ยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม

    บทที่ 47 ลุล่วงไปด้วยดี

    "รายงานชายารอง ทราบข่าวองค์ชายสี่และองค์ชายเก้าแล้วเพคะ ทั้งสองพระองค์ปลอดภัยดีกำลังจะเดินทางกลับมายังเมืองหลวงเร็วๆ นี้แล้วเพคะ” เกาหมัวมัวรีบเดินเข้ามารายงานด้วยสีหน้าสดใส

            “จริงหรือ ได้รับการยืนยันแล้วหรือไม่”หว่านซีกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างสุดซึ้ง ดวงตางดงามมองตรงไปยังเกาหมัวมัวอย่างตื่นเต้นพลางถามซ้ำอีกครั้ง

            เกาหมัวมัวมองดูผู้เป็นนายที่ไม่ได้เผยรอยยิ้มมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วยามนี้รอยยิ้มสดใสนั้นกลับมาประดับบนใบหน้าหว่านซีอีกครั้งนางก็รีบเอ่ยย้ำให้อีกฝ่ายแน่ใจ “อี้เฟยให้คนมาแจ้งข่าวแก่ท่านเองเจ้าค่ะย่อมต้องเชื่อถือได้อย่างแน่นอน”

            "จริงด้วยสิ หากเป็นข่าวจากเสด็จแม่ย่อมต้องหมายความว่าเป็นเรื่องจริง องค์ชายปลอดภัยแล้วจริงๆ"หว่านซีพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะนึกถึงบรรดาสตรีในเรือนหลังขึ้นมาได้จึงเก็บรอยยิ้มเอาไว้เหมือนเดิม “หมัวมัว เจ้าไปแจ้งข่าวให้คนอื่นรู้ให้ทั่วกันเถิดที่ผ่านมาพวกนางคงทุกข์ใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว”

            "เจ้าค่ะ" แม้เกาหมัวมัวจะไม่เต็มใจนักแต่นางรู้ดีว่าตอนนี้หว่านซีคือผู้ดูแลเรือนหลังทั้งหมด ดังนั้นเพื่อไม่ให้กลายเป็นเป้าโจมตีนางจึงไม่อาจทำผิดได้แม้แต่นิดเดียว

            ตั้งแต่ที่ต่งเอ้อซื่ออ้างว่ากำลังพักผ่อนหลังคลอดจึงโยนภาระทุกอย่างในการจัดการจวนให้แก่นายหญิงของนางตั้งแต่นั้นมาทุกอย่างในจวนไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้อยใหญ่หว่านซีจำเป็นต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจในแต่ละเรื่อง

            ยังดีที่อีกไม่นานอิ้นถังก็จะกลับมาเมื่อถึงตอนนั้นทุกคนก็จะกลับไปทำหน้าที่ของตนนางเองก็จะได้ใช้เวลาอยู่กับหงหมินน้อยให้มากขึ้นด้วย

            หลังจากเกาหมัวมัวออกไปได้ไม่นาน ข่าวว่าอิ้นถังปลอดภัยแล้วก็แพร่กระจายไปยังทุกเรือนของจวนบรรดาสนมชายาที่ตกอยู่ในความโศกเศร้าต่างแย้มยิ้มออกมาได้ในที่สุด

            ระหว่างที่เกิดเรื่องขึ้น หว่านซีออกคำสั่งห้ามไม่ให้มีการเข้าออกจากวังโดยเด็ดขาดไม่ว่าเหตุใดก็ตามหากฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง ส่งผลให้เรือนหลังตกอยู่ในความหวาดวิตกไม่มีใครกล้าทำอะไรโดยพลการ บรรยากาศอึมครึมหม่นหมองปกคลุมไปทั่วทั้งจวนแต่ตอนนี้เจ้าของจวนอย่างองค์ชายเก้ากำลังจะกลับมาแล้ว ท้องฟ้าพลันสดใสพฤกษาแตกใบเขียวชอุ่ม รอยยิ้มของทุกคนก็ผลิบานโดยไม่รู้ตัว

