ตอนที่ 32 ปรารถนาจะนอนแล้วมีผู้นำหมอนมาวางให้ คุณชายผู้นี้แท้จริงแล้วมีตัวตนอันใดกันแน่
“ท่านพี่…”
ภาพตรงหน้าทำให้หลินเทียนกำหมัดแน่น สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ความรู้สึกโกรธแค้นที่ไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในอก
คำพูดนี้หลุดออกมาจากปากเขาเอง มิใช่สิ่งที่เขาตั้งใจจะกล่าวออกไปแม้แต่น้อย
หลินเทียนรู้ดีว่านี่เป็ผลมาจากจิตสำนึกที่ยึดติดของเ้าของร่างเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ ราวกับเป็ปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หลินชิวหานนับเป็เพียงผู้เดียวที่ปฏิบัติต่อเขาด้วยความจริงใจ
ถึงแม้ปกตินางจะเข้มงวดและดุด่าว่ากล่าวเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่นางก็ปฏิบัติต่อเขาด้วยความห่วงใยจากใจจริง ไม่เหมือนผู้อื่นในตระกูลที่ล้วนเ็าและดูถูกเหยียดหยามเขา
เดิมหลินเทียนก็มีความรู้สึกรักใคร่และเลื่อมใสในตัวหลินชิวหานเป็พิเศษกว่าผู้อื่น
แต่ท่านพี่ของเขาผู้นี้กลับมีความสามารถอันสูงส่ง แตกต่างจากตัวเขาที่เป็เพียงเศษขยะอันไร้ค่าไร้ราคา จึงทำให้เขารู้สึกต่ำต้อยจากก้นบึ้งของหัวใจ
เมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า จิตสำนึกของเ้าของร่างเดิมจึงยิ่งมิอาจยอมทน และรู้สึกถึงความขมขื่นที่มิอาจบรรยายออกไปได้
หลินเทียนในชาตินี้ แม้จะกลับมาเกิดใหม่ แต่ก็มีความทรงจำในฐานะจอมราชันเทพสังหารจากชาติก่อนติดตัวมาด้วย
เขาจึงได้ทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อจัดการปัญหาจิตยึดติดของเ้าของร่างเดิม
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาขณะที่อยู่ในชั้นเรียนของสำนักอริยะวิถี
เขาก็ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องในวิชาบำเพ็ญเพียรอันล้ำค่าของบรรดาผู้าุโ อีกทั้งยังช่วยชี้แนะปรับปรุงเนื้อหาวิชานั้นให้สมบูรณ์ จนทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตาค้างกับภาพที่เห็น
เหตุนี้เองจึงทำให้หลินชิวหานเริ่มเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเขา คิดว่าน้องชายปรับเปลี่ยนนิสัยเริ่มสนใจฝึกฝนบำเพ็ญเพียร
หลินชิวหานจึงรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็อย่างยิ่ง
คิดว่าในที่สุดคำแนะนำของนางก็สัมฤทธิ์ผล และน้องชายของนางก็เริ่มนึกถึงความสำเร็จในภายภาคหน้า และเขาจะไม่ทำให้นางหนักใจอีกต่อไปแล้ว
หลินเทียนก็พึงพอใจกับผลลัพธ์นี้เช่นกัน
ตามแผนการเดิมของเขา นี่เป็เพียงก้าวแรกในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของหลินชิวหานเท่านั้น
ในฐานะราชันเทวะ การพิชิตใจเด็กสาวคนหนึ่งนับว่ามิใช่เื่ยากเลย
แต่สิ่งที่ทำให้สายตาของหลินเทียนแข็งกร้าวขึ้นก็คือ ชายหนุ่มที่โผล่มาอย่างกะทันหันในวันนี้ เขาเป็ผู้ใดกัน
กล้าหาญนักที่เข้ามาขัดขวางแผนการของเขา
ช่างมิกลัวตายเสียจริง!
