ความกังวลกัดกินหัวใจของข้า จื่อเหวิน ในขณะที่ข้าควรจะมุ่งมั่นอยู่กับการท่องตำราและฝึกฝนการเขียนอักษรเพื่อเตรียมสอบจอหงวนที่กำลังจะมาถึง แต่จิตใจของข้ากลับล่องลอยไปที่จวนสกุลหลิน ที่ซึ่งคู่หมั้นอันเป็ที่รักของข้า เหม่ยซิน กำลังเผชิญหน้ากับอาการป่วยประหลาด
ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดสตรีที่งดงามและบริสุทธิ์เช่นนางจึงต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการร้อนรุ่มภายในกายเช่นนี้ ข้าได้แต่โทษตัวเองที่ต้องเดินทางมายังเมืองหลวง ทำให้ไม่สามารถอยู่เคียงข้างและดูแลนางได้ ข้าจึงทำได้เพียงเขียนจดหมายแนะนำให้บิดาของนางเชิญ ท่านหมอหลี่ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการแพทย์แผนโบราณมาทำการรักษา ข้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านหมอผู้นี้มานาน ท่านเป็ผู้ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความรู้ความสามารถ ข้าเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าท่านหมอหลี่จะสามารถช่วยเหม่ยซินของข้าได้อย่างแน่นอน
ข้าตัดสินใจละทิ้งตำราไว้ชั่วคราวและเดินทางกลับไปยังจวนสกุลหลินทันทีที่ทราบข่าวว่าท่านหมอหลี่ได้เริ่มการรักษาแล้ว ข้าเดินตรงไปยังห้องของเหม่ยซินด้วยหัวใจที่เต้นรัวด้วยความห่วงใย แต่เมื่อมาถึงหน้าห้อง ข้าก็ถูกบ่าวรับใช้ห้ามไว้
"คุณชายจื่อเหวินขอรับ ท่านหมอหลี่กำชับว่าห้ามผู้ใดรบกวนการรักษาโดยเด็ดขาด" บ่าวรับใช้กล่าวด้วยความเคารพ
ข้าทำได้เพียงยืนรออยู่หน้าประตูห้องด้วยความกระวนกระวายใจ ข้าพยายามจะจินตนาการถึงภาพการรักษาที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้อง คงเป็การฝังเข็มที่ละเอียดอ่อนและเ็ปอย่างยิ่ง
ในขณะที่ข้ายืนรออยู่ ข้าก็ได้ยินเสียงบางอย่างลอดออกมาจากประตูห้อง มันเป็เสียงครางแ่ๆ ที่ฟังดูคล้ายกับเสียงของความเ็ป แต่ก็มีความแปลกประหลาดบางอย่างที่ทำให้ข้าใจหายวาบ
"อ๊ะ... อ๊า..." เสียงนั้นดังขึ้นเป็จังหวะ ข้ากำหมัดแน่นด้วยความสงสาร
ข้าหันไปถามบ่าวรับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เสียงนั้น... เหม่ยซินกำลังเ็ปมากใช่หรือไม่"
บ่าวรับใช้ตอบกลับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย "พะยะค่ะคุณชาย ท่านหมอหลี่กล่าวว่าคุณหนูกำลังอยู่ใน่ที่ลมปราณถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเพื่อขับพิษออกจากกาย เสียงครางนั้นเป็เสียงของการปลดปล่อยความเ็ปที่สะสมอยู่ภายใน"
ข้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ ความรู้ทางการแพทย์ของข้ามีจำกัด แต่ข้าเชื่อในคำพูดของท่านหมอหลี่อย่างไม่มีข้อสงสัย หากเป็วิธีการรักษาที่จำเป็ แม้จะเ็ปเพียงใด เหม่ยซินก็ต้องอดทน
ข้าคิดในใจว่า: เหม่ยซินของข้าช่างเข้มแข็งและกล้าหาญยิ่งนัก นางยอมทนความเ็ปเพื่อที่จะได้กลับมาอยู่กับข้าอีกครั้ง ข้าจะต้องตั้งใจศึกษาให้หนักเพื่อที่จะได้กลับมาดูแลนางอย่างดีที่สุด
ข้าตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องหนังสือเพื่อไม่ให้เป็การรบกวนการรักษา ข้าเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณต่อท่านหมอหลี่ที่กำลังทำหน้าที่ของท่านอย่างเต็มที่ ข้าเชื่อว่าท่านกำลังใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตคนรักของข้า
สองวันต่อมา ข้ากลับมาที่หน้าห้องของเหม่ยซินอีกครั้ง ความกังวลยังคงอยู่ แต่ก็มีความหวังเพิ่มขึ้น ข้าตั้งใจว่าจะมาถามไถ่อาการของนางจากท่านหมอหลี่โดยตรง
เมื่อมาถึง ข้าเห็นว่าประตูห้องถูกปิดสนิท แต่ข้าสังเกตเห็นรอยแยกเล็กๆ ที่บานประตูที่ปิดไม่สนิท ข้าอดไม่ได้ที่จะแอบมองเข้าไปข้างในด้วยความห่วงใย
สิ่งที่ข้าเห็นทำให้ข้าใจนแทบหยุดหายใจ!