            เมื่อต่งเอ้อซื่อรู้ว่าอิ้นถังกำลังจะกลับมายังเมืองหลวงก็ดีใจเป็นอย่างมากแต่เพียงพักเดียวก็รู้สึกผิดขึ้นมาระคนกัน

            ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เมื่ออิ้นถังเกิดเรื่อง นางซึ่งเป็นพระชายาควรที่จะแบกรับทุกอย่างในจวนเอาไว้ไม่ใช่ผลักทุกสิ่งทุกอย่างไปให้กับหว่านซีซึ่งเป็นเพียงชายารองในช่วงเวลาที่คับขันเช่นนั้นแม้ว่านางจะอ้างได้ว่าตนเองเพิ่งคลอดลูกแต่เพียงคำพูดเดียวนั้นไม่อาจแก้ไขสถานการณ์ในยามนี้ได้เลย

            งานต่างๆ ในจวนจัดการได้เพียงเอ่ยปากเท่านั้นหากจะบอกว่านางไม่อาจหักโหมเพราะเพิ่งคลอดนั้นพอเข้าใจได้แต่หากจะบอกว่านางทำไม่ไหว ผู้ใดจะเชื่อ

            สตรีตระกูลสูงศักดิ์ล้วนได้รับการฝึกฝนให้รู้จักจัดการบ้านเรือนมาตั้งแต่ยังเยาว์ความสามารถจัดการบ้านเรือนแสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของสตรีผู้นั้นได้เป็นอย่างดีผู้ที่สามารถดูแลจัดการจวนได้เป็นอย่างดีย่อมเป็นผู้ที่มีฝีมืออยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

            สถานการณ์เช่นนี้ตงกูกูไม่อาจช่วยอะไรนางได้เลยต่งเอ้อซื่อจึงคิดกลับมาเรียกหาอิ่นหมัวมัวอีกครั้ง และแม้ว่าอิ่นหมัวมัวจะรู้สึกผิดหวังกับนายของตนเองอย่างไรแต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังคงต้องวางแผนให้กับต่งเอ้อซื่ออย่างสุดความสามารถอยู่ดี

            ไม่ว่านางจะถูกต่งเอ้อซื่อทำให้ขมขื่นมากเพียงใดนางก็ยังคงต้องภักดีต่อผู้เป็นนาย และทำทุกอย่างให้ต่งเอ้อซื่อนั่งอยู่ในตำแหน่งพระชายาอย่างมั่นคงมิเช่นนั้นหากต่งเอ้อซื่อเกิดพ่ายแพ้ขึ้นมา สตรีนางนี้ก็จะต้องเอาความผิดหวังทั้งหมดมาลงที่นางอย่างแน่นอนและไม่ใช่เพียงตัวนางเท่านั้นที่จะต้องแบกรับโทสะเหล่านั้นแต่ยังมีครอบครัวของนางที่ไม่มีทางได้พบจุดจบที่ดีอย่างแน่นอน

            “หมัวมัว องค์ชายกำลังจะกลับมาแล้ว ข้าควรทำอย่างไรดี” ต่งเอ้อซื่อถามอิ่นหมัวมัวด้วยความกังวล

            “พระชายา เรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว คงต้องปล่อยให้เลยตามเลยแล้วเพคะแม้ว่าองค์ชายจะตำหนิท่าน แต่ก็คงทำได้ไม่นานเพราะไม่ว่าจะพิโรธท่านเพียงใดก็ต้องเห็นแก่ท่านหญิงน้อยอยู่แล้วไม่ว่าอย่างไรท่านหญิงก็เป็นบุตรสาวคนโตขององค์ชาย ในฐานะบุตรสาวสายตรงคนแรกท่านหญิงต้องเป็นคนที่องค์ชายให้ความสำคัญมากกว่าคนอื่นแน่เพคะ”อิ่นหมัวมัวหลุบตาลงต่ำพลางวิเคราะห์เรื่องราวออกมาอย่างชัดเจน

