บทที่ 78 แดนเหนือ
การเดินทางที่เร่งรีบนี้กินเวลาเกือบ 20 วัน ช้ากว่าเวลาที่ซีเฉิงเดินทางมาอย่างเร่งรีบอยู่เกือบครึ่ง แม้ว่าชิงหมินจะไม่ต้องลงเดินเอง กระนั้นกระดูกของเขาก็ยังลั่นกร็อบแกร็บให้ได้ยินบ่อยๆเนื่องจากความเมื่อยล้าของเขาเอง
ซีเฉิงใจดีมาก เขาปล่อยให้ชิงหมินมีเวลาเดินเล่นเมื่อเจอกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ในขณะที่คนของเขาก็ได้พักขาและเตรียมเสบียงเล็กๆน้อยๆกินด้วย ความเป็นอยู่ของชิงหมินในตอนนี้เรียกว่าสุขสบายยิ่งกว่าตอนเดินทางร่วมกับขบวนองค์รัชทายาทเสียอีก เขาจึงไม่บ่นออกมาแม้เพียงคำเดียว
จวบจนกระทั่งเช้าของวันหนึ่ง ซีเฉิงก็ปล่อยให้ชิงหมินได้เป็นอิสระจากอ้อมแขนของเขาแล้ว ในขณะที่ทั้งสองคนรู้สึกถึงความเคยชินตลอด 20 วันที่ผ่านมา ไออุ่นของซีเฉิงที่คอยโอบอุ้มเอาไว้ทั้งวันทั้งคืน ในขณะที่อีกคนก็เสียดายร่างกายนุ่มนิ่มและส่งกลิ่นหอม หากไม่ใช่เพราะยังมีสงครามและงานที่ต้องทำอีกมาก บางทีซีเฉิงอาจจะแสร้งทำเป็นหลงทางแล้วขออุ้มชิงหมินต่อไปอีกสักเดือนสองเดือน....
“ที่นี่...เป็นค่ายต่อสู้ของเจ้าหรือ?” ชิงหมินมองไปข้างหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ค่ายที่ตั้งเอาไว้เพื่อฝึกซ้อมทหาร แถมยังอยู่ในสภาวะสงคราม...เหตุใดมันเหมือนกับเป็นหมู่บ้านของวีรบุรุษกู้อาณาจักรมากกว่ากันเล่า?
ไหนคือกลิ่นอายของความตาย ไหนคือความกดดันที่จะต้องพบเจอ? ชิงหมินรู้สึกว่าที่นี่เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่ทำให้ภาพลักษณ์ต่างจากหมู่บ้านขนาดใหญ่ทั่วไป อ้อ...อีกประการหนึ่ง ก็แค่พวกมันตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุด การจะเดินขึ้นเดินลงด้วยตัวของเขาเองนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ขนาดเจ้าฝูเซ่าก็ยังต้องอาศัยคอคนอื่นให้แบกขึ้นมา ช่างน่าสมเพชเสียจริงๆ
“หัวหน้า!” เมื่อซีเฉิงเดินผ่านพวกเขา เสียงทำความเคารพอย่างเข้มงวดดังขึ้นตลอดทาง
แขนข้างหนึ่งของซีเฉิงดันหลังบอบบางของชิงหมินให้เดินหน้าไปด้วยกัน เป็นการแสดงออกให้ทุกคนได้เห็นกับตาว่าคนที่หัวหน้าพามาในครั้งนี้มีความสำคัญมากขนาดไหน
