ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
พิมพ์เดินถือแก้วกาแฟมาวางลงบนโต๊ะไม้หน้าโซฟาก่อนจะเดินไปหยิบเบาะรองนั่งมาวางบนพื้นแล้วหย่อนตัวนั่งลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
“พี่พัตรจะด่าพิมพ์อีกเหรอคะ...” เธอถามเสียงเบาหวิว
พัตรพ่นลมหายใจยาวออกทางจมูก “พิมพ์... แกจะทำตัวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? สิบปีที่แล้ว ผู้ชายดีๆ อนาคตไกลต้องกลายเป็คนขากะเผลกเพราะแกแกเคยคิดจะไปเยี่ยมเขาบ้างไหม? ทำไมแกถึงเห็นแก่ตัวขนาดนี้!”
พิมพ์รดาเบือนหน้าหนีท่าทางของเธอย้อนกลับไปเป็เหมือนเด็กหญิงไร้ความมั่นใจในอดีตอีกครั้ง “ขะ... เขาแต่งงานแล้ว...ครอบครัวเขาไม่้าเห็นหน้าพิมพ์อีก พิมพ์... พิมพ์เลยไม่กล้าไปเยี่ยม”
พัตรจ้องมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความขื่นขม “ห้ามไปยุ่งกับตรีภพอีก...ปล่อยให้เขามีชีวิตที่ดีเถอะ คนดีๆ แบบเขาควรจะได้เจอคู่ชีวิตที่ดีไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวแบบแก!”
พิมพ์พยักหน้ารับคำจำยอม ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสู้สายตาพี่ชายดวงตาที่แดงก่ำพยายามกักเก็บน้ำตาไม่ให้ไหลรินลงมาอีก
“แล้วก็อย่าเสนอหน้าเอาอาหารไปส่งให้เขาอีก มันทุเรศ...ความผิดของแกมีแต่จะทำให้ตรีภพรู้สึกขยะแขยง” พูดจบพัตรก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่ประตู “เย็นนี้ไปตักขนมจีนน้ำเงี้ยวที่บ้านมากินด้วยแล้วก็เงินค่าทำศพของลุงปันกับป้าคำ อย่าลืมเอาไปคืนตรีภพซะ นั่นไม่ใช่เงินของแก”
“พิมพ์รู้แล้วค่ะ... พิมพ์จะรีบคืน” หญิงสาวทอดสายตามองตามแผ่นหลังของพี่ชายจนกระทั่งลับขอบรั้วบ้านไป...ทันใดนั้น หยาดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจห้ามได้
ยามดึก...
เมื่อความมืดมิดโรยตัวลงมากลืนกินทุกสิ่งพิมพ์รดายังคงนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อป เธอระบายความเ็ป ความรู้สึกผิดและคำขอโทษในใจผ่านตัวอักษรลงในบทนิยายเื่ใหม่แม้เย็นนี้เธอไม่ได้เดินไปตักน้ำเงี้ยวที่บ้านใหญ่ตามที่พี่ชายบอกแต่พี่สะใภ้ก็ยังอุตส่าห์ตักใส่หม้อใส่ตะกร้าเดินมาส่งให้ถึงบ้านทว่าเธอกลับไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปแตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกลางความเงียบ พิมพ์รดากะพริบตาถี่รัวด้วยความสงสัยเธอะโตอบออกไปโดยไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอเพราะคิดว่าเป็ชาวบ้านในหมู่บ้านที่รู้จักกันดี “เปิดเข้ามาเลยค่ะไม่ได้ล็อก!”
