เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 32 อสรพิษหยางแดง

    ไม่นานหลังจากที่เทียนอี้วิ่งเข้ามาในป่าอสูร แต่เป็นที่น่าแปลกใจป่าอสูรบริเวณที่เทียนอี้ผ่านมากลับ ไม่พบสัตว์อสูรตัวใดเลยไม่มีแม้แต่เสียงนกร้องหรือเสียงแมลง ราวกับว่าป่าแห่งนี้ เป็นป่าร้างที่ไม่มีชีวิตอีกต่อไป
    เทียนอี้พบว่ามันแปลกมากจึงวิ่งเข้าไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาสาเหตุที่ทำให้ป่าเป็นเช่นนี้ เทียนอี้ วิ่งมาจนพบกับหน้าผาแห่งหนึ่ง พบว่าใต้หน้าผาแห่งนี้ได้ปล่อยพลังงานแปลกๆออกมาตลอดเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์อสูรต่างๆ หวาดกลัวและหนีไป
    เทียนอี้ออกมายืนที่ริมหน้าผา แล้วมองลงไปเพื่อดูว่ามันมีความลึกแค่ไหน แต่ก็ต้องพูดว่าใต้หน้าผาลึกลงไปมีหมอกหนาปกคลุมอยู่ ทำให้มองไม่เห็นก้นของหน้าผาว่าอยู่ลึกแค่ไหน เทียนอี้เดินไปหยิบก้อนหินมาก้อนหนึ่งแล้วโยนลงไปเพื่อฟังเสียงสะท้อนเพื่อคาดคะเนความลึก
    แต่ปรากฏว่าเมื่อก้อนหินตกลงไป เหมือนหน้าผาไร้ก้นจนไม่มีเสียงสะท้อนไดๆสะท้อนกลับมา แต่แปลกมากที่ในใจลึกๆของเทียนอี้ ลองเรียกให้ตัวเขาลงไปด้านใต้หน้าผาให้ได้ สุดท้ายเทียนตัดสินใจที่จะยังไม่ลงไปใต้หน้าผา เพราะตอนนี้เขาอยู่ระหว่างการทดสอบเข้าสำนักเทียนอี้จึงเลือกที่จะเดินกลับออกมา
    ซึ่งเทียนอี้มีเวลาในการทดสอบเพียง 5 ชั่วยามเท่านั้น และคิดว่าจะกลับมาสำรวจหน้าผาอีกครั้งเมื่อมีเวลาว่างหรือโอกาสที่เหมาะสม เพราะ จิตใต้สำนึกของเทียนอี้บอกว่า ด้านใต้ของหน้าผาต้องมีอะไรสักอย่างที่รอเขาอยู่อย่างแน่นนอน ก่อนที่เทียนอี้จะวิ่งไปอีกด้านนึงของป่าอสูร
    ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 4 ชั่วยามเท่านั้น หลังจากที่เทียนอี้ วิ่งไปมาอยู่ในป่าอสูรเขาก็ได้พบกับอสูรปฐพีขั้นกลางอีก 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นหมูป่าเขี้ยวยาว อีกตัวนึงเป็นเสือขนเพลิง ซื่งเทียนอี้ก็ใช้เวลาไม่นานในการจัดการกับอสูรปฐพีทั้ง 2 ตัว เมื่อได้อสูรปฐพีมา 3 ตัวแล้วเทียนอี้ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ ที่จะทำให้เขาผ่านการทดสอบได้แล้ว
    จากนั้นเทียนอี้วิ่งออกไปตามหาพวกของเหลียงตง เพื่อจะดูว่าพวกของเหลียงตงล่าได้แล้วกี่ตัว เมื่อวิ่งมาสักพักใหญ่ เทียนอี้ก็เจอกับกลุ่มของเหลียงตงที่ตามหา เพียงแต่ว่าในตอนนี้กลุ่มของเหลียงตงกำลังเผชิญหน้า อยู่กับอสูรปฐพีขั้นสูงตนหนึ่ง มันเป็นงูที่มีสีดำทั้งตัวและมีเส้นสีแดง 2 เส้นพาดยาวไปจนสุดร่าง
    อสูรปฐพีขั้นสูงสุดตนนี้ คือ อสรพิษหยางแดงตัวของอสรพิษหยางแดงนั้น ไม่ได้มีพลังที่น่ากลัวเท่ากับงูเขียวมรกต แต่มันกลับมีพิษที่รุนแรงจนสามารถทำให้ผู้ที่อยู่ในขอบเขตที่ต่ำกว่าขั้นจักรพรรดิ ถ้าโดนพิษเข้าไปแล้วต้องตายสถานเดียวเท่านั้น แต่ถ้าผู้ที่อยู่ในขอบเขตจักรพรรดิ ต้องพิษของมันจะทำให้ไม่สามารถเสียบตัวได้ไปอีกหลายชั่วยาม
