ร้านอาหาร ‘The Glass House’ ตั้งอยู่บนยอดตึกสูงที่มองเห็นทัศนียภาพของอ่าวเอลเลียตได้อย่างชัดเจน แต่วันนี้สายฝนที่สาดซัดทำให้ทิวทัศน์ภายนอกพร่ามัว เหมือนกับความรู้สึกของลีน่าที่กำลังถูกบดบังด้วยความสับสน
ลีน่าสวมชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิท มันคือชุดเกราะที่เธอเลือกมาเพื่อป้องกันตัวเองจากการจู่โจมทางอารมณ์ เธอเดินเข้าไปในร้านด้วยท่วงท่าที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งเห็นชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง
อีธานในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนดูผ่อนคลายแต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่อันตราย ส่วนจูเลียนในชุดสีชมพูอ่อนดูเหมือนหยดน้ำค้างที่บริสุทธิ์ท่ามกลางพายุ
“คุณลีน่า! ทางนี้ค่ะ” จูเลียนกวักมือเรียกอย่างร่าเริง
“สวัสดีค่ะคุณจูเลียน คุณเบลค” ลีน่านั่งลงตรงข้ามกับทั้งคู่ พยายามหลีกเลี่ยงการสบตาตรงๆ กับอีธาน
“เรียกอีธานเถอะค่ะ เราจะร่วมงานกันยาวๆ นะคะ” จูเลียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันไปหาคู่หมั้น “จริงไหมคะที่รัก?”
“ครับ… ยาวเท่าที่ลีน่าจะทนไหว” อีธานตอบ เสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้ลีน่ารู้สึกหนาวสั่น
อาหารจานหรูถูกเสิร์ฟมาอย่างต่อเนื่อง แต่ลีน่ากลับรู้สึกเหมือนกำลังกลืนกรวดทรายเข้าไป จูเลียนพูดคุยเื่การเตรียมงานแต่งงานอย่างกระตือรือร้น เธอเล่าเื่ชุดเ้าสาว เื่โบสถ์ และเื่ที่เธอกับอีธานเจอกันที่นิวยอร์กใน่ที่เขา ‘ตกต่ำที่สุด’
คำพูดนั้นสะกิดใจลีน่า ตกต่ำที่สุดงั้นเหรอ?
“่นั้นอีธานแทบจะไม่เป็ผู้เป็คนเลยค่ะ” จูเลียนเล่าต่อ มือของเธอกุมมืออีธานไว้แน่น “เขาทำงานหนักจนล้มป่วย แถมยังเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องมืด ๆ กับโมเดลบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ที่เขาหวงนักหวงหนา ฉันต้องใช้เวลาตั้งนานกว่าจะทำให้เขากลับมามีรอยยิ้มได้”
ลีน่ารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็ง ๆ จุกอยู่ที่ลำคอ เธอรู้ดีว่าโมเดลนั้นคืออะไร… มันคือ ‘เศษเสี้ยวของวันวาน’ ที่เธอเพิ่งเห็นในคอนโดของเธอนั่นเอง
“จูเลียน… ผมว่าเราเปลี่ยนเื่คุยเถอะ” อีธานตัดบท น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้น
“ทำไมล่ะคะ? ฉันแค่อยากบอกคุณลีน่าว่าคุณผ่านอะไรมาเยอะกว่าจะมาถึงจุดนี้” จูเลียนหันมามองลีน่า แววตาของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันดูไม่เหมือนความใสซื่ออีกต่อไป “คุณลีน่าทราบไหมคะว่าอีธานซื้อที่ดินผืนที่กำลังจะสร้างโปรเจกต์นี้มานานกี่ปีแล้ว?”
ลีน่าส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่ทราบค่ะ”
“ห้าปีค่ะ… เขาซื้อที่ดินริมหน้าผาผืนนั้นไว้ั้แ่อยู่ที่นิวยอร์ก ทั้งที่ตอนนั้นเขายังไม่มีเงินทุนจะสร้างมันด้วยซ้ำ” จูเลียนยิ้มเย็น “เหมือนเขาจะรอใครบางคน หรือรอจังหวะบางอย่าง… จังหวะที่จะได้สร้าง ‘บ้านในฝัน’ หลังนั้นขึ้นมาจริง ๆ”
หัวใจของลีน่าเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก แปลนบ้านที่เขาส่งมาให้เธอดูเมื่อคืน… ที่ดินผืนนั้น… เขาจงใจสร้างมันขึ้นมาบนความทรงจำของเธอเพื่อจะให้คนอื่นเข้าไปอยู่!
“ขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะคะ” ลีน่าลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องน้ำชั้นบนและล็อคประตูทิ้งตัวลงพิงผนัง หายใจหอบถี่
เธอมองกระจก เห็นผู้หญิงที่ดูเข้มแข็งแต่ข้างในกำลังแหลกสลาย เธอต้องออกจากที่นี่ เธอทนเห็นความจริงที่ถูกบิดเบือนนี้ไม่ไหวแล้ว
ลีน่ารอจนแน่ใจว่าอารมณ์นิ่งพอจึงเดินออกมา แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะลงบันได มือหนาของใครบางคนก็คว้าต้นแขนเธอไว้แล้วดึงเข้าไปในมุมมืดของโถงทางเดิน
“จะหนีไปไหนอีกล่ะ?” เสียงทุ้มต่ำของอีธานกระซิบชิดใบหู
“ปล่อยนะอีธาน! คุณมันบ้าไปแล้ว คุณทำแบบนี้ทำไม?” ลีน่าพยายามดิ้นแต่เขาใช้ร่างกายที่กำยำกว่ากดร่างเธอไว้กับผนัง
“ผมบ้าเหรอ? ใช่… ผมบ้าั้แ่วันที่คุณทิ้งข้อความไว้แค่กระดาษใบเดียวแล้วบินไปลอนดอนเพื่อรับงานบ้า ๆ นั่น!” เขาคำรามในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเ็ป “คุณรู้ไหมว่าผมต้องเสียอะไรไปบ้างเพื่อที่จะไต่เต้ากลับมาจุดนี้? ผมต้องยอมรับเงินทุนจากพ่อของจูเลียน ผมต้องขายิญญาตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินผืนนั้น… ผืนที่คุณเคยบอกว่าอยากปลูกต้นเมเปิลไว้หน้าบ้าน!”
“อีธาน… ฉัน…”
“คุณคิดว่ามื้อค่ำนี้เป็เื่บังเอิญเหรอลีน่า? เปล่าเลย ผมอยากให้คุณเห็น… อยากให้คุณอยู่ดูผลงานที่ผมสร้างเพื่อคุณ แต่จะให้ผู้หญิงคนอื่นเป็เ้าของ!”
“คุณมันปิศาจ” ลีน่าสะอื้นฮัก
“ผมเป็ปิศาจที่ ‘คุณ’ สร้างขึ้นมาเองกับมือ” เขาลดหน้าลงมาจนจมูกของเขาชนกับจมูกของเธอ ลมหายใจร้อนระอุรดรินริมฝีปากเธอ “และตอนนี้ผมจะบอกความลับอะไรให้อย่างหนึ่ง… ที่คุณได้รับเลือกให้ทำโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่แค่เพราะคุณเก่ง แต่เพราะจูเลียนเป็คนขอให้ผมเลือกคุณเอง”
ลีน่าเบิกตากว้าง “อะไรนะ?”
“จูเลียนไม่ได้ซื่อสัตย์อย่างที่คุณคิด ลีน่า… เธอรู้มาตลอดว่าคุณคือใคร เธอรู้เื่ของเราทุกอย่าง และที่เธอชวนคุณมาในวันนี้ เพราะเธอกำลังเล่นเกมกับคุณอยู่” อีธานแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น “เราทุกคนต่างก็ติดอยู่ในกับดักที่ตัวเองสร้างขึ้นมาทั้งนั้น”
ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงดังใกล้เข้ามาจากทางเดิน
“อีธานคะ? คุณลีน่า? อยู่แถวนี้หรือเปล่า?” เสียงของจูเลียนเรียกหา
อีธานไม่ได้ผละออกทันที เขากลับโน้มตัวลงไปกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้โลกของลีน่าถล่มทลายลงมาจริงๆ
“ถ้าอยากรู้ว่าทำไมจูเลียนถึงเลือกคุณ… วันจันทร์นี้ไปพบผมที่ที่ดินหน้าผาผืนนั้นเพียงลำพัง แล้วผมจะบอกว่า ‘สัญญาเื’ ที่ผมทำไว้เพื่อทวงคืนคุณมันคืออะไร”
เขาสะบัดตัวออกและเดินออกไปหาจูเลียน ทิ้งให้ลีน่ายืนตัวสั่นเทาอยู่ในความมืด ความจริงเริ่มปรากฏชัด… มื้อค่ำครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแก้แค้นของแฟนเก่า แต่มันคือแผนการซ้อนแผนที่เธอกลายเป็หมากตัวสำคัญในเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตและหัวใจของคนทั้งสามคน