ตอนที่ 13 ดอกไม้ประหลาดมีพิษ (2)
จิ่งอ๋องและพระชายาจากไปก่อนวัยอันควร จิ่งซื่อจื่อสืบทอดจวนจิ่งอ๋องั้แ่อายุยังน้อย ตามหลักแล้วควรได้รับตำแหน่งสืบทอดบรรดาศักดิ์ชั้นอ๋องตั้งนานแล้ว ทว่าหลายปีมานี้ฮ่องเต้กลับไม่เอ่ยถึงเื่นี้แม้แต่คำเดียว คล้ายกับว่าลืมไปแล้ว ถึงกระนั้นทั้งเมืองหลวงก็ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนจิ่งซื่อจื่อ นั่นเป็เพราะหลายปีมานี้จิ่งซื่อจื่อทำการค้าขาย ขยายกิจการไปทั่วทุกหัวมุมแผ่นดินต้าเยี่ยน ทรัพย์สินในมือเขามีมากเท่าใด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้หยั่งประมาณได้
“ตอนนี้จิ่งซื่อจื่ออยู่ที่ใด” กู้อวิ๋นหวงเดาจุดประสงค์ที่จิ่งอวี้มาจวนอัครเสนาบดีไม่ออก และนางเองก็ไม่กล้าจะด่วนสรุป
“พอเข้าจวนมา ก็ถูกพ่อบ้านเฉินเชิญเข้าไปที่เรือนเล่อโซ่วแล้วเ้าค่ะ”
กู้อวิ๋นหวงส่งสายตาให้ชิงอวี้ นางเดินออกไปทันที ทว่าเพิ่งก้าวพ้นนอกศาลา สาวใช้อีกคนที่เฝ้าอยู่ข้างนอกก็เข้ามาอย่างรีบร้อน “คุณหนูเ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกคุณหนูสามกับแม่นางเจียงของเรือนชิงจื่อไปที่เรือนเล่อโซ่วเ้าค่ะ”
กู้ิจูโบกมือให้ทิงหลานกับสาวใช้อีกคนถอยออกไป กู้ิจูมองกู้อวิ๋นหวง “ท่านย่าเรียกน้องหญิงสามไป ข้าพอเข้าใจ แต่เรียกแม่นางเจียงไปด้วย นี่หมายความว่าอย่างไร”
นี่กำลังขอให้นางยืนยันตัวตนที่แท้จริงของเจียงเย่ว์เหยาสินะ นางขอคำยืนยันอย่างเปิดเผยจริงใจ ถ้าตนไม่ให้คำตอบ ก็คงจะดูใจร้ายไปหน่อย
กู้อวิ๋นหวงคิดไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วกล่าวขึ้น “มาจากอำเภอเดียวกับท่านพ่อ หน้าตาละม้ายคล้ายท่านพ่อ เดินทางเข้าเมืองหลวงมาตามหาบิดาไม่สำเร็จผล ประสบเหตุโจรปล้น ได้ท่านพ่อช่วยเหลือไว้ จิ่งซื่อจื่อมาเยี่ยมเยือนจวน กระทั่งข้าที่เป็บุตรสาวสายตรงยังไม่ยอมเรียกพบ แต่กลับเรียกนางไปแทน ความนัยของเื่นี้น้องหญิงรองยังมองไม่ออกอีกหรือ”
เข้าใจแล้ว
กู้ิจูทอดสายตามองไปทางเรือนเล่อโซ่ว “อาการป่วยของฮูหยินใหญ่ เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
ครั้นเอ่ยถึงเื่นี้ อารมณ์ดีๆ ของกู้อวิ๋นหวงพลันหายไปในพริบตา นางโยนขนมในมือลง หลังตอบว่าไม่มีอะไรร้ายแรงก็ลุกขึ้นเดินจากไป
กู้ิจูอึ้งงัน มองขนมครึ่งชิ้นที่นางโยนทิ้งไว้ แล้วมองแผ่นหลังที่จากไปอย่างเ็าของนาง ย้อนนึกถึงคำพูดของนางเมื่อครู่ ก็ไม่พบว่ามีตรงไหนผิดปกติ นางจึงส่ายหัวแล้วเรียกทิงหลานเข้ามา
“คุณหนูเ้าคะ ตอนพี่ชิงอวี้ออกไป บอกว่านอกสวนดอกไม้มีคนกำลังจับตามองมาทางนี้” ทิงหลานเก็บกล่องสำรับขนมพลางพูดกระซิบ
ขั้วหัวใจกู้ิจูหนาวสั่นขึ้นมาน้อยๆ พลันตะคอกเสียงโมโห “โยนของพวกนี้ทิ้งให้หมด!”
