ร่างของชายคนหนึ่งเหาะผ่านท้องฟ้าพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเสียงแหวกอากาศดังลั่นเหมือนเครื่องบินเจ็ท ด้านล่างของเขาเป็ผืนป่าเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ที่มีหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวสวนชาวไร่ตั้งอยู่ เมื่อเขาบินผ่านที่ใด ก็เกิดลมพัดแรงเหมือนพายุวูบหนึ่งทำเอาข้าวของของชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นปลิดปลิวกระจัดกระจาย ผู้คนเงยหน้าขึ้นมองอย่างประหลาดใจพร้อมกับก่นด่าอย่างโกรธเกรี้ยวไปด้วย
ชายคนนั้นอยู่ในชุดแนบเนื้อสีเขียวเข้มปกปิดร่างกายั้แ่หัวจดเท้าตรงหน้าอกมีลวดลายที่ทำด้วยทองเป็สัญลักษณ์ดวงตาขนาดใหญ่ ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนที่รวดเร็วขนาดไหนแผ่นแสงหลังศีรษะของเขาก็ยังลอยติดตามเขาไปเหมือนมีแรงแม่เหล็ก เมื่อมองจากที่ไกลๆทำให้เขาดูเหมือนเครื่องบินขนาดเล็กที่ติดตั้งไฟส่องสว่างอยู่ข้างหน้า
ใช่แล้ว... สมิทธิ์นั่นเองเขาอยู่ในสภาพร่างทรงระดับ 2 ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถเข้าทรงเพื่อแปลงร่างและใช้พลังของเทพเ้าได้แล้วหลังจากที่เขาติดต่อกับเทพแห่งา เทพเ้าผู้คุ้มครองของเขา ไม่ได้ชั่วคราวเพราะฉะนั้นการเหาะ ซึ่งเป็ความสามารถพื้นฐานของคนทรงระดับ 2สมิทธิ์ในตอนนี้จึงทำได้อย่างสบายเหมือนกับการว่ายน้ำ ตามที่เทพแห่งาได้เคยแนะนำเอาไว้
“เฮ้! สรรค์” เขาะโขึ้น “นิษฐาเป็ยังไงบ้าง?”
สมิทธิ์พูดผ่านเครื่องสื่อสารบางอย่างที่ทำให้เขาสามารถติดต่อกับสรรค์ได้แม้ทั้ง 2 จะอยู่คนละสถานที่กัน
หลังจากที่สรรค์ได้พลาดใช้อาวุธของเขาทำนิษฐาาเ็สาหัสจนไม่มั่นใจว่าเธอจะรอดตายได้หรือไม่ เขาก็กลับมาทำหน้าที่ผู้ดูแลปกป้องเทวาลัยแห่งโชคชะตาอีกครั้งถ้าเป็คนอื่นอาจจะยังเศร้าโศกเสียใจอยู่ แต่ไม่ใช่กับสรรค์ซึ่งตอนนี้กลายเป็หัวเรือใหญ่ของเทวาลัยแห่งโชคชะตาเขาต้องเป็หลักให้กับสมาชิกที่เหลืออยู่แทนนิษฐา สำหรับเขา ไม่มีเวลาจะมาคร่ำครวญถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้ว
สรรค์ยังอยู่ที่เทวาลัยแห่งโชคชะตาซึ่งตอนนี้ปิดรับผู้ป่วยและผู้ศรัทธาที่เข้ามาเยี่ยมชมอย่างไม่มีกำหนด ในห้องเงียบสงัดและกว้างกว่าที่เคยสรรค์ใช้นิ้วแตะที่หู ระหว่างที่คุยกับสมิทธิ์
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า นิรุทธ์กับนิรุชคอยดูแลอยู่”
เขายืนมองไปที่พีระมิดหินที่อยู่ตรงหน้า ผ่านบันไดขึ้นไปถึง้าสุดม่านบังตาถูกขึงปิดเตียงที่ใช้ในการรักษานิษฐาเอาไว้ เด็กแฝดทั้ง 2 กำลังใช้สมาธิอย่างมากเค้นพลังที่ได้จากเทพเ้าแห่งการแพทย์อย่างเต็มที่ เพื่อยื้อชีวิตของนิษฐา
ร่างเปลือยเปล่าของนิษฐาอยู่ตรงกลางระหว่างนิรุทธ์และนิรุชด้วยพลังที่ออกมาจากมือคนทรงเทพแห่งการแพทย์ทั้ง 2 ดูราวกับว่านิษฐากำลังล่องลอยอยู่ใต้น้ำเืของเธอหยุดไหลแล้ว าแก็ถูกเยียวยาจนปิดสนิท แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัว
เสียงสะอึกสะอื้นเบาๆ ดังออกมาจากนิรุชตลอดเวลาแม้ว่าตอนเกิดเหตุเขาจะไม่อยู่ที่นั่น แต่หลังจากที่เขารู้ว่านิษฐาถูกลูกดิ่งอาวุธของสรรค์ปักเข้าที่หัวใจเขาก็ยังไม่หยุดร้องไห้จนถึงบัดนี้
