ตอนที่ 28
อสรพิษสามหาง
หลิงเฉินที่กำลังเข้าไปเก็บสมุนไพรหญ้างูสามหางก็ถึงกับผงะเท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่กำลังอยู่เบื้องหน้าของตนเอง
อสรพิษขนาดใหญ่ที่มีผิวหนังสีน้ำเงินเข้มกำลังย่างกายเข้ามาหาเขา ดวงตาของหลิงเฉินมองมันอย่างเรียบเฉย ดวงตาสีแดงที่กำลังลุกไหม้ราวกับเปลวเพลิงกำลังจ้องตรงมาที่เขา
“ คิดว่าจะไม่เจอแล้วเสียอีก ” หลิงเฉินกล่าวออกมาอย่างเบาๆ
เบื้องหน้าของเขาคือสัตว์อสูรวิญญาณระดับสีฟ้า อสรพิษ 3 หาง โอกาสที่จะเจอมันอยู่ใกล้ๆกับสมุนไพรต้นหญ้างูสามหางมันมีสูงมาก เพราะว่าสมุนไพรชนิดนี้จะเติบโตอยู่ใกล้ๆรังของมัน
แม้ว่าจะผงะไปเพียงครู่แรกแต่หลิงเฉินก็กลับมาแสดงท่าทางนิ่งเฉยของตนเองได้ในเวลาต่อมา ยังไงเสียเขาก็เตรียมใจมาแล้วว่าต้องสู้กับมัน
อสรพิษ 3 หางได้พุ่งกระโจมตึใส่หลิงเฉินทันที เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬได้ยกนิ้วมือของขึ้นมาพร้อมทั้งขีดเขียนอักขระสีฟ้าเบื้องหน้าตนเองอย่างรวดเร็ว
ตึง!!! คมเขี้ยวของอสรพิษอันแหลมคมถูกหยุดเอาไว้ด้วยม่านอักขระสีฟ้าที่หลิงเฉินสร้างขึ้น ถ้าเป็นในชีวิตก่อนของเขาเจ้างูนี่ไม่ได้ขยับด้วยซ้ำมันคงจะไปโลกหน้าก่อนแล้ว
เมื่อการโจมตีของมันไร้ผลอสรพิษร่างสีน้ำเงินได้ถอยร่างของมันกลับไปแล้วพุ่งกระโจนใส่ร่างหลิงเฉินอีกครั้ง ตึง!!! การโจมตีของมันไปยังไม่สามารถผ่านม่านอักขระของหลิงเฉินได้
อสรพิษสีน้ำเงินถอยล่างของมันกลับไปเป็นครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้สิ่งที่มันจะใช้โจมตีมิใช่คมเขี้ยวของมันแล้ว มันได้ตวัดหางของมันใส่ร่างของหลิงเฉิน อสรพิษยักษ์ตนนี้ที่ได้ชื่อว่าอสรพิษ 3 หางก็เพราะว่าปลายหางของมันแยกออกเป็น 3 หาง
หางขนาดใหญ่ในระหว่างที่กำลังตวัดมาใส่ม่านอักขระของหลิงเฉินได้ทำลายต้นไม้ขนาดใหญ่รอบๆล้มไปหลายต้นก่อนที่จะฟาดเข้ากับม่านอักขระที่หลิงเฉินสร้างขึ้น ตึง!!!
การโจมตีของมันครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับม่านอักขระเป็นอย่างมาก หลิงเฉินรู้ดีว่าม่านอักขระของตนเองคงจะสามารถป้องกันการโจมตีของมันได้อีกเพียงสองถึงสามครั้งเท่านั้น
ถ้าเป็นช่วงเวลาเช่นนั้นผู้อื่นอาจจะร้อนรนเพราะว่าจนมุมแต่สำหรับหลิงเฉินมิใช่ เขายังคงยืนมองอสรพิษตรงหน้าด้วยความเรียบเฉย เมื่ออสรพิษล่างสีน้ำเงินถอยร่างกายของมันกลับไปเพื่อตั้งท่าโจมตีอีกครั้ง
หลิงเฉินเริ่มตอบโต้เขายกนิ้วมือข้างเดิมของตนเองขึ้นมาวาดอักขระอีกครั้ง อักขระระดับสีฟ้าเปล่งประกายอีกครั้งมันไม่ใช่อักขระรูปแบบเดียวกับม่านอักขระที่เขาสร้างขึ้นตอนแรก อักขระครั้งนี้มันเป็นอักขระรูปแบบโจมตี
อักขระสีฟ้าพุ่งผ่านร่างของอสรพิษไปด้านหลังของมัน อักขระเหล่านั้นมุ่งตรงไปที่พวกต้นไม้ที่ถูกทำลายลงไปจากการฟาดหางของอสรพิษ ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่หักเหล่านั้นเริ่มลอยขึ้นจากการควบคุมของหลิงเฉิน
ต้นไม้พวกนั้นเคลื่อนที่ไปทับเข้าที่ร่างของอสรพิษตนนั้นเอาไว้ เสียงกรีดร้องของมันดังลั่น แน่นอนว่ามันได้ผลอสรพิษ 3 หางเป็นอสูรวิญญาณที่จัดอยู่ในระดับสีฟ้าที่ต่ำเมื่อเทียบกับอสูรวิญญาณสีฟ้าตนอื่นๆ
ใช้ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นทับร่างของมันเอาไว้เพียงแค่นี้มันก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้แล้ว
หลิงเฉินยกนิ้วมือของตนเองขึ้นมาวาดอักขระอีกครั้ง อักขระสีฟ้าที่เปล่งประกายลอยขึ้นไปเหนือศีรษะของเขา ก่อนที่รูปอักขระจะแปลเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่แล้วพุ่งตรงใส่ร่างของอสรพิษสามหาง
พลังแห่งอักขระก็สามารถเปลี่ยนเป็นการโจมตีในรูปแบบของธาตุทั้ง 5 ได้เช่นกัน พลังฟ้าดินก่อกำเนิดห้าธาตุหลอมรวมกลายเป็นหยินและหยาง
เปลวเพลิงจากพลังของอักขระที่หลิงเฉินสร้างขึ้นมาแผดเผาร่างของอสรพิษสามหางจนมันดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด
แต่หลิงเฉินอยู่ในระดับรากฐานขั้นที่ 1 การที่ขีดเขียนอักขระสีฟ้าขึ้นมาเป็นจำนวนมากพลังวิญญาณภายในร่างกายคงจะเหือดแห้งจนไม่เหลือ ถ้าประเมินจากปกติพลังวิญญาณของระดับรากฐาน ขั้น 1 คงจะสามารถวาดอักขระระดับสีเขียวหรือขาว ได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องจำนวนครั้งแต่ ว่าอักขระระดับสีฟ้าใช้พลังวิญญาณมากกว่าหลายเท่า
แม้ว่าหลิงเฉินจะยืนอยู่ด้วยท่าทางสบายๆแต่ว่าความจริงที่ว่าพลังวิญญาณภายในร่างกายลดลงไปมากแล้วนั้นยังคงอยู่
ร่างของอสรพิษสามหางกำลังดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด มันกำลังกรีดร้องด้วยเสียงแหลมจนแสบแก้วหูของมัน
“ มาปิดฉากกันเถอะ... ” หลิงเฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาของเขามองไปที่ร่างของมันที่กำลังมีเปลวเพลิงลุกท่วมอยู่
นิ้วมือยกขึ้นมาวาดอักขระอีกครั้ง อักขระสีฟ้าเปล่งประกายแปรเปลี่ยนเป็นลูกศรเปลวเพลิงพุ่งปิดชีวิตของอสรพิษยักษ์ มันโดนปิดชีวิตด้วยการโจมตีครั้งสุดท้าย ร่างขนาดใหญ่ของมันล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น
“ อย่าโกรธกันเลยนะ ”
หลิงเฉินคลายม่านอักขระที่ป้องกันลงหลังจากที่สัมผัสได้ว่าอสรพิษสามหางตรงหน้ามิมีพลังวิญญาณแผ่ออกมาจากร่างแล้ว เด็กหนุ่มย่างเท้าก้าวเข้าไปเก็บหญ้างูสามหางขึ้นมาจากพื้นก่อนจะหันไปสนใจกับร่างของสัตว์อสูรวิญญาณเป็นลำดับต่อไป
ร่างของอสรพิษสีน้ำเงินที่กำลังโดนเปลวเพลิงลุกท่วมร่างอยู่ หลิงเฉินมองมันอยู่สักพักถ้าเป็นคนปกติแล้วจะนำร่างของพวกสัตว์อสูรวิญญาณไปขายเพราะว่ามันได้ราคาดี เพราะว่าด้านในร่างของสัตว์อสูรวิญญาณก็มีแก่นพลังวิญญาณที่เป็นประโยชน์กับการฝึกฝนพลังวิญญาณ
แต่หลิงเฉินไม่จำเป็นต้องนำแก่นพลังวิญญาณของมันออกมาจากร่างเพราะว่าเขามีอักขระที่ชื่อว่า ‘ อักขระกลืนวิญญาณ ’
เด็กหนุ่มใช้มือล้วงเข้าไปภายในอาภรณ์สีดำของตนเองก่อนจะนำบางอย่างออกมา มันคือมุกสีขาวที่มีขนาดเท่ากับไข่ไก่
“ เริ่มละนะ ”
จบตอน