บทที่ 18 เธอเป็แค่น้องสาว
เนื่องจากลูกชายคนเดียวของบ้านต้องไปทำงานที่เมืองหลวงของมณฑล ครอบครัวหยางจึงติดตั้งโทรศัพท์บ้านเพื่อใช้ในการติดต่อลูกชาย เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แม่ของหยางเฉินรีบลุกจากลานบ้านวิ่งเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เปิดผ้าลูกไม้ที่คลุมเครื่องโทรศัพท์ไว้ แล้วรับสาย
[หยางเฉินเหรอลูก?]
หลังจากได้ฟังที่แม่เล่ามาทั้งหมด หยางเฉินก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ในหมู่บ้านตอนนี้ หลังจากที่หลี่ฝู่และคนอื่น ๆ พบว่าแม่ลูกหายตัวไป พวกเขาก็ออกตามหากันในหมู่บ้าน เมื่อมีชาวบ้านบอกว่าเห็นทั้งสองคนขึ้นรถโดยสารไป แต่ไม่รู้ว่าไปที่ไหน
หลังจากได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็เลิกตามหา และไม่ได้โวยวายคิดจะแจ้งตำรวจ
หลังจากวางสาย หยางเฉินลูบนิ้วบนปุ่มโทรศัพท์ พลางคิดในใจว่าหลี่ฝู่ต้องตรวจสอบข้าวของในบ้านเป็อย่างแรก และถ้าเธอขโมยเงินในบ้านจริง ตอนนี้หมู่บ้านคงไม่สงบเงียบแบบนี้ พวกเขาต้องแจ้งตำรวจเพื่อจับลูกสาวกลับไปชดใช้แน่นอน
งั้นแสดงว่าของมีค่าในบ้านยังอยู่ครบ อีกทั้งหลี่ซิงเหอไม่ได้หนีไปคนเดียว แต่พาป้าที่พวกเขามองว่าเป็ภาระไปด้วย พวกเขาคงคิดว่าคนหายไปแค่นี้เป็เื่เล็ก ขอแค่เงินยังอยู่ครบก็พอ เมื่อเขานึกได้เช่นนั้นแล้วจึงพยักหน้ากับตัวเองเบา ๆ
แล้วเธอได้เงินมาจากไหนกันแน่?
ดูเหมือนว่าเธอจะมีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านด้วย
หยางเฉินกุมศีรษะแน่นพลางขยี้ผมสั้นของเขาไปด้วย แล้วพิงพนักเก้าอี้อย่างหงุดหงิด
ใกล้ถึงเวลาเลิกงาน ก็พบว่าหลี่ซิงเหอมารออยู่ที่หน้าประตูใหญ่แล้ว หยางเฉินกล่าวลาหัวหน้าแล้วเดินออกจากสถานีตำรวจตามเวลาเลิกงาน
"เฮ้ย หยางเฉิน นั่นแฟนสาวมารับหลังเลิกงานเหรอ?" เพื่อนร่วมงานที่เดินผ่านมาถามอย่างล้อเลียนเมื่อเห็นคู่หนุ่มสาวตรงหน้า
หยางเฉินรีบปฏิเสธทันที "ไม่ใช่ ๆ ๆ ไม่ใช่แฟนครับ เธอเป็น้องสาวญาติผมน่ะ"
"อ้อ เป็แบบนี้นี่เอง น้องสาวสวยจังเลย ฉันไปก่อนนะ"
"ได้ เจอกัน"
หลังจากเพื่อนร่วมงานจากไป หยางเฉินก็พูดกับหลี่ซิงเหอว่า "รีบไปกันเถอะ"
หลี่ซิงเหอพยักหน้าแล้วเดินตามเขาไป
"ซิงเหอ"
"หืม?"
