สายฝนโปรยปรายลงมาตลอดเช้า เมืองยังเปียกชื้นและเต็มไปด้วยไอหมอก เซริอัสลุกขึ้นจากเตียงั้แ่ยังไม่สว่าง จัดกระเป๋า หยิบสมุดบันทึกของเอลิน่าและปากกาไว้เรียบร้อย ก่อนโทรหาไอแซคเพื่อนสนิท
“ไอแซค…วันนี้ไปช่วยฉันหน่อย มีเอกสารหลายที่อยากหาข้อมูล” เสียงเซริอัสยังคงเรียบเย็น แต่แฝงความเร่งรีบ
“ได้เลย เซริอัส! วันนี้ฉันจะเป็คู่หูสายลุยของนายเอง!” ไอแซคตอบเสียงร่าเริง พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ
เซริอัสถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง ความเป็เพื่อนของไอแซคทำให้หัวใจเขาไม่อัดอั้นจนเกินไป
พวกเขาเริ่มที่ ห้องสมุดมหาวิทยาลัย ชั้นเก่าที่เก็บเอกสารโบราณ เงียบสงัดและเย็นะเื เสียงก้าวเท้าของไอแซคสะท้อนก้องไปทั่วโถงใหญ่
“ระวังนะไอแซค ถ้าเสียงอะไรแปลก ๆ โผล่มา…อย่าหวาดระแวงมากเกินไปล่ะ” เซริอัสพูดเสียงเรียบ
“อ๋อ ฉันทำได้อยู่แล้วแหละ นายรู้ว่าฉันเก่งเื่หลบหลีก” ไอแซคยักไหล่ ก่อนทำหน้าตาขำขัน
เซริอัสไม่ตอบอะไร แต่กลับก้มลงจดตัวอักษรที่คล้ายกับในหนังสือของเอลิน่า ทีละตัว ทีละเส้น ลายเส้นคดโค้งบิดเบี้ยว ทำให้หัวเขาปวดร้าว แต่เขาไม่ละสายตา
ไอแซคเดินวนรอบโต๊ะ มองเอกสารเก่า ๆ แอบแซว “นายจริงจังเกินไปนะ เซริอัส พวกตัวอักษรนี่มันไม่กัดใครหรอก”
เซริอัสยกหน้าเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร เสียงหัวเราะเบา ๆ ของไอแซคกลับช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดคลายลง
พวกเขาย้ายไปยัง อาคารเก็บเอกสารพิเศษ ที่ต้องใช้บัตรอนุญาต เซริอัสแสดงบัตรนักศึกษาและอธิบายเหตุผลให้เ้าหน้าที่ฟัง เ้าหน้าที่พยักหน้าอนุญาต แต่สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ด้านในกลิ่นกระดาษเก่าอบอวล แสงไฟสลัวส่องกระทบหนังสือและแฟ้มเอกสาร เซริอัสเริ่มคัดลอกตัวอักษรที่คล้ายกันจากเอกสารโบราณเก็บลงสมุด ใบหน้าก้มต่ำ แววตาจดจ่อจนไม่สนใจสิ่งรอบตัว
ไอแซคเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารแปลก ๆ ที่ซ่อนอยู่บนชั้นสูง แอบยื่นมาให้เซริอัส “นี่ไง สมบัติของนายแล้ว ฉันเชื่อว่านายต้องเจออะไรบางอย่างจากนี่”
เซริอัสรับแฟ้มด้วยมือสั่น ระหว่างหยิบเอกสารกลับมาวางบนโต๊ะ เขาสังเกตว่าบางตัวอักษรเหมือนกับในสมุดของเอลิน่า แต่บางตัวก็แตกต่าง ทำให้เขาต้องวิเคราะห์ทีละบรรทัด
ผ่านไปหลายชั่วโมง ไอแซคหยุดยืนพิงโต๊ะ มองเซริอัสทำงานไม่หยุด
“นายจะไม่พักเลยเหรอ เซริอัส? ฉันนี่ห่วงนายแล้วนะ”
เซริอัสเงยหน้าขึ้น มองไอแซค
“ฉัน…ต้องเข้าใจมันให้ได้ ถ้าเอลิน่ายังอยู่ตรงไหนสักแห่ง ฉันต้องตามหาเบาะแสให้เจอ”
ไอแซคถอนหายใจ ยิ้มบาง ๆ “ฉันรู้…นายเป็พี่ชายที่ดีที่สุดในโลกจริง ๆ นายไม่เคยปล่อยเธอไปไหนเลยนะ”