ข้าเห็นเงาของคนสองคนบนเตียงกำลังเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง เงาหนึ่งคือเหม่ยซินที่เปลือยเปล่า อีกเงาหนึ่งคือท่านหมอหลี่ที่กำลังโน้มตัวอยู่เหนือนาง
ข้าได้ยินเสียงเนื้อกระทบกันดัง "ตั่บ! ตั่บ!" และเสียงครางที่เร่าร้อนของเหม่ยซินที่ดังกว่าครั้งก่อนๆ
"อ๊ะ! อ๊า! ท่านหมอ... เร็วอีก... จื่อเหวิน..." เสียงของเหม่ยซินดังออกมาอย่างชัดเจน
หัวใจของข้าเต้นรัว ข้าสับสนและมึนงงไปหมด ข้าพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เห็นและสิ่งที่ได้ยิน
นี่มันอะไรกัน? ท่านหมอหลี่กำลังทำอะไรกับเหม่ยซิน?
ข้าจ้องมองผ่านรอยแยกนั้นอย่างไม่กะพริบตา ข้าเห็นท่านหมอหลี่กำลังซอยเอวเข้าออกอย่างเป็จังหวะและรุนแรง เหม่ยซินกำลังส่ายสะโพกรับจังหวะของเขาอย่างเต็มที่ ข้าเห็นเงาของนางโอบกอดท่านหมอหลี่อย่างแ่า ร่างกายของนางโค้งงอเป็ส่วนโค้งที่สวยงาม ขณะที่ท่านหมอหลี่ก้มลงไปใกล้หน้าของนาง
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของข้า: การยืดเส้นยืดสาย!
ข้าระลึกถึงคำพูดของท่านหมอหลี่ที่กล่าวถึงการกระตุ้นลมปราณและการยืดเส้นยืดสายเพื่อขับพิษร้ายออกจากกาย ข้าเคยอ่านในตำราแพทย์โบราณว่าบางครั้งการรักษาที่รุนแรงก็เป็สิ่งจำเป็เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนอง
ท่านหมอหลี่คงกำลังใช้การนวดที่รุนแรงและเป็จังหวะเพื่อช่วยให้ลมปราณของเหม่ยซินไหลเวียนได้อย่างสมบูรณ์! ข้าตีความ
ข้ามองเห็นเหม่ยซินกำลังโอบกอดท่านหมอหลี่อย่างแ่า และได้ยินเสียงครางที่เต็มไปด้วยความทรมาน ข้าคิดว่า: เหม่ยซินคงกำลังเ็ปอย่างแสนสาหัส แต่นางก็ยังคงอดทนและให้ความร่วมมือกับการรักษาของท่านหมอหลี่อย่างเต็มที่ นางช่างเป็สตรีที่เข้มแข็งจริงๆ!