บานกระจกถูกเลื่อนออก... ตรีภพก้าวเข้ามาในบ้านสายตาคมกวาดมองแก้วกาแฟที่เย็นชืด บนโต๊ะอาหารใกล้ๆยังคงมีตะกร้าขนมจีนและหม้อน้ำเงี้ยวขนาดเล็กวางทิ้งไว้โดยไม่มีการแตะต้อง “เธอไม่คิดจะระมัดระวังตัวเองบ้างเลยหรือไงพิมพ์”
หญิงสาวชะงักนิ้วที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์ พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างแสบร้อนเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างสูงใหญ่ตรงหน้า “พี่ภพ... มะ... มีอะไรหรือเปล่าคะ”
ตรีภพทอดสายตาสำรวจใบหน้าหวาน ั์ตาของเธอฉายแววหวาดกลัวและไหวระริกยามที่เธอรีบหดแขนลงใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างลุกลี้ลุกลน เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่า...ผู้หญิงตรงหน้าถูกผลแห่งความอวดดีย้อนกลับมาทำลายความมั่นใจจนหมดสิ้นเธอได้กลับไปเป็เพียงเด็กสาวขี้กลัวคนเดิมคนที่เคยแอบไปนั่งร้องไห้กอดเข่าอยู่หลังต้นไม้ใหญ่เพียงเพราะถูกคนอื่นล้อเลียนเื่รูปร่าง
ตรีภพเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะชี้มือไปทางชุดน้ำเงี้ยวบนโต๊ะ “ฉันกินได้ไหม”
“เอ่อ... อ้อ! กินได้... กินได้สิคะเดี๋ยวพิมพ์ไปหยิบถ้วยหลังบ้านมาให้!” ร่างอวบอัดรีบลุกออกจากโต๊ะคอมพิวเตอร์สาวเท้าไปหลังบ้านอย่างลนลาน เธอจัดแจงหยิบชาม ช้อนและตะเกียบออกมาด้วยความรวดเร็ว
ยามที่เธอยกชามตราไก่ใบเก่าออกมาวางตรงหน้าหัวใจของตรีภพก็บีบรัดจนปวดหนึบ...ชามใบนี้คือของใช้ในบ้านไม้หลังเก่าของเขาที่สูญหายไปบัดนี้มันกลับถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในบ้านหลังนี้
ชายหนุ่มทอดมองหญิงสาวที่กำลังคีบเส้นขนมจีนใส่ชามให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ “ขอบใจ”
พิมพ์รดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความแสบร้อนรอบดวงตาเธอรีบตักน้ำเงี้ยวราดลงบนเส้น แล้วยกชามไปวางไว้ตรงหน้าเขาก่อนจะเลี่ยงเดินกลับไปล้างมือที่หลังบ้านอีกครั้งหญิงสาวพยายามเงยหน้าขึ้นมองเพดาน สะกดกั้นไม่ให้น้ำตาไหลรินลงมาก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองตามเดิม
*** ***
ตรีภพทอดสายตามองชามเปล่าที่เขากินขนมจีนจนหมด... ชามเซรามิกพวกนี้เขากับเธอเคยเดินทางไปเลือกซื้อด้วยกัน พิมพ์รดาชอบเครื่องเซรามิกเป็พิเศษเพราะมันล้างคราบมันออกได้ง่าย ดังนั้นของใช้ส่วนใหญ่ในห้องนอนชั้นล่างของเขาจึงเต็มไปด้วยงานเซรามิกแม้ในอดีตเขาจะทำแตกบ่อยๆ แต่หญิงสาวก็มักจะมีสำรองเก็บไว้ในกล่องเสมอและพร้อมจะหยิบออกมาเปลี่ยนใหม่ให้เขาได้ตลอดเวลา ประคบประหงม... ใส่ใจ...เหมือนที่เธอเก็บรักษาของพวกนี้ไว้จนถึงวันนี้
ชายหนุ่มเค้นยิ้มขื่น ก่อนจะเอ่ยปากประชดประชันด้วยน้ำเสียงดุดัน “ทำไมต้องเอาจานชามที่บ้านฉันมาใช้?หรือสามีใหม่ของเธอไม่มีปัญญาซื้อให้ใหม่เลยต้องระเห็จไปขโมยของใช้ผัวเก่าที่เป็ขี้คุกมาใช้!”
พิมพ์รดาลนลานยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวันด้วยความร้อนรน “มะ... ไม่ใช่นะคะ!ไม่ใช่แบบนั้นเลย... ฉัน... ฉันไม่มีสามี... และ... และพี่ภพก็ไม่ใช่ขี้คุก!ทั้งหมด... ทั้งหมดมันเป็เพราะฉันเอง”
ตรีภพมองดูอาการลนลานนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดบทตัดอารมณ์ไปเื่อื่น “ฉันขอใช้ห้องอาบน้ำหน่อย...น้ำประปาที่บ้านจะใช้ได้ก็พรุ่งนี้เช้า”
หญิงสาวพยักหน้ารับคำรวดเร็ว “ได้ค่ะ! พี่ภพเข้าไปอาบได้เลยค่ะ...หรือจะเปิดเครื่องปรับอากาศนอนพักผ่อนที่นี่ก่อนก็ได้นะคะพิมพ์ต้องนั่งทำงานตลอดทั้งคืนอยู่แล้ว”
ตรีภพจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว...แม้ชาวบ้านจะบอกว่าพิมพ์รดาอาศัยอยู่เพียงลำพังและไม่มีใครแต่เขาก็ยากจะเชื่อคำบอกเล่านั้น ยิ่งในตอนนี้เธอกลับบอกให้เขานอนพักที่บ้านเธอได้โดยไม่ลังเลหรือกังวลสิ่งใด “เธอไม่กลัวสามีใหม่มาเห็นหรือไงพิมพ์...หรือเธอชอบความวุ่นวาย ชอบเห็นผู้ชายตีกันเพราะแย่งเธอนัก!”