            เทียบกับความแข็งกร้าวของตงกูกูแล้ว ความสุขุมรอบคอบของอิ่นหมัวมัวนั้นสามารถช่วยเหลือต่งเอ้อซื่อได้มากกว่าแน่นอน

            ต่งเอ้อซื่อมองนางอย่างไม่แน่ใจ “จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ”

            “เรื่องบางเรื่องนั้นจะรีบร้อนไม่ได้ ต้องค่อยๆ วางแผนอย่างรอบคอบเพคะ” อิ่นหมัวมัวพูดอย่างไม่รีบร้อน

            ครั้งนี้ต่งเอ้อซื่อไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดสิ่งใดได้นางคือคนที่ตัดสินใจผิดพลาดเองครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้ชายารองหวันเหยียนซื่อมีอำนาจขึ้นมาแล้วยิ่งไปกว่านั้นด้วยความผูกพันระหว่างนางและองค์ชายไม่ว่าจะเป็นไทเฮาหรืออี้เฟยก็ต้องเข้าข้างอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

            กับสิ่งที่นางไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้แทนที่จะเสียเวลาและไม่อาจแย่งชิงความโปรดปรานมาได้มิสู้เอาเวลาไปใส่ใจกับเรื่องอื่นดีกว่าหากสามารถพลิกสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้บ้างก็ถือว่าคุ้มแล้ว

            ในฐานะที่ต่งเอ้อซื่อเป็นผู้ปกครองเรือนหลังการที่โยนความรับผิดชอบในเวลาที่สามีกำลังเกิดเรื่องแสดงให้เห็นว่านางไม่มีคุณสมบัติในการเป็นนายหญิงมากพอแต่การที่จะมาแก้ไขสถานการณ์ในยามนี้นั้นอาจจะไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้นครั้นจะอ้างอาการตกเลือดของตน แม้จะสามารถใช้อ้างได้อยู่บ้างแต่ก็คงไม่อาจใช้บังหน้าได้ตลอดไป เพราะท้ายที่สุดหากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปคนที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบจริงๆ ย่อมเป็นตัวนางเอง

            "ในเมื่อเจ้ามีแผนการแล้วเช่นนั้นข้าจะมอบให้เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของเจ้าก็แล้วกัน"ในเวลานี้ต่งเอ้อซื่อประดุจคนป่วยหนักจึงเร่งหาหมอนางจึงตัดสินใจมอบหมายภาระเรื่องนี้ให้กับอิ่นหมัวมัวโดยทันที

            ตงกูกูซึ่งคอยรับใช้อยู่ด้านข้างใบหน้าแข็งทื่อและเผือดซีดลงทันทีแม้ว่านางจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วแต่ในใจก็พลันตระหนักถึงความเย็นชาของต่งเอ้อซื่อได้อย่างชัดเจน

            หากจะบอกว่าตงกูกูน่าสงสารก็เป็นเรื่องจริงตงกูกูพยายามทุ่มเททั้งความคิดและแรงกายเพื่อที่จะได้เป็นคนสนิทข้างกายนายหญิงทว่าสุดท้ายนางก็ไม่เคยรู้สึกเป็นสุข ตรงข้ามกลับต้องทุกข์ใจมากมายเพื่อสิ่งนี้มีคำกล่าวว่าบ่าวทาสทำงานรับใช้นาย แม้ต้องเหน็ดเหนื่อยทุ่มเทเพียงใดแต่ก็ไม่ได้รับความดีความชอบเป็นเพียงการทำตามหน้าที่เท่านั้นทว่าต่งเอ้อซื่อกลับไม่คิดถึงความดีความชอบครั้งเก่าของผู้ใดทั้งสิ้นไม่แปลกใจเลยที่อิ่นหมัวมัวจะถอดใจกับหญิงงามที่สุด

            ช่างเถิด ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรตงกูกูก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้จะจากไปหรือไม่ก็ได้เช่นเดียวกันทางเดียวของนางคือการกลับไปพูดคุยกับอิ่นหมัวมัวเหมือนเมื่อครั้งก่อน เพราะตราบใดที่พระชายายังเป็นพระชายานางก็ยังคงเป็นตงกูกูอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