ข้าเห็นเงาของท่านหมอหลี่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและมีจังหวะ ข้าคิดว่า: ท่านหมอหลี่ช่างมีความชำนาญในการรักษายิ่งนัก ท่านรู้จุดสำคัญทุกจุดบนร่างกายของเหม่ยซิน และกำลังใช้เทคนิคการนวดที่ซับซ้อนเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณ
ส่วนเสียงที่นางครางชื่อข้าออกมานั้น ข้าตีความว่านางคงกำลังคิดถึงข้า และใช้ชื่อของข้าเป็กำลังใจในการต่อสู้กับความเ็ปนี้
ข้าเห็นท่านหมอหลี่ก้มลงจูบเหม่ยซินอย่างรุนแรง ข้าคิดว่า: ท่านหมอหลี่ช่างมีเมตตาและมีมนุษยธรรมยิ่งนัก ท่านคงกำลังปลอบโยนเหม่ยซินเพื่อให้กำลังใจนางในการรักษาที่เ็ปนี้ การจูบนั้นคงเป็การถ่ายเทพลังบวกและความอบอุ่นให้กับนาง เพื่อช่วยให้นางอดทนต่อความเ็ปได้
ข้าเห็นท่านหมอหลี่รัวจังหวะถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นจนเตียงสั่นไหว ข้าคิดว่า: การรักษาคงกำลังจะถึงจุดสำคัญแล้ว ท่านหมอหลี่กำลังใช้พลังทั้งหมดของท่านเพื่อช่วยชีวิตคนรักของข้า! การเคลื่อนไหวที่รุนแรงนั้นคงเป็การกระตุ้นจุดสำคัญสุดท้ายเพื่อให้พิษร้ายออกจากร่างกายของเหม่ยซิน
ข้าสังเกตเห็นว่าเสียงครางของเหม่ยซินเปลี่ยนไปจากเสียงของความเ็ปเป็เสียงที่ฟังดูเหมือนโล่งใจ ข้าคิดว่า: นี่แหละ! การรักษาของท่านหมอหลี่กำลังได้ผล! เหม่ยซินกำลังรู้สึกดีขึ้น พิษร้ายคงกำลังถูกขับออกจากร่างกายของนางแล้ว
ข้าเห็นเงาของท่านหมอหลี่เคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบและเหงื่อออกมาก ข้าคิดในใจด้วยความซาบซึ้ง: ท่านหมอหลี่ช่างเสียสละยิ่งนัก ท่านใช้แรงกายและพลังใจทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตเหม่ยซิน แม้จะเหนื่อยยากเพียงใด ท่านก็ไม่ยอมแพ้ นี่คือจิตใจของหมอที่แท้จริง!
ข้าได้ยินเสียงเหม่ยซินร้องออกมาอย่างดัง "อ๊า! ท่านหมอ! ข้า... ข้า..." แล้วก็เงียบลงไป ข้าคิดว่า: เหม่ยซินคงหมดแรงจากการรักษาที่หนักหน่วง แต่เสียงของนางฟังดูโล่งใจ แสดงว่าการรักษาสำเร็จแล้ว!
