ความมืดมิดยามราตรีแผ่ปกคลุมไปทั่วทุกอาณาบริเวณของคฤหาสน์หลังงามที่เคยเป็ดั่งวิมานอันแสนสุขสงบของผม ทว่าในค่ำคืนนี้ บรรยากาศรอบกายกลับดูอึมครึมและหนักอึ้งราวกับมีเมฆหมอกแห่งความหวาดหวั่นลอยวนอยู่เหนือศีรษะ เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมห้องโถงด้านล่างดังก้องขึ้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ ทว่าแต่ละวินาทีที่เคลื่อนผ่านไปนั้นกลับกรีดลึกลงไปในโสตประสาทของผมราวกับคมมีดที่ค่อยๆ กรีดเฉือนก้อนเนื้อในอกซ้ายอย่างเืเย็น ผมนอนเบิกตาโพลงอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องนอนใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเกด ภรรยาผู้เป็ที่รักยิ่งของผมที่นอนหลับสนิทอยู่เคียงข้าง ทรวงอกของเธอขยับขึ้นลงอย่างสงบสุข รอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนริมฝีปากอิ่มของเธอบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าที่ได้รับการปลดเปลื้องจากการพักผ่อน ทว่าสำหรับผมแล้ว ค่ำคืนนี้กลับกลายเป็ฝันร้ายที่ผมไม่อาจหลีกหนีพ้น
คำขู่ของนิชา หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีผู้มีใบหน้างดงามหมดจดทว่าซ่อนเร้นความร้ายกาจเอาไว้เื้ัรอยยิ้มอันเย้ายวน ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับแผ่นเสียงตกร่อง "เที่ยงคืนตรง ที่ห้องสมุดส่วนกลาง ถ้าคุณไม่มา... คุณคงรู้สินะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวแสนสุขของคุณ" น้ำเสียงหวานใสทว่าแฝงไปด้วยความเยียบเย็นนั้นทำเอาผมรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ผมพยายามข่มตาหลับ พยายามสลัดภาพใบหน้าอันหยิ่งผยองของเธอออกไปจากห้วงความคิด ทว่ายิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ความหวาดกลัวก็ยิ่งเกาะกินหัวใจของผมมากยิ่งขึ้น ผมรู้ดีว่านิชาไม่ใช่คนที่เพียงแค่ขู่ให้กลัว เธอมีไพ่ตายบางอย่างที่สามารถพลิกกระดานชีวิตของผมและเกดให้พังทลายลงได้ในชั่วพริบตา และผมไม่อาจยอมให้เื่นั้นเกิดขึ้นได้เป็อันขาด
เวลาเดินเข้าใกล้เที่ยงคืนเข้าไปทุกขณะ เหงื่อเย็นๆ ซึมชื้นไปทั่วฝ่ามือและหน้าผากของผม ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าหาญที่แตกซ่านให้กลับคืนมา ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เกดรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แสงจันทร์สลัวๆ ที่สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบลงบนใบหน้ายามหลับใหลของเธอ ทำให้ผมต้องหยุดชะงักและทอดสายตามองดูเธอด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ผมรักเกด รักผู้หญิงคนนี้สุดหัวใจ เธอคือแสงสว่างที่นำพาชีวิตของผมก้าวผ่านความมืดมนและอุปสรรคขวากหนามนานัปการมาได้ แต่ในเวลานี้ ผมกลับต้องลอบทำเื่ที่อาจทำร้ายจิตใจของเธออย่างแสนสาหัส เพียงเพื่อปกป้องเธอจากความจริงอันโหดร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
ผมสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะค่อยๆ แง้มบานประตูห้องนอนใหญ่ออกและก้าวเดินออกไปสู่โถงทางเดินที่ทอดยาวและมืดมิด บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยามวิกาลช่างเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงฝีเท้าของผมที่เหยียบย่ำลงบนพื้นไม้กระดานขัดมันที่ดังก้องสะท้อนไปมาเบาๆ ราวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก ผมเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่คุ้นเคย ผ่านห้องหับต่างๆ ที่ปิดสนิท ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าจะมีใครสักคนโผล่ออกมาจากเงามืดและล่วงรู้ความลับอันน่าอัปยศที่ผมกำลังจะกระทำ
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูไม้บานใหญ่ที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจงของห้องสมุดส่วนกลาง ผมก็ต้องหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตัดสินใจผลักบานประตูให้เปิดออกอย่างช้าๆ เสียงบานพับประตูดังเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ฝ่าความเงียบสงัดของค่ำคืน ภายในห้องสมุดกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความมืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกสีเข้ามาตกกระทบลงบนชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่เรียงรายอยู่รอบห้อง กลิ่นกระดาษเก่าๆ และกลิ่นไม้หอมโชยมาแตะจมูก ทว่าในเวลานี้ กลิ่นเ่าั้กลับไม่สามารถช่วยให้จิตใจของผมสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย
สายตาของผมกวาดมองฝ่าความมืดสลัวเข้าไปภายในห้อง ก่อนจะไปหยุดชะงักอยู่ที่ร่างอรชรของใครคนหนึ่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ยาวบุกำมะหยี่สีเืหมูตรงมุมห้อง นิชานั่งรอผมอยู่ตรงนั้นแล้วจริงๆ เธอสวมชุดนอนผ้าแพรมันลื่นสีดำสนิท สายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วที่พาดอยู่บนบ่าบอบบางนั้นดูราวกับพร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ เนื้อผ้าบางเบาแนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบของหญิงสาววัยแรกแย้ม เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องและเรียวขาเสลาที่โผล่พ้นชายกระโปรงออกมาอย่างไม่แยแสต่อสายตาของผู้ใด แสงจันทร์ที่ทาบทับลงบนร่างของเธอยิ่งขับเน้นให้ผิวขาวเนียนละเอียดนั้นดูเปล่งประกายเจิดจรัสราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรบรรจง ทว่าความงดงามนั้นกลับซ่อนเร้นไปด้วยพิษร้ายที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ที่หลงใหลได้อย่างเืเย็น
"มาตรงเวลาดีนี่คะ คุณภัทร" น้ำเสียงหวานหยดย้อยทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบสงัด นิชาขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนมุมปากสีสดของเธอ สายตาคู่คมที่จ้องมองมายังผมนั้นเต็มไปด้วยอำนาจและความเหนือกว่า ราวกับราชินีที่กำลังทอดพระเนตรดูทาสรับใช้ผู้ต่ำต้อยที่มาเข้าเฝ้า
"คุณ้าอะไร นิชา" ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นพร่า แม้ว่าภายในใจจะสับสนวุ่นวายและหวาดกลัวเพียงใดก็ตาม ผมก้าวเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ รักษาระยะห่างเอาไว้พอสมควร ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้รัศมีอันตรายที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของเธอ
"ใจร้อนจังเลยนะคะ ยังไม่ทันจะได้ทักทายกันให้ชื่นใจเลย" นิชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์พกพาขนาดบางเฉียบที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยข้างเก้าอี้ยาวขึ้นมา เธอปลดเปิดหน้าจอด้วยปลายนิ้วเรียวยาว แสงสว่างจ้าจากหน้าจอสะท้อนเข้ากับใบหน้างดงามของเธอ ทำให้ผมมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างชัดเจน "ฉันก็แค่มีของเล่นชิ้นใหม่มาให้คุณดูนิดหน่อย เผื่อว่ามันจะช่วยให้การเจรจาของเราง่ายขึ้น"
เธอพลิกหน้าจออุปกรณ์พกพานั้นหันมาทางผม ภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทำเอาดวงตาของผมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงและตื่นตระหนกสุดขีด มันคือภาพถ่ายหน้าจอของการทำธุรกรรมทางการเงินและบัญชีรายรับรายจ่ายที่ระบุชื่อของ 'กิตติธัช' อดีตสามีของเกด และชื่อของ 'เกด' อย่างชัดเจน ตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ถูกโอนเข้าบัญชีของเกดในแต่ละเดือน พร้อมกับข้อความระบุวัตถุประสงค์ที่ชวนให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง ทุกอย่างถูกบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดและเป็ระบบ หลักฐานเหล่านี้ หากตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี หรือแม้แต่หากเกดและมีนได้เห็น มันจะต้องกลายเป็ชนวนเหตุที่ทำลายล้างความเชื่อใจและความสัมพันธ์อันดีงามที่เกดมีต่ออดีตสามีและครอบครัวอย่างย่อยยับ
"นี่มัน... อะไรกัน..." ผมครางออกมาเสียงแ่เบา ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าลงกลางกบาล ผมพยายามเพ่งมองรายละเอียดบนหน้าจอนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา นี่มันเื่บ้าอะไรกัน! กิตติธัชจ่ายเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ให้เกดทำไม? และที่สำคัญ นิชาไปเอาข้อมูลลับสุดยอดเหล่านี้มาจากไหน?