    "น้องม่านผิงเจ้ารีบวิ่งหนีไปข้าจะล่อ อสรพิษหยางแดงไว้เอง" เหลียงตงตะโกนบอกกับม่านผิงที่อยู่ด้านหลังของตน ทำให้ตอนนี้ในหัวใจของม่านผิงรู้สึกแปลกๆขึ้นมา เมื่อเหลียงตงใช้ชีวิตของตัวเองล่ออสรพิษหยางแดงไว้เพื่อให้ตนเองหลบหนี
    เมื่อเห็นว่าทั้ง 3 คน กำลังเผชิญหน้าอยู่กับอันตรายถึงชีวิต เทียนอี้จึงต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือในทันที เทียนอี้กระโดดลงจากต้นไม้ที่ตนเองยืนอยู่ลงไปแทรกระหว่างอสรพิษหยางแดง กับพวกของเหลียงตงทำให้ทั้งสองฝ่ายที่กำลังจดจ่ออยูกับการต่อสู่ต่างก็ตกใจและถอยหลังออกไปคนล่ะสองก้าว
    แต่ก่อนที่เหลียงตงกับพวกจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเทียนอี้ ได้เรียกกระบี่ไร้ใจออกมาจากแหวนมิติจากนั้นก็ได้ทำการปลดปล่อย พลังอำนาจการสะกดข่มของมังกรบรรพกาล เข้าใส่อสรพิษหยางแดงทันทีทำให้อสรพิษหยางแดงเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาจนร่างกายหยุดชะงัก
    เทียนอี้จึงอาศัยจังหวะนั้น กระโดดเข้าไปฟันเข้าใส่ที่ใต้จุด 7 นิ้วของอสรพิษหยางแดงทันที ทางด้านอสรพิษหยางแดงที่ร่างกายหยุดนิ่งอยู่เพราะความหวาดกลัวที่มีต่อมังกรบรรพกาล ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อหลบคมกระบี่ของเทียนอี้ได้เลยจึงถูกกระบี่ของเทียนอี้ฟันเข้าอย่างจัง
    ฉึบ! ตุบ! เสียงของกระบี่ตัดผ่านจุดเจ็ดนิ้วของอสรพิษหยางแดงก่อนจะส่งหัวของมันลอยกระเด็นออกไปตกอยู่บนพื้น ทำให้มันตกตายทันทีเหลือเพียงแต่หางของมันยังคงส่ายไปมาราวกับว่ายังไม่ยอมตาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก่อนที่เทียนอี้จะเก็บกระบี่แล้วหันไปมองพวกพวกของเหลียงตง
    "พี่ใหญ่เทียนอี้!" เหลียงตงตะโกนออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาช่วยคือเทียนอี้ มันแทบอยากจะโผเข้าไปกอดเทียนอี้ให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อเห็นว่าอสรพิษหยางแดงถูกเทียนอี้สังหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนจึงวิ่งเข้ามาหาเทียนอี้แล้วกล่าวขอบคุณยกใหญ่
    "ข้าว่าจะแวะมาดูว่าพวกเจ้าล่าสัตว์อสูรได้กันกี่ตัวแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อมาถึงจะเจอเข้ากับเหตุการณ์นี้พอดีเลยต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ" กล่าวออกมาอย่าางสบายๆ
    "ว่าก็ว่าเถอะพวกเจ้านี่มันโชคร้ายจริงๆ ถึงกับมาเจอกับเจ้าอสรพิษหยางแดงนี่เข้า" เทียนอี้พูดพร้อมกับมองไปที่พวกของเหลียงตงเล็กน้อย
    เหลียงตงทำได้เพียงหัวเราะแก้เขินและเล่าเรื่องที่พวกเขาเจอมาให้เทียนอี้ฟัง พวกเหลียงตงหลังจาที่ช่วยกันล่าอสูรปฐพีได้สามตัวแล้วระหว่างที่พากันเดินอยู่ในป่านั้น ก็เจอกับสนัขจิ้งจอกสีขาวตัวหนึ่งวิ่งผ่านมาพอดี

    และก็ม่านผิงมองสุนัขจิ้งจอกสีขาวตัวน้อยน่ารักด้วยสายตาเปร่งประกายเหลียงตงจึงคิดจะจับสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นมาให้ม่านผิงจึงพากันตามสุนัขจิ้งจอกตัวนั้นมาจนมาเจอกับอสรพิษหยางแดงโดยไม่ได้ตั้งใจ