อันที่จริง....พวกเขาเข้าใจตั้งแต่ตอนที่หัวหน้าบอกว่าจะไปพาคนมาด้วยตนเองแล้ว หัวหน้าของพวกเขาไม่เคยสนใจใครจนถึงกับต้องลงมือช่วยเหลือเช่นนี้ด้วยตนเองมาก่อน อย่างมากสุดก็แค่ออกคำสั่งให้คนพากันไปช่วยเหลือเท่านั้น ครั้งนี้ถึงกับนำไปด้วยตนเอง แล้วยังพาคนมากฝีมือติดตัวไปด้วย การกระทำเพียงเท่านี้ก็ฝังอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว
ไหนเลยจะคิดว่าพวกเขายังได้เห็นความอบอุ่นของหัวหน้าผ่านการแสดงออกต่อชายหนุ่มผู้มีใบหน้างดงามผู้นี้อีก
ซีเฉิงแนะนำสถานที่ต่างๆให้กับชิงหมิน มีทั้งโรงหมอ ตำแหน่งลานฝึกฝน โรงครัว และสถานที่อื่นๆที่เขาควรจะรู้ ที่นี่มีสิ่งของครบครันจริงๆ ชิงหมินได้เห็นคลังอาวุธผ่านตาด้วยตนเอง พวกมันเป็นแค่คลังอาวุธขนาดเล็ก แต่ทั้งดาบ มีด หอก โล่ และอุปกรณ์สำหรับการฝึกฝนอื่นๆล้วนเต็มลานไปหมด
ซีเฉิงพาชิงหมินเดินมาไม่ใกล้ไม่ไกล พวกเขาก็ขึ้นมาถึงเนินเขาสูงสุดแล้ว ที่นี่เป็นลานกว้างที่มีหญ้าเล็กๆสีเขียวปกคลุม หยาดน้ำค้างยังไม่ได้หายไปทั้งหมด ให้ความรู้สึกร่มเย็นเป็นสุขไม่น้อย ด้านหลังยังมีธารน้ำตกที่งดงาม ส่งเสียงเหมือนกับเป็นดนตรีขับกล่อม ปรากฏกระท่อมหลังใหญ่ที่สร้างจากไม้คุณภาพดีวางอยู่ตรงกลาง ขวางระหว่างเขตน้ำตกซึ่งมีฝั่งที่ชุ่มชื้น และอีกฝั่งที่มีแสงแดดส่องถึง
ชิงหมินยังได้เห็นว่าลานกว้างนั้นมีลานยกสูงสำหรับเอาไว้ตากหลายสิ่งหลายอย่างได้ด้วย ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เขาทำชาดอกไม้อย่างไรอย่างนั้น...
“เจ้าพักที่นี่ก็แล้วกัน ข้าจะส่งคนมาคอยดูแลเจ้าอยู่ที่ลานกว้างด้านหน้า หากขาดเหลืออะไรก็ให้บอกพวกเขา แน่นอนว่าจะไม่ให้ใครเข้ามารบกวนตอนเจ้ากำลังใช้สมาธิ” คนพูดเหมือนรู้จักชิงหมินเป็นอย่างดี
ความจริงแล้ว ซีเฉิงอยากจะให้ชิงหมินพักอยู่บ้านเดียวกับตนเองด้วยซ้ำไป แต่เขาก็รู้ว่าชิงหมินตัวน้อยนี้ชอบเวลาที่บ้านเงียบๆและมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด
หลายครั้งที่เขามองผ่านวิญญาณร้าย ชิงหมินของเขาจะใช้เวลากับตนเอง หยิบนั่นทำนี่อย่างมีความสุข เขาเองไม่ต้องการทำลายความสุขของคนตัวเล็กเพราะความเห็นแก่ตัวของตนเอง ขอเพียงเจ้าตัวน้อยมีความสุขและสบายใจเมื่ออยู่กับเขา แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว...
“แม้แต่ดอกไม้ต่างๆก็ขอให้คนของเจ้านำมาให้ได้หรือ?”
