เสิ่นว่านอวี๋ถึงกับร่างแข็งทื่อไป
สาเหตุการตายของข้า? ตรอมใจ? ยังสาวใช้หน้าด้านคิดจะปีนเตียง
ทางด้านเหยาเหยาไม่ได้รู้เื่รู้ราวอะไร ยังคงขุดคุ้ยความทรงจำในหัวอย่างเอาเป็เอาตาย
ใช่แล้ว ท่อนนี้ข้าจำได้แม่นเลย ท่านแม่เพิ่งคลอด น้ำยังไม่หมด จึงปฏิเสธไม่ให้ท่านพ่อค้างคืนด้วย ไล่ให้ท่านพ่อไปนอนที่ห้องหนังสือ
คืนนั้น สาวใช้ใจกล้าหนึ่ง จังหวะที่ท่านพ่อ ดีใจจนดื่มฉลองเมามายไร้สติ ลอบปีนขึ้นเตียงท่าน
ถึงคืนนั้นจะไม่มีเหตุการณ์บัดสีใดๆ เกิดขึ้น และท้ายที่สุดท่านพ่อก็สั่งโบยสาวใช้คนนั้นจนตาย แต่รอยด่างพร้อยนี้ก็กลายเป็หนามยอกอกท่านแม่ไปตลอดกาล
ท่านแม่ต้องตรอมใจจนป่วยตาย โอ๊ยยย ทำยังไงดีล่ะเนี่ย ข้าเพิ่งเกิดยังพูดไม่ได้ จะห้ามไม่ให้เื่บัดซบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง
เหยาเหยาร้อนใจจนอยากจะยกมือขึ้นมาทึ้งหัวตัวเอง ทว่าแขนป้อมๆ กลับทำได้เพียงปัดป่ายไปมาในอากาศ
ทุกถ้อยคำของทารกน้อยดังก้องสะท้อนอยู่ในใจเสิ่นว่านอวี๋อย่างชัด
นางเป็ถึงบุตรสาวสายตรงแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง ผ่านคลื่นลมและเล่ห์เหลี่ยมในเรือนหลังมานักต่อนัก จึงสามารถดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
แม้นางจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดเหยาเหยาที่กลับชาติมาเกิด จึงล่วงรู้ถึงอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นได้ แต่เื่บางอย่าง ‘เชื่อไว้ก่อนย่อมดีกว่าไม่เชื่อ’ ยิ่งนี่เป็เสียงจากเืเนื้อเชื้อไขของนางแท้ๆ นางมั่นใจว่าเหยาเหยาย่อมหวังดีต่อนาง
"ฮูหยิน / ท่านแม่"
จังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มกังวานและเสียงร้อนรนของบุรุษก็ดังประสานกันมาจากหน้าประตู ไม่ทันขาดคำ เงาร่างสูงใหญ่สามก็เลิกม่านก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง
บ่าวจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวและเปลี่ยนเครื่องนอนให้ฮูหยินเรียบร้อยแล้ว ภายในห้องจึงดูสะอาดสะอ้านเป็ระเบียบ แม้แต่กลิ่นคาวเืก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นกำยานจนจางหายไปเกือบหมด
"ฮูหยิน ลำบากเ้าแล้ว เป็ความผิดของข้าเองที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างเ้าในยามนี้"
น้ำเสียงทุ้มหนักเปี่ยมไปด้วยอำนาจทว่าแฝงความร้อนรน ก้าวมาหยุดอยู่ข้างเตียง
เหยาเหยาเบิกตากลมโต มองขึ้นไปตามเสียง ก่อนจะได้เห็นใบหน้าของคนผู้เต็มสองตา
โอ้โฮ ท่านพ่อข้าหล่อเหลาเอาการเลยแฮะ นี่สินะแดดดี้ที่แท้ทรู เสน่ห์ของชายวัยฉกรรจ์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนมันกร้าวใจแบบนี้นี่เอง
เสิ่นว่านอวี๋ที่ได้ยินบุตรสาวเอ่ยชมสามีในใจ ก็อดไม่ได้ที่จะลอบอมยิ้มมุมปาก
นางปรายตามองสามีอย่างพินิจพิเคราะห์ เห็นเขายังคงมีสีหน้าปกติ ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกใใดๆ จึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก — ดูเหมือนว่าลูกคนนี้จะเป็เืเนื้อเชื้อไขที่ผูกพันกับนางเพียงผู้เดียว จึงมีแค่นางที่ได้ยินเสียงในใจของเหยาเหยา
"ฮูหยิน นี่คือ... เหยาเหยาของพวกเราใช่หรือไม่?"
