ปราการชิงหลง
สิ้นเสียงของอู่หมิงเสี่ยวฮุ่ยก็กลายเป็นอิจฉาริษยาขึ้นมาทันที "อู่หมิงรีบๆพาข้าไปยังปราสาทแห่งนั้นอีกครั้งที" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"มีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นแหละที่ข้าไม่อยากพาไป" อู่หมิงกล่าวหยอกล้อ"บัดซบข้าเป็นนายท่านของเจ้านะแถมยังเป็นอาจารย์ผู้ที่คอยสั่งสอนเจ้าตั้งแต่เล็กด้วย" เสี่ยวฮุ่ยเริ่มกล่าวโวยสายอย่างหัวเสียอู่หมิงไม่สนใจเสี่ยวฮุ่ยแต่ทดลองส่งความคิดไปยังกุญแจทองแดง ซึ่งเพียงไม่นานก็ปรากฎประตูหนึ่งบานขึ้นข้างหลังอู่หมิง ซึ่งประตูบานนี้แผ่กลิ่นอายโบราณออกมา โชคดีที่เสี่ยวฮุ่ยกางค่ายกลเอาไว้แล้วไม่อย่างงั้นผู้คนในหอกระบี่คงตื่นตระหนกแน่ๆ"นี่มัน ประตูทางเชื่อมงั้นหรือ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวเริงร่าพร้อมกับวิ่งเข้าไปในประตูอย่างไวอู่หมิงเองก็พาคนอื่นๆเข้าไปเช่นกัน เมื่อเข้ามาแล้วสภาพแวดล้อมแตกต่างจากที่อู่หมิงคิดเพราะในครั้งนี้อู่หมิงปรากฎเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งมีการตกแต่งที่งดงามอย่างยิ่งและพลังปราณของที่นี่ยังเข้มข้นอย่างมากเช่นกัน"ถ้าได้ฝึกฝนที่นี่จะต้องเลื่อนขั้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้นแน่" หานเจี่ยกล่าว"เห็นด้วย" เยี่ยฉีกล่าว"สมบัติ สมบัติของข้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับวิ่งตรงไปห้องต่างๆทันทีอู่หมิงยิ้มเย้ยหยันก่อนที่จะส่งความคิดไปยังกุญแจทองแดงซึ่งไม่นานห้องทั้งหมดก็ถูกล็อคไว้พร้อมกับเปิดค่ายกลป้องกันประตูเอาไว้เช่นเดียวกัน ที่อู่หมิงต้องทำแบบนี้เพราะกลัวว่าเสี่ยวฮุ่ยจะขโมยสมบัติไปจนหมดและไม่เหลือให้กับคนอื่นๆ"เปิดไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น ทำไมประตูพวกนี้ถึงเปิดไม่ได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวโวยวายทันที"เอาละพวกเราไปตรวจดูทีละห้องกันเถอะ" อู่หมิงกล่าวและพาคนอื่นๆค่อยๆตรวจดูทีละห้อง"หืม!! อู่หมิงนั่นมันหสมุดอะไร" จิงเสวี่ยนกล่าวเมื่อเห็นบนโต๊ะมีสมุดเล่มหนึ่งวางไว้อู่หมิงหยิบสมุดขึ้นมาก่อนจะเปิดอ่านทันที"ข้า ซื่อหุน เป็นอัจฉริยะของตระกูลซื่อ ตอนอายุได้ 15 ปี ข้าก็กลายเป็นราชัน และได้เข้าร่วมกับขุมอำนาจระดับราชันเทพสวรรค์ที่ชื่อปราการชิงหลง และได้เป็นศิษย์ของที่นั่น เมื่ออายุ 18 ปีข้าก็กลายเป็นจักรพรรดิ และเมื่ออายุ 28 ปีข้าก็กลายเป็นเซียน หลังจากบรรลุกลายเป็นเซียนข้าก็ถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะของปราการชิงหลงและถูกเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจากเหล่าผู้อาวุโส จนกระทั้งงเวลาผ่านไปหลายพันปี ข้าก็ได้ขึ้นเป็นประมุขของปราการชิงหลงแห่งนี้ ซึ่งตัวข้าที่ได้รับตำแหน่งนี้มานั้นได้ปกครองขุมกำลังทาสมากมายรวมถึงขยายอานาเขตไปเรื่อยๆจนกระทั้งวันหนึ่ง มีชายที่ชื่อ ราชันโลหิตสวรรค์ปรากฎ ชายคนนี้ต้องการให้ข้าส่งมอบเหมืองแร่ผลึกเทพที่ข้าครอบครองอยู่ให้กับเขาครึ่งหนึ่งและเขาจะอยู่ปกป้องพวกข้าเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งแน่นอนว่าข้าปฏิเสธ เพราะอีกฝ่ายก็อยู่ระดับเดียวกับข้าคือระดับราชันเทพสวรรค์ แล้วทำไมข้าถึงต้องมอบเหมืองแร่ให้กับเขาด้วยเมื่อข้าตอบปฏิเสธเขาไปเขาก็โกรธมากและจากไปทันที แต่หลังจากนั้นไม่นานในช่วงที่ข้าปิดด่านฝึกตนกำลังทะลวงระดับอยู่ ชายคนนี้ก็ปรากฎตัวอีกครั้งและเข้าจับกุมคนรักและเหล่าบุตรชายบุตรสาวของข้าเป็นตัวประกันและขัดขวางการทะลวงระดับของข้าจนทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสสุดท้ายตัวข้าที่บาดเจ็บจึงไม่ใช่คู่มือของมันจึงยอมทำตามและเตรียมมอบเหมืองแร่ให้กับมันเพื่อแลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยของครอบครัวข้า แต่แล้วเจ้านั่นก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับสังหารครองครัวข้าต่อหน้าข้า ข้าโกรธมากและระเบิดพลังเพื่อหวังจะฆ่าชายคนนั้นแต่ตัวข้าที่บาดเจ็บจึงไม่ใช่คู่มือของชายคนนั้น และชายคนนั้นก็เริ่มเข่นฆ่าคนในป้อมปราการชิงหลงจนหมดและก่อนตายข้าได้ใช้พลังสุดท้ายทำการส่งปราการชิงหลงเข้าไปในมิติลับที่ข้าสร้างขึ้นซึ่งเป็นมิติที่ไม่ใหญ่มากนักและยังไม่มั่นคงแต่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้รับสิ่งที่ต้องการข้าจึงต้องทำ และด้วยการเผาผลาญพลังชีวิตจนหมดทำให้ข้าสามารถตัดแขนของชายคนนั้นได้จนชายคนนั้นต้องหนีไปพร้อมกับฝากฝังให้กับลูกน้องของข้าเฝ้าหาผู้ที่เหมาะสมที่จะล้างแค้นให้กับข้าด้วย ซึ่งตัวข้าที่พลังชีวิตใกล้หมดลงจึงได้เขียนข้อความเหล่านี้ไว้เพื่อให้กับคนที่จะมาล้างแค้นให้กับข้าได้รับรู้ถึงความจริงที่เกิดขึ้น" อู่หมิงอ่านข้อความในสมุดออกมา"นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเจ้าของปราสาทแห่งนี้สินะ ไม่สิต้องเรียกว่าปราการชิงหลงสินะ" เจียงเฉินกล่าว"แต่ว่าระดับราชันเทพสวรรค์นี่มันคืออะไรมันอยู่ระดับใหนกัน" หานเจี่ยกล่าว"มันเป็นระดับที่เหนือยิ่งกว่าเซียนนั่นก็คือระดับเทพ ในระดับเซียนจะมีแบ่งย่อยออกเป็นสามระดับใหญ่ เซียน ราชาเซียน จักรพรรดิเซียน และเทพก็แบ่งออกเป็น เทพสวรรค์ ราชันเทพสวรรค์ จักรพรดิเทพสวรรค์ " เสี่ยวฮุ่ยเดินกลับมาหลังจากที่เปิดประตูไม่ได้สักบานพร้อมกับกล่าวด้วยใบหน้าหงุดหงิด"อย่างนี้เองสินะ" อู่หมิงกล่าว"แล้วพวกเราจะมีวันไปถึงระดับนั้นหรือเปล่านะ" หานเจี่ยกล่าวด้วยความหวัง"ตราบใดที่ยังมีข้าอยู่พวกเจ้าย่อมไปถึงระดับราชันเทพสวรรค์แน่ แต่ระดับจักรพรรดิเทพสวรรค์นั้นข้าไม่รับปากเพราะมันเป็นระดับที่ยากเกินไปและน้อยมากที่จะมีคนไปถึงระดับนั้นได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ก่อนอื่นข้าว่าพวกเจ้าทะลวงสู่ปราณราชันให้ได้ก่อนดีหรือไม่" อู่หมิงกล่าวพวกเยี่ยฉีกลายเป็นตื่นเต้นและแสงแห่งความมุ่งมั่นก็สาดประกายออกมาจากดวงตา หลังจากนั้นอู่หมิงก็เริ่มสำรวจต่อซึ่งภายในปราการชิงหลงแห่งนี้แทบจะมีทุกอย่างครบไม่ว่าจะห้องเก็บทักษะ ห้องเก็บอาวุธ หรือแม้แต่ห้องฝึกฝนและบ่มเพาะพลังก็ยังมี"อู่หมิงถ้ามีเจ้านี่อยู่พวกเราสามารถสร้างขุมอำนาจของตัวเองได้แน่ อย่างคล้ายๆสมาคมนักฆ่า แต่พวกเราเลือกกำจัดเฉพาะพวกตัวตนที่ชั่วร้ายอะไรแบบนี้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้น"ก็จริงอยู่ว่าการมีกองกำลังของตัวเองถือว่าดีที่สุด ตกลงเมื่อเจ้าเจอบุคคลที่มีพรสวรรค์สูงและเป็นคนที่เชื่อใจได้ก็ให้เจ้านำเขามาเป็นคนของเรา" อู่หมิงกล่าวเสี่ยวฮุ่ยกลายเป็นตื่นเต้นเมื่อความปรารถนาของตนกำลังเป็นจริงการสร้างขุมอำนาจของตัวเองขึ้นมานั้นเป็นความฝันของเสี่ยวฮุ่ยมาโดยตลอด------------------------------------------------------------------------------------------------------------------