PSYCHO HUSBAND วิวาห์ลวงบ่วงรัก

    CHAPTER02 อดทน

    ปัง!เสียงเปิดประตูถูกกระชากให้เปิดออกมันไปกระทบกับผนัง ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีฉันเอง"เสื้อสีแดงฉันไปไหน" เขาถามด้วยอารมณ์หงุดหงิด นี่เป็นบ้าอะไรวะ แค่หาเสื้อไม่เจออยากให้ช่วยหาแค่นี้ ขอร้องให้ช่วยดีๆไม่เป็นหรือไง"ตัวไหน" ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนไม่รู้สึกอะไรไปเช่นกัน"แล้วเธอเอาเสื้อตัวไหนฉันไปซักล่ะ!" เขาตะคอก ฉันได้แต่หลับนาข่มอารมณ์ของตัวเองที่ใกล้จะปะทุขึ้นมาเต็มที ให้ตายเถอะฉันเดินไปที่ห้องแต่งตัว ที่มีตู้เสื้อผ้าใหญ่ๆถึงสี่ตู้ เราแบ่งกันใช้คนละสองตู้ฉันเปิดตู้เสื้อผ้าของเขาออกแล้วกวาดตามองหาเสื้อตัวที่เขาพูดถึง ฉันรู้ดีว่าตัวไหน มันคือเสื้อเชิ้ตสีแดงสดปักรูปดอกกุหลาบเล็กๆที่หน้าอกที่เขามักจะใส่ประจำไงล่ะ แต่เมื่อหาดีแล้วก็ไม่เจอฉันจำได้ว่าตอนป้าแม่บ้านมาเอาส่งฉันก็จัดเข้าตู้เลยนะเอ๊ะ.. หรือจะปนกับของฉัน เพราะปกติแล้วเวลาเอาเสื้อผ้าส่งซัก ฉันจะเป็นคนจัดการ โดยเอาเสื้อผ้าเขากับฉันส่งซักพร้อมกัน แล้วจึงเอามาแยกใส่ตู้ทีหลัง มันจึงอาจจะปนกันได้ ว่าแล้วฉันก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าตนเองแล้วไล่สายตาหาใหม่อีกรอบ"นี่ไง" ฉันว่าแล้วหยิบเสื้อตัวนั้นมาให้เจ้าของมันที่ยืนพิงประตูห้องแต่งตัวอยู่พรึ่บเขากระชากเสื้อตัวโปรดของตัวเองคืนไป ก่อนจะโยนมันใส่หน้าฉัน"ใครใช้ให้เธอเอาเสื้อผ้าฉันไปรวมกับเสื้อผ้าเธอ!" เขาตะคอกกลับมา นี่มันจะมากเกินไปหรือเปล่า ฉันก็คนนะ แค่เอาเสื้อเขามาไว้ในตู้ฉันมันไม่ตายหรอกมั้ง"มันจะมากเกินไปแล้วนะ" ฉันกัดฟันพูดอย่างเหลืออด"ทำไม? ทนไม่ไหวก็ไปสิ จะไปไหนก็ไป!!" เขาเดินชนไหล่ฉันออกไปข้างนอก โดยที่ไม่ลืมคว้าแจคเก็ตหนังและกุญแจรถยนต์ออกไปด้วย"เฮ้อออ" ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อยที่ฉันต้องยอมทนอยู่แบบนี้ ทั้งๆที่มันไม่ใช่ฉันเลยก็เพราะว่า แม่ฉันสั่งให้ฉันดูแลเขาให้ดี เพราะกลัวว่าเขาจะขอหย่า เพราะกลัวว่ากิจการบ้านเราจะไม่มีใครมาคอยหนุน ใช่.. ฉันแต่งงานเพราะเรื่องธุรกิจ คุณแม่ของทอยเขาปลื้มฉันมาก คิดว่าฉันคือคนที่จะมาดูแลลูกชายเขาได้ ส่วนคุณแม่ฉันก็เต็มใจมากที่จะให้ฉันแต่งงานโดยที่ไม่ถามฉันสักคำ และบอกกับฉันว่าห้ามหนีห้ามไปไหนเด็ดขาด อย่าอกตัญญู นั่นแหละ.. ที่ทำให้ฉันเจ็บใจมากที่สุด..แต่ฉันก็ไม่ได้พูดออกไปเพื่อหวังให้หมอนั่นสงสารหรอกนะ เพราะเขาเอาแต่พร่ำบอกฉันว่าฉันว่าไร้ค่า คนอย่างเขา ไม่เห็นฉันเป็นคนด้วยซ้ำ"ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ.." ฉันพูดกับตัวเองระหว่างที่มองภาพสะท้อนตัวเองในกระจกฉันอยู่เฉยไม่ได้แล้ว จะให้ฉันทนอีกต่อไปฉันคงทำไม่ได้แล้ว ที่ฉันทนมาถึงขนาดนี้ มันก็ที่สุดสำหรับฉันแล้ว"ฉันจะสั่งสอนนายเอง ทอย.. ว่าคนอย่างนายจะต้องกราบแทบเท้าฉัน" ฉันพูดกับตัวเองในกระจก จริงๆแล้วเพราะที่ผ่านมาฉันยอมหรอกนะ ถ้าฉันไม่นิ่งเฉย มีหรอว่าเขาจะทำแบบนี้ได้ถ้าให้พูดกันตรงๆ ฉันกับเขาน่ะ ความร้ายกาจก็น่าจะพอสู้กันได้อยู่หรอก..ลองดูสักตั้งจะเป็นไร (;