“แน่นอนว่าต้องได้ แต่ก่อนหน้านั้นข้าได้เตรียมซื้อของมาให้เจ้าบางส่วนแล้ว เจ้าลองดูในบ้านก่อนก็แล้วกัน”
“หือ? มีกระทั่งของที่เตรียมเอาไว้ให้แล้วหรือ?” ชิงหมินเลิกคิ้ว
ความใส่ใจของพระเอกตัวร้ายคนนี้ค่อนข้างดีจริงๆ ชิงหมินเกือบจะหวั่นไหวกับการดูแลเอาใจใส่นี้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขารู้เจตนาที่แท้จริงของคนตัวใหญ่ซึ่งประสงค์เกี่ยวกับชาโม่ลี่ฮวาของเขาล่ะก็นะ....
“เจ้ากำลังคิดเกี่ยวกับข้าไม่ดีอีกแล้วสินะ” ซีเฉิงดีดหน้าผากคนตรงหน้าเบาๆ เขาไม่รู้หรอกว่าชิงหมินคิดอะไร แต่สายตาเจ้าเล่ห์ชั่วขณะนั้นมันทำให้เขารู้ว่าทัศนคติของชิงหมินต่อเขาคงจะเปลี่ยนเป็นดีได้ยากจริงๆ
“ช่างความคิดของข้าเถอะน่า แต่ว่า...นอกจากทำชาโม่ลี่ฮวาแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องการใช้งานอื่นๆข้าแล้วใช่หรือไม่?”
“อืม เอาไว้ถ้าข้าต้องการเพื่อนคุย เช่นนั้นก็มาเป็นเพื่อนคุยให้ข้าด้วยก็แล้วกัน”
“เพื่อนคุย? อย่างเจ้าเนี่ย...” ชิงหมินเกือบจะหลุดพูดเกี่ยวกับวิญญาณร้ายที่เขาสามารถคุมได้หลายร้อยตัวเสียแล้ว หากซีเฉิงต้องการเพื่อนคุย เขามีทั้งคนและวิญญาณที่สามารถเรียกมาคุยได้ ไม่จำเป็นต้องมาถึงเขาหรอก...
“เจ้าดูเหมือนจะมีแต่ความคิดดีๆเกี่ยวกับข้าจริงๆ หัวน้อยๆของเจ้าคิดไปไกลขนาดไหนแล้ว”
ซีเฉิงบีบแก้มของชิงหมินอีกครั้ง การถึงเนื้อถึงตัวระหว่างพวกเขาเป็นธรรมชาติมากขึ้น หลังจากที่ 20 วันที่ผ่านมา ชิงหมินทั้งกินและนอนอยู่บนแขนของอีกฝ่าย ตอนนี้นอกจากความรำคาญก็ไม่มีปัญหาอื่นอีก
“แล้วเจ้าคิดว่าตนเองเป็นคนน่าวางใจมากเลย?”
ชิงหมินประชดประชัน หากเขาไม่รู้เนื้อเรื่องมาก่อน จู่ๆได้เห็นอีกฝ่ายที่นำกองทัพใหญ่โตขนาดนี้ คงไม่แคล้วจะมองว่าพวกซีเฉิงนี่แหละที่เป็นพวกก่อกบฏน่ะ
เจ้าตัวพาเขามาที่นี่โดยไม่อธิบายอะไรเลย ชิงหมินก็คร้านที่จะถาม ขนาดฝูเซ่ายังคงระแวดระวังภัยอยู่เลย ก็นะ...คนปกติก็ควรจะแสดงออกเช่นนั้นแหละ ชิงหมินยังนึกอยากจะส่งความเป็นสามัญสำนึกของคนทั่วไปให้เจ้าซีเฉิงได้เข้าใจมากขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้....นางเอกของเรื่องยอมรับความแข็งแกร่งของซีเฉิงได้อย่างไร