“ผ่านมาตั้ง 3 วันแล้วนะ นิษฐายังไม่ฟื้นเลย” นิรุชพูดพลางปาดน้ำตาแต่มืออีกข้างของเขายังส่งพลังไปข้างหน้า
“อย่างี่เง่าไปหน่อยเลยน่า นิรุช” นิรุทธ์บอกกับแฝดของเขาสภาพของทั้ง 2 คนดูเหนื่อยล้าเต็มที จากการใช้พลังต่อเนื่องยาวนานเพื่อรักษานิษฐา
“ขอแค่ยังไม่ตายถ้าใครถึงมือของร่างทรงเทพแห่งการแพทย์ทั้ง 2 แล้ว ต้องรอด” นิรุทธ์และสรรค์พูดออกมาเกือบพร้อมกันอย่างมั่นใจ
สรรค์เดินออกมาจากบริเวณพีระมิดที่ทำการรักษานิษฐาเขาพูดคุยกับสมิทธิ์ผ่านเครื่องสื่อสารในหูด้วยสีหน้าจริงจัง
“ที่ข้าห่วง น่าจะเป็ทางเ้ามากกว่าว่าจะหยุดพวกภาคีสหเทพ ไม่ให้ยกพวกมาถล่มเทวาลัยแห่งโชคชะตาได้ทันเวลารึเปล่า”
“ทันสิ! เ้า 2 คนนั้นบอกให้ชั้นไปถึงก่อนเที่ยงวัน เหาะไปแบบนี้แป๊บเดียวก็ถึง” สมิทธิ์ที่กำลังเหาะอยู่ตอบกลับอย่างใจเย็น
“ข้าไม่ได้ห่วงว่าเ้าจะไปไม่ทันหรอกนะแต่ห่วงเื่ที่จะหยุดพวกนั้นไม่ให้มาที่นี่ได้รึเปล่าต่างหาก” คำพูดของสรรค์ทำให้สมิทธิ์สะอึกไปเพราะไม่แน่ใจว่าสรรค์แค่แหย่เขาเล่น หรือพูดเพราะไม่มั่นใจในตัวของเขากันแน่
“โธ่... ไว้ใจชั้นเถอะน่าชั้นฝึกฝีมือกับยอดอาจารย์มาแล้วนะ” สมิทธิ์พยายามสร้างความมั่นใจให้กับสรรค์ แม้ว่าจะเป็เพียงแค่คำพูดแต่ก็เป็สิ่งเดียวที่เขาพอทำได้ในตอนนี้
สรรค์ออกมายืนคุยกับสมิทธิ์ที่ลานกว้างสถานที่ซึ่งเขาไล่ล่าสมิทธิ์ด้วยอาวุธเสียจนเละเทะเมื่อวันก่อน เสาหินที่แตกหักสะเก็ดหินที่กระจัดกระจาย หรือแม้แต่รอยแตกของเกราะพลังที่คุ้มกันเทวาลัยแห่งโชคชะตาทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิมแล้วด้วยพลังการซ่อมแซมของสรรค์ คนทรงเทพแห่งการประดิษฐ์ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
แต่ไม่ใช่กับความรู้สึกของเขา...
3 วันที่แล้ว...
ลานกว้างกลับมาเงียบสงบอีกครั้งคนทรงจากภาคีสหเทพทั้ง 2 คนกลับไปแล้วหลังจากที่พวกเขายื่นคำขาดให้สมิทธิ์เข้าร่วม โดยเอาคนของเทวาลัยแห่งโชคชะตาเป็ตัวประกันเหลือเพียงสมิทธิ์ และสรรค์ที่ยังก้มหน้านั่งนิ่งอยู่กับที่ ราวกับจิติญญาของเขาได้หายไปพร้อมกับลูกดิ่งโลหะอาวุธสังหารที่เขาถอนออกจากร่างของนิษฐาแล้ว
สมิทธิ์ยืนมองสรรค์ด้วยความเห็นใจแม้ว่าก่อนหน้านี้ สรรค์จะใช้ลูกดิ่งมรณะของเขาไล่โจมตีสมิทธิ์อย่างเอาเป็เอาตายแต่ตอนนี้ คงจะเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่พอจะมีสติปลอบใจสรรค์ได้
“เฮ้... เอ่อ... พวกเด็กๆ บอกว่านิษฐายังไม่ฟื้นแต่ก็ปลอดภัยแล้วนะ” สมิทธิ์พยายามหาคำพูดที่ทำให้บรรยากาศดีขึ้น พลางเดินเข้ามาหาสรรค์
“โทษทีนะ ชั้นติดต่อกับเทพของชั้นไม่ได้เลย”
สมิทธิ์โทษตัวเองที่ไม่สามารถเข้าทรงเพื่อแปลงร่างและใช้พลังของเทพแห่งาได้ถ้าเขามีสายฟ้า อาวุธจากเทพแห่งาที่เคยใช้ทำลายหมอกทมิฬของคราส เขาก็น่าจะพอมีประโยชน์อะไรอยู่บ้างตอนที่เผชิญหน้ากับคนทรงจากภาคีสหเทพทั้ง 2 คน หรือถ้าเพียงเขาใช้ระบบพันตาได้ เขาคงหยุดยั้งนิษฐาจากการโดนอาวุธของสรรค์และถึงกับอาจจะพลิกเกมได้เลย
“ทุกอย่างก็เริ่มต้นมาจากเ้านั่นแหละ!”