ข้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่เกือบจะรบกวนการรักษาที่สำคัญเช่นนี้ ข้าค่อยๆ ถอยห่างจากประตูอย่างเงียบเชียบที่สุด ข้าไม่อยากให้ท่านหมอหลี่และเหม่ยซินรู้ว่าข้าได้แอบมองการรักษาของพวกเขา
ข้าเดินไปที่ห้องหนังสือด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความชื่นชม ข้าชื่นชมในความรู้ความสามารถของท่านหมอหลี่ที่สามารถคิดค้นวิธีการรักษาที่แปลกใหม่และมีประสิทธิภาพเช่นนี้ได้ และข้าก็ชื่นชมในความเข้มแข็งของเหม่ยซินที่ยอมทนความเ็ปเพื่อข้า
ข้านั่งลงที่โต๊ะอ่านหนังสือและพยายามกลับไปสนใจตำราที่ข้าต้องท่องจำ แต่จิตใจของข้ายังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็น ข้าคิดว่า: การแพทย์แผนโบราณนั้นช่างลึกซึ้งและซับซ้อนยิ่งนัก วิธีการรักษาของท่านหมอหลี่แม้จะดูแปลกตา แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความรู้ที่ลึกซึ้งและประสบการณ์ที่ยาวนาน ข้าต้องศึกษาให้หนักเพื่อที่จะได้มีความรู้มากพอที่จะเข้าใจและชื่นชมในศาสตร์ต่างๆ เช่นนี้
ข้ารออยู่ที่ห้องหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งท่านหมอหลี่เดินออกมาจากห้องของเหม่ยซินด้วยสีหน้าที่สงบและมั่นใจ ข้าสังเกตเห็นว่าท่านดูเหนื่อยเล็กน้อย เหงื่อยังคงเซาะอยู่บนหน้าผาก แต่ดวงตาของท่านเปล่งประกายแห่งความพึงพอใจ
"ท่านหมอหลี่! การรักษาเป็อย่างไรบ้างขอรับ" ข้าถามด้วยความตื่นเต้น
ท่านหมอหลี่ยิ้มเล็กน้อย "คุณชายจื่อเหวินไม่ต้องกังวล การรักษาเสร็จสิ้นแล้ว คุณหนูหลินจะหายเป็ปกติในไม่ช้า"
ข้าแทบจะะโด้วยความดีใจ ข้าโค้งคำนับท่านหมอหลี่อย่างนอบน้อม "ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดี ท่านคือผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าและสกุลหลิน"
ท่านหมอหลี่กล่าวอย่างถ่อมตน "เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว คุณชายจื่อเหวินไม่ต้องคิดมาก แต่ข้าต้องขออภัยที่การรักษาของข้าอาจจะดูแปลกตาไปบ้าง"
ข้าส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว "ไม่เลยขอรับ! ข้าแอบมองผ่านรอยแยกของประตูห้องและเห็นเงาของท่านกำลังช่วยเหม่ยซิน 'ยืดเส้นยืดสาย' อย่างรุนแรง ข้าเข้าใจดีว่าการรักษาที่ได้ผลย่อมต้องใช้ความพยายามและเทคนิคที่พิเศษ ข้าต้องขออภัยที่เกือบจะรบกวนการรักษาของท่าน"
ท่านหมอหลี่หัวเราะในลำคอเบาๆ "คุณชายจื่อเหวินเข้าใจถูกต้องแล้ว การยืดเส้นยืดสายและการกระตุ้นลมปราณเป็ส่วนสำคัญในการรักษา ข้าต้องใช้พลังหยางบริสุทธิ์เพื่อขับพิษร้ายออกจากกายของคุณหนูหลิน"
พลังหยางบริสุทธิ์! ข้าคิดในใจ ท่านหมอหลี่ช่างเป็ผู้ที่เสียสละยิ่งนัก ท่านยอมใช้พลังกายของท่านเพื่อช่วยชีวิตคนรักของข้า! ข้าได้ยินมาว่าการถ่ายเทพลังหยางนั้นเป็เื่ที่ใช้แรงกายและแรงใจอย่างมาก หมอที่ทำเช่นนี้ได้ต้องมีคุณธรรมสูงส่งและความเมตตาอย่างแท้จริง
"ท่านหมอหลี่ช่างเป็ผู้มีจิตเมตตาและความรู้ความสามารถสูงส่งยิ่งนัก" ข้ากล่าวด้วยความซาบซึ้ง "การที่ท่านยอมใช้พลังหยางบริสุทธิ์ของท่านเพื่อช่วยเหลือเหม่ยซิน นั้นเป็การเสียสละที่ยิ่งใหญ่"
ท่านหมอหลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน "คุณชายจื่อเหวินพูดเกินจริงแล้ว การรักษาโรคภัยไข้เจ็บเป็หน้าที่ของหมอ ข้าเพียงแต่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น"
ข้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง ข้ามอบถุงเงินจำนวนมากให้กับท่านหมอหลี่เพื่อเป็การตอบแทน แต่ท่านหมอหลี่กลับปฏิเสธอย่างสุภาพ
"ข้าทำตามหน้าที่เท่านั้น คุณชายจื่อเหวินเก็บเงินนี้ไว้เถิด สิ่งที่ข้า้าเห็นคือรอยยิ้มของคุณหนูหลินกลับคืนมา"
คำพูดของท่านหมอหลี่ยิ่งทำให้ข้าเชื่อมั่นในความดีงามของท่าน ข้าสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณของท่านหมอหลี่ในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน
"ท่านหมอหลี่ ข้ามีคำถามเล็กน้อยเกี่ยวกับการรักษา" ข้าถามด้วยความอยากรู้ "ข้าเห็นว่าการรักษาของท่านใช้เวลานานและดูเหมือนจะต้องใช้แรงกายมาก ท่านไม่เหนื่อยหรือขอรับ?"