“เอาเถอะ ข้าไม่คิดจะห้ามความคิดของเจ้าอยู่แล้ว ข้าต้องรีบไปตรวจสอบสถานการณ์ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เจ้าก็อยู่ที่นี่ตามสบาย หากมีอะไรให้คนไปหาข้าได้ทันที” แม้ซีเฉิงอยากจะคุยกับชิงหมินอีกสักหน่อย แต่คนของเขามารออยู่แล้ว
ในฐานะผู้นำกองกำลังนี้ เขาหายไปเกือบ 20 วัน มีปัญหาหลายอย่างที่จะต้องเป็นเขาที่ลงมือด้วยตนเอง เช่นนั้นซีเฉิงจึงไม่สามารถเสียเวลาได้อีก
อย่างไรตอนนี้ชิงหมินก็อยู่ข้างกายของเขาแล้ว เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆมากเกินไป เพียงสนใจเรื่องการต่อสู้และเดินหมากให้ถูกต้องก็พอ
สองนายบ่าวมองตามซีเฉิงไปจนลับสายตา สายลมเย็นๆทำให้ฝูเซ่าทรุดลงไปนั่งกับพื้น ขาของเขาปวดตึงไปหมดจากการเร่งเดินทางที่ผ่านมา ในขณะที่พวกของเฉิงเซี่ยนั้นราวกับไปวิ่งเล่นมาเท่านั้น หากต้องให้เขาปีนเขาขึ้นมาด้วยตนเองอีก ฝูเซ่าเชื่อว่าเขาอาจจะต้องนอนตายตั้งแต่ปีนเขาลูกแรกแล้ว
“คุณชาย ข้าขยับไม่ได้อีกต่อไปแล้วขอรับ” ฝูเซ่ากล่าวขอโทษขอโพย เมื่อพวกเขาอยู่ในสถานที่ปลอดภัย กำลังทั้งหมดก็ได้หายไปหมดสิ้น
ชิงหมินพยักหน้ารับ เขาเข้าใจเป็นอย่างดี ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงจะเรียกข้ารับใช้สักคนมาซื้อยาแก้ปวดให้ฝูเซ่าบรรเทาอาการ แต่ในเวลานี้....เขาทำได้แค่ปล่อยให้ฝูเซ่าได้พักขาของตนเองเท่านั้น
“เจ้านั่งพักชมธรรมชาติไปก่อนก็แล้วกัน ข้าจะไปเดินวนดูรอบๆเสียหน่อย”
บ้านหลังใหญ่นี้มีสิ่งใดบ้าง ยังจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยตนเอง ข้างๆกันมีเรือนหลังเล็กอีกเรือน ชิงหมินเข้าใจทันทีว่าคนคงจะตั้งใจให้ฝูเซ่าอยู่ที่นั่น หากใครจะเข้ามาเจอชิงหมิน จะต้องผ่านบ้านเล็กของฝูเซ่าก่อน มันทำให้พวกเขาทั้งสองคนสบายใจไปด้วย ถึงแม้จะรู้ว่าไม่อาจต่อสู้กับคนที่นี่ได้ก็ตาม
ชิงหมินปล่อยให้ฝูเซ่าได้พักผ่อน เขาเดินเข้าไปในบ้านก็ต้องพบกับความละเอียดอ่อนของซีเฉิงอีกครั้ง บ้านหลังไม่ใหญ่โตนี้กลับจัดเอาไว้เป็นระเบียบจริงๆ มันไม่ได้มีของตกแต่งมากนัก หากแต่ตู้เสื้อผ้าที่เปิดกว้างต้อนรับเขาก็เต็มไปด้วยชุดเรียบง่ายในแบบที่ชิงหมินชอบใส่ เครื่องนอนก็ดูสะอาดและน่าจะทำให้นอนหลับได้ง่ายๆ พวกมันทำมาจากขนสัตว์ที่ดูนุ่มนิ่ม