กู้อวิ๋นหวงออกมาจากสวนดอกไม้แล้วก็ไปที่เรือนจิ้งอี๋ ตอนไปถึงพบว่าหนิงหว่านโหรวยังไม่ตื่น นางนั่งอยู่ในเรือนสักพัก ขณะลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ สายตาก็บังเอิญเห็นดอกไม้ที่วางประดับอยู่ในกระถางสีขาวริมหน้าต่าง กลีบเลี้ยงของดอกไม้ดอกนั้นแตกออกเป็ทรงกระบอก พวงดอกดูคล้ายกรวยกรองน้ำ จับตัวเป็ช่อ งอกงามบานสะพรั่ง
กู้อวิ๋นหวงนึกว่าตัวเองมองผิดไป นางเดินเข้าไปใกล้ หลังแน่ใจแล้วว่าเป็ต้นลำโพง[1]ก็หันหลังกลับมาโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ สายตากวาดผ่านร่างของพวกชุนหลาน “ดอกไม้นี้ผู้ใดเอามาวางไว้”
ชุนหลานได้ยินแล้วก็มองไป เอ่ยตอบ “เป็ท่านหมอซ่งเ้าค่ะ เมื่อครู่ตอนมาบอกว่าบังเอิญเห็นข้างนอกระหว่างทาง รู้สึกว่าแปลกตาดีจึงนำมาให้”
นางเพิ่งเอาบ๊วยดองน้ำผึ้งให้ท่านแม่ไม่ทันไร ก็มีดอกไม้มาวางไว้ที่นี่แล้ว ประเสริฐ ประเสริฐนัก
“ดูแปลกตาจริงดังว่า” ั์ตากู้อวิ๋นหวงฉายประกายเย็นเยียบ ยกกระถางดอกไม้ลงมาจากหน้าต่าง “ในห้องหนังสือข้ายังขาดกระถางดอกไม้อยู่พอดี ดอกไม้กระถางนี้ข้าเอาไปก็แล้วกัน ครั้งหน้าถ้าท่านหมอซ่งเห็นดอกไม้แปลกตาอันใดอีก ก็บอกให้เขาเอามาให้ข้าทั้งหมดเลย ข้าชื่นชอบของพิสดารแปลกตาพวกนี้”
นางพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ชุนหลานเองก็ยิ้มตอบโดยไม่ได้ติดใจอะไร
กู้อวิ๋นหวงยัดดอกไม้ให้ชิงอวี้ สายตากวาดมองชุนหลาน ซย่าเหอ ชิวจวี๋และตงเหมยอีกครั้ง ก่อนย่างเท้าก้าวออกจากเรือนจิ้งอี๋อย่างเชื่องช้า
ด้านนอกเรือนจิ้งอี๋ ลมเย็นสบายพัดมาเป็ระลอก มวลบุปผาโปรยปรายทั่วท้องฟ้า ชิงอวี้กอดกระถางดอกไม้เดินตามหลังนางไปติดๆ ครั้นเห็นรอบตัวไม่มีคนแล้ว จึงเปล่งเสียงถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “คุณหนู ดอกไม้นี่มีปัญหาหรือเ้าคะ”
เชิงอรรถ
^ ดอกลำโพง มีสารอัลคาลอยด์และไฮออสไซอะมีน ซึ่งมีฤทธิ์กดสมองหรือกดประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงนอน และนอนหลับได้ยาวขึ้น แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่มากจนเกินไปจะทำให้เกิดภาพหลอน มีอาการคลุ้มคลั่ง