"ต่อไปไม่ต้องมารอที่หน้าประตูแล้ว" หยางเฉินจำได้ว่าตอนเช้าพวกเขานัดกันที่สี่แยกข้าง ๆ
หลี่ซิงเหอเดินตามหลังหยางเฉิน พยักหน้าอย่างว่าง่าย เธอไม่ได้ตอบเขา แต่เร่งฝีเท้าเดินขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกัน
"ฉันหาได้แล้วั้แ่ตอนกลางวัน รีบไปเซ็นสัญญากันเลยดีกว่า ฉันคุยกับเ้าของบ้านไว้แล้ว พรุ่งนี้พอบัตรประชาชนออก ฉันก็แค่เอาไปให้เขาดูก็พอ"
"หาได้เร็วจัง…แล้วเธอหาเจอได้ยังไง?" หยางเฉินถามออกมา หน้าของเขาฉายความงุนงงขึ้นมา
"เดินไปเรื่อย ๆ แถวนี้ พอเห็นที่นี่มีห้องว่างติดประกาศให้เช่าอยู่ที่หน้าต่าง ฉันเห็นว่าไม่ไกลเกินไป ก็เลยเดินมาดู" เธอตอบ
ต้องยอมรับว่าบ้านที่เธอหาได้นั้นไม่เลวเลย ข้างในเป็ห้องกว้างมีสองห้องนอน เตียงในห้องนอนยังใหม่ ราวเหล็กหัวเตียงทาสีเขียวยังดูสดใสเหมือนเพิ่งทาใหม่ ๆ หลอดไฟสีขาวส่องสว่างทั่วห้อง หน้าต่างเป็กรอบไม้สีน้ำตาล ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดต้องใช้มือเลื่อนกลอนเอง ห้องโดยรวมถือว่าห้องนี้ดูสะอาด แม้จะปล่อยเช่าแต่เ้าของห้องก็ทำความสะอาดไว้เรียบร้อย
นอกจากนี้ยังมีพัดลมตั้งพื้นแบบส่ายได้อีกด้วย
"พัดลมตัวนี้สามีฉันไม่ใช้แล้ว บอกว่ามันไม่เย็น เลยเอามาวางไว้ตรงนี้ ถ้าพวกคุณอยากใช้ตอนหน้าร้อนก็ใช้ได้เลยนะ" พี่สาวเ้าของห้องพูดต่อ "ส่วนห้องครัวอยู่ที่ระเบียงด้านนอก ถ้าเธอยังไม่ได้ดู เดี๋ยวพี่พาไปดู"
ห้องครัวเป็ห้องครัวรวม "ดูนี่สิ อันนี้คือเตาแก๊ส ดูตรงนี้นะ หมุนแบบนี้ แล้วก็จุดไฟได้เลย" เมื่อได้ยินเสียงดัง กริ๊ก ๆ ๆ สองสามครั้ง ตามด้วยเสียง ปุ๊บ เบา ๆ จากนั้นเปลวไฟก็ลุกขึ้นทันที
"ดูสิ ๆ ไฟติดแล้ว สะดวกไหมล่ะ? แบบนี้ก็ทำอาหารได้แล้ว หม้อ ชาม เครื่องปรุง พวกคุณเตรียมมาเองก็พอ ถ้าพวกคุณไปอยู่เขตเมืองเก่านะ ไม่มีเตาแก๊สแบบนี้หรอก รู้ไหม? ถ้าต้องคอยขนถังแก๊สเองไปมา เหนื่อยตายเลย"
หลังจากดูห้องครัวเสร็จ ทั้งสามคนเดินกลับเข้าห้องไป เ้าของห้องพูดต่อ "บ้านนี้เป็ห้องที่หน่วยงานจัดสรรให้สามีฉันน่ะค่ะ ดูสิยังสะอาดสะอ้านอยู่เลย ดูเตียงเหล็กนั่นสิ ใหญ่พอสมควรเลยนะ ไหนจะผ้าห่มหนา ๆ นั่นอีก ทุกอย่างในนี้ใหม่หมด ฉันเตรียมพร้อมหมดแล้ว พวกคุณแค่หิ้วกระเป๋ามาก็อยู่ได้เลย สามีฉันไม่ยอมมานอนบอกว่าชินกับบ้านเก่า เลยจะเอาบ้านใหม่นี้ปล่อยเช่า"
พี่สาวเ้าของห้องพูดรัวเหมือนะุปืน พูดจบก็หยุดหายใจหนึ่งที แล้วถามด้วยความอ่อนโยน "น้องสาว ดูแล้วเป็ไง จะตกลงวันนี้ไหม?"