"น่าประหลาดใจใช่ไหมล่ะคะ?" นิชายิ้มเยาะ "ประวัติการเงินที่น่าสงสัยของพ่อฉัน อดีตสามีแสนดีของคุณแม่ การโอนเงินลับๆ ที่ไม่มีใครล่วงรู้... ถ้าหากคุณแม่ หรือแม้แต่ยัยมีน น้องสาวของฉันที่รักและเทิดทูนพ่อสุดหัวใจ ได้มาเห็นหลักฐานพวกนี้ คุณคิดว่าชีวิตครอบครัวที่แสนสุขของพวกคุณจะเป็ยังไงต่อไปคะ? พวกเขาจะรับได้ไหมถ้ารู้ว่าคนที่พวกเขารักและไว้ใจที่สุด อาจจะมีความลับดำมืดบางอย่างซ่อนเร้นเอาไว้?"
"หยุดนะ! คุณอย่าเอาเื่บ้าๆ พวกนี้ไปพูดให้เกดกับมีนฟังเด็ดขาด!" ผมตวาดลั่นด้วยความโกรธจัดและหวาดกลัวจับใจ พุ่งตัวเข้าไปหมายจะแย่งชิงอุปกรณ์พกพาเครื่องนั้นมาจากมือของเธอ ทว่านิชากลับไวกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบและซ่อนอุปกรณ์นั้นไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตวัดสายตาดุดันมองมาที่ผม
"อย่าคิดจะใช้กำลังกับฉันเชียวนะคะ คุณภัทร!" นิชาขู่เสียงแข็ง "ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะส่งข้อมูลทั้งหมดนี้ไปให้คุณแม่และยัยมีนดูเดี๋ยวนี้เลย! แล้วเราจะได้เห็นกันว่า วิมานแสนสุขของคุณมันจะพังครืนลงมาเร็วแค่ไหน!"
