
ก่อนที่เ้าหาญศึกจะเข้ามาใกล้ร่างของคุณหนูมินตรา ก็มีชามกระเบื้องลอยมาฟาดเอาหน้า ปีศาจเ้าหาญศึกจนหน้าสะบัดหยุดนิ่งหันไปมองที่มาของชามที่ขว้างมาเป็อัสนีที่ถือชามในมืออีกเป็สิบชาม
“ แก..ตาย” ปีศาจเ้าหาญศึกไม่สนร่างของคุณหนูมินตรา ะโตัวลอยพุ่งเข้ามาหาอัสนีที่ยังคงยืนนิ่ง แล้วขว้างชามใส่ปีศาจเ้าหาญศึกไปอีกสี่ห้าใบจนร่างของมันกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แต่มันหาได้เป็อะไรไม่ยังคงเคลื่อนตัวเข้าหาอัสนี ด้วยความโกรธ จนกระทั่ง ชามกระเบื้องในมือนั้นหมดเขาจึงพุ่งตัวเข้าหา พร้อมกับกระบองไฟฟ้าในมือ ฟาดใส่ร่างปีศาจเ้าหาญศึกจนล้มกลิ้งไปมา
แม้นว่า ปีศาจเ้าหาญศึกจะว่องไวมากแต่ก็หาได้ไวกว่า อัสนีไม่ ถูกเขาตีจนเล็บหักไปหลายเล็บ เขี้ยวทั้งสองในปากก็ถูกตีจนหักทั้งหมดแต่มันก็ยังคงมีเรี่ยวแรงมหาศาล ทุ่มโต๊ะหินขนาดใหญ่เข้าใส่ อัสนี แต่เขาก็หลบได้ แล้วใช้เชือก
เข้ารัดร่างของปีศาจเ้าหาญศึก มีบอดี้การ์ดและองครักษ์เข้ามาใช้เชือกช่วยกันรัดอีกหลายเส้น ไม่นาน ร่างของปีศาจเ้าหาญศึกก็ถูกเชือดรัดเอาไว้แน่น ไม่สามารถ ทำร้ายใครได้อีก ทำได้แต่ขู่ฟ่อๆไปเท่านั้น
ทุกๆ คนรีบเข้ามา พร้อมมองอัสนีราวกับฮีโร่
“ ซินแส รีบช่วยคุณปู่เถอะค่ะ”
ซินแส รีบเผายันต์ แล้วใส่เืในชามกรอกเข้าไปในปากของ เ้าหาญศึก แต่ถูกอัสนีห้ามเอาไว้
“ เขาถูกปีศาจครอบงำ ยิ่งดื่มเืพลังของเขายิ่งกล้าแข็งขึ้นไปอีกนะครับ”
“ พ่อหนุ่ม นี่คือยันต์โลหิตหมาดำหากดื่มเข้าไปแล้ว จะขับไล่ปีศาจออกจากร่างได้”
“ อัสนี นายถอยไป ให้ท่านซินแสจัดการต่อเถอะ”
คุณหนูมินตราออกคำสั่งเช่นนี้เขาจึงได้ถอยหลังออกมา
คิดว่า เืหมาดำ มันก็เืเหมือนกันปีศาจมันสนใจที่ไหนกันเล่า
ไม่ทันไร เืหมาดำเข้าไปในร่างปีศาจเ้าหาญศึก ก็พลันมีพลังมากยิ่งขึ้น ร้องคำรามออกมาดังลั่น เชือกที่รัดเอาไว้ก็ขาดกระจาย ซินแสข่วง ถูกกรงเล็บตวัดลำคอเืกระฉูดหัวขาดถูกปีศาจเ้าหาญศึกกลืนกินไปจนหมด
ปีศาจเ้าหาญศึก พุ่งมือเข้ามาหมายจะจับคุณหนูมินตราอีกครั้งแต่ก่อนที่กรงเล็บจะแทงเข้าคอของเธอ ะุปืนก็พุ่งออกมาเจาะเข้าหน้าผากของปีศาจเ้าหาญศึกทันที
ร่างปีศาจเ้าหาญศึกหงายหลังลงไปบนพื้นแน่นิ่งไป
ทุกคนมองไปที่คนที่เล็งปืน ที่แท้เป็อัสนีนั่นเอง
“ ฉันสั่งแล้วไง ว่าห้ามทำร้ายคุณปู่นายอยากตายนักหรือไง”
คุณหนูมินตราคว้าปืนจากเอวของหัวหน้าโชติ จ่อไปที่หน้าอกของอัสนีมือไม้สั่นเกรงว่าจะปืนลั่นออกมาเสียก่อน
“ เขาไม่ใช่คุณปู่ของคุณอีกต่อไปแล้ว”
“ ฉันมาที่นี่เพื่อรักษาเขาแต่นายกลับยิงเขาตาย แล้วฉันจะกลับไปบอกกับพ่อยังไง” คุณหนูมินตราเอ่ยออกมาอย่างเศร้าเสียใจแต่ยังคงจ่อปืนมาที่อัสนี
ทันใดนั้นเอง อัสนีก็เคลื่อนไหวปานสายฟ้าเพื่อดึงร่างของคุณหนูมินตราเพื่อที่จะหลบภัยอันตรายบางอย่าง แต่ปืนในมือของคุณหนูมินตราก็ยิงเปรี้ยงออกไปแล้ว ะุเจาะเข้ากลางอกของอัสนี แต่เขากลับไม่สนใจผลักร่างของคุณหนูมินตรากระเด็นหลบไป แล้วก็มีกรงเล็บพุ่งเข้าใส่กลางอกของเขาจนร่างอัสนีปลิวไปกระแทกกับผนังบ้านจนแตกกระจาย
ร่างของปีศาจเ้าหาญศึก ยังไม่ตายะุที่เจาะหน้าผากหาได้ทำอันตรายกับมันไม่
เหล่าองครักษ์ในตอนนี้ถูกกัดกระชากจนร่างกายขาดวิ่น เืเนื้อถูกปีศาจเ้าหาญศึกจัดการไปอย่างน่าอนาถ
ทันใดนั้นเอง ร่างของอัสนีก็ปรากฏกายขึ้นเข้าถือเสาไม้ขนาดใหญ่ฟาดเข้าใส่ร่างของปีศาจเ้าหาญศึกจนกระเด็นปลิวไปไกลหลายสิบเมตรจนตกไปในบ่อ
อัสนียังคงลอยตัวพุ่งขึ้นไปในอากาศใช้ไม้เสาแทงลงไปในบ่อเพื่ออัดร่างปีศาจเ้าหาญศึกไปอีกครั้งแล้วใช้กระสอบข้าวที่มีอยู่หลายกระสอบ โยนลงไปปิดบ่อน้ำทันที
อัสนีได้แต่เหนื่อยหอบ มองไปรอบๆ ทุกๆคนต่างก็มองเขาราวกับเห็นปีศาจเหมือนกัน คุณหนูมินตราตอนนี้ไม่สนใจคุณปู่แล้วมาหาอัสนี เพื่อดูรอยะุที่เธอยิงใส่เขาไป
“ นายเจ็บไหม” คุณหนูมินตราเอามือคลำรอยะุปืนที่เจาะเสื้อของเขาจนเป็รูแต่หาได้มีเืออกมาไม่
อัสนีไม่ทันได้ตอบก็มีเสียงปืนกลดังขึ้นมาจากหน้าประตูทางเข้า เสียงองครักษ์ร้องะโออกมาว่า
“ หนีเร็วกองกำลังเ้าเสือฟ้า บุกเข้ามาแล้ว”..............