"ค่ะ ฉันชอบบ้านนี้มาก แต่ที่พี่บอกว่านอกจากค่าเช่าเดือนแรก ต้องจ่ายค่าประกันอีกหนึ่งเดือน ตอนนี้ฉันมีเงินพอจ่ายแค่ค่าประกัน ค่าเช่าขอจ่ายอีกทีสองวันหลังจากวันนี้ได้ไหมคะ?"
เ้าของห้องได้ยินแล้วเริ่มมีความรู้สึกลังเลขึ้นมา หยางเฉินจึงพูดขึ้น "พี่ครับ ผมเป็เพื่อนเธอ ผมจะค้ำประกันให้เธอเอง ผมทำงานที่สถานีตำรวจเฟิงเล่อ ถ้ามีปัญหาอะไร พี่ไปหาผมได้"
เธอเพียงแค่ลังเลเล็กน้อยเท่านั้น แต่พอได้ยินหยางเฉินพูดแบบนั้น ก็ตกลงในทันที แต่เดิมเธอก็ไม่ค่อยอยากปล่อยเช่าห้องใหม่อยู่แล้ว แต่พอได้ปล่อยเช่าให้เพื่อนตำรวจแบบนี้ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที
ทั้งสามคนลงนามในสัญญาเช่าทันที จ่ายเงินมัดจำเสร็จสรรพกุญแจก็ถูกส่งถึงมือของหลี่ซิงเหอ หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนส่งเ้าของห้องกลับไป ลงกลอนประตูให้สนิทแล้วไปรับหวังฟางที่โรงแรมด้วยกัน
"หยางเฉิน ขอบคุณนะ คราวนี้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว" ทั้งสองคนคุยกันระหว่างเดินกลับ
สีหน้าของหยางเฉินดูเก้อเขินเล็กน้อย "ซิงเหอ ฉันเพิ่งเริ่มทำงาน ยังไม่ได้เงินเดือนเลย ไม่งั้นฉันจะช่วยจ่ายค่าเช่าเดือนนี้ให้นะ"
"ไม่ต้องหรอก แม้ว่านายจะมีเงิน ฉันก็ไม่ให้นายจ่ายอยู่ดี ฉันจัดการทุกอย่างได้เอง ขอบคุณนายกับครอบครัวที่ช่วยเหลือตอนอยู่ในหมู่บ้านนะ หลังจากนี้ฉันจะตอบแทนให้ในภายหลัง"
"ตอบแทนอะไรกัน ตอนเด็ก ๆ นอกจากไปโรงเรียนด้วยกัน ฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้มากเลย ตอนมัธยมปลายกับมหาวิทยาลัยฉันก็อยู่หอตลอด ที่ผ่านมาแม่ฉันให้ของกินแค่ไม่กี่อย่างแต่นั่นก็เป็สิ่งที่เธอมีของมาแลกทุกครั้ง" หยางเฉินหยุดชั่วครู่ แล้วพูดต่อ "ซิงเหอ อาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นไม่จำเป็ต้องตอบแทนหรอก แต่… ถ้าเธอมีปัญหาอะไรก็โทรหาฉันก่อน อย่ามาหาฉันที่สถานีตำรวจ"
เธอยืนนิ่งด้วยท่าทางจริงจัง มองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา "หยางเฉิน ตอนที่อยู่หน้าสถานีตำรวจ นายก็บอกว่าอย่ามา ตอนนี้ก็ย้ำอีกครั้ง นายบอกมาตรง ๆ เลยก็ได้นะ"
หยางเฉินไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะถามออกมาตรง ๆ เขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
หลี่ซิงเหอก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วพูดออกแ่เบา "ถึงจะเป็เสื้อผ้าที่ซื้อจากแผงข้างทาง ฉันว่าก็สวยอยู่นะ คงไม่ทำให้นายขายหน้าหรอกนะ?"
"ไม่ ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น"
เธอเงยหน้ามาสบตาเข้าอย่างจัง แล้วถามต่อ "แล้วมันเป็เพราะอะไรล่ะ?"
หยางเฉินหลบสายตาอันเฉียบคมที่มองมา เขาเพิ่งรู้ว่าเด็กสาวที่เขาคิดว่าน่าสงสารคนนี้ กลับมีสายตาที่น่าเกร็งขามขนาดนี้ เขากลัวแววตาคู่นี้จนไม่กล้าหันหน้ามามองเธอตรง ๆ