ร่างอวบอัดส่ายหน้าจนผมสะบัด น้ำตาคลอเบ้า “พี่ภพ... พิมพ์ไม่มีสามีจริงๆ ค่ะั้แ่เกิดเื่วันนั้น... พิมพ์ก็ไม่มีใคร และไม่เหลือใครอีกแล้วจริงๆ”
ตรีภพหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาเดินตรงไปยังห้องน้ำในห้องนอนอีกครั้งทว่าชายหนุ่มกลับชะงัก ช้อนสายตามองไปทางห้องนอนโทนสีเทา... เขาถอนหายใจยาวพลันเค้นเสียงหัวเราะสมเพชตัวเองในลำคอก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านเพื่อกลับบ้านของตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์
“พี่ภพ... ไม่อาบน้ำก่อนเหรอคะ...” พิมพ์รดามองตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวผ่านรั้วบ้านไปกะพริบตาถี่รัวด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ...ว่าเหตุใดตรีภพถึงเดินหุนหันออกไปพร้อมกับอารมณ์ที่คุกรุ่นขนาดนั้น
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...
ตรีภพเดินฝ่าความมืดมิดตามทางเดินเพื่อกลับเข้าบ้านชายหนุ่มไม่ได้สังเกตเห็นพัตรที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลเขาเดินตรงเข้าไปในห้องใต้ถุนบ้าน ก่อนจะปิดประตูดังลั่น
ตุบ!... ตุบ!... ตุบ!...
กำปั้นหนักๆ กระแทกเข้ากับผนังปูนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสะท้านตรีภพพยายามทบทวนคำพูดของผู้เป็มารดาในอดีต ยามที่ท่านบอกว่าเขาอารมณ์ร้อนเกินไปและไม่เคยรับฟังเหตุผลจากใคร แต่ยิ่งคิดทบทวนเท่าไรเขาก็ไม่อาจนึกออกเลยว่าตนเคยแสดงอารมณ์ดุร้ายใส่พิมพ์รดาตอนไหน...คำตอบคือไม่เคยเลยสักครั้ง แล้วเหตุใดเล่า ทั้งที่เขากับเธอรักกันดีๆผู้ชายคนนั้นถึงได้เข้ามาแทรกกลางระหว่างเราได้?
“ตรีภพ... ฉันเข้าไปได้ไหม”
เสียงเรียกด้านนอกทำให้ชายหนุ่มสาวเท้าไปเปิดประตู ก่อนจะพบพัตรพี่ชายของพิมพ์ยืนอยู่ “นายควรจะเรียกฉันว่าพี่ได้แล้วพัตร... ฉันแก่กว่านาย ก้าวเข้ามาสิ”
พัตรก้าวเข้ามาในห้อง พลางวางขวดเหล้าขาวลงบนโต๊ะสองขวด “ดื่มกันหน่อยครับ...ดื่มให้กับความผิดหวังที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่ง”
ตรีภพเค้นเสียงหัวเราะขื่น เขามองหน้าพัตรครู่หนึ่งก่อนจะยกแก้วพลาสติกใบเล็กสองใบขึ้นมา “ของใช้ส่วนตัวของฉัน น้องสาวนายขนไปหมดแล้วมีเหลือแค่ของพวกนี้แหละ”
พัตรไม่ได้ใส่ใจ เพราะเขารู้ดีว่ายามที่น้องสาวมาร้องไห้ที่นี่เธอทำเพียงเพื่อขนเอาเศษซากความทรงจำกลับไปไว้ที่บ้านหลังเล็กของเธอชายหนุ่มจัดการรินเหล้าลงในแก้วพลาสติกทั้งสองใบ “พี่ภพ...พี่รู้ไหมว่าผมเกือบสูญเสียน้องสาวไปตลอดชีวิต เพราะผมไม่อาจให้อภัยเธอและคนในหมู่บ้านก็มองว่าเธอเป็ตัวสกปรก”
ตรีภพยกแก้วขึ้นชน แล้วกระดกเหล้าลงคอรวดเดียวก่อนจะรินเติม “อธิบายต่อสิ...แล้วสามีของเธออยู่ที่ไหนล่ะ”
พัตรแค่นยิ้มเจื่อน “สามีคนไหนล่ะครับ? เธอก็มีอยู่แค่สองคน...คนหนึ่งก็นั่งอยู่ตรงหน้าผมตรงนี้ ส่วนอีกคนครอบครัวเขาไม่มาทุบตีเธอให้ตายคามือก็ดีเท่าไรแล้ว”