ห้องถัดไปยังเป็นส่วนอาบน้ำ มีกระทั่งเตาต้มน้ำอุ่นในขณะที่นอนแช่น้ำอยู่ สิ่งนี้จะช่วยให้การอยู่บนภูเขาที่มีความชื้นสูงและอาจจะเต็มไปด้วยอากาศหนาวยามค่ำคืนดีมากขึ้น
ห้องเก็บของนั้นเต็มไปด้วยหีบห่อกลีบดอกไม้สดและดอกไม้แห้งมากมาย ชิงหมินประเมินดูแล้ว พวกมันถูกซื้อเอามาเตรียมไว้ประมาณ 20 วันก่อน หรือก็คือวันที่เขาตกลงว่าจะกลับมาแดนเหนือกับซีเฉิง คนผู้นี้ก็สั่งให้ลูกน้องเตรียมทั้งหมดเอาไว้รอเสียแล้ว
“เป็นที่ที่ดีเลยแฮะ ถ้าที่นี่มีร้านเกี๊ยวที่ข้าชอบ มันก็คงจะไม่ต่างจากชีวิตปกติของข้าเลย” ชิงหมินพึมพำขึ้นมา รู้สึกว่าคำพูดของเขานั้นเป็นแค่คำพูดขำขันธรรมดาๆ แต่เขาไม่ได้รู้เลยว่ามีใครบางคนใส่ใจคำพูดของเขาอยู่เสมอ
มื้อกลางวันนั้นเอง ชิงหมินจึงได้กลิ่นหอมของน้ำซุป และมีเกี๊ยวตัวโตอยู่ในนั้นเต็มถ้วย เขากับฝูเซ่ากินกันอย่างตะกละตะกลามโดยไม่พูดอะไรกันด้วยซ้ำ พุงน้อยๆของชิงหมินก็ได้รับการเติมเต็มจนความสุขนี้เกือบจะล้นออกปาก
คนตัวเล็กอยู่ในบ้านของตนเองเพื่อจัดการเตรียมชาโม่ลี่ฮวาตลอดทั้ง 1 สัปดาห์เต็ม เขาไม่ได้ออกไปนอกบ้านเลย เพียงปล่อยให้ฝูเซ่าไปทำความรู้สึกกับสถานที่ในค่ายแล้วกลับมาเล่าให้ฟังเท่านั้น จนกระทั่งงานของเขาเสร็จไปตามเป้าหมาย ชิงหมินจึงต้องการพักมือจากการบดผงชาบ้าง
เขาส่งห่อชาขนาดเล็กให้กับคนของซีเฉิงที่มายืนรอรับคำสั่งด้านหน้าบ้านหลังเล็กนี้ เขาไม่ได้มอบทั้งหมดให้ซีเฉิงในครั้งเดียว เพียง 500 กรัมก็เพียงพอที่จะให้คนดื่มกินอย่างสบายใจไปทั้งเดือนแล้ว หากเขามอบไปทั้งหมดแล้วคนเอาไปแจกจ่ายให้พวกทหารได้ดื่มกิน ต่อไปก็จะต้องมาเรียกร้องจากเขาเพิ่มเป็นแน่
ชิงหมินคร้านที่จะทำงานหนักจนกระทั่งตาย เขาจึงแอบเอาชาเก็บไว้กับตัวแล้วทยอยแบ่งส่งให้กับซีเฉิงแทน
“คุณชายขอรับ วันนี้คุณชายจะลงไปเดินเล่นข้างล่างหรือขอรับ” ฝูเซ่าถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
ด้านล่างนั่นเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเหงื่อทั้งนั้น ยิ่งในเวลากลางวันเช่นนี้ยิ่งมีแต่เสียงที่น่าอึดอัดใจ ฝูเซ่าเห็นการฝึกฝนที่โหดเหี้ยมของผู้คน เขารู้สึกว่าที่นี่ไม่ต่างกับแดนนรกมากนัก ถึงทุกคนจะแสดงสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ฝูเซ่าก็คิดแทนพวกเขาได้ว่าลึกๆแล้วคงจะเต็มไปด้วยสายเลือดที่หลั่งออกมาแทนน้ำตา!