ผมชะงักฝีเท้าลงทันทีราวกับถูกตอกตะปูตรึงเอาไว้กับพื้น ความโกรธที่พุ่งพล่านเมื่อครู่มอดดับลงไปในพริบตา แทนที่ด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้าใส่จนแทบจะยืนไม่อยู่ ผมรู้ดีว่านิชาไม่ได้ขู่เล่น เธอทำจริงแน่ และหากเธอทำเช่นนั้น ชีวิตของเกด ผู้หญิงที่ผมรักและทะนุถนอมมาตลอด จะต้องแหลกสลายไม่มีชิ้นดี มีนเองก็จะต้องบอบช้ำทางจิตใจอย่างหนัก ผมไม่อาจยอมให้เื่เลวร้ายเช่นนั้นเกิดขึ้นกับพวกเธอได้ ผมยอมแลกทุกอย่าง ยอมสูญเสียทุกสิ่ง เพื่อปกป้องรอยยิ้มและความสุขของพวกเธอเอาไว้
"คุณ... คุณ้าอะไรกันแน่ นิชา?" ผมถามเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจเอ่อคลอขึ้นมาเบ้าตา ผมรู้สึกพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ไร้ซึ่งหนทางต่อสู้หรือขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น ผมตกหลุมพรางของหญิงสาวตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ หลุมพรางที่เต็มไปด้วยขวากหนามและพิษร้ายที่พร้อมจะทิ่มแทงผมให้ตายทั้งเป็
นิชาคลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทีจำยอมของผม เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ยาว ก้าวเดินเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่เย้ายวนและเต็มไปด้วยจริตมารยา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นกายสาวลอยมากระทบจมูก ทว่ามันกลับทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนมากกว่าที่จะหลงใหล เธอหยุดยืนอยู่ห่างจากผมเพียงแค่คืบ สายตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมราวกับ้าจะค้นหาความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใน
"ฉันก็ไม่ได้้าอะไรมากหรอกค่ะ คุณภัทร..." นิชาเอ่ยเสียงกระซิบแหบพร่า พลางยกมือขึ้นมาลูบไล้ไปตามแนวสันกรามของผมอย่างเชื่องช้า ััที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วของเธอทำเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ฉันแค่เบื่อ... เบื่อกับชีวิตที่แสนจะจืดชืดในคฤหาสน์หลังนี้ ฉัน้าการละเล่นที่น่าตื่นเต้น... ้ากระดานเดิมพันที่ท้าทาย และคุณ... ก็คือผู้เล่นที่ฉันเลือก"
"ผมไม่เล่นกระดานเดิมพันบ้าบออะไรของคุณทั้งนั้น!" ผมสวนกลับทันควัน พยายามเบือนหน้าหนีจากััอันน่ารังเกียจของเธอ
"คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอกค่ะ คุณภัทร..." นิชาหัวเราะร่วน น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช "คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าไพ่ทุกใบตอนนี้อยู่ในมือฉัน ถ้าคุณไม่ยอมรับกติกาของฉัน... ก็เตรียมตัวมองดูครอบครัวที่รักของคุณพินาศย่อยยับไปต่อหน้าต่อตาได้เลย"
คำขู่ของเธอเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น รัดรึงรอบคอของผมจนแทบจะหายใจไม่ออก ผมยืนนิ่งงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ความสิ้นหวังเกาะกินหัวใจจนมืดมิด ผมไม่มีทางเลือกอื่นใดเลยจริงๆ นอกจากต้องยอมก้มหัวให้กับซาตานในคราบหญิงงามผู้นี้ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเกดและมีน
"กติกา... กติกาของคุณคืออะไร?" ผมเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก รู้สึกขมขื่นในลำคอราวกับกลืนยาพิษลงไป
นิชายิ้มกริ่ม แววตาของเธอเปล่งประกายแห่งชัยชนะอย่างปิดไม่มิด เธอถอยหลังกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ยาวตามเดิม ก่อนจะตบลงบนพื้นที่ว่างตรงหน้าเบาๆ
"คุกเข่าลงสิคะ คุณภัทร" เธอออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด "คุกเข่าลงแทบเท้าฉัน... แล้วนวดขาให้ฉัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณยอมจำนน และพร้อมที่จะเป็ 'ของเล่น' ชิ้นใหม่ของฉันอย่างเต็มใจ"
คำสั่งนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมากลางใจ ผมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้น ความอัปยศอดสูถาโถมเข้าใส่จนหน้าชา นี่เธอ้าจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็ลูกผู้ชายของผมให้แหลกคามือเลยหรืออย่างไร? การคุกเข่าแทบเท้าผู้หญิงที่ไม่ได้มีความรักหรือความเคารพให้เลยแม้แต่น้อย มันคือการกระทำที่ต่ำต้อยและน่ารังเกียจที่สุดสำหรับผม ทว่าเมื่อนึกถึงใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของเกดและมีน ผมก็จำต้องข่มความโกรธแค้นและศักดิ์ศรีทั้งหมดเอาไว้ลึกสุดใจ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าบนพื้นไม้กระดานอันเย็นเฉียบเบื้องหน้าหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีผู้หยิ่งผยอง ความรู้สึกอัปยศเกาะกินหัวใจจนแทบจะแหลกสลาย ผมก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเธอ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาออกไปััลงบนเรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงผ้าแพรมันลื่นออกมา ผิวเนื้อของเธอเนียนละเอียดและเย็นเฉียบ ผมเริ่มออกแรงบีบนวดไปตามน่องและเรียวขาของเธออย่างเชื่องช้าและจำใจ ทุกััเต็มไปด้วยความขมขื่นและฝืนทน ราวกับกำลังถูกบังคับให้กลืนกินสิ่งปฏิกูลที่น่าขยะแขยงที่สุด
"ดีมากค่ะ คุณภัทร..." นิชาครางในลำคออย่างพึงพอใจ เธอหลับตาพริ้ม เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ยาวอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ผมปรนนิบัติรับใช้เธอราวกับทาสผู้ซื่อสัตย์ "คุณนี่เรียนรู้ได้เร็วกว่าที่ฉันคิดไว้นะคะ... ััของคุณมันช่างนุ่มนวลและชวนให้หลงใหลเสียจริงๆ มิน่าล่ะ... คุณแม่ถึงได้หลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้น"
คำพูดถากถางของเธอไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเป็การตอกย้ำความน่าสมเพชของตัวเองให้บาดลึกลงไปอีก ผมกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเื พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้เผลอลงมือบีบคอหญิงสาวตรงหน้าให้ตายคามือ ผมต้องอดทน... ต้องทนให้ได้เพื่อคนที่ผมรัก
"เอาล่ะค่ะ ในเมื่อคุณยอมรับที่จะเป็ผู้เล่นในกระดานเดิมพันของฉันแล้ว..." นิชาลืมตาขึ้นมาจ้องมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และร้ายกาจ "ฉันก็จะขอแจ้งกติกางวดแรกให้คุณทราบเอาไว้เลยก็แล้วกัน จำเอาไว้ให้ดีนะคะ คุณภัทร... เพราะถ้าคุณฝ่าฝืนกติกาแม้แต่ข้อเดียว ผลลัพธ์ที่ตามมามันจะเลวร้ายกว่าที่คุณจินตนาการเอาไว้หลายเท่านัก"
เธอโน้มตัวลงมาหาผมจนใบหน้าของเราห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอรินรดลงบนปลายจมูกของผม ทว่ามันกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกรัญจวนใจเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกเหมือนลมหายใจของมัจจุราชที่กำลังจะพรากิญญาของผมไปเสียมากกว่า
"กติกาข้อที่หนึ่ง..." นิชาเอ่ยเสียงกระซิบแหบพร่า เน้นย้ำทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน "เมื่อฉันสั่ง... คุณต้องมา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ หรือแม้แต่ตอนที่คุณกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับภรรยาแสนดีของคุณก็ตาม... คุณต้องทิ้งทุกอย่างแล้วมาหาฉันทันทีที่ฉันเรียกหา เตรียมพร้อมเอาไว้เสมอสำหรับการปรนนิบัติฉัน"
ผมหลับตาลงอย่างเ็ป รับรู้ได้ถึงอนาคตอันมืดมนที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า กติกานี้หมายความว่าผมจะต้องตกเป็เบี้ยล่างของเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีสิทธิ์มีเสียง ไม่มีอิสระในการใช้ชีวิตอีกต่อไป ผมจะต้องกลายเป็หุ่นเชิดที่ถูกเธอชักใยอยู่เื้ั เพียงเพื่อแลกกับความลับที่จะต้องถูกฝังกลบเอาไว้ตลอดกาล
"และกติกาข้อที่สอง..." นิชาลูบไล้ปลายเล็บแหลมคมไปตามกรอบหน้าของผมอย่างเชื่องช้า ััที่ชวนให้ขนลุกซู่และหวาดผวาในเวลาเดียวกัน "คุณห้ามมองผู้หญิงคนอื่นในบ้านหลังนี้ด้วยแววตาปรารถนาเด็ดขาด... ไม่ว่าจะเป็สาวใช้ หรือแม้แต่คุณแม่ที่เป็ภรรยาของคุณ หรือแม้กระทั่งยัยมีนน้องสาวของฉันก็ตาม... แววตาแห่งความหลงใหลและกระหายใคร่... คุณจะต้องมอบมันให้กับฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น... ยกเว้นเสียแต่ตอนที่ฉันอนุญาต หรือตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองคน คุณถึงจะมีสิทธิ์แสดงความปรารถนานั้นออกมาได้... เข้าใจไหมคะ คุณภัทร?"
คำสั่งข้อที่สองราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของผมจนเืซิบ นี่เธอ้าจะลิดรอนแม้กระทั่งสิทธิ์ในการแสดงความรักต่อภรรยาของผมเชียวหรือ? เธอ้าจะผูกขาดความรู้สึกและความปรารถนาทั้งหมดของผมเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ช่างเป็ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวและร้ายกาจอะไรเช่นนี้! ทว่าในเวลานี้ ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะต่อรองหรือปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น ผมเป็เพียงแค่ลูกไก่ในกำมือของเธอ ที่จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอดเท่านั้น
"ขะ... เข้าใจครับ" ผมเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก รู้สึกเกลียดชังตัวเองที่ต้องยอมศิโรราบให้กับความชั่วร้ายตรงหน้า แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ
"ดีมากค่ะ เด็กดี..." นิชายิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ เธอตบแก้มผมเบาๆ ราวกับให้รางวัลสัตว์เลี้ยงที่แสนเชื่อง "คืนนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน คุณกลับไปนอนกอดภรรยาแสนรักของคุณให้เต็มอิ่มเถอะค่ะ... ก่อนที่โอกาสนั้นจะค่อยๆ หมดลงไปทีละน้อย..."
ผมรีบผุดลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้รับอนุญาต ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผมจนป่นปี้ ผมหันหลังเดินกลับออกมาจากห้องสมุดส่วนกลางด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบราวกับกำลังวิ่งหนีออกจากขุมนรก ทิ้งความอัปยศอดสูและความสิ้นหวังเอาไว้เื้ั ทว่าาแในใจกลับถูกสลักลึกลงไปอย่างไม่มีวันเลือนหาย
เมื่อกลับมาถึงห้องนอนใหญ่ ผมทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความเครียดและความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกินอยู่ภายใน ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ พยายามสลัดภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เพิ่งจะเกิดขึ้นออกไปจากหัว ทว่ามันกลับแจ่มชัดราวกับถูกสลักเอาไว้ในโสตประสาท ผมมองดูเกดที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอช่างดูสงบและไร้เดียงสา ช่างแตกต่างจากโลกอันโหดร้ายที่ผมเพิ่งจะเผชิญมาเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
ผมนอนไม่หลับเลยตลอดทั้งคืน ความคิดวิตกกังวลต่างๆ นานาวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมจะทำอย่างไรต่อไปดี? ผมจะสามารถปกปิดความลับนี้ไปได้นานแค่ไหน? และกติกาที่นิชาตั้งขึ้นมานั้น ผมจะสามารถทนทำตามมันไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่? คำถามเหล่านี้ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงความมืดมิดและความเงียบสงัดของยามราตรีที่คอยเป็เพื่อนปลอบใจผมในคืนอันแสนโหดร้ายนี้
แสงแรกของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ ทว่าสำหรับผมแล้ว มันกลับเป็เพียงการเริ่มต้นของฝันร้ายในโลกแห่งความเป็จริง ผมขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความอ่อนล้า ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตุ้มเหล็กหนักอึ้งหลายสิบชั่ง ผมหันไปมองเกดที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมา ใบหน้าของเธอซีดเซียวและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ใต้ตาหมองคล้ำราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
"เกด... เป็อะไรหรือเปล่าครับ? หน้าตาดูไม่ค่อยสดชื่นเลย" ผมเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง พลางเอื้อมมือไปััที่หน้าผากของเธอเบาๆ เพื่อตรวจดูว่ามีไข้หรือไม่
"เกดเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ ภัทร..." เกดตอบเสียงแ่เบา รอยยิ้มที่ฝืนทำนั้นดูอ่อนล้าจนน่าใจหาย "่นี้งานที่บริษัทค่อนข้างหนัก มีปัญหาเื่การจัดการบัญชีนิดหน่อย เกดเลยต้องอยู่เคลียร์งานดึกเกือบทุกคืนเลยค่ะ... รู้สึกเหมือนพลังงานในตัวมันถูกสูบออกไปจนหมดเลย"
คำตอบของเธอทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่เต็มอกยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก เกดต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลครอบครัวและรักษาบริษัทของอดีตสามีเอาไว้ให้ดีที่สุด ในขณะที่ผมกลับต้องมาตกเป็เบี้ยล่างของผู้หญิงร้ายกาจอย่างนิชา และอาจจะเป็สาเหตุที่ทำให้ครอบครัวที่เกดรักต้องพังทลายลงในสักวันหนึ่ง ผมช่างเป็สามีที่ไม่ได้เื่เอาเสียเลย
ผมดึงร่างอันบอบบางของเกดเข้ามากอดเอาไว้แน่น ซึมซับความอบอุ่นจากตัวเธอเข้าสู่หัวใจที่หนาวเหน็บของผม ผมอยากจะบอกความจริงทุกอย่างให้เธอได้รับรู้ อยากจะขอร้องให้เธอช่วยหาทางออกให้กับเื่บ้าๆ นี้ ทว่าความกลัวว่าเธอจะรับไม่ได้กับความจริงอันโหดร้ายนั้นกลับปิดปากผมเอาไว้สนิท ผมทำได้เพียงแค่กอดเธอเอาไว้ให้แน่นที่สุด ราวกับกลัวว่าเธอจะสูญสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"ไม่เป็ไรนะครับคนดี... ภัทรอยู่นี่แล้ว ภัทรจะคอยอยู่เคียงข้างเกดเสมอ ไม่ว่าเกดจะเหนื่อยหรือท้อแท้แค่ไหน ขอให้รู้ไว้ว่าภัทรรักเกดมากที่สุดในโลกเลยนะครับ" ผมกระซิบที่ข้างหูของเธอ น้ำเสียงของผมสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจ
"ขอบคุณนะคะ ภัทร... เกดก็รักภัทรมากเหมือนกันค่ะ..." เกดซุกใบหน้าลงกับแผงอกของผม อ้อมกอดของเธอช่างอบอุ่นและปลอดภัยเสมอสำหรับผม ทว่าในเวลานี้ ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนทรยศที่กำลังหลอกลวงผู้หญิงที่แสนดีคนนี้อยู่
ผมลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน ความรู้สึกรักและหวงแหนเอ่อล้นทะลักออกมาจนสุดหัวใจ ผมตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่านิชาจะมีกติกาที่บ้าบอคอแตกแค่ไหน หรือจะพยายามใช้าประสาทมาทำลายผมสักเพียงใด ผมก็จะไม่ยอมแพ้ ผมจะสู้... สู้เพื่อปกป้องรอยยิ้มและความสุขของผู้หญิงคนนี้เอาไว้ให้ได้ และในบ่ายวันนี้ ผมจะจัดเตรียมห้องหับให้พร้อม จะสร้างบรรยากาศที่แสนโรแมนติกและอบอุ่นที่สุด เพื่อมอบความรักและปลอบประโลมจิตใจที่เหนื่อยล้าของเกดด้วยร่างกายและหัวใจทั้งหมดที่ผมมี ผมจะพยุงจิติญญาของเธอให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง และจะทำให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรักที่ผมมีต่อเธอนั้น จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน...