ตอนที่ 28
เริ่มต้นการค้าขาย (28)
จูเฟยได้จับจ้องใบหน้าของท่านปู่จ้าวตรงหน้าที่กำลังแสดงท่าทางครุ่นคิดอยู่ ไม่นานนักใบหน้าของท่านปู่จ้าวที่กำลังครุ่นคิดได้กลับมาเป็เช่นเดิมพร้อมกับยื่นใบหน้าของตนเองเข้ามาหาจูเฟย
เด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าก็ได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆท่านปู่จ้าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังในคำตอบที่กำลังจะออกมาจากปากของท่านปู่จ้าวตรงหน้า
“ ไม่มี.. ”
คำตอบของท่านปู่จ้าวมันถึงกับทำให้จูเฟยใบหน้าน้อยๆตกลงไปที่พื้นทันที ก่อนที่นางจะตั้งสติได้แล้วเงยหน้าขึ้นมาด้วยความผิดหวัง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังนั้นกลับแปรเปลี่ยนไปกลายเป็ใบหน้าแห่งความผิดหวัง
“ เอ๊ะ!!! ไม่มีเลยงั้นรึเ้าคะ ” จูเฟยพูดออกมาด้วยใบหน้าผิดหวัง
“ ไม่มี!!! ” ท่านปู่เ้าของร้านด้านหน้าได้ขานรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ ยัยหนูจูการจะให้สมุนไพรสักชนิดเป็ที่้ามากขนาดที่สามารถทำกำไรงามๆได้มันไม่ได้มีอโอกาสขึ้นบ่อยๆนะ อย่างสมุนไพรหยางอี้ที่เพิ่งขายไปมันก็เป็โอกาสที่พบเจอได้อยากยิ่งนัก ” ท่านปู่จ้าวตรงหน้าได้พูดออกมา
เด็กน้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้กลับมาอยู่ในท่าทางครุ่นคิดอย่่างขะมักเขม้น นางเองก็รู้ดีอยู่ว่าเหตุการณ์เช่นนั้นมันพบเจอได้ยากยิ่งนัก แต่ที่นาง้าไม่ได้เป็เหตุการณ์ที่สามารถกระทำกำไรได้งามๆเช่นนั้น แต่ว่าตัวของนาง้าสมุนไพรที่สามารถทำกำไรได้มากกว่านี้
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มี เหตุผลมันอาจจะเป็เพราะว่าภายในยุคนี้ปัจจัยที่มนุษย์้ามันมีน้อยเกินไป เพราะเช่นนั้นพวกสมุนไพรต่างๆเองก็มีความ้าที่ไม่ได้มากนัก พวกมันมีความ้าที่พอเพียงไม่ได้มากหรือว่าน้อยจนเกินไป มันเลยทำให้ราคาของสมุนไพรมันแทบจะมีกำไรเกือบจะเท่าๆกันทั้งหมด
ยกเว้นจะมีโรคระบาดหรือว่าเหตุการณ์บางอย่างเท่นนั้นราคาของสมุนไพรจึงสูงขึ้น
“ เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ” จูเฟยตอบกลับไปหลังจากที่นางครุ่นคิดถึงเื่นี้มาสักพัก
หลังจากนั้นก็ได้นั่งทานขนมของท่านปู่จ้าวอยู่สักพักก่อนที่ตัวของจูเฟยจะเดินมุ่งตรงไปที่ร้านขายเมล็ดของเถ้าแก่หวง เมื่อเดินทางไปถึงตัวของจูเฟยก็เข้าไปทักทายเถ้าแก่หวงตามทั่วไป
“ คารวะเถ้าแก่หวงเ้าค่ะ!!! ” จูเฟยเอ่ยทักทายอย่างนอบน้อม ร่างเล็กๆของนางย่อลงเล็กน้อยตามมารยาท
“ โอ้ว!! ยัยหนูจูมาพอดีเลย ” เถ้าแก่หวงกล่าวพร้อมพากายมุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว จูเฟยมองเห็นใบหน้าของเถ้าแก่ดูแล้วน่าจะมีบางอย่าง
ใบหน้าของเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแป้นกลับหุบรอยยิ้มนั้นลงไปทันที ใบหน้าของจูเฟยเริ่มฉายความจริงจังมากขึ้นหลายส่วนและจับจ้องไปที่เถ้าแก่หวง
“ อันใดกันยัยหนูจู!!! เหตุใดทำใบหน้าเช่นนั้น ” เถ้าแก่หวงผงะทำใบหน้าใออกมาในทันทีเมื่อมองเห็นใบหน้าของจูเฟยนั้นเปลี่ยนไป
จูเฟยกลับมาทำใบหน้าเช่นนั้นอย่างรวดเร็วเมื่อตัวของนางถูกเถ้าแก่หวงพูดออกมาเช่นนั้น ใบหน้าน้อยๆได้ฉีกยิ้มแป้นออกมาอย่างน่าเอ็นดูอีกครั้ง
“ เฮ้อ! ” เถ้าแก่หวงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
“ ให้ตายเถอะข้าใจหายหมดเลยที่เห็นใบหน้าของเ้าเป็เช่นนั้น ”
“ แล้วท่านมีอันใดงั้นรึเ้าคะ ” จูเฟยเริ่มพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนเื่สนทนาทันที
“ เอ๋อ!!! ข้าจะบอกเ้าว่าสิ่งที่เ้าฝากข้าซื้อได้มาแล้วนะ ”
“ จริงงั้นรึเ้าคะ!!! ” ใบหน้าของจูเฟยเริ่มแสดงความดีใจออกมามากขึ้นอีกระดับ ดวงตาทั้งสองข้างของนางนั้นเปล่งประกายไม่แตกต่างจากตอนที่ตัวของนางมองเห็นขนมตรงหน้าเลยสักนิด
ตัวของนางแทบจะลืมเลือนไปแล้วว่าตัวของนางฝากเถ้าแก่หวงซื้อตำรามากมายที่จะมาส่งเสริมความรู้ภายในยุคนี้ให้กับนาง แต่เมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นมาตัวของจูเฟยก็สามารถนึกได้ถึงเื่ของตำราทันที
“ จริงสิ!!! เดี๋ยวข้าไปเอามาให้เ้านะ” เถ้าแก่หวงที่ยืนอยู่ด้านหน้าได้วิ่งไปด้านหลังร้านอย่างรวดเร็วก่อนที่ตัวของเขาจะได้นำตำราปกสีฟ้าประมาณสี่เล่มออกมาให้กับจูเฟย
เถ้าแก่หวงได้ส่งตำราสี่เล่มนั้นให้กับเด็กน้อยตรงหน้า จูเฟยได้รับตำราพวกนั้นเอาไว้ภายในอ้อมแขนของนาง พวกมันเป็ตำราปกสีฟ้าเมื่อตัวของจูเฟยได้ลองจับจ้องมันก็พบว่าพวกมันไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่มากนักนางสามารถถือกลับไปอย่างไม่ยากเย็น
“ ข้าขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ!!! ” เด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าก้มหัวขอบคุณท่านเถ้าแก่หวงที่อยู่ด้านหน้าของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ อันใดกันไม่ทำขนาดนั้นก็ได้ยัยหนูจู ” เถ้าแก่หวงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ ว่าแต่..เ้าอ่านตัวหนังสือออกมาด้วยงั้นรึยัยหนูจู ” อีกฝ่ายเริ่มทำใบหน้าประหลาดอีกครั้ง ตัวของเขานั้นประหลาดใจเพราะว่าเมื่อยัยหนูจูตรงหน้าก็ไม่น่าจะใช่บุตรสาวของพวกตระกูลใหญ่ๆ
โดยภายในยุคสมัยนี้เด็กที่มีอายุน้อยเพียงแค่นี้และสามารถอ่านตัวหนังสือออกก็มักจะมีเพียงแค่บุตรสาวของตระกูลใหญ่ๆเท่านั้นที่ถูกส่งให้ร่ำเรียนมาั้แ่ยังเยาว์ มองดูแล้วยัยหนูจูคู่นี้ไม่น่าจะใช่บุตรสาวจากตระกูลใหญ่ๆเหตุใดถึงได้ไหว้วานให้เขาไปซื้อตำราพวกนี้มามากมายราวกับว่าตนเองนั้นอ่านหนังสือเหล่านี้ออก
ดวงตาของจูเฟยมองซ้ายขวาอย่างมีพิรุธก่อนที่นางจะรีบปลีกตัวออกมาอย่างรวดเร็ว
“ ขออภัยนะเ้าคะเถ้าแก่หวง!!! พอดีว่าข้ามีเื่ที่ต้องไปกระทำ ” นางรีบวิ่งออกมาจากร้านขายเมล็ดของเถ้าแก่หวงอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งตรงกับไปที่บ้านของท่านยายหวัง
มุ่งตรงกับไปที่บ้านของท่านยายหวังก็พบว่าท่านแม่กำลังทำสวนผักอยู่ จูเฟยเห็นผู้เป็มารดายืนอยู่ด้านหน้าของบ้านนางก็แอบลอบเข้าไปบริเวณส่วนหลังของบ้านที่เป็สวนสมุนไพรของนาง
ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่เด็กน้อยทิ้งกายนั่งลงใต้ต้นไม้ในยามบ่ายของวัน สายลมอ่อนพัดโชยพัดผ่านให้ความเย็นสบาย จูเฟยมาสนใจกับตำราตรงหน้าของตนเองที่ได้มาจากเถ้าแก่หวง
หหนังเื่เล่าตำนานทั้ง 4 ที่นางได้รับมาวางเรียงกันไว้ด้านหน้า ดวงตากลมโตกวาดมองพวกมันทันที
หนังสือเหล่านี้เป็หนังสือที่ตัวของนางไหว้วานให้กับเถ้าแก่หวงจัดหามาให้ เล่มที่ 1 เป็หนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับแคว้นหลิวแห่งนี้ ตำราเล่มที่ 2 เป็หนังสือเกี่ยวกับกฎหมายมากมายที่ถูกระบุเอาไว้ภายในแคว้น ตำราเล่มที่ 3 เป็ตำราเกี่ยวกับความรู้ทั่วไปของโลกยุคนี้ ส่วนตำราเล่มที่ 4 มันคือแผนที่แผนที่ที่บ่งบอกเมืองต่างๆของแคว้นหลิว
ทั้ง 4 นี้นางให้เถ้าแก่หวงจัดหามาให้กับนางเพื่อที่นางจะได้ใช้เวลาศึกษาพวกมัน เมื่อครู่เกือบจะถูกเถ้าแก่หวงจับได้ให้แล้วว่าเหตุใดตัวของนางถึงสามารถอ่านตัวหนังสือได้
คนภายในยุคนี้ถ้าไม่ใช่บุตรสาวของตระกูลขุนนางใหญ่กว่าจะเรียนรู้ตัวหนังสือต่างๆก็ต่างล้วนมีอายุมากกว่า 20 ปีเข้าไปแล้ว แต่นางยังมีวัยเพียง 6 ปีเท่านั้น
จูเฟยไม่รีรอนางได้เริ่มเปิดตำราด้านหน้าอ่านทันที เด็กน้อยใช้เวลาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่โดยการนั่งอ่านตำราตลอด่บ่าย
นางสามารถศึกษาตำราเหล่านี้ได้ไปในระดับหนึ่งแล้ว โดยมันทำให้ตัวของนางรู้อย่างหนึ่งว่าภายในยุคสมัยนี้มีช่องทางการทำธุรกิจหลายอย่างที่นางสามารถกระทำได้
แต่มีธุรกิจอย่างที่นางอยากจะกระทำแล้วถ้านางกระทำมันสำเร็จนางก็จะกลายเป็มหาเศรษฐี แต่ดูจากกำลังของนางในตอนนี้คงจะไม่สามารถกระทำได้เพราะมันต้องใช้หลายๆอย่างเข้ามาช่วยเหลือในการก่อตั้งธุรกิจ
สิ่งที่นางกำลังคิดอยู่นั้นคือธนาคาร ภายในยุคนี้ไม่มีธนาคาร ธนาคารเป็ธุรกิจที่จะนำเงินคนอื่นมาลงทุน แต่ว่าการจะสร้างธนาคารภายในยุคนี้ต้องได้รับการรับรองจากราชวงศ์ก่อน
นี่เป็สิ่งที่ต้องกระทำถ้าหากก่อตั้งธุรกิจขนาดใหญ่เช่นนั้นขึ้นมาที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากราชวงศ์มันคงจะถูกมองว่าเป็ธุรกิจผิดกฎหมายอย่างแน่นอน
อีกอย่างที่เป็เหตุผลที่จำเป็ต้องได้รับการรับรองจากราชวงศ์มันก็เป็เพราะว่าถ้าได้รับการรับรองจากราชวงศ์หรือราชสำนักมันจะทำให้ธนาคารที่ก่อตั้งขึ้นมาเป็ที่เชื่อถือแก่เหล่าราษฎรและพวกเขาก็จะสามารถเข้ามาฝากเงินมากมายหรือว่ายื่นสัญญาการกู้เงินได้
นี่เป็ช่องทางหนึ่งที่ตัวของนางเล็งเห็นเอาไว้ว่าจะสามารถทำกำไรได้มหาศาลในอนาคต แต่ว่าตอนนี้นางต้องเร่งหาการเปิดธุรกิจบางอย่างขึ้นมาก่อนเพื่อทำงานให้กับนาง
แต่เมื่อนั่งอ่านแล้วนั่งคิดไปๆมาๆธุรกิจภายในยุคนี้ก็ไม่ได้รวดเร็วเหมือนภายในยุคที่นางจากมาอัตราเงินที่ทำได้มันก็น่าจะไม่ได้รวดเร็วเช่นนั้น ถ้านางสามารถเปิดธุรกิจออนไลน์ได้ภายในยุคนี้คงจะสามารถทำเงินได้มหาศาล
จูเฟยนั่งครุ่นคิดอยู่สักพักนางก็ราวกับคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าของนางเปล่งประกายขึ้นมาเอากับเห็นความหวังอันริบหรี่อยู่ตรงหน้า
“ ข้ารู้แล้ว.. ”
นางพอจะรู้บางอย่างในเมื่อในยุคสมัยนี้ยังไม่สามารถผลิตอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยขึ้นมาได้แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้เื่เหลือเชื่อกลายเป็ความจริงได้ มันคือพลังิญญาที่ตัวของนางกำลังฝึกฝนอยู่
ในอีก 2 วันนางต้องเดินทางไปหาท่านอาจารย์เพื่อฝึกฝนตามกำหนด ถึงตอนนั้นนางจะลองถามท่านอาจารย์ของนางดูว่ามันมีวิธีการใดที่จะทำให้นางเปิดธุรกิจออนไลน์ในยุคสมัยนี้ได้หรือไม่
หลังจากนั่งอ่านตำราใต้ต้นไม้ใหญ่ไปมาสายลมเย็นๆที่กำลังเย้าหยอกร่างกายถ้าให้ดวงตากลมโตที่กำลังจ้องมองตัวอักษรมากมายคอยๆริบหรี่ลงอย่างช้าๆ
ไม่นานนักจูเฟยไปเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งการหลับใหลในทันที แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงเปล่งประกายทองแสงสว่างไสวส่องผ่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเด็กน้อยที่แอบนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
เมื่อโดนแสงอาทิตย์อัสดงส่องผ่านเข้ามากระทบเข้ากับดวงตา เปลือกตาน้อยค่อยๆขยับขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตกำลังพับปิดอยู่จะค่อยๆเปิดขึ้นมา
จูเฟยสะดุ้งลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วนางเผลอหลับไปั้แ่เมื่อใดก็ไม่รู้ มองขึ้นไปบนท้องนภาท้องนภานั้นถูกย้อมให้กลายเป็สีส้มอมแดงหมู่เมฆซ้อนตัวกันเป็ชั้นอย่างงดงามหมู่มวลวิหคโบยบินแหวกว่ายผ่านม่านสีส้มอมแดงพร้อมกับขับขานเสียงอันไพเราะ
นางที่เพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมารีบจัดแจงตัวเองอย่างรวดเร็วหอบตำราทั้ง 4 เล่มของนางกลับไปหามารดาและท่านยายที่อยู่ด้านหน้าบ้าน ขาสั้นๆทั้งสองข้างวิ่งตรงต่อไปอย่างร้อนรน
“ อันใดกันข้าเผลอหลับไปั้แ่เมื่อไหร่กันเนี่ย!!! ”
จบตอน