“อืม ไม่ได้หรือ?”
“มันก็....แต่ว่าข้างล่างนั้น พวกเขาฝึกฝนกันทั้งวันทั้งคืน ค่อนข้างเป็นภาพที่ไม่น่ามองเลยขอรับ”
“ก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้น ฝึกให้หนักเพื่อชิงความได้เปรียบในสงคราม นี่ก็เพื่อช่วยให้พวกเขามีโอกาสรอดมากขึ้น...” ชิงหมินเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี
ปีศาจสงครามผู้นี้จะฝึกลูกน้องเหมือนกับคนอื่นๆได้อย่างไร หากเขาทำเหมือนกับคนอื่น ผลลัพธ์ก็คงจะเหมือนกับคนอื่นๆนั่นแหละ ชื่อเสียงที่เอาชนะทุกสงครามมาได้ ไม่ใช่จะมาได้ง่ายๆเช่นกัน มันต้องแลกมากับเลือดและหยาดเหงื่อของผู้ติดตามเหล่านี้
“......”
ฝูเซ่ามองคุณชายที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างดี เขาส่งประกายสายตาชื่นชมไปให้ ทั้งๆที่คุณชายของเขาไม่ชอบเรื่องการต่อสู้แท้ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความแข็งแกร่งด้านจิตใจไม่ใช่น้อยๆเลย
ทั้งสองนายบ่าวเดินออกจากเรือนของตนเองท่ามกลางความสนใจของทุกคน พวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องกล่าวทำความเคารพบุรุษผู้งดงามผู้นี้อย่างไร แต่เมื่อคุณชายหลี่เดินผ่าน พวกเขาก็จะหยุดการกระทำของตนเองแล้วยืนตรงเพื่อรอให้ชิงหมินผ่านไปก่อน ฝูเซ่ามองภาพนั้นแล้วก็รู้สึกว่าตัวตนของคุณชายได้รับความยิ่งใหญ่มาจากเจ้าเฉิงเซี่ยนั่นจริงๆ
ที่ผ่านมา ฝูเซ่าตรวจสอบเละพบว่าเฉิงเซี่ยผู้นั้นเป็นหัวหน้าของกองทัพอิสระนี้ด้วยตัวของเขาเอง โดยทัพอิสระมีอยู่ทุกเขตทั่วอาณาจักร การเคลื่อนไหวของพวกเขาจะเป็นไปตามความต้องการของหัวหน้าอย่างเฉิงเซี่ย แต่จุดประสงค์ไม่ได้เลวร้ายนัก
กองทัพอิสระก่อตั้งเพื่อช่วยอาณาจักรในการต่อสู้ ช่วยชาวบ้านให้รอดพ้นจากการปล้นชิงและศึกสงคราม เจตนาไม่ต้องการเป็นปรปักษ์กับกองทัพของอาณาจักรด้วย เรียกว่าเป็นคนดีที่อยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง ฝูเซ่าเองได้ฟังพวกเขาก็ยังชื่นชมไม่น้อย
ชิงหมินเดินไปทั่วๆหนึ่งรอบ เขาไม่เห็นซีเฉิงอยู่ที่นี่ เข้าใจว่าคนคงจะออกไปทำภารกิจของตนเองข้างนอก แต่ถึงจะไม่มีหัวหน้าอยู่ คนเหล่านี้ก็ยังฝึกฝนอย่างจริงจังอยู่ตลอด ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีวินัยจริงๆ
“พวกเขากลับมากันแล้ว!” เสียงร้องที่ดังจากด้านนอกนั้นทำให้ชิงหมินต้องเลิกคิ้วอย่างสนใจ เขาส่งสายตาให้ฝูเซ่า ในเมื่อวันนี้ไม่คิดจะทำอะไรอยู่แล้ว อย่างนั้นก็เดินไปดูเรื่องสนุกหน่อยก็แล้วกัน
……………………………………………….