ใต้เท้า ‘ซ่งจงอี้’ เสียงลงจนนุ่มนวลแ่เบา ดวงตาคมกริบที่เคยมองศัตรูอย่างดุดัน บัดนี้กลับจ้องมองทารกน้อยด้วยแววตารักใคร่เอ็นดูจนแทบจะหยาดเยิ้ม
ปีนี้สองสามีภรรยาอายุสามสิบหกและสามสิบสี่ปีตามลำดับ บุตรชายคนโตอายุสิบแปด บุตรชายคนรองอายุสิบห้า ลูกสาวคนนี้คือแก้วตาดวงใจที่พวกเขาเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานนับสิบปี
ตอนที่เพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์ สองสามีภรรยาถึงกับตกลงกันไว้ล่วงหน้าเลยว่า...
หากเป็ลูกสาว จะตั้งชื่อให้ว่า ‘เหยาเหยา’ ที่แปลว่าหยกงาม แต่หากเป็ลูกชาย จะให้ชื่อเล่นว่า... ‘เ้าตูบ’ จะได้เลี้ยงง่ายๆ ไม่เจ็บไม่ไข้
โชคดีที่์มีตา ในที่สุดก็ประทานไข่มุกเม็ดงามมาประดับจวนซ่งเสียที
"มาเถิด ให้พ่ออุ้มลูกหน่อย"
ซ่งจงอี้สอดมือเข้าไปประคองร่างเล็กจิ๋วจากอ้อมอกภรรยาอย่าง ทะนุถนอมราวกับกำลังสมบัติล้ำค่าที่เปราะบางที่สุดในโลก
ท่านพ่อช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ฮือๆ ์ลำเอียงรักข้ามากเกินไปแล้ว
กึก
มือหนาของซ่งจงอี้กระตุกเกร็งขึ้นมาดื้อๆ หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณของอดีตแม่ทัพที่เคยกรำศึกในสมรภูมิ ป่านนี้เขาคงใจนเผลอโยนก้อนแป้งในมือทิ้งไปแล้ว
เอ๊ะ? ท่านพ่อสะดุ้งทำไมน่ะ ทำเอาข้าใหมดเลย
เมื่อประโยคนี้ดังก้องขึ้นในหัว ซ่งจงอี้ก็ยิ่งมั่นใจ — เสียงเจื้อยแจ้วที่เขาได้ยิน คือเสียงของทารกน้อยในอ้อมแขนผู้นี้ไม่ผิดแน่
นี่... นี่มันเื่มหัศจรรย์อันใดกัน
พูดถึงบิดาผู้นี้ เหยาเหยาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย
เฮ้อ... แต่จะว่าไป ท่านพ่อก็ถือเป็บุคคลระดับตำนานคนหนึ่งของยุคเลยนะ สมัยหนุ่มๆ เคยควบม้าออกรบสู้ศึก อาบเืต่างน้ำจนสามารถทวงคืนดินแดนทางเหนือกลับมาให้แคว้นได้สำเร็จ
ทว่าพอแคว้นเหนือยอมสวามิภักดิ์ ท่านพ่อกลับยอมส่งคืนป้ายอาญาสิทธิ์และอำนาจทหารทั้งหมดทันที ยังปฏิเสธบรรดาศักดิ์ ‘เจิ้นกั๋วกง’ ที่ฮ่องเต้จะพระราชทานให้ แล้วขอผันตัวมาเป็แค่ขุนนางบุ๋น ตำแหน่งราชเลขาธิการตรวจการขั้นสามแทน
ขุนนางคนอื่นต่างพากันหัวเราะเยาะว่าท่านพ่อโง่งม หาเื่ลำบากใส่ตัว แต่จะมีใครสักกี่คนที่ล่วงรู้ถึงปณิธานอันยิ่งใหญ่ในใจของท่าน