คำพูดนั้นทำให้เซริอัสชะงัก มือที่กำปากกาสั่นเล็กน้อย ความคิดถึงเอลิน่าและอดีตที่ทั้งคู่ดิ้นรนด้วยกันเข้ามาเต็มหัวใจ
ในระหว่างการคัดลอก ตัวอักษรบางตัวเริ่ม ให้ความรู้สึกผิดปกติ
เสียงกระซิบแ่ ๆ ราวกับมีใครพูดคำเดียวกันซ้ำ ๆ
เงาที่ทอดยาวบนพื้นเหมือนขยับเอง
แสงไฟสลัวกระพริบเป็่ ๆ
ไอแซคหันมองแล้วยักไหล่ “นายเห็นหรือได้ยินอะไรแปลก ๆ เหมือนฉันไหม”
เซริอัสพยักหน้าเงียบ ๆ น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย แต่ไม่อยากให้ไอแซคใ
“เอาน่า…พวกเราอยู่ด้วยกัน นายยังมีฉันเป็เพื่อนอยู่” ไอแซคยิ้มบวกเสียงหัวเราะเบา ๆ ทำให้เซริอัสรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
เมื่อยามค่ำใกล้เข้ามา พวกเขาย้ายไปยัง ห้องสมุดแห่งชาติ เพื่อค้นเอกสารที่หายากและเก็บตัวอักษรเก่า เซริอัสสังเกตว่าการเรียงลำดับตัวอักษรบางตัวเริ่มเหมือนมี ตรรกะซ่อนอยู่ แม้ยังไม่ชัดเจน
ไอแซคคอยสอดส่องรอบ ๆ ห้อง เผื่อมีอะไรผิดปกติ เขาพูดตลอดเวลาเพื่อเบาอารมณ์
“เฮ้ นายเห็นไหมว่าเงานั่นเหมือนจะ…ว้าวุ่นอยู่รอบ ๆ โต๊ะเราหรือเปล่า”
เซริอัสเพียงพยักหน้า รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่เลือกที่จะโฟกัสที่เอกสาร
เวลาใกล้ค่ำ พวกเขาออกจากห้องสมุดด้วยเอกสารเต็มมือ ไอแซคยังคงพูดเล่น “นี่เราทำงานเหมือนนักสืบลึกลับเลยนะนาย…ฉันอยากได้หมวกสืบสวนด้วยซ้ำ”
เซริอัสแค่ถอนหายใจ ยิ้มบาง ๆ ความเหน็ดเหนื่อยและความคิดถึงเอลิน่าแทบทำให้เขาพูดอะไรไม่ได้
เมื่อกลับถึงห้องพัก พวกเขานั่งลงจัดเอกสารและเริ่มวิเคราะห์ทีละตัวอักษร
เซริอัสพยายามจับแพทเทิร์น
ไอแซคคอยช่วยจดจำหรือทดสอบสัญลักษณ์บางตัว
ความผิดปกติรอบตัวยังคงอยู่ เสียงกระซิบแ่ ๆ เสียงฝีเท้าเบา ๆ
แม้ทุกอย่างดูปกติสำหรับผู้อื่น แต่เซริอัสรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างจากตัวอักษร
ก่อนเข้านอน เซริอัสหยิบภาพถ่ายของเอลิน่าออกมาวางบนโต๊ะอีกครั้ง
“ฉันจะไม่หยุด…ไม่ว่าจะเจออะไร ฉันจะหาความจริงให้เจอ”
ไอแซคยักไหล่ มองภาพและพูดเสียงเบา ๆ
“นายทำดีที่สุดแล้ว…ฉันจะอยู่เป็เพื่อนนายเสมอ”
ฝนเริ่มโปรยลงมาอีกครั้ง เสียงน้ำกระทบหน้าต่างเป็จังหวะช้า ๆ เสียงนาฬิกาในห้องดังติ๊กต่อก คล้ายเตือนถึงเวลาที่ค่อย ๆ ผ่านไป
ฝนโปรยบางเบาจากฟ้าครึ้มในยามบ่าย เซริอัสกับไอแซคเดินผ่านตรอกเล็กของเมืองที่เต็มไปด้วยร้านหนังสือมือสองและร้านกาแฟเก่า ๆ กลิ่นกระดาษเก่าผสมกลิ่นกาแฟคั่วลอยเข้ามาในอากาศ ร่างของเซริอัสยังก้มหน้า จ้องไปที่แผ่นกระดาษที่เขาถืออยู่ มือสั่นเล็กน้อยขณะพลิกสัญลักษณ์ใหม่ ๆ ที่เขาคัดลอกมาเมื่อคืน
ไอแซคเดินข้าง ๆ ทำหน้าทะเล้น พูดแทรกเข้ามาเสียงดังชัดเจน
“นายเซริอัส นายเป็ห่วงน้องสาวเกินไปหรือเปล่า? หรือจริง ๆ แล้ว…นายแค่รู้สึกผิดที่ปล่อยให้นางต้องเจอกับทุกอย่างคนเดียว?”
เซริอัสหยุดก้าว เดินชะงักอยู่กลางถนน มือกำกระดาษแน่น ใบหน้าเขาเงียบงัน จ้องไปที่พื้น เสียงไอแซคเหมือนทิ่มแทงเข้ากลางใจ เขาไม่อยากยอมรับ แต่ลึก ๆ รู้สึกว่าคำพูดนั้น…ถูกต้องในบางส่วน
“ฉัน…ฉันไม่รู้…” เขาพึมพำ เสียงต่ำราวกับกลัวจะให้ใครได้ยิน
“แต่ฉันต้องปกป้องเอลิน่า…เธอไม่มีใคร ฉัน…ฉันต้องอยู่ตรงนี้เพื่อเธอ”
ไอแซคถอนหายใจยาว เดินเข้ามาใกล้ กำมือบนไหล่ของเซริอัส
“ฉันรู้ว่านายรักน้องสาวมาก…แต่บางครั้งความห่วงใยมันทำให้คนเราตาบอดได้ นายต้องไม่ลืมดูแลตัวเองด้วยนะ เราไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะรับภาระทุกอย่างคนเดียว”
เซริอัสเงยหน้าขึ้น มองเพื่อนที่แสนจะตรงไปตรงมานั้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายเหมือนมีไฟสว่างเล็ก ๆ อยู่ภายใน แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความกังวลและความเหนื่อยล้า
“ฉันแค่…ฉันกลัวว่า…ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเอลิน่า…ฉันจะ…ไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้”
ไอแซคหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหัว
“เอาล่ะ ๆ นายก็ยังเด็กเกินไปที่จะแบกโลกทั้งใบไว้บนไหล่แบบนี้ แต่ถ้านายคิดจะหาความจริง…ฉันก็อยู่ข้างนายเต็มที่ เราจะไปหาหนังสือเล่มนั้นกัน”
เซริอัสพยักหน้า น้ำเสียงไม่สูงแต่หนักแน่น
“ใช่…ฉันต้องไปให้ได้ ฉันต้องรู้ว่าเอลิน่าอยู่ที่ไหน และทำไมเธอต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้เพียงลำพัง”
พวกเขาเดินไปยังร้านหนังสือมือสองเล็ก ๆ แสงแดดสลัวลอดผ่านหน้าต่างกระจกเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่น เซริอัสค่อย ๆ เลื่อนมือไปบนสันหนังสือเก่าที่เรียงราย บางเล่มมีตัวอักษรที่เกือบลบเลือนไปแล้ว แต่บางเล่มมีสัญลักษณ์ที่คล้ายกับตัวอักษรของเอลิน่าอย่างน่าประหลาด
ไอแซคส่ายหน้า พลางพูดตลอดทาง
“นายไม่เห็นเหรอ…บางทีน้องสาวนายก็อยากให้เ้าตัวนี้ได้พักบ้างนะ เซริอัส นายเงียบขนาดนี้…นึกว่ากำลังเข้าสมาธิอยู่เลย”
เซริอัสหายใจลึก มือหยุดขยับ เขารู้ว่าไอแซคพยายามทำให้เขาคลายความกดดัน แต่หัวใจของเขายังคงเจ็บราวกับถูกแทงอยู่ด้านใน
“ฉัน…ฉันต้องใช้เวลา…ต้องทำความเข้าใจทุกตัวอักษร ฉันไม่รู้ว่ามันจะพาฉันไปเจออะไร แต่ฉันต้องลอง” เซริอัสตอบเสียงต่ำ สายตายังคงจับจ้องไปที่กระดาษหน้าหนึ่งที่เขาคัดลอกมา
ไอแซคยิ้มเล็ก ๆ พลางวางมือบนโต๊ะ “ก็ได้…แต่จำไว้นะ ว่าฉันอยู่ตรงนี้ นายไม่ต้องเผชิญคนเดียว”
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พวกเขานั่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือเก่า แสงแดดเริ่มอ่อนลงเป็สีทองเหลืองราวกับจะบอกเลิกวัน เซริอัสค่อย ๆ เริ่มเชื่อมโยงสัญลักษณ์บางตัวในหนังสือของเอลิน่ากับจารึกโบราณบางเล่ม ความเข้าใจค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาในสมอง แม้จะไม่เต็มร้อย แต่ก็เป็ร่องรอยแรกที่ทำให้เขารู้สึกว่ากำลังเข้าใกล้คำตอบ
ไอแซคมองเพื่อนที่จดจ่ออยู่ พลางหยิบกาแฟร้อนมาวางให้
“นายเงียบไปเลย…เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของตัวเองนะ แต่ฉันก็ชอบมองนายแบบนี้”
เซริอัสอมยิ้มเบา ๆ ก่อนก้มลงต่อ มือคัดลอกตัวอักษรอีกครั้ง ความคิดถึงเอลิน่าและความรับผิดชอบทำให้หัวใจเขาเต้นแรง แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เมื่อเย็นย่ำ ฟ้าเริ่มมืด พวกเขายังไม่เจอคำตอบทั้งหมด แต่ก้าวแรกได้ถูกวางเรียบร้อยแล้ว ร่องรอยบางอย่างถูกเปิดออก และเซริอัสรู้ว่าเส้นทางนี้ยาวไกล แต่เขาไม่ได้เดินเพียงลำพังอีกต่อไป