สมิทธิ์สะดุ้งโหยง สรรค์ตวาดออกมาโดยที่เขาไม่ได้หันไปหาสมิทธิ์ด้วยซ้ำ
“ข้าควรจะโกรธเ้าแต่ข้าโกรธตัวเองที่ยับยั้งอารมณ์ไม่ได้จนพลั้งมือไปมากกว่า” เสียงของสรรค์อ่อนลง
สมิทธิ์ได้ฟังก็ได้แต่นิ่งเงียบเขาหลับตาเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ไม่นานนักก็ลืมตาขึ้นมา เหมือนว่าจะตัดสินใจอะไรได้เขาก้าวขาเดินออกไปอย่างหนักแน่น แม้ว่าสีหน้าจะยังเป็กังวลอยู่มากก็ตาม
สรรค์เห็นดังนั้นก็รู้ว่าสมิทธิ์กำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง(ที่ไม่น่าจะฉลาดนัก) เขาเงยหน้าขึ้นถาม
“นั่นเ้าจะไปไหน?”
สมิทธิ์ตอบอย่างหนักแน่น “ข้าจะไปที่ภาคีสหเทพทุกอย่างจะได้จบเสียที แต่ชั้นไม่ได้ไปเพื่อเข้าร่วมกับภาคีอะไรนั่นหรอกนะชั้นเกลียดการขู่โดยการเอาชีวิตของคนมาล้อเล่นแบบนี้”
เมื่อสรรค์ได้ยินที่สมิทธิ์พูดความรู้สึกของเขาที่มีต่อสมิทธิ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป
สมิทธิ์หยุดเดิน เขาเบี่ยงหน้ามาทางสรรค์ซึ่งอยู่ด้านหลังของเขา
“ถ้าบอกไปว่าชั้นติดต่อกับเทพประจำตัวไม่ได้อีกแล้วก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกนั้นจะมายุ่งกับที่นี่อีก”
จริงอย่างที่สมิทธิ์พูดวิธีนี้น่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ตอนนี้
สรรค์ยืนขึ้น มองไปที่สมิทธิ์ ดูราวกับว่าแผ่นหลังของชายหนุ่มคนนี้ใหญ่กว่าที่เคยเขาไม่ใช่สมิทธิ์คนที่ได้แต่หลบอยู่หลังเสาเพราะความกลัวอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าเขาจะเป็เพียงคนทรงมือใหม่ที่ติดต่อกับเทพเ้าของตัวเองไม่ได้แต่ความคิดและหัวใจของเขามีพลังบางอย่างที่ชนะใจของสรรค์ โดยที่ไม่ต้องอาศัยพลังของเทพเ้าเลยด้วยซ้ำ
สรรค์ถอนหายใจ “ที่พูดมาก็เท่ดีอยู่หรอกแต่แค่ทางออกจากที่นี่ เ้าไม่คงยังไม่รู้เลยสิท่า”
สมิทธิ์แอบยิ้มแหยๆ ที่สรรค์รู้ทันเขา ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอย่างน้อยสรรค์ก็น่าจะคลายความโกรธที่มีต่อเขา และความเสียใจเื่นิษฐาลงไปมากแล้ว
ทันใดนั้น ระหว่างที่สมิทธิ์กำลังหันกลับมา(เพื่อจะถามหาทางออกจากเทวาลัย) ลูกดิ่งโลหะก็พุ่งเข้ามาหาเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
สีหน้าและแววตาของสรรค์กลับมาเ็าเหมือนครั้งที่เจอกับสมิทธิ์ครั้งแรกมือของเขาทั้ง 2 สว่างจ้า ด้ายยาว อาวุธสังหารของเขาซึ่งพันอยู่บนถุงมือสีขาวได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
“มองโลกแง่ดีไปหน่อยล่ะมั้งพวกนั้นคงไม่เลิกยุ่งกับที่นี่ง่ายๆ หรอก ข้ามีแผนที่ดีกว่านั้นข้าจะทำให้เ้าเข้าทรงเพื่อติดต่อและควบคุมพลังของเทพเ้าให้ได้” สรรค์พูดอย่างเหนื่อยหน่ายความพยายามของเขาที่จะทำให้สมิทธิ์เข้าทรงให้ได้ล้มเหลวอีกครั้ง
“ข... เข้าใจแล้ว”สมิทธิ์ซึ่งตอนนี้โดนด้ายของสรรค์มัดตัวเอาไว้อย่างแ่าไม่อยู่ในสภาพที่จะปฏิเสธได้เลย
“ภายใน3 วันนี้แหละ” สรรค์พูดทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ
