บทที่30ยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตัน
การสังเกตคนจากสีหน้าและคำพูดยังคงเป็ความสามารถขั้นพื้นฐานของหลิวซื่อผู้นี้ทันทีที่สังเกตเห็นสีหน้าและท่าที ผนวกเข้ากับการฟังจากคำพูดของชายชุดสีน้ำตาล เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้คิดจะทำสิ่งใดก็ถึงกับอดยิ้มเยาะในใจไม่ได้ ยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตันคือยานิพพานเื่นี้เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่ลู่เหว่ยิกำชับเื่นี้มาก่อนแล้วดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดถึงมัน
จะว่าไปแล้วเมื่อครู่นี้เขายังเหลือช่องว่างในคำพูดไว้ด้วยเขาเพียงบอกว่า “ในร้าน” มียาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตันอยู่สองเม็ด แต่ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าในตระกูลลู่มีเหลือเพียงสองเม็ด
ชายชราในชุดสีน้ำตาลได้ยินเช่นนั้นถึงแม้จะไม่ยินยอมแต่จำต้องฝืนลืมตาพูดปด ยิ่งอยู่ต่อหน้าบรรดาศิษย์น้องด้วย จึงได้แต่พยักหน้าอย่างไม่มีทางเลือกอื่น“จริงอย่างที่ว่า!”
หลิวซื่อจึงกล่าวต่อว่า“ดังนั้น ถึงแม้จะดูเหมือนมันมีราคาสูงลิบ แต่หากวัดตามมูลค่าของยอดฝีมือที่มีพลังยุทธ์ใน่ปลายของขั้นตงซวนคนหนึ่งแล้วราคาของเซียนหยกขั้นสูงสิบล้านเม็ด รับรองว่าคุ้มค่าไม่น้อย!”
“เซียนหยกขั้นสูงสิบล้านเม็ดหรือ?” แม้ว่าหลายคนจะรู้มานานแล้วว่าราคาของยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตันสูงเสียดฟ้าแต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะสูงถึงเพียงนี้ นายน้อยของตระกูลลู่ประมูลซื้อผลิญญาหยกเขียวหายากมาสามเม็ดในราคาเซียนหยกขั้นต่ำแปดสิบล้านเม็ด นั่นก็เท่ากับเซียนหยกขั้นสูงแปดพันเม็ด แต่นี่ราคายาเม็ดเดียวกลับสูงถึงเซียนหยกสิบล้านเม็ดนับว่าสูงเกินไปแล้วจริงๆ แต่สิ่งที่หลิวซื่อพูดมาก็ถูก ยาเม็ดนี้สามารถสร้างยอดฝีมือระดับขั้นฟันฝ่าหรือแม้แต่ขั้นตงซวนได้ราคานี้จึงไม่นับว่าสูงเกินควร หรือหากคิดว่าราคาของมันยังสูงลิบอยู่ก็ดูไม่ค่อยจะมีเหตุผลสักเท่าไร
เดิมทีชายชราในชุดสีน้ำตาลยังคิดที่จะซื้อ‘ยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตัน’ ของตระกูลลู่ทั้งสองเม็ดแต่เวลานี้รู้แล้วว่ามันคือการเพ้อฝัน ถึงแม้สำนักกระบี่ทลายฟ้าใช่ว่าจะไม่มีเซียนหยกไว้ใช้จ่ายแต่ค่าใช้จ่ายภายในสำนักก็สูงลิบไม่ต่างกันคงเป็ไปไม่ได้ที่จะนำกำลังทรัพย์ทั้งหมดของสำนักออกมาใช้เพื่อยาอายุวัฒนะเพียงเม็ดเดียว
“ศิษย์น้อง!” น้ำเสียงสั่นเทาและตื่นเต้นของชายชราในชุดสีเทาดังขึ้นข้างหู ชายชราในชุดสีน้ำตาลรีบตบมือของเขาที่จับมือของตนเองไว้เพื่อปลอบใจพร้อมกับพูดกับหลิวซื่อว่า “เช่นนั้นเราก็จะซื้อยาเม็ดนี้!” พูดจบก็หยิบถุงเก็บของหนึ่งถุงออกมาแล้วยื่นให้หลิวซื่อ
หลิวซื่อถือโอกาสรับไว้แล้วนำมาตรวจสอบก่อนพลันพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “จำนวนเซียนหยกถูกต้อง เช่นนั้นไม่ทราบว่าทุกท่านยัง้ายาอายุวัฒนะอื่นอีกหรือไม่?ภายในร้านไม่ได้มีเพียง ‘ยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตัน’เท่านั้น แต่ยังมี ‘ยาอายุวัฒนะน้ำค้างขาว’ขั้นหกและ ‘ยาเม็ดมรณะ’ ขั้นห้าล้วนแล้วแต่เป็ยารักษาอาการาเ็ที่มีฤทธิ์มาก หากใช้ร่วมกัน ย่อมปรากฏผลเป็เท่าทวีคูณอย่างแน่นอน!”
ในเวลานี้ชายชราในชุดสีเทารีบคว้า ‘ยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตัน’มาไว้ในมือแล้วจับไว้แน่น ทำเหมือนกลัวว่ามันจะหายไปอย่างนั้นคนอื่นๆ ก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข แม้ว่ายาเม็ดนี้จะมีราคาสูงลิบอย่างน่าใคิดถึงราคาของมันแล้วหัวใจก็แทบหยุดเต้น แต่ชื่อ ‘ยานิพพาน’นี้พวกเขาต่างก็เคยได้ยินมาก่อน จึงมั่นใจแล้วว่ามันจะช่วยให้ผู้าุโในตระกูลของตนเองมีโอกาสฟื้นฟูพลังยุทธ์ได้มากกว่าเก้าในสิบส่วนอย่างแน่นอน
เก้าในสิบส่วนหากไม่มีอะไรเกินความคาดหมาย ชายชราในชุดสีเทาที่สูญเสียพลังยุทธ์ไปนานหลายสิบปี อาจจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างได้เต็มที่หากเป็เช่นนั้นได้ สำนักกระบี่ทลายฟ้าย่อมกลับมามียอดฝีมือขั้นตงซวนอีกคนหนึ่ง ความแข็งแกร่งของสำนักก็จะสูงยิ่งๆขึ้นไป!
ชายชราในชุดสีน้ำตาลควบคุมอารมณ์ได้ดีมากในเวลานี้หลังจากฟังคำแนะนำของหลิวซื่อ แม้ว่าจะไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มอย่างไม่มีทางเลี่ยงและกล่าวว่า“แม้ว่ายาอายุวัฒนะนี้จะดีเลิศ แต่กลับมีราคาสูงมากนัก ด้วยกำลังของข้าคงไม่อาจซื้อมันเพิ่มอีกเม็ดได้แล้ว!ตระกูลลู่ช่างมีพลังยิ่งนัก!”
หลิวซื่อยิ้มจางๆและพูดว่า “อันที่จริงทุกท่านไม่ต้องกังวลใจในมูลค่าของมันเป็เพราะราคาของยาล้ำค่าสองสามชนิดนี้ที่ตระกูลลู่ของเราขายนั้น นับว่าสูงไม่น้อยจนข้าเองยังใแต่หากไม่มีเซียนหยกก็ยังสามารถใช้ยาวิเศษที่มีมูลค่าทัดเทียมกันมาแลกเปลี่ยนได้ อีกอย่างนี่ก็เป็วิธีแลกเปลี่ยนที่ร้านค้าของตระกูลลู่ชื่นชอบไม่น้อยอย่างไรเสียยาวิเศษส่วนใหญ่กลับหาได้ยากยิ่งนัก รู้ว่ามีแต่ไม่ปรากฏ ดังนั้นทางเราจึงยอมรับยาวิเศษที่มีมูลค่าเซียนหยกขั้นสูงเก้าล้านเม็ด มากกว่าเซียนหยกขั้นต่ำสิบล้านเม็ด!”
เมื่อพูดเช่นนี้หลายคนก็เห็นด้วยชายชราในชุดสีน้ำตาลเหลือบมองศิษย์น้องที่ใจร้อนอยากจะนำยากลับไปรักษาอาการาเ็แล้วจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “เช่นนั้นอีกสองสามวันพวกข้าจะกลับมาอีกครั้งไม่ทราบว่าเ้าสามารถเก็บ ‘ยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตัน’เม็ดที่เหลือนั้นให้ข้าได้หรือไม่เล่า หรือจะให้ข้าวางเงินมัดจำส่วนหนึ่งไว้ก่อนก็ย่อมได้!”
หลิวซื่อฟังแล้วส่ายหน้าพลันพูดว่า“เห็นทีคงไม่ได้ แต่ยาอายุวัฒนะนี้ตระกูลลู่ของข้าเป็ผู้ปรุงออกมาเอง ตราบใดที่มีวัตถุดิบยาเพียงพอก็ไม่ต้องเป็กังวลวางเงินมัดจำอะไรกันเล่า!”
ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแต่ชายชราในชุดสีน้ำตาล แต่คนอื่นๆ ก็มองหน้าหลิวซื่อด้วยความไม่เชื่อเช่นกันชายชราในชุดสีเทาเอ่ยปากพูดออกมาเป็ครั้งแรกและพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “เป็ไปไม่ได้ หนึ่งในสิบยาอายุวัฒนะอันเลื่องชื่อของสำนักปรุงโอสถแห่งแรกในสมัยโบราณสาบสูญไปนานแล้วตระกูลลู่จะปรุงยาวิเศษนั้นได้อย่างไร อย่าคิดว่าพวกข้าเดาทางไม่ออกเล่า ข่าวที่ตระกูลลู่ของเ้าได้ยาวิเศษมาจากซากปรักหักพังในสมัยโบราณได้แพร่สะพัดไปทั่วแล้วคงได้มาจำนวนไม่น้อย มิเช่นนั้นจะกล้าตัดใจขายยาอายุวัฒนะที่ล้ำค่าเช่นนี้ได้อย่างไร!”
หลิวซื่อตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ยิ้มแห้งๆ แล้วทำเพียงส่ายหน้าพูดว่า “เื่จริงเป็เช่นไรอีกไม่นานทุกท่านก็จะรู้เอง อีกอย่างยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตันก็ล้ำค่าถึงเพียงนี้ตระกูลลู่ของข้าจะว่างถึงขั้นมานั่งเก็บรักษายาอายุวัฒนะอันล้ำค่าไว้มากมายได้อย่างไร? แม้ว่าทุนทรัพย์ในตอนนี้ของตระกูลลู่จะตึงมือไปบ้างแต่มันก็เท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องมาเร่ขายยานิพพานเพื่อสั่งสมทุนทรัพย์ที่หายไป!”
“ผู้ดูแลหลิว ไม่ทราบว่าผู้เฒ่าคนใดของตระกูลลู่เป็ผู้ปรุงยานิพพานนี่หรือ? ข้าน้อยจ้าวชิงหลันจะพอมีโอกาสได้พบกับเขาหรือไม่?”
จู่ๆสตรีที่สวมหน้ากากในอาภรณ์สีเขียวที่ยืนอยู่ด้านหลังมาตลอดก็เอ่ยปากถามด้วยสายตาคาดหวัง
หลิวซื่อรีบส่ายแล้วพูดว่า“เื่นี้ข้าไม่อาจล่วงรู้ได้ โปรดอภัยให้ข้าด้วย!” เป็ความจริงที่เขาไม่รู้ว่าผู้ใดเป็คนปรุงยานี้ออกมาแต่จากข่าวลือที่แพร่สะพัดในตระกูล ก็พอจะเดาได้ เพียงแต่เขายังไม่กล้าปักใจเชื่อเท่านั้น
ชายชราในชุดสีเทาระงับความตื่นเต้นที่มีลงในเวลานี้เช่นกันมองดูหลิวซื่ออย่างลึกซึ้งและไม่พูดมากอีก หลังจากพูดคุยกับคนอื่นๆ แล้วก็หันหลังกลับและรีบออกไปทันทียานิพพานนี้เปรียบเหมือนประกายความหวังทั้งหมด จิตใจที่เ็าและสิ้นหวังมานานหลายสิบปีกลับมามีกำลังใจอีกครั้งความรู้ที่ศิษย์น้องมีไม่มีทางจำที่มาของยานิพพานนี้ผิดแน่ เช่นนั้นแล้วดูเหมือนว่าเขาจำต้องทำความเข้าใจในตระกูลลู่ให้ลึกซึ้งกว่านี้เสียแล้วหากคนตระกูลลู่มีความสามารถถึงขั้นปรุงยานิพพานออกมาได้จริงๆ โลกบำเพ็ญเพียรในเทียนตูจะต้องสั่นะเืเป็แน่
ใน่เวลานี้ลู่อวี่กำลังฝึกฝนบำเพ็ญเพียรร่วมกับ ‘ยาปรับร่างสามหยาง’ที่เขาปรุงออกมาเอง ในเวลาเดียวกันก็รอให้ ตู้เสวียนเฉิงรวบรวมวัตถุดิบยาทั้งหมดที่จำเป็สำหรับปรุงยามาให้แต่วัตถุดิบยาวิเศษที่จำเป็สำหรับการปรุง ‘ยาชะล้างอวี้จิง’ถึงจะไม่ได้หายากมากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะรวบรวมมาได้ง่ายๆในระยะเวลาอันสั้น แต่โชคดีที่ลู่อวี่ได้รวบรวมวัตถุดิบยาบางส่วนไว้ก่อนแล้ว คงพอช่วยให้ตู้เสวียนเฉิงประหยัดเวลาไปไม่น้อยทีเดียว
ดังนั้นในอีกครึ่งเดือนต่อมาตู้เสวียนเฉิงก็เดินทางมาถึงตระกูลลู่ในที่สุด ลูกหลานของตระกูลลู่ที่รับหน้าที่ดูแลการต้อนรับหน้าประตูได้รับคำสั่งมาไว้แล้วดังนั้นจึงรีบพาตู้เสวียนเฉิงไปยังหน้าลานที่นายน้อยลู่อวี่พักอาศัยอยู่ทันที จากนั้นก็หันไปพูดด้วยความเคารพ“ท่านผู้เฒ่าโปรดรอประเดี๋ยว นายน้อยลู่อวี่ยังคงฝึกฝนบำเพ็ญเพียรอยู่ แต่จะออกมาพบท่านก่อนยามอู่แน่นอนขอรับ”
แม้ว่าตู้เสวียนเฉิงจะรีบร้อนฟื้นตัวจากอาการาเ็แต่ให้รอเพียงเท่านี้ยังทนได้ จึงทำเพียงพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรและมองหาที่สำหรับนั่งสมาธิรอเมื่อผู้รับหน้าที่ดูแลเห็นดังนั้นก็โค้งคำนับให้เล็กน้อยก่อนจะขอปลีกตัวออกไป
เป็เวลาสองเดือนแล้วนับั้แ่ลู่อวี่กลับชาติมาเกิดใหม่ทว่า่เวลาฝึกฝนบำเพ็ญเพียรกลับมีน้อยนักสำหรับเขาแล้วแม้มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อตนเองในยามนี้แต่เขาได้วางแผนไว้ให้ตนเองแล้ว ดังนั้นจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะยอมเสียเวลาไปกับการปรุงยาอายุวัฒนะเท่านั้น
ยาปรับร่างสามหยางเป็ยาที่ปรุงขึ้นเป็พิเศษสำหรับฝึกฝนร่างกายโดยเฉพาะไม่ได้มีผลในการบรรลุขั้นพลังยุทธ์ แต่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายและเส้นลมปราณได้มีผลลัพธ์ดีกว่าเคล็ดวิชาฝึกฝนร่างกายเสียอีก เมื่อตอนเริ่มฝึกฝนครั้งแรกก็เป็ไปอย่างรวดเร็วแต่มีข้อดีย่อมต้องมีข้อเสีย ผลข้างเคียงของการฝึกฝนร่างกายอย่างรวดเร็ว คือทุกครั้งที่กินยาปรับร่างสามหยางกระบวนการฝึกฝนจะเ็ปไม่น้อย หากไม่มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งและความเพียรพยายามอันแรงกล้าเพื่อให้ตนเองมีสติอยู่ตลอดเวลา ต่อให้จะมียาวิเศษบางขนานช่วยได้ แต่ผลของการฝึกฝนร่างกายก็อาจได้ไม่คุ้มเสีย
ดังนั้นทุกครั้งหลังจากกินยาปรับร่างสามหยางเพื่อฝึกฝน ลู่อวี่จะมีเหงื่อออกเต็มตัวมากกว่าปกติและในขณะเดียวกันสภาพจิตใจก็จะยิ่งเหนื่อยล้า แต่โชคดีที่เขาเป็ปรมาจารย์ปรุงโอสถจึงได้เตรียมยาอายุวัฒนะฟื้นฟูความแข็งแกร่งของร่างกายและสภาพจิตใจไว้ไม่น้อย ฤทธิ์ของยานี้จะเบาบางเล็กน้อยและจะไม่เกิดการตอบสนองขั้นรุนแรง
นอกจากนี้แล้วตัวยาหลักของลู่อวี่ ยังคงเป็การฝึกฝนพลังปราณในร่างกายและกลั่นกรองเอาพลังปราณของฟ้าดินเวลานี้ เขาไม่จำเป็ต้องกินยาใดๆ ช่วยเสริมอีก และทุกครั้งที่นั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรก็จะเข้าสู่วิถีฟ้าคนเป็หนึ่งเดียวกันจะสามารถฝึกฝนพลังปราณของตนเองในเวลาอันสั้นเพิ่มการควบคุมพลังที่แกร่งขึ้น และตระหนักรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของสรรพสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นและดำเนินไปในจักรวาลเป็ที่แน่นอนว่า ต่อให้ลู่อวี่ที่มีระดับขั้นพลังยุทธ์สูงกลับชาติมาเกิด แต่การตระหนักรู้ถึงความหมายโดยแท้จริงของสรรพสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นและดำเนินไปในจักรวาลทั้งหมดนั้นเป็เพียงการประมาณการเท่านั้น สิ่งนี้ไม่เพียงขึ้นอยู่กับความเข้าใจของตนเอง แต่ยังหมายรวมถึงการสั่งสมเมื่อเวลาผ่านไปยิ่งนานวัน ยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้น ก็จะยิ่งเข้าใจสรรพสิ่งที่ถือกำเนิดและดำเนินไปในจักรวาลไปโดยปริยาย
และสิ่งที่ทำให้ลู่อวี่หมดหนทางจริงๆคือเขาถูกจำกัดด้วยพลังยุทธ์ของตนเอง ตอนนี้มีเคล็ดวิชาวิเศษมากมายจนนับไม่ถ้วนแต่กลับไม่สามารถฝึกฝนได้ มีเพียงพลังวิเศษทั้งสี่ที่มาพร้อมกับ ‘เคล็ดวิชาไท่ซั่งฮุ่นหวันเจินฝ่า’ ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาพื้นฐานที่พอจะสามารถใช้ได้แม้ว่าเขาในชาติก่อนจะมีความเข้าใจในเื่ของพลังธาตุทั้งธาตุไฟ ธาตุไม้ และธาตุน้ำอย่างลึกซึ้งแต่ตอนนี้ระดับพลังเวทต่ำเกินไป หากปล่อยพลังออกมาก็ไม่มีผลมากนักมีเพียงวิชากระบี่บินเท่านั้นที่พอจะถูๆ ไถๆ ไปได้บ้าง แต่ชาติก่อนเขาไม่ได้ใช้ความพยายามในการฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่และวิถีการใช้กระบี่มากนักมาตอนนี้หากคิดจะก้าวหน้าขึ้นใน่เวลาสั้นๆ ก็แทบจะเป็ความคิดเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ
เมื่อการฝึกฝนเสร็จสิ้นอีกครั้งลู่อวี่ก็เดินออกจากห้องฝึกฝนอันเงียบสงบของเขา และบังเอิญเห็นตู้เสวียนเฉิงที่อยู่ด้านนอกกำลังลืมตาขึ้นมองในเวลาเดียวกันก็อดยิ้มและพูดไม่ได้ว่า “รบกวนผู้เฒ่าตู้คอยนานแล้ว!”
มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าดำคล้ำของตู้เสวียนเฉิงก่อนเขาจะกล่าวว่า “สหายน้อยเกรงใจกันเกินไปแล้ว ฮ่าๆ ข้ารอมานานกว่าร้อยปีเวลาเพียงเท่านี้ไม่นับเป็อะไรได้!” ขณะที่พูดก็ยืนขึ้นและเดินเข้ามานั่งบนศาลาเล็กๆในลานที่พักของลู่อวี่
“ข้าส่งคนไปติดต่อท่านผู้เฒ่าตู้และได้รวบรวมวัตถุดิบยาวิเศษส่วนหนึ่งในการปรุงยาชะล้างอวี้จิงไว้ให้แล้วไม่ทราบว่าส่วนที่เหลือเก็บรวบรวมครบแล้วหรือไม่?”
่เวลานี้เป็เพราะยาอายุวัฒนะล้ำค่าทั้งสามที่ตระกูลลู่ขายจึงทำให้ทั่วทั้งโลกบำเพ็ญเพียรในเทียนตูสั่นะเื ข่าวลือที่ว่าตระกูลลู่มีคนปรุงโอสถขั้นห้าอยู่ในตระกูลได้รับการยืนยันจากทุกฝ่ายแล้วเพียงแต่จะเป็ผู้ใดนั้นยังไม่อาจระบุตัวตนได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ได้บังเกิดคลื่นใต้น้ำที่ใต้โลกบำเพ็ญเพียรในเทียนตูเสียแล้ว
นักพรตเฒ่าลูกค้ารายแรกที่ขอซื้อ ‘ยาหอมทะลวงฟ้าเจิ้งหยวนตัน’จากตระกูลลู่ไป เป็หนึ่งในผู้าุโของสำนักเทียนเต๋า ผู้ซึ่งเป็ถึงผู้รอบรู้สายลมแห่งเหมันต์ครั้งหนึ่งเคยเป็ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีระดับพลังยุทธ์ใน่กลางของขั้นตงซวน ส่วนคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั้นคือศิษย์น้องของเขา ซึ่งเป็ผู้รอบรู้สายลมแห่งเมฆารวมถึงลูกศิษย์ทั้งสามคนของพวกเขาด้วย