ตอนที่ 1 ลี่อ๋องสิ้นชีพ (1)
ในความฝัน จู่ๆ กู้เชียนเสวี่ยก็รู้สึกร่างกายจมลงในน้ำ ตามมาด้วยความเย็นะเืที่ทำเอาหนาวจนถึงกระดูก...‘ตู้ม!’
น้ำนี่นา!
เธอตกน้ำงั้นเหรอ!?
เธออยู่บนเครื่องบินชัดๆ ทำไมถึงตกลงมาอยู่ในน้ำได้ล่ะ
กู้เชียนเสวี่ยรีบลืมตาขึ้น ในน้ำที่มีแต่ความหนาวเย็น ทัศนวิสัยย่ำแย่เป็อย่างมาก แต่ก็มั่นใจได้ว่าอยู่นอกตัวเครื่องบินแน่นอน หรือว่าเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุกันนะ
เธอยังไม่ทันทำความเข้าใจ ก็เห็นเพียงคนคนหนึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำตรงหน้า ดูจากรูปร่างแล้ว เป็ผู้ชาย
กู้เชียนเสวี่ยเป็หมอ สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเห็นคนได้รับาเ็ก็คือให้ความช่วยเหลือ เธอรีบว่ายเข้าไป ยื่นมือเข้ายึดใต้วงแขนของเขา จากนั้นก็ว่ายกลับไปยังผิวน้ำด้านหลังที่มีแสงส่องสว่างอย่างสุดชีวิต
“ฟู่!” เธอพ่นน้ำออกมา ปลอดภัยแล้วสินะ
“ขึ้นมาแล้ว ขึ้นมาแล้ว เร็วเข้า ช่วยลี่อ๋องขึ้นมา!” ผู้คนบนฝั่งส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจ ต่างคนต่างแย่งกันพูดแย่งกันะโ
ท่ามกลางเสียงคนที่โกลาหล บ้างก็ร้องเรียกลี่อ๋อง บ้างก็เรียกคุณหนูใหญ่ ทำเอาสวนดอกไม้ที่เงียบสงบและสวยงามกลายเป็ตลาดไปในทันที
กลุ่มคนนำร่างของลี่อ๋องที่ไม่มีสติขึ้นไปบนฝั่ง กู้เชียนเสวี่ยก็อาศัยจังหวะนี้ปีนขึ้นฝั่งตามไปด้วย
ร่างที่เปียกไปทั้งตัวนั้นไม่ต้องพูดถึง กู้เชียนเสวี่ยรู้สึกแค่ว่าศีรษะตนหนักอึ้งอย่างยิ่ง มือเท้าก็เ็ปรุนแรงเหมือนถูกลวกด้วยตะกั่ว พลันนึกถึงคนที่ตกน้ำคนนั้นขึ้นมาได้ จึงรีบเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นเพื่อมองหาคนคนนั้น
ยังไม่ทันได้เงยหน้า หลังก็รู้สึกเ็ปขึ้นมาเสียอย่างนั้น เหมือนถูกใครบางคนถีบเข้าให้ เพียงทีเดียวก็ทำเอากู้เชียนเสวี่ยที่ไม่ทันตั้งตัวล้มลงไปกับพื้น ความเจ็บระบมลามไปทั่ว ทำเอาเธอทนไม่ไหวจนต้องร้องออกมา
“ทหาร จับตัวนักฆ่าไว้” ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจ เสียงที่แหลมเป็พิเศษเหมือนกับเป็ดตัวผู้ก็ดังขึ้นมา “นักฆ่าบังอาจ กล้าลอบสังหารลี่อ๋องเช่นนี้ เ้ามิกลัวถูกปะาเก้าชั่วโคตรหรือ”
ยังไม่ทันที่กู้เชียนเสวี่ยจะเข้าใจความหมายของประโยคนั้น ก็มีคนตอบขึ้นมา “เซ่ากงกง[1]...โปรดตรวจสอบอย่างชัดเจนด้วย นางมิใช่นักฆ่า นางคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลกู้ของพวกเรา เมื่อครู่นี้...ต้องเป็การเข้าใจผิดกันแน่ๆ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยตื่นตระหนกและสั่นเครือ
“เข้าใจผิดรึ ผู้คนล้วนเห็นกันหมดว่าท่านอ๋องของพวกเราถูกผลักลงไปในทะเลสาบ ไม่ต้องมากล่าวว่าคุณหนูงจวนตระกูลกู้อะไรของพวกเ้า ต่อให้เป็เ้ากรมกู้ก็ต้องได้รับโทษหนักเช่นเดียวกัน!” เซ่ากงกงปิดน้ำเสียงที่ตึงเครียดไว้ไม่ได้ “ยังมัวตะลึงอะไรกันอยู่อีก จับคนเอาไว้ หากมีคนกล้าต่อต้าน ก็ฆ่าได้เลยมิต้องปรานี!”
เมื่อพูดว่าฆ่าได้โดยไม่ต้องปรานี ก็ทำเอากลุ่มคนที่จอแจอยู่เดิมปิดปากลงในทันที
ทุกคนต่างก็ใกลัวกันหมด บรรยากาศตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด
กู้เชียนเสวี่ยที่นอนอยู่บนพื้นงุนงงไปในทันที ‘ลี่อ๋องเหรอ เซ่ากงกงเหรอ คุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลกู้เหรอ เ้ากรมอย่างนั้นเหรอ นี่กำลังแสดงละครชุดโบราณกันอยู่หรือไง!?’
จากนั้นองครักษ์ที่ดูมีพละกำลังหลายนายก็เดินมาด้านหน้า คว้าตัวของกู้เชียนเสวี่ยเอาไว้ เอาเชือกมารัดมาพัน แล้วก็ดึงขึ้นอย่างทื่อๆ
ทั้งร่างของกู้เชียนเสวี่ยแทบจะไม่มีแรงแล้ว อีกทั้งภาพข้างหน้าก็มืดไปหมด อยากจะสลบเสียให้ได้ แต่เธอมีลางสังหรณ์ว่าถ้าหมดสติไปตอนนี้ละก็ ผลที่ตามหลังจะต้องหนักมากแน่ๆ
คิดได้แบบนั้น กู้เชียนเสวี่ยก็ค่อยๆ สงบลง ทำอารมณ์ให้นิ่ง แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามที่จะไม่สลบ
“อ้าก...ท่านอ๋อง! ท่านอ๋อง! ท่านอย่าได้...” เสียงของเซ่ากงกงที่แหบอยู่แล้วยิ่งแห้งขึ้นอีกหลายเท่า หวาดกลัวเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น “เรียกหมอหลวงมาเร็วเข้า! เรียกหมอหลวง! ไม่สิ ไปตามหมอมา หมอท่านใดก็ได้ เร็ว! ลี่อ๋องไม่หายใจแล้ว!”
“แซ่ด!” เพียงประโยคเดียว ก็เปรียบเสมือนะเิที่ถูกโยนลงบนฝูงคน
ในตอนนี้เองที่ไม่มีผู้ใดกล้ามุงดูอีก เพราะถ้าหากลี่อ๋องตายขึ้นมาจริงๆ ละก็ เกรงว่าคนทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้คงต้องถูกฝังทั้งเป็ตามไปด้วยเป็แน่
เซ่ากงกงร้อนรนจนแทบจะร้องไห้ “หมอเล่า หมออยู่ไหน รีบไปตามมาเร็วเข้า มิเช่นนั้นพวกเราได้ตายกันหมดแน่!”
ไม่นานนัก ด้านหลังของกลุ่มคนก็มีคนะโขึ้นมา “ท่านหมอของจวนตระกูลกู้มาแล้ว ถอยไปๆ ถอยออกไปให้หมด!”
...
เชิงอรรถ
^ กงกง คำเรียกของขันที