ยามศึกา ท่านพ่อจับดาบปกป้องแผ่นดิน ยามบ้านเมืองสงบร่มเย็น ท่านพ่อก็จับพู่กันคอยสอดส่องขุนนางกังฉิน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อปัดกวาดราชสำนักให้ใสสะอาด ปกป้องราษฎรให้อยู่เย็นเป็สุขต่างหาก
ซ่งจงอี้ที่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วในหัวถึงกับเบิกตากว้าง ตะลึงงันไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนรอบกายล้วนเย้ยหยันถากถางเขา บ้างก็หาว่าเขาแสร้งทำตัวสูงส่ง
บ้างก็ว่าเขาโง่เขลาที่ทิ้งอำนาจทหารไปเปล่าๆ ไม่มีใครเลยที่เข้าใจเขา... จะมีก็เพียงทารกน้อยในอ้อมแขนผู้นี้เท่านั้น ที่กล่าวถึงปณิธานในก้นบึ้งหัวใจเขาออกมาได้ตรงเผง
เขาลอบกวาดสายตามองไปรอบห้อง เห็นภรรยายังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง ส่วนบุตรชายทั้งสองก็ชะเง้อคอมองน้องสาวด้วยใบหน้าเซ่อซ่า ไม่มีใครมีท่าทีว่าได้ยินเสียงในใจของเหยาเหยาเลยแม้แต่น้อย
ชั่วขณะนั้น ซ่งจงอี้ไม่เพียงไม่หวาดกลัวต่อความพิสดารนี้ ทว่าหัวใจกลับพองโตด้วยความปีติยินดี
หรือว่านี่คือ ‘ตัวน้อย’ ที่์ประทานลงมาเพื่อปลอบประโลมจิตใจของเขาโดยเฉพาะ?
ทว่าในต่อมา เสียงในใจของเหยาเหยาก็ทำเอาเขาแทบทรุด
แต่น่าเสียดาย วีรบุรุษผู้รักชาติอย่างท่านพ่อ กลับต้องกลายเป็หมากที่ถูกสังเวยในเกมชิงอำนาจทางการเมือง ถูกบั่นคอประจานหน้าประตูอู่เหมิน ซ้ำยังถูกปะาล้างตระกูลในชั่วข้ามคืน
ประโยคนี้ราวกับอสนีบาตฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ทั้งซ่งจงอี้และเสิ่นว่านอวี๋ต่างสะดุ้งเฮือกใสุดขีดพร้อมกัน ซ่งฮูหยินถึงกับหน้าซีดเผือดเกือบจะเป็ลมล้มพับไปจริงๆ
ด้วยเกรงว่าคนรอบข้างจะสังเกตเห็นความผิดปกติ แล้วนำเื่นี้ไปแพร่งพรายจนเป็ภัยถึงตัวเหยาเหยา ทั้งสองสามีภรรยาจึงต้องกัดฟันข่มอารมณ์ปั่นป่วนเอาไว้สุดฤทธิ์ บังคับสีหน้าไม่ให้กระตุกแม้แต่น้อย
นี่มันเกิดเื่บ้าอันใดขึ้นในอนาคตกันแน่
ตระกูลซ่งของพวกเขาล้วนเป็ขุนนางตงฉินผู้ภักดี จงรักภักดีต่อแผ่นดินมาทั้งชีวิต ทรงธรรมและซื่อสัตย์ถึงเพียงนี้ กลับต้องพบจุดจบอันน่าอเนจอนาถถึงขั้นถูกปะาล้างโคตรเชียวหรือ?
แต่ชาตินี้จะไม่ยอมให้มันจบแบบนั้นเด็ดขาด ครอบครัวที่อบอุ่นและรักข้าขนาดนี้ ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ข้าก็จะปกป้องพวกเขา จะต้องเปลี่ยนชะตากรรมบัดซบนี่ให้จงได้ เหยาเหยากำหมัดน้อยๆ สาบานในใจอย่างหนักแน่น
ได้ยินประโยคนี้ แม้สองสามีภรรยาจะยังคงหวาดหวั่นกับอนาคตอันมืดมน ทว่าหัวใจกลับอุ่นวาบและซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ
ซ่งจงอี้ใช้นิ้วหยาบกร้านลูบพวงแก้มยุ้ยๆ ของบุตรสาวอย่างแ่เบาที่สุด ก่อนจะเอ่ยคำปฏิญาณในใจ
‘เหยาเหยาเด็กโง่ของพ่อ... ภาระหนักอึ้งถึงเพียงนี้ จะปล่อยให้ตกอยู่บนบ่าเล็กๆ ของเ้าได้อย่างไร พ่อต่างหากที่จะเป็คนปกป้องพวกเ้าทุกคนเอง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด พ่อก็จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องครอบครัวเราได้เป็อันขาด’
ขณะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้ง เหยาเหยาก็พลันนึกถึงเื่ด่วนจี๋ขึ้นมาได้อีก
อ๊ะ จริงสิ เื่โดนตัดหัวล้างตระกูลนั่นยังอีกตั้งไกล ค่อยหาทางแก้ก็ยังทัน แต่เื่นังหน้าด้านที่จะปีนเตียงคืนนี้นี่สิ ไฟลนก้นของแท้
ท่านพ่อกับท่านแม่รักกันปานจะกลืนกินขนาดนี้ จะมาผิดใจกันเพราะมารยาของคนชั่วได้อย่างไร
ซ่งจงอี้ หืม?
สาวใช้ปีนเตียง? นี่มันเื่อันใดกัน?
เหยาเหยายังคงบ่นกระปอดกระแปดในใจอย่างกลัดกลุ้ม นังสาวใช้คนนั้นมันคืองูพิษที่แฝงตัวอยู่ในจวนชัดๆ ต่อให้คืนนี้ท่านแม่จะรั้งท่านพ่อให้นอนด้วยกันได้ ก็ป้องกันได้แค่คืนนี้ กันไปชั่วชีวิตไม่ได้หรอก
ทางแก้ที่ถอนรากถอนโคนก็คือ... คืนนี้ต้องลากคอนังงูพิษนั่นออกมาให้ได้
‘โอยยย ถ้าข้าพูดได้ก็ดีสิ จะได้กระซิบบอกให้ท่านพ่อแกล้งเมาแอ๋ไร้สติ นังนั่นจะได้ตายใจยอมเผยหางจิ้งจอกออกมา
ขณะที่เหยาเหยากำลังกลุ้มใจจนดิ้นพราดๆ ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้
"ท่านพ่อ... ถึงตาข้าอุ้มน้องบ้างแล้วนะขอรับ"
ดวงตาของเหยาเหยาเบิกกว้าง ทอประกายวิบวับขึ้นมาทันที ดีเอ็นเอความหน้าตาดีของบ้านนี้มันจะพรีเมียมเกินไปแล้ว
ซ่งจงอี้ส่งมอบบุตรสาวให้บุตรชายคนโตอุ้มอย่างอาลัยอาวรณ์ ทว่าแววตาของอดีตแม่ทัพกลับทอประกายเย็นเยียบขึ้นวูบหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเขารับรู้และตกลงรับแผนการของบุตรสาวตัวน้อยเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ถึงเวลาที่ต้อง ‘’ จวนซ่งครั้งใหญ่เสียที
ตัวเขาซ่งจงอี้เคยสาบานต่อฟ้าดินไว้ั้แ่วันแต่งงานแล้วว่า ชาตินี้จะมีภรรยาเพียงคนเดียว ไม่รับอนุ ไม่แต่งภรรยารอง ไม่เลี้ยงนางบำเรอ แม้แต่สาวใช้อุ่นเตียง... เขาก็ไม่้าให้เศษสวะพวกนั้นมาเสนอหน้าอยู่ในจวนแม้แต่คนเดียว
ในเวลานี้ คุณชายใหญ่ ‘ซ่งจิ้งอัน’ กำลังประคองเหยาเหยาไว้อย่างระมัดระวัง ทว่าคุณชายรอง ‘ซ่งติ้งหย่วน’ กลับรีบชะโงกหน้าเข้ามาประชิด ซ้ำยังใช้นิ้วจิ้มพวงแก้มยุ้ยของน้องสาวเบาๆ
โอ๊ย พี่ชายทั้งสองของข้าหล่อเหลางานดีทั้งคู่เลย พี่ใหญ่หล่อละมุนสุภาพชนดั่งหยกงาม ส่วนพี่รองก็หล่อคมเข้มองอาจห้าวหาญ นี่มันคอมโบพี่ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสามโลก
พอเสียงเจื้อยแจ้วนี้ดังขึ้นในหัว ซ่งจิ้งอันกับซ่งติ้งหย่วนก็ชะงักกึก เงยหน้าขึ้นสบตากันตื่น
นั่น... นั่นเสียงน้องเล็กพูดรึ?
[ชื่นใจจริงๆ ์ลำเอียงรักเหยาเหยามากเกินไปแล้ว ชาตินี้ข้าพอใจที่สุดเลย]
ซ่งติ้งหย่วนอายุยังน้อยกว่าและมีนิสัยใจร้อนกว่าพี่ชาย สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนวูบ เกือบจะอ้าปากโพล่งถามออกไปอยู่รอมร่อ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ซ่งจิ้งอันกลับเย็นเยียบลงทันควัน เขาส่งสายตาคมกริบเป็เชิงปราม สกัดคำพูดของน้องชายเอาไว้ได้ทันท่วงที
เหยาเหยาเห็นพี่ชายทั้งสองจู่ๆ ก็ตัวแข็งทื่อไป ก็อดทำหน้าฉงนไม่ได้
เอ๊ะ... พี่ใหญ่กับพี่รองจ้องตากันทำไมล่ะนั่น?
ทว่าจากมุมมองของทารกน้อยที่ถูกอุ้มอยู่ นางนางมองเห็นเพียงปลายคางสันกรามคมคายของพี่ชายทั้งสองเท่านั้น
ซ่งจิ้งอันที่ได้ยินเสียงความสงสัยนั้น รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติ ก่อนจะก้มหน้าลงมาเอาแก้มสากเบียดถูไถกับแก้มน้อยๆ ของเหยาเหยาอย่างรักใคร่เอ็นดู
"น้องเล็กน่ารักน่าชังจริงๆ หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนท่านแม่ไม่มีผิด"
ซ่งติ้งหย่วนเองก็ดึงสติกลับมาได้ เขาค่อยๆ โน้มตัวลงมา จ้องมองเหยาเหยาตาไม่กะพริบ พอได้สบเข้ากับดวงตากลมโตดำขลับกระจ่างใสของน้องสาว เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกหลุมรักก้อนแป้งน้อยนี้อย่างจัง
เหยาเหยามองดูพี่ชายทั้งสองผู้หล่อเหลาโดดเด่น ทว่าจู่ๆ ความรู้สึกเศร้าสร้อยก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอก
พี่ชายที่แสนดีและสง่างามดั่งหยกไร้ตำหนิทั้งสองคนนี้... พี่ใหญ่กลับถูกขุนนางกังฉินใส่ร้ายป้ายสีจนชื่อเสียงป่นปี้ จุดจบคือถูกปะาด้วยทัณฑ์ม้าห้าตัวแยกร่าง
ส่วนพี่รองผู้องอาจ ควบม้าออกรบสู้ศึกเพื่อแผ่นดิน กลับถูกคนชั่วลอบแทงข้างหลัง ศพถูกห่อด้วยหนังม้าส่งกลับจวน
และข้า... น้องเล็กของพวกท่าน ก็ต้องมาตายอย่างปริศนาั้แ่อายุแค่สามขวบ
์หนอ์ เหตุใดจึงโหดร้ายกับครอบครัวเราถึงเพียงนี้ ตระกูลซ่งจงรักภักดีต่อแผ่นดินแท้ๆ แต่กลับต้องถูกปะาล้างโคตรสิ้นวงศ์ตระกูล นี่มันยุติธรรมเกินไปแล้ว
ซ่งจิ้งอันกับซ่งติ้งหย่วน
อะไรนะ
น้องเล็กจะตายตอนอายุสามขวบ
ไม่ เื่บัดซบพรรค์นี้ พวกเขายอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
ท่านพ่อท่านแม่และพวกเขาสองพี่น้อง เฝ้ารอคอยมาสิบกว่าปีกว่า์จะประทานน้องสาวคนนี้มาให้นะ
สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของซ่งจิ้งอันและซ่งติ้งหย่วน ไม่ใช่ความหวาดกลัวต่อชะตากรรมอันน่าสยดสยองของตนเอง แต่เป็ความตื่นตระหนกและห่วงใยในความปลอดภัยของเหยาเหยา
ส่วนซ่งจงอี้กับเสิ่นว่านอวี๋ที่เพิ่งล่วงรู้ว่าลูกสาวสุดที่รักมีอายุขัยเพียงสามปี ก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มดินทลายอยู่ตรงหน้า หน้ามืดวิงเวียนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ไม่ได้การ ข้าต้องรีบสะสม ‘แต้มบุญ’ ให้ได้เยอะๆ ยิ่งมีแต้มบุญมากเท่าไ ข้าถึงจะมีทุนรอนเอาไว้ซื้อของวิเศษมารักษาชีวิต และปกป้องตระกูลซ่งเอาไว้ให้ได้
แต้มบุญ?
เสิ่นว่านอวี๋ที่ได้ยินดังนั้น พลันตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในใจ... ั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป นางจะทุ่มเงินบริจาคทาน สร้างกุศลครั้งใหญ่ในนามของเหยาเหยา บูชาสักการะพระโพธิสัตว์ทุกองค์ ไม่ว่าจะต้องสูญเสียเงินทองมากมายมหาศาลเพียงใด นางก็ไม่มีวันเสียดาย
ทางด้านเหยาเหยา หลังจากใช้พลังงานทักทาย(ในใจ)กับคนทั้งครอบครัวจนครบ ร่างกายทารกก็เหนื่อยล้าจนทนไม่ไหว ซ้ำยังรู้สึกหิวจนท้องกิ่ว
อา... หิวจัง
เสียงร้องบ่นในใจของแ่เบาหวิวราวกับเสียงลูกแมวน้อย
เสิ่นว่านอวี๋ได้ยินดังนั้นก็รีบยื่นมือออกไปรับตัวลูก "เหยาเหยางอแงแล้ว คงจะหิวเป็แน่ ข้าจะให้นมลูกเอง พวกเ้าพ่อลูกออกไปก่อนเถิด"
ตามปกติ ฮูหยินในตระกูลสูงศักดิ์มักจะจ้างแม่นมมาให้นมบุตร ทว่าเหยาเหยาคือแก้วตาดวงใจที่นางเฝ้ารอมาสิบกว่าปี นางจึงตั้งมั่นไว้นานแล้วว่าจะฟูมฟักเลี้ยงดูลูกด้วยน้ำนมและสองมือของตนเอง
ทว่าพอเหยาเหยาเห็นบิดากำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทารกน้อยก็ใจนแทบจะร้องจ้าออกมา
ท่านพ่อจ๋า คืนนี้ท่านห้ามดื่มเหล้าจนเมาเด็ดขาดเลยนะ
ซ่งจงอี้ไม่อยากให้บุตรสาวรู้ตัวว่าเขาสามารถได้ยินเสียงในใจ เพราะเกรงว่าต่อไปเหยาเหยาจะระมัดระวังตัวจนไม่กล้าคิดอะไรให้เขาได้ยินอีก
อดีตแม่ทัพใหญ่จึงแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดั่งที่เหยาเหยาคาดเดาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน "ฮูหยิน เ้าเพิ่งคลอดลูก ร่างกายยังอ่อนแอนัก คืนนี้ให้ข้าอยู่เฝ้าดูแลเ้าที่นี่เถิด"
ทว่าเสิ่นว่านอวี๋เองก็มีแผนการในใจของนางเช่นกัน นางส่ายหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ "ท่านเป็บุรุษร่างใหญ่โต มาอุดอู้ค้างคืนอยู่ในห้องคลอดเช่นนี้คงไม่สะดวกหลายประการ สองสามวันนี้รบกวนท่านย้ายไปพักผ่อนที่ห้องหนังสือสักหน่อยเถิดเ้าค่ะ"
ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาเริ่มหมุนแล้ว ฮือๆ ไม่ไหวแล้ว ข้าจะหิวจนเป็ลมจริงๆ นะ ท่านพ่อห้ามไปนะ
แม้ในใจเหยาเหยาจะว้าวุ่นแทบตาย ทว่าทันทีที่หยาดน้ำนมหวานล้ำแตะลงบนริมฝีปาก สมองของทารกน้อยก็พลันขาวโพลนกลายเป็วุ้น ดูดนมไปได้เพียงไม่กี่อึก ก็จมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย
เสิ่นว่านอวี๋มองดูบุตรสาวที่หลับสนิทลมหายใจสม่ำเสมอ ก่อนจะกวักมือเรียก ‘แม่นมหลิว’ คนสนิทให้เข้ามาใกล้ แล้วสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาด
"แม่นมหลิว คืนนี้เ้าไม่ต้องอยู่ปรนนิบัติข้า จงไปแอบซุ่มดูอยู่หน้าห้องหนังสือ คอยจับตาดูให้ดีว่ามีนังบ่าวชั้นต่ำคนไหนกล้าคิดคดทรยศ ปีนเตียงนายท่านหรือไม่"
แม่นมหลิวได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดวูบ "ฮูหยิน ท่านหมายความว่า——"
เสิ่นว่านอวี๋ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งเยือกเย็น "จวนตระกูลซ่งใหญ่โตปานนี้ ย่อมมีพวกหนูโสโครกซุกซ่อนตัวอยู่บ้างเป็ธรรมดา"
"แต่อย่าให้เป็เื่ราวใหญ่โตเอิกเกริกเล่า เดี๋ยวจะเสียหน้านายท่านเปล่าๆ ความรักความจริงใจที่นายท่านมีต่อข้า ข้าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ"
แม่นมหลิวรับคำสั่งด้วยสีหน้าขึงขัง ก่อนจะรีบรุดออกไปจัดการทันที
อีกด้านหนึ่ง ซ่งจงอี้ที่เดินมาถึงห้องหนังสือ มุมปากของอดีตแม่ทัพกระตุกยิ้มเ็า เขาสั่งให้บ่าวรับใช้ยกสุราฤทธิ์แรงมาสองไหใหญ่ ประกาศกร้าวว่าค่ำคืนนี้ตนอารมณ์ดียิ่งนัก ขอดื่มฉลองให้เมามายไร้สติสักครา
ส่วนที่ลานบ้าน ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาสลัวๆ สองพี่น้องจิ้งอันและติ้งหย่วนกำลังยืนประจันหน้ากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
ซ่งติ้งหย่วนเป็ฝ่ายทนไม่ไหว เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นก่อน "พี่ใหญ่ นี่มันเื่บ้าอันใดกัน เหตุใดพวกเราถึงได้ยินเสียงในใจของน้องเล็กได้ แถมดูเหมือนน้องเล็กจะหยั่งรู้อนาคตได้อีกด้วย"
ซ่งจิ้งอันผู้สุขุมเยือกเย็นกว่า ค่อยๆ ก้าวเดินไป ก่อนจะหันขวับกลับมาถามเสียงเข้ม "น้องรอง เ้าคิดว่านางคือน้องสาวแท้ๆ ของพวกเราหรือไม่?"
ซ่งติ้งหย่วนถูกถามชะงักไปครู่ แต่ก็กลับไปโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา "ก็ต้องเป็น้องสาวพวกเราสิ คลานตามกันออกมาจากท้องท่านแม่แท้ๆ สายเืตระกูลซ่งเหมือนกันนะ"
ซ่งจิ้งอันพยักหน้า สีหน้าเรียบนิ่งทว่าแววตาหนักแน่น
"เช่นนั้นก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ... บางทีอาจเป็เพราะ์เบื้องบนทนดูไม่ได้ ที่ตระกูลซ่งของเราจงรักภักดีต่อแผ่นดินมาทั้งชีวิต แต่กลับต้องจบลงด้วยการถูกปะาล้างตระกูล จึงได้ส่งน้องเล็กมาเพื่อช่วยเหลือพวกเรา"
"น้องรอง วันนี้ข้าลอบสังเกตสีหน้าของท่านพ่อกับท่านแม่อย่างถี่ถ้วนแล้ว ดูเหมือนว่าทั้งสองท่านจะไม่ได้ยินเสียงในใจของน้องเล็ก... ดังนั้น เื่นี้จะรู้กันแค่เ้ากับข้า ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด"
"มิฉะนั้น มันอาจนำภัยถึงชีวิตมาสู่น้องเล็ก และนำความวิบัติมาสู่ตระกูลซ่งของเรา"
ซ่งติ้งหย่วนฟังจนทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาของพี่ชาย เขาพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
"พี่ใหญ่วางใจเถิด ข้ารู้ดีว่าสิ่งใดควรไม่ควร นับจากนี้เป็ต้นไป ข้าจะปกป้องและทะนุถนอมน้องเล็กของเรา... ด้วยชีวิตของข้าเอง"
ดึกดื่นค่อนคืน เหยาเหยาสะดุ้งตื่นขึ้นมางอแงหลายครั้ง ในห้วงสติที่กำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น หูเล็กๆ แว่วได้ยินเสียงของแม่นมหลิวกำลังรายงานมารดาอยู่เลือนราง
"ฮูหยิน ท่านคาดการณ์ไว้แม่นยำดั่งตาเห็นเลยเ้าค่ะ คุณพระคุณเ้า บ่าวเห็นกับตาตัวเองเลยว่านังตัวดีนั่นมัน..."
"ในห้องถูกนายท่านเตะกระเด็นลากคอออกมาด้วยตัวเองเลยเ้าค่ะ ตอนนี้นายท่านกำลังโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ สั่งลงหวายอยู่ที่ลานหน้าเรือน..."
สมองน้อยๆ ของเหยาเหยาประมวลผลตามไม่ทันเสียแล้ว ทารกน้อยพึมพำอ้อแอ้ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะผล็อยหลับลึกไปอีกครั้งอย่างสบายใจ
นางยังไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า... ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาอันแสนบัดซบของตระกูลซ่ง ได้เริ่มหมุนเบี่ยงทิศทาง สวนทางกับ ‘บทต้นฉบับ’ เดิมเป็ครั้งแรกแล้ว