            เมื่อเทียบกับต่งเอ้อซื่อซึ่งมีมีบ้านเดิมคอยหนุนหลัง จ้าวเจียซื่อซึ่งไร้บ้านเดิมที่ทรงอำนาจมีเพียงความสามารถในการวางแผนการและมีใครบางคนคอยสนับสนุนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่าอีกฝ่ายมากนักหากนางเคยรู้สึกว่าอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อกำลังจับตามองนางอยู่ก่อนหน้านี้ตอนนี้นางก็แน่ใจได้เต็มที่แล้วว่านางกำลังตกเป็นเป้าของอีกฝ่ายจริงๆ

            ครอบครัวของจ้าวเจียซื่อไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งยังไม่ได้เป็นสกุลสายหลัก ฐานะทางบ้านพออยู่พอกินไม่ได้ร่ำรวยก่อนหน้านี้นางได้เข้ารับการคัดเลือกสาวงามจนกลายมาเป็นนางกำนัลในวังตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือสายสกุลต่างก็พากันทุ่มเทสนับสนุนนางเพราะหวังว่าสักวันนางจะเข้าตาสนมชายาสักคนต่อมานางสามารถเข้ามาอยู่ในเรือนหลังขององค์ชายเก้าได้ก็ด้วยการฝากฝังของตระกูลนางไม่น้อยแต่น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่อาจแย่งชิงความโปรดปรานมาได้ความล้มเหลวติดๆ กันทำให้ตระกูลนางเริ่มหันไปหาตัวเลือกอื่น ส่วนนางที่ถูกทอดทิ้งก็ได้แต่ต้องหันเข้าหาผู้สูงศักดิ์ผู้นั้น

            ยามนี้บิดาและพี่ชายนางถูกปลดออกจากตำแหน่งขุนนางซ้ำร้ายพี่ชายนางยังถูกคนตีขาหัก บ่าวไพร่ที่นางใช้เงินซื้อตัวเอาไว้เป็นสายส่งข่าวหรือคนที่นางติดสินบนเอาไว้ก็ถูกกำจัดไปคนแล้วคนเล่ายังจะมีอะไรที่นางเดาไม่ได้อีก สกุลต่งเอ้อกำลังเตรียมที่จะกำจัดนางอยู่อย่างแน่นอน

            ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่จ้าวเจียซื่อไม่เข้าใจคือเหตุใดอีเอ่อร์เกินเจวี๋ยหลัวซื่อจึงไม่จัดการนางโดยตรง แต่กลับเลือกใช้วิธีอ้อมค่อยๆ ตัดหูตามือเท้าของนางไปทีละอย่างเช่นนี้

            และอีกเรื่องหนึ่งเหตุใดจึงไร้ความเคลื่อนไหวจากผู้สูงศักดิ์คนนั้นในวังเป็นไปได้หรือไม่ว่าเขากำลังเตรียมกำจัดนาง หรือกำลังตัดสินใจทิ้งนางไปแล้ว

            ยิ่งนึก จ้าวเจียซื่อก็ยิ่งรู้สึกเหน็บหนาวขึ้นทุกขณะทว่านางเองก็ไม่อาจหาหนทางที่จะหนีพ้นไปจากสถานการณ์นี้ได้เลย

            เรื่องของจ้าวเจียซื่อไม่ได้เป็นที่ใส่ใจของคนอื่นมากเท่ากับข่าวลือเรื่องต่งเอ้อซื่อที่เพิ่งคลอดบุตรและตกเลือดเมื่อไม่นานมานี้ทำให้นางต้องพักฟื้นอยู่เงียบๆ ข่าวนี้ฟังดูน่าเชื่อถือเป็นอย่างมากทั้งยังมีหมอหลวงที่สามารถยืนยันได้ทว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้ยินข่าวนี้กลับต่างพากันหัวเราะเยาะอย่างไม่ใส่ใจ

            ตกเลือด?

