"เ้าจะไปเทือกเขารกร้างอย่างนั้นรึ!"เสิ้นจื่อะโออกมาอย่างใ
"ใช่ขอรับ!ท่านอาจารย์"เทียนฉินเอ่ยออกไปด้วยเสียงหนักแน่น
"เ้ารู้มั้ยว่าเทือกเขารกร้างอันตรายแค่ไหน?"
"มีผู้ฝึกตนมากมายตกตายไปแล้วตั้งเท่าไร?"
เสิ้นจื่อถามเทียนฉินด้วยอารมณ์โกรธ เขาโมโหมากเมื่อได้รู้ว่าเทียนฉินรับภารกิจไปหาผลไม้เพลิงสีเื ถึงแม้ว่าผลไม้เพลิงสีเืนั้นจำเป็สำหรับนิกายเพลิงอัคคีอย่างมากก็ตาม
เนื่องจากผลไม้เพลิงสีเืนั้นเป็ส่วนผสมหลักในการปรุงยาเปลี่ยนกำเนิด ยาเปลี่ยนกำเนิดคือยาที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้ที่อยู่ในระดับผันแปรขั้นสูงสุด สามารถทะลวงจุดคอขวดจนบรรลุระดับก่อกำเนิดได้ในทันที ซึ่งาุโในนิกายต่างติดอยู่ในระดับขั้นนี้กันหลายคน
"เฮ่อ!"
"ทำไมถึงมีเหตุการณ์อย่างนี้อีกได้กัน!"เสิ้นจื่อทอดถอนใจ
"เ้ารู้มั้ยว่าทำไมถึงไม่เห็นศิษย์พี่ทั้งสองของเ้าเลย?"เสิ้นจื่อถอนหายใจออกมาก่อนเอ่ยถามเทียนฉิน
"เอ่อ!"เทียนฉินไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมาดี
"ศิษย์พี่ทั้งสองของเ้าก็ไปที่เทือกเขารกร้างนั่นเหมือนกัน!"เสิ้นจื่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงไว้ด้วนความเ็ป พลางนึกถึงศิษย์ส่วนตัวทั้งสองของเขาเอง
"ศิษย์พี่ทั้งสองไปทำภารกิจั้แ่เมื่อไรหรืออาจารย์?"เทียนฉินได้ยินดังนั้นจึงรีบถามทันที
"อีกสองเดือนก็จะครบหนึ่งปีพอดี!"
"ทีนี้เ้ารู้หรือยังว่าทำไมอาจารย์ถึงโมโหนัก เมื่อรู้ว่าเ้าจะไปที่เทือกเขารกร้างนั่นอีกคน"เสิ้นจื่อเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวัง
"อาจารย์! ข้าขอสาบานว่าจะรีบทำภารกิจให้เสร็จและออกตามหาศิษย์พี่ทั้งสองให้จงได้!"
เทียนฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่ใช่ว่าเขาไม่กลัว แต่ในเมื่อรับภารกิจมาแล้วอย่างไรก็ต้องไปทำ ไม่สามารถยกเลิกภารกิจได้ นี่คือกฎของนิกายที่ได้ตั้งไว้ ไม่อย่างนั้นภารกิจต่างๆที่มีก็จะกลายเป็ว่าอยากรับก็รับ พอทำไม่ได้ก็จะมายกเลิก นิกายก็จะเสียระบบไปหมด ซึ่งเสิ้นจื่อก็รู้ถึงจุดนั้น จึงต้องยอมปล่อยให้เทียนฉินไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เทียนฉินเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ในหัวสมองหนักอึ้งจนคิดอะไรไม่ออก จากที่เสิ้นจื่อบอกมาศิษย์พี่ทั้งสองของเขามีพลังถึงระดับผันแปรขั้นต้นและขั้นกลาง แต่ยังไม่อาจกลับมาได้เลย ไม่รู้ว่าจะเป็หรือตายอยู่ในเทือกเขารกร้างนั้น และนี่คงเป็เหตุผลที่ทั้งสองสาวชวนเขา เพราะย่อมไม่มีใครยอมไปเสี่ยงกับคนที่ไม่รู้จักแน่นอน
ผ่านไปสามวันตามที่ได้นัดหมาย เทียนฉินมายืนรออยู่หน้าหอกิจกรรมได้ไม่นานสองสาวก็มาถึง ทั้งสามเตรียมตัวกันอีกสักครู่จึงเริ่มออกเดินทางกันทันที
ณ เมืองยี่เป่ย
หลังจากผ่านไปครึ่งเดือน ทั้งสามได้เดินทางจนมาถึงหน้าประตูเมืองยี่เป่ย ขบวนพ่อค้าพากันเดินขวักไขว่เพื่อรอที่จะผ่านเข้าไป เทียนฉินและสองสาวต่างยื่นป้ายหยกประจำตัวของนิกายเพลิงอัคคีให้ทหารที่เฝ้าหน้าประตูตรวจดูก่อนที่จะผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