แต่ไม่นานนัก หลินเทียนก็จับจ้องไปที่หญิงสาวในอาภรณ์ขาวที่อยู่ด้านหลังของชายหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาคมกล้า
แม้ใบหน้าของนางจะปกคลุมด้วยผ้าผืนบาง แต่โครงหน้าอันงดงามนั้นกลับเผยเสน่ห์ชวนให้ลมหายใจสะดุด
แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เขาได้สังเกตเห็นถึงความพิเศษในร่างกายของนาง
"หรือนี่จะเป็ร่างเหมันต์จันทราที่กล่าวถึงในคัมภีร์โบราณ..."
"ที่เล่าขานว่าเป็เตาหลอมชั้นยอดสำหรับการบำเพ็ญเพียร"
"คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีโอกาสได้พบเจอเช่นนี้"
หลินเทียนรีบก้มหน้าลงในทันที ไม่ให้ใครสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของเขาได้
เขารู้สึกเพียงว่ากลิ่นอายนี้คล้ายกับบางสิ่ง
ที่เมื่อครั้งก่อนเขาเคยอ่านเจอในคัมภีร์โบราณเท่านั้น สิ่งนี้มิใช่ว่าคนทั่วไปจะสามารถมองออกได้ง่าย
แต่เขายังไม่แน่ใจนัก จึงวางแผนที่จะหาโอกาสตรวจสอบอีกครั้ง
ด้วยกายาพิเศษเช่นนี้ ต่อให้เป็าาเทวะก็ยังต้องหวั่นไหวเมื่อได้พบเห็น!
‘หรือชายผู้นี้จะเป็บุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่พวกคนเ่าั้พูดถึง คิดมิถึงว่าจะมีโชควาสนาอันเลิศล้ำเช่นนี้’
‘แต่ก็น่าเสียดายที่เ้าได้มาพบเจอกับข้า’
หลินเทียนคิดในใจ พลางปรับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติ ไม่ให้ใครจับพิรุธอันใดได้
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือ เหตุใดชายหนุ่มผู้นั้นจึงมองมายังตนด้วยสายตาพิกล
ทำเอาเขารู้สึกเย็นวูบขึ้นมาอย่างลึกลับ
แต่ไม่นาน ความรู้สึกประหลาดนี้ก็จางหายไป ราวกับเป็เพียงจินตนาการนึกคิด
“หลินชิวหาน ช่างเป็นามที่ไพเราะยิ่ง”
เสียงของบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ดังขึ้นจากกลางห้องโถง
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแฝงด้วยรอยยิ้มบาง ทำเอาเหล่าสตรีที่อยู่หน้าประตูมิอาจละสายตาไปได้
ที่ว่าความสง่างามดั่งเทพเซียนอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นแท้จริงเป็เช่นนี้เอง
“ขะ...ขอบคุณคุณชายที่ชื่นชม”
หลินชิวหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าปรากฏสีแดงระเรื่อ
แม้ปกติจะมีฐานะเป็อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ สอนสั่งศิษย์ด้วยความเคร่งขรึมและน่าเกรงขามในสำนักอริยะวิถี
แต่ในสถานการณ์เช่นวันนี้ นางก็อดรู้สึกประหม่ามิได้
แต่ชายหนุ่มท่าทางสูงส่งดุจเทพ์ กระทั่งบรรพชนของตระกูลยังต้องเรียกตนว่าบ่าวชราต่อหน้าเขา
สามารถจินตนาการได้เลยที่มาของบุคคลผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินจะพรรณนาเพียงใด
แล้วจะมิให้นางรู้สึกประหม่าจนเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาได้อย่างไร
‘ช่างเป็จิตยึดมั่นอันน่ารำคาญเสียจริง…’
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินเทียนก็อดมิได้ที่จะสบถด่าในใจ พร้อมกับความรู้สึกอิจฉาริษยาและความไม่พอใจที่ก่อเกิดขึ้นอย่างมิอาจควบคุม
ผู้คนในห้องโถงที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันยิ้มโดยมิเอ่ยวาจา
แม้แต่ผู้าุโิก็เช่นกัน หลายคนต่างก็ปรารถนาให้หลินชิวหานสามารถผูกสัมพันธ์กับกู้ฉางเกอได้
มิจำเป็ต้องให้ผู้าุโิกล่าวแนะนำ ทุกคนต่างก็รู้ว่าตัวตนของกู้ฉางเกอนั้นยิ่งใหญ่จนน่าตกตะลึงเพียงใด
“ข้าก็มิใช่สัตว์ร้ายที่น่ากลัวอันใด มิได้จะกินเ้าเสียหน่อย ไยคุณหนูหลินต้องตื่นตระหนกถึงเพียงนั้นเล่า”
กู้ฉางเกอพูดด้วยสีหน้าผ่อนคลายแฝงด้วยรอยยิ้มเบาบาง ก่อนจะละสายตาออกจากหลินชิวหาน
“เช่นนั้นข้าขอรบกวนคุณหนูหลินพาข้าและชิงเกอเดินชมรอบๆ บริเวณนี้เสียหน่อย”
ถึงแม้จะกล่าวออกไปเช่นนั้น
แต่ภายในใจของเขากลับร้องอุทานด้วยความยินดี
เื่นี้มิใช่แค่ความบังเอิญธรรมดา
เขากำลังคิดจะตามหาผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตที่เพิ่งปรากฏ แต่ยังมิทันได้ลงมือก็กลับได้มาพบเจอด้วยความบังเอิญเช่นนี้
ราวกับปรารถนาจะนอนแล้วมีผู้นำหมอนมาวางไว้ให้เสียจริง
พอดีเลย เขาจะได้ถือโอกาสนี้ซักถามข้อมูลจากหลินชิวหานด้วยวิธีการอันแยบยล
แต้มวาสนา 200 แต้ม มิใช่สิ่งที่ผู้ใดก็จะถือครองได้
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กหนุ่มที่แอบมองเขาเมื่อครู่นี้กลับมีมากถึง 500 กว่าแต้ม
ครานี้จะเป็ผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตในรูปแบบใดกัน
…
หลังจากที่กู้ฉางเกอออกจากห้องโถงไปแล้ว บรรยากาศอันตึงเครียดที่ปกคลุมอยู่ก็พลันจางหายไป
ทุกคนต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างเงียบเชียบ
แม้แต่ผู้นำตระกูลหลินและผู้าุโใหญ่เองก็รู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย ในเมื่อนี่นับเป็ครั้งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนจากแดน์ การจะบอกว่ามิตื่นเต้นเลยนั้นย่อมเป็ไปมิได้
“ท่านบรรพชน บุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ท่านนี้แท้จริงแล้วมีตัวตนอันใดกันแน่”
หลังจากสนทนาถามสารทุกข์สุขดิบ ผู้าุโใหญ่ก็อดกล่าวถามขึ้นด้วยท่าทางเคารพนอบน้อมปนความรู้สึกสงสัยมิได้
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เหล่าชายหญิงรุ่นเยาว์ที่อยู่ด้านนอกห้องโถงต่างก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันเหลือล้น
แม้แต่หลินเทียนที่แอบจับตาสังเกตผู้าุโิอยู่ตลอดก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา
เขาััได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างจากบรรพชนตระกูลหลินที่มาจากแดน์ ซึ่งคล้ายคลึงกับที่เขาเคยมีในอดีต แต่กลับไม่เหมือนเสียทีเดียว
ทำให้เขาอดสับสนในใจมิได้
ผู้าุโิมิเห็นว่าคำถามนี้มีอันใดที่ต้องปิดบัง เนื่องจากมินับว่าเป็ความลับอันใด เขาจึงยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวกับลูกหลานทั้งหลายว่า “คุณชายผู้นี้ในภายภาคหน้าจะได้เป็ผู้สืบทอดสำนักะนิรันดร์และตระกูลแห่งชีวิตอันยืนยง หากพวกเ้ามีวาสนาได้รับความโปรดปรานจากคุณชาย ก็ย่อมเปรียบดั่งปลากลายเป็ัทะยานสู่สรวง์ หลุดพ้นจากซากแห่งความสามัญ แล้วทะยานขึ้นสู่สรวง์เก้าชั้นฟ้า...”