            ข่าวนี้จะเป็นจริงหรือไม่ไม่สำคัญเท่ากับเวลาที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกมาช่างชวนให้ผู้คนพากันอดครุ่นคิดไม่ได้เหลือเกิน

            เมื่อหว่านซีได้ยินข่าวลือเหล่านั้นนางเพียงยิ้มบางก่อนจะหันกลับมาเล่นกับหงหมินน้อยต่อไป

     

    ห้องโถงด้านหลังของที่ทำว่าการเมืองเจียงหนาน

            อิ้นเจินและอิ้นถังซึ่งหนีรอดจากนักรบเดินตายจากป่าไม่ได้รีบร้อนพาคนกลับเมืองหลวงแต่พักรักษาตัวอยู่เงียบๆ ในเรือนหลังของที่ว่าการเมืองนั่นเอง

            เมื่อองค์ชายไม่ยอมเสด็จ นายอำเภอย่อมไม่กล้าเชิญเสด็จเช่นกัน

            นายอำเภอพยายามปรนนิบัติองค์ชายทั้งสองด้วยสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาหามาได้ทั้งยังคงหวังอยู่ในใจว่าเจ้านายจะเห็นความดีเล็กๆ น้อยๆ นี้แต่น่าเสียดายที่ในใจของทั้งอิ้นถังและอิ้นเจินยังคงจดจ่ออยู่กับมือสังหารที่ถูกส่งมาลอบฆ่าพวกเขาดังนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าวของหรือสาวงามจะน่าหลงใหลเพียงใดก็ไม่อาจอยู่ในสายตาขององค์ชายทั้งสองได้ในยามนี้

            "พี่สี่ ท่านว่าคนพวกนั้นจะลงมืออีกทีเมื่อใด"อิ้นถังรับชาร้อนที่หลินชูจิ่วยื่นให้แล้วจิบเล็กน้อยคิ้วขมวดทันทีที่ชาร้อนไหลลงไปในลำคอ

            เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินชูจิ่วก็ก้มหัวลงอย่างเงียบๆ นี่คือชาที่ดีที่สุดที่เขาจะหาได้ในที่ว่าการแล้วแต่หากเทียบกับชาที่อิ้นถังดื่มเป็นประจำก็ต้องถือว่าด้อยกว่าอยู่บ้างเขาเองก็อยากจะเตรียมชาที่ดีที่สุดให้องค์ชาย แต่สถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าทำให้เขาไม่อาจแบ่งความคิดมาใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ได้

            อีกอย่าง องค์ชายสี่เองก็ไม่ได้เอ่ยปากบ่นว่าอะไรดังนั้นหากเขาจัดแจงอะไรมากเกินไปก็อาจจะทำให้ผู้อื่นมองว่าเจ้านายเขาเป็นคนเรื่องมากฟุ่มเฟือยก็เป็นได้

            "น่าจะภายในไม่กี่วันนี้กระมัง”อิ้นเจินเงียบไปครู่หนึ่งนิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ น้ำเสียงที่พูดแฝงไปด้วยความเยือกเย็นเด็ดขาด

            อิ้นถังพยักหน้าเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของอิ้นเจินคำพูดของคนชุดดำในป่าก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาสามารถคาดเดาเจตนาอีกฝ่ายได้หากพวกเขากลับเมืองหลวงก็อาจพบกับการซุ่มโจมตีมากมายระหว่างทางสถานการณ์เช่นนั้นหากจะเรียกว่าเนื้อเดินเข้าปากเสื้อก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง

            เพื่อหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในอันตรายอีกครั้ง ทั้งอิ้นถังและอิ้นเจินเลือกที่พักสักระยะ

            “น้องเก้าคิดแผนไว้บ้างหรือไม่”อิ้นเจินเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถามต่อ

            อิ้นถังขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอบว่า “หากรออีกสองสามวันแล้วพวกมันยังไม่ลงมือพวกเราก็ค่อยล่องูออกจากถ้ำ[1]อีกทีก็แล้วกัน”

            เขาทราบสถานการณ์ในจวนจากหวังอันแล้ว ทั้งเรื่องต่งเอ้อซื่อถูกลอบทำร้ายต่งเอ้อฮูหยินเข้ามาวางอำนาจในจวน แต่เทียบกับความน่ารำคาญเล็กน้อยเหล่านั้นแล้วที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดคือหว่านซีที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างและพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยของจวนเอาไว้บนบ่าตามลำพังต่างหาก

            "น้องเก้า...” องค์ชายสี่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นเห็นได้ชัดว่าเขาไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของอีกฝ่าย

            “พี่สี่ เราจะนั่งเฉยๆ รอความตายไปอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้วจวนที่ว่าการดูปลอดภัยก็จริง แต่เราต่างรู้ดีว่าหากคนเหล่านั้นต้องการลงมือที่นี่ก็คงต้านพวกมันไม่อยู่อย่างแน่นอน” อิ้นถังโบกมือขัดคำพูดของอิ้นเจิน“ตอนนี้พวกเราเพียงอาศัยว่าพวกมันไม่กล้าทำลุกลามบานปลาย เพราะสุดท้ายแล้วหากต้องปะทะกับคนของทางการแล้วถูกตั้งข้อหากบฏนั่นย่อมไม่ใช่เรื่องที่พวกมันจะสามารถแก้ไขได้ด้วยคำพูดหรือเพียงถูกลงโทษเล็กน้อยได้อีก”

            เขาเข้าใจเรื่องนี้ อิ้นเจินและองค์ชายคนอื่นๆที่อยู่ห่างไกลในเมืองหลวงก็เข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้เช่นเดียวกัน

            แต่เพราะเข้าใจดังนั้นอิ้นเจินจึงไม่อยากให้อิ้นถังต้องเสี่ยงอันตรายไปมากกว่านี้ “น้องเก้าแผนนี้ให้ข้าเป็นคนจัดการเองเถอะ” เขาเองก็เป็นพี่ชายที่ดีได้เช่นกันเพียงหากไม่ต้องการแสดงออกก็จะไม่แสดงออกเท่านั้นดูอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเขากับน้องชายร่วมสายเลือดอย่างอิ้นเจิ้งน้องสิบสี่ของเขานั่นปะไร

            อิ้นถังมองไปที่ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของอิ้นเจิน แม้จะยังคงไม่เต็มใจอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นความจริงจังในสายตาของพี่ชาย ความรู้สึกอึดอัดฝาดขมก็ค่อยๆเอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจ

            การเสนอตัวไปเสี่ยงเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีหากไม่ระวังก็อาจจะบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นตายไม่ว่าใครก็ไม่อยากเสี่ยงทำเรื่องอันตรายเช่นนี้แต่อิ้นเจินกลับเสนอตัวทำอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่าอย่างไรกัน

            เขาไม่คิดว่าตนเองมีสิ่งใดที่อิ้นเจินต้องการอยากได้อย่างน้อยตอนนี้อิ้นเจินก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเขาเลยดังนั้นจึงเหลือสิ่งที่จะอธิบายได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นคืออิ้นเจินเห็นเขาเป็นน้องชายจริงๆ

            น้องชายอย่างนั้นหรือ

            เมื่อนึกถึงเรื่องบาดหมางครั้งเก่า ใบหน้าของอิ้นถังก็ค่อยๆ ผ่าวร้อนขึ้น

    เหตุใดเมื่อก่อนเขาคิดว่าอิ้นเจินเป็นพี่ชายที่แย่กันนะตอนนี้ดูไปแล้วคนที่ตีหน้าบึ้งตึงดุดันก็หาใช่คนที่ต้องการทำร้ายคนอื่นเสมอไปคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสคอยพูดจาดีด้วยก็ใช่ว่าจะหวังดีหรือจริงใจกับคนอื่นเสมอไปเช่นกัน


    [1] ความหมายเหมือนคำว่า ล่อเสื้อออกจากถ้ำ คือหลอกล่อศัตรูให้แสดงตัว

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิธีไต่เต้าสู่ความโปรดปรานของนางสนม ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592