เมืองยี่เป่ยเป็หนึ่งในสี่ของเมืองชั้นในที่ขึ้นชื่อว่าเป็เมืองแห่งการค้าขายเมืองหนึ่ง เนื่องจากอยู่ใกล้กับเขตชายแดน จึงมีผู้คนพากันมาไม่ขาดสาย ภายในเมืองจอแจไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา พ่อค้าต่างเดินทางมาแลกเปลี่ยนซื้อขายกันอย่างเนืองแน่น
สิ่งแรกที่พวกเขาทั้งสามต้องทำคือหาโรงเตี๊ยมเพื่อเป็ที่พักผ่อน เดินหาไม่นานทั้งสามก็ได้โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งซึ่งใหญ่โตพอสมควร เนื่องจากโรงเตี๊ยมปกตินั้นล้วนถูกพ่อค้าเข้าพักกันหมดแล้ว
เมื่อตกลงจ่ายผลึกเงินกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงพากันลงมาด้านล่างเพื่อหาอะไรกินกัน
"โอ้ว! แม่นางผู้นี้ช่างทรงเสน่ห์ยิ่งนัก!" เมื่อเทียนฉินและสองสาวกำลังจะเตรียมสั่งอาหารอยู่นั้นเอง เสียงที่มากด้วยตัณหาก็ดังมาจากด้านหลังพวกเขา เ้าของเสียงที่ว่าคือชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่ง
"ถอดผ้าคลุมหน้าออก ให้ข้าได้ยลโฉมสักหน่อยได้หรือไม่?"ชายอัปลักษณ์คนนั้นยังพูดจาแทะโลมไม่เลิก
เทียนฉินชำเลืองมองไปที่อีกฝ่ายและโบกมือเพื่อบ่งบอกว่าให้ไสหัวไปไกลๆ
"โอ้ว!ตรงนี้มีสุภาพบุรุษอยู่ด้วยหรือนี่ เกือบจะมองไม่เห็นซะแล้ว!"ชายอัปลักษณ์คนนั้นหันมามองเทียนฉินก่อนเอ่ยออกมา
ฮ่าๆ!
ชายสองคนที่ตามมาด้านหลังต่างหัวเราะร่าเหมือนจะเอาใจลูกพี่ของตน
"ไปที่อื่นกันเถอะ"เฟยลี่เอ่ยชวนออกมาคล้ายไม่อยากมีเื่เท่าไร เฟยลี่คือชื่อเต็มของเสี่ยวเฟยที่เทียนฉินได้รู้ในระหว่างเดินทางมา ส่วนชื่อเต็มของเสี่ยวจิงก็คือจิงอี้หลาน
"ไม่ต้องไปหรอก! อยู่รอดูเื่สนุกกันก่อนดีกว่า" เทียนฉินไม่ได้สนใจหันมาสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อต่อ
"นี่แม่นางไม่ได้ยินที่พี่หุยพูดหรอ?"
"จะเปิดผ้าให้ดูดีๆ หรือจะให้พวกข้าเข้าไปถอดให้กันละ!"
ฮ่าๆ!
พวกสองคนข้างหลังต่างกล่าวออกมาอย่างวางอำนาจ
เทียนนั่งที่กำลังสั่งอาหารอยู่ได้ยินพลันขมวดคิ้วก่อนจะลุกขึ้นเตะไปที่ชายหน้าแหลมคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้สุด
โครม!
ชายหน้าแหลมปลิวไปกระแทกโต๊ะก่อนล่วงลงนั่งก้นจ้ำเบ้าตาค้างอยู่อย่างนั้น
"เสี่ยวพ้ง!"
"อยากตายมากนักรึไง!"ชายอีกคนหันมาดูสหายตนเองจะพุ่งเข้าไปหาเทียนฉิน
โครม!
ยังไม่ทันถึงตัวก็โดนบาทาเทียนฉินถีบเข้าที่หน้าก่อนลงไปนั่งข้างสหายอีกคน
"เ้า!ไม่รู้หรือว่าข้าเป็ใคร?"
ชายอัปลักษณ์มองดูคนของตนเองลงไปนั่งจ้ำเบ้ากับพื้นก็ทำหน้าตาอัปลักษณ์ยิ่งขึ้นก่อนชี้นิ้วะโใส่เทียนฉินอย่างเกรี้ยวกราด
"เชอะ!ก็แค่สุนัขจรจัดตัวหนึ่งเท่านั้นเอง!"เป็จิงอี้หลานที่เอ่ยออกมาอย่างหยามหยัน
"พวกเ้ารออยู่ที่นี่ก่อนอย่าพึ่งหนีไปไหนแล้วกัน!"
"ลุกกันได้แล้วเว้ย!ไอ้พวกเลี้ยงเสียข้าวสุก!!"
ชายอัปลักษณ์กล่าวคำอาฆาตก่อนทั้งเตะทั้งะโเรียกคนของเขาให้กลับออกไป
คนในโรงเตี๊ยมต่างส่ายหัวกันไปมา พวกเขาเจอเื่แบบนี้กันจนชินเสียแล้ว
"เ้าไม่กลัวจะเกิดเื่หรือไง?"เฟยลี่เอ่ยถามอย่างเป็กังวล
"ถึงไม่ทำพวกมัน มันก็มาหาเื่พวกเราอยู่ดีนั่นแหละ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่ยี่หระ
จังหวะที่ทั้งสามกำลังคุยอยู่เสี่ยวเอ้อก็เดินเอาอาหารมาส่งพอดี
"เสี่ยวเอ้อ! เ้ารู้มั้ยว่าหมอนั่นเป็ใคร?"จิงอี้หลานเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เอ่อ!เรียนคุณผู้หญิง! ชายคนนั้นมีชื่อว่าหุยเป๋อเป็ลูกชายคนเล็กผู้นำหุย ซึ่งเป็ตระกูลพ่อค้าที่มีอำนาจมากในเมืองนี้"เสี่ยวเอ้อกล้าวออกไปตามตรง
"อ้อ!พวกลูกแหง่นี่เอง"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างรังเกียจ
"ไม่มีอะไรแล้วขอบใจเ้ามาก"เทียนฉินเอ่ยออกไปอย่างไม่สนใจ
จากนั้นทั้งสามคนจึงนั่งกินอาหารกันต่อก่อนจ่ายผลึกเงินแล้วเดินออกไปดูร้านค้าภายในเมือง
ภายในเมืองมีร้านค้ามากมายอยู่เต็มสองข้างทางเฟยลี่ถูกจิงอี้หลานดึงเข้าร้านนู้นทีร้านนี้ทีเป็ว่าเล่นอย่างสนุกสนาน เทียนฉินมองดูอยู่ภายนอกพลันส่ายหน้าแล้วเลี่ยงเดินไปดูร้านที่น่าสนใจ
เพียงเดินดูไปไม่นานก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายะโดังขึ้นอยู่ที่ด้านหลัง
"พี่หุยพวกมันอยู่ทางนั้น!"ชายหน้าแหลมที่เคยโดนเทียนฉินเตะชี้นิ้วมาทางเทียนฉิน
"หืม!เป็มันจริงๆด้วย!"
"ท่านอา! เป็มันนี่แหละที่หยามหน้าข้าตอนอยู่ในโรงเตี๊ยม!"หุยเป๋อหันมาบอกชายวัยกลางคนที่เดินอยู่ข้างๆ
"เป็พวกไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำกันจริงๆ"ชายวัยกลางคนคนนั้นเอ่ยออกมาอย่างดูถูก
ไม่นานเฟยลี่กับจิงอี้หลานก็ออกมาจากร้านเพราะได้ยินเสียงดัง พอออกมาก็เห็นเทียนฉินยืนอยู่ตรงข้ามกับคนกลุ่มหนึ่งอยู่
"เกิดอะไรขึ้นหรือเทียนฉิน"เฟยลี่เอ่ยถามอย่างสงสัย
"แค่ลูกสุนัขฝูงหนึ่งเท่านั้นเองไม่มีอะไรหรอก!" เทียนฉินหันมาบอกโดยไม่ได้สนใจพวกนั้นเลย เขามองสำรวจทุกคนแล้วว่าต่างมีพลังไม่สูงมากนัก จะมีแค่คนที่หุยเป๋อเรียกว่าท่านอาเท่านั้นเองที่มีพลังระดับหลอมรวมขั้นต้น
"ปากดีอย่างนี้อยากตายนักใช่มั้ย?"หนึ่งคนในนั้นะโออกมาอย่าวางอำนาจ
"จัดการมันเลยมั้ยพี่หุย!"
"นี่น้องชาย! อย่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ไปเลย"
"รีบมาขอโทษหลานชายข้าเถอะ! เื่จะได้จบๆกันไป"
ชายวัยกลางคนพยายามไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย แต่เทียนฉินได้ยินกับพลันรู้สึกหงุดหงิดในใจ เหลียวซ้ายแลขวาเห็นผู้คนต่างเริ่มมารุมล้อมมุงดู
"เมืองนี้เขาไม่มีกฎห้ามให้ต่อสู้กันในเมืองหรือ?"เทียนฉินะโถามออกไปท่ามกลางฝูงชน
ฮ่าๆ! ฮ่าๆ!
"ถึงมีแล้วจะทำไม? ถ้าวันนี้ถ้าเ้าไม่มาคุกเข่าก้มกราบขอโทษพี่หุยแล้วละก็ อย่าหวังว่าจะได้ออกจากเมืองนี้ไปเลย"ชายหน้าแหลมะโบอกพร้อมขู่
"โอ้ว!เป็คนที่ไม่เห็นกฎหมายบ้านเมืองเสียจริง!" จิงอี้หลานที่ได้ยินอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
ไม่ทันสิ้นเสียงของจิงอี้หลานเทียนฉินก็พุ่งเข้าคว้าคอของชายหน้าแหลมนั่นทันควัน
"ไหนเ้าลองพูดใหม่อีกครั้งซิ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
"เ้าปล่อยเสี่ยวพ้งเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นตาย!!"ชายกลุ่มนั้นต่างดึงอาวุธของตนเองขึ้นมาเตรียมพร้อม
โอ้ว!
"ตายอย่างนั้นรึ?"
กรึ้บ!
จบตอนที่ 32