ท่านหมอหลี่เช็ดเหงื่อบนหน้าผากอย่างเรียบเฉย "การรักษาโรคที่ซับซ้อนเช่นนี้ต้องใช้ความอดทนและความมุ่งมั่น ข้าต้องกระตุ้นจุดสำคัญหลายจุดบนร่างกายของคุณหนูอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลมปราณไหลเวียนได้อย่างสมบูรณ์ บางครั้งต้องใช้การนวดที่รุนแรงและการถ่ายเทพลังอย่างเข้มข้น"
ข้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ข้าเห็นแล้วว่าท่านต้องเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงและมีจังหวะ นั่นคือการกระตุ้นลมปราณใช่หรือไม่?"
"ถูกต้องแล้ว" ท่านหมอหลี่ตอบ "การเคลื่อนไหวที่มีจังหวะและแรงกดที่เหมาะสมจะช่วยให้พิษร้ายถูกขับออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
ข้าคิดในใจว่า: การแพทย์แผนโบราณนั้นช่างลึกซึ้งจริงๆ วิธีการรักษาที่ข้าเห็นแม้จะดูแปลกตา แต่ก็มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน ข้าต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเื่นี้
ข้าเดินเข้าไปในห้องของเหม่ยซินอย่างเงียบๆ นางกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสงบ ใบหน้าของนางดูอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่ผิวพรรณกลับดูเปล่งปลั่งและมีเืฝาดกว่าเดิม ข้าสังเกตเห็นว่าสีหน้าของนางดูสุขุมและสงบ ไม่มีร่องรอยของความเ็ปที่เคยมีมาก่อน
ข้าเดินไปนั่งข้างเตียงและจับมือที่อ่อนนุ่มของนางไว้ ข้าสังเกตเห็นร่องรอยบางอย่างบนร่างกายของนาง รอยแดงจางๆ ที่หน้าอกและรอยช้ำเล็กๆ ที่ต้นขา ข้าคิดว่า: นี่คงเป็ร่องรอยของการฝังเข็มและการนวดที่รุนแรง ท่านหมอหลี่คงทำงานหนักมากจริงๆ การรักษาที่ซับซ้อนเช่นนี้ย่อมต้องทิ้งร่องรอยไว้บ้าง
ข้าสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของเหม่ยซินดูแดงกว่าปกติเล็กน้อย ข้าคิดว่า: นางคงกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นความเ็ประหว่างการรักษา นางช่างเข้มแข็งจริงๆ
ข้าก้มลงจูบหน้าผากของนางอย่างแ่เบา "หลับให้สบายนะเหม่ยซินที่รักของข้า ข้าดีใจที่เ้าปลอดภัยแล้ว"
ข้ามองไปยังผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ยี่และมีคราบน้ำบางอย่างเปรอะเปื้อนอยู่ ข้าคิดว่า: เหม่ยซินคงจะเหงื่อออกมากจากการรักษาที่หนักหน่วง และอาจจะมีน้ำยาสมุนไพรที่ท่านหมอหลี่ใช้ในการรักษาด้วย ข้าจะบอกบ่าวรับใช้ให้มาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ใหม่
ข้าไม่เคยระแคะระคายเลยแม้แต่น้อยว่าคราบน้ำนั้นคือหลักฐานของการทรยศที่เพิ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาข้า ข้าไม่เคยสงสัยเลยว่าการ "ยืดเส้นยืดสาย" ที่ข้าเห็นนั้นคือการร่วมรักที่เร่าร้อนและบ้าคลั่ง
ข้านั่งมองเหม่ยซินด้วยความรักและความปรารถนาดี ข้าคิดถึงอนาคตที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากที่ข้าสอบขุนนางผ่าน ข้าจะดูแลนางอย่างดีที่สุด และจะไม่ปล่อยให้นางต้องเจ็บป่วยอีก ข้าจะหาหมอที่เก่งๆ มาดูแลสุขภาพของนางอย่างสม่ำเสมอ
ข้าคิดในใจว่า: หลังจากเหตุการณ์นี้ ข้าเข้าใจแล้วว่าสุขภาพของคนที่เรารักนั้นสำคัญเพียงใด ข้าจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการแพทย์แผนโบราณเพิ่มเติม เพื่อที่จะสามารถดูแลเหม่ยซินได้ด้วยตัวเอง
ความรักที่บริสุทธิ์และความเชื่อใจที่ไม่มีเงื่อนไขของข้าได้บดบังความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ข้ามองโลกในแง่ดีจนเกินไป จนไม่สามารถมองเห็นความมืดมิดที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของคนรักของข้าและท่านหมอผู้มีคุณธรรม
ข้าเฝ้ามองเหม่ยซินด้วยความรักและความหวัง ข้าตั้งตารอวันที่นางจะหายเป็ปกติและเราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ข้าไม่รู้เลยว่าโลกที่ข้ากำลังยืนอยู่นั้นเป็เพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นจากความปรารถนาที่ซ่อนเร้นของเหม่ยซินและเล่ห์เหลี่ยมของท่านหมอหลี่
ข้าลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องอย่างเงียบๆ เพื่อให้นางได้พักผ่อน ข้ากลับไปที่ห้องหนังสือด้วยจิตใจที่สงบและมุ่งมั่น ข้าจะตั้งใจศึกษาให้หนักเพื่ออนาคตที่สดใสของเราสองคน โดยไม่เคยรู้เลยว่าในขณะที่ข้ากำลังอ่านตำราอยู่นั้น เหม่ยซินของข้าได้ถลำลึกเข้าสู่โลกแห่งการทรยศครั้งแรกไปแล้ว
ข้านั่งลงที่โต๊ะอ่านหนังสือและเปิดตำราขึ้นมา แต่จิตใจของข้ายังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้าคิดว่า: วันนี้เป็วันที่สำคัญมาก เหม่ยซินได้รับการรักษาจากท่านหมอหลี่ที่มีความสามารถ และตอนนี้นางก็หายป่วยแล้ว ข้าต้องขอบคุณท่านหมอหลี่และตอบแทนบุญคุณของท่านในอนาคต
ข้าเขียนจดหมายถึงเพื่อนๆ ในเมืองหลวงเล่าเื่การรักษาของท่านหมอหลี่ ข้าเขียนด้วยความชื่นชมและยกย่องความสามารถของท่าน ข้าแนะนำให้เพื่อนๆ จดจำชื่อของท่านหมอหลี่ไว้ เผื่อจะได้ใช้บริการในอนาคต
ข้าไม่เคยรู้เลยว่าจดหมายที่ข้าเขียนนั้นจะกลายเป็การโฆษณาให้กับท่านหมอหลี่ และจะทำให้ท่านมีโอกาสไป "รักษา" สตรีคนอื่นๆ ด้วยวิธีการเดียวกัน
ข้าหลับตาลงและยิ้มด้วยความสุข ข้าคิดถึงวันที่เราจะได้แต่งงานกัน และชีวิtที่เราจะได้ใช้ร่วมกันอย่างมีความสุข ข้าไม่เคยรู้เลยว่าความสุขของข้านั้นสร้างขึ้นจากความไม่รู้และความเชื่อใจที่